Saturday, 5 September 2026
ซอฟต์แวร์

‘เนคเทค’ ผุด ‘สายวัด’ ซอฟต์แวร์วัดขนาด ‘อาหารสัตว์น้ำ' หวังเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบแก่ผู้ประกอบการไทย

(1 มี.ค.67) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เนคเทค พัฒนาซอฟต์แวร์วัดขนาดอาหารกุ้ง ในชื่อ ‘สายวัด (SAIWAT)’ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจสอบขนาดอาหารสัตว์ ทดแทนการวัดด้วยเวอร์เนียที่เป็นเครื่องมือวัดแบบเดิม ซึ่ง SAIWAT จะเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ สามารถตรวจวัดขนาดอาหารได้ตามมาตรฐาน เพราะขนาดที่เล็กใหญ่ของอาหารสัตว์มีผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นของ SAIWAT ที่สามารถวัดอาหารที่มีขนาดเล็กมากใช้มือจับวัดยาก วัดได้พร้อมกันตั้งแต่ 100-800 เม็ด ใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับขนาดของอาหารเม็ด (ประมาณ 1-3 นาที) พร้อมสรุปรายงานวิเคราะห์เชิงสถิติทั้งตารางและกราฟฮิสโตแกรม ออกเป็นไฟล์ pdf, excel หรือ word เป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง เพียงต่อกับเครื่องสแกนเนอร์ก็ทำได้แล้ว

ผู้ประกอบการที่สนใจใช้งานติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค โทร. 0 2564 6900 ต่อ 2251, 087-7007834 (รุ่งกานต์)

อุตสาหกรรมดิจิทัลจีนพุ่งทะยานในปี 2024 รายได้แตะ 35 ล้านล้านหยวน (ราว 162 ล้านล้านบาท)

(26 มี.ค. 68) อุตสาหกรรมดิจิทัลของจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2024 โดยรายได้และกำไรของอุตสาหกรรมนี้มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า รายได้จากการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมดิจิทัลในปี 2024 ได้แตะระดับ 35 ล้านล้านหยวน (ราว 162 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ในขณะเดียวกัน กำไรรวม ของอุตสาหกรรมดิจิทัลจีนในปีนี้ก็เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.5 โดยมีมูลค่าถึง 2.7 ล้านล้านหยวน (ราว 12 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ มูลค่าเพิ่มของผู้ผลิตรายใหญ่ในกลุ่มอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์สื่อสาร, และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ขยายตัวถึง ร้อยละ 11.8 ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.4 จุด จากปีที่ผ่านมา

ส่วนในภาคซอฟต์แวร์ของจีน ก็ได้รับการขับเคลื่อนจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), แพลตฟอร์มคลาวด์, และธุรกิจรูปแบบใหม่อื่น ๆ ทำให้รายได้รวมในภาคนี้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 13.7 ล้านล้านหยวน (ราว 73 ล้านล้านบาท)

จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อนำไปสู่การยกระดับและปรับปรุงอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลประจำปี 2025 ระบุว่า จีนจะเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคการผลิต พร้อมทั้งส่งเสริมการเติบโตของผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเพิ่มการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนยังเดินหน้าผลักดันโครงการ 'เอไอพลัส' (AI Plus) ซึ่งเน้นความร่วมมือในการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับจุดแข็งด้านการผลิตและตลาดภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

นักศึกษา ม.โคลัมเบีย ถูกพักการเรียน!! เพราะแอบพัฒนา AI ใช้โกง!! สัมภาษณ์งาน สำหรับ ‘วิศวกรซอฟต์แวร์’

(27 เม.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Extreme IT’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

นักศึกษาโคลัมเบียวัย 21 ปี ชุงอิน รอย ลี และเพื่อนของเขาโดนพักการเรียน เพราะแอบพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ช่วยโกงการสัมภาษณ์งานสำหรับวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยจะแสดงเบราว์เซอร์แบบลับ ๆ ที่ผู้คุมมองไม่เห็น 

โดยตัวของลีและเพื่อนมีบริษัทสตาร์ตอัปของเขาเองในชื่อ Cluely แถมยังสามารถระดมทุน Seed Funding ได้ถึง 5.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป้าหมายพี่แกก็สุดซะเหลือเกิน คือการสร้าง AI ที่โกงได้ทุกสิ่งทุกอย่าง 

ปัจจุบันทั้งคู่ลาออกมาจากมหาวิทยาลัยเรียบร้อย ในขณะที่ตัวของ ลี เป็น CEO ของบริษัท Cluely ส่วนเพื่อนอีกคนเป็น COO ซึ่ง Cluely จัดเป็นสตาร์ตอัป AI ที่สร้างความขัดแย้งได้แบบสุดโต่ง เพราะรวม AI โกงหลายชนิดที่ร่วมพัฒนากับเพื่อนไว้

นอกจากนี้ตัวของลี ยังเคยพูดไว้ว่า ขนาดเครื่องคิดเลขหรือโปรแกรมตรวจคำผิดที่เคยถูกมองเป็นโปรแกรมโกง ปัจจุบันก็ยังได้รับการยอมรับแล้ว หรือจะสื่อแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าโปรแกรมโกงของแกที่กำลังโดนแอนตี้อยู่ตอนนี้ อนาคตจะต้องกลายเป็นที่ยอมรับแน่นอน

“บีโอไอ” หนุนแอร์บัส!! ปักธงไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล แอร์บัสขยายทีม เพิ่มบทบาทในเอเชีย ร่วมพัฒนาเชื้อเพลิงยั่งยืน SAF หนุนต่อยอดห่วงโซ่อุปทานและบุคลากร

บีโอไอหนุน “แอร์บัส” ขยายฐานธุรกิจ ปักธงไทย ฮับดิจิทัลการบินแห่งเอเชีย

บีโอไอเผยผลหารือ “แอร์บัส” ยักษ์ใหญ่อากาศยานโลก เดินหน้ายกระดับไทยเป็นฐานธุรกิจดิจิทัลและวิศวกรรมการบินของภูมิภาค ตั้งกรุงเทพฯ เป็นสำนักงานใหญ่ของ Skywise ดูแลทั่วเอเชีย พร้อมเลือกไทยเป็นฐานทดสอบซอฟต์แวร์แห่งเดียวสำหรับลูกค้าทั่วโลก จ้างวิศวกรและบุคลากรทักษะสูงแล้วกว่า 200 คน เสนอแนวทางต่อยอดจุดแข็งไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานอากาศยานโลก พัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมซ่อมบำรุง และผลักดันไทยสู่ฐานผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมกิจการและหารือกับ Mr. Bert Porteman ประธานบริษัท แอร์บัส ประเทศไทย (President of Airbus Thailand) ณ สำนักงานอาคารรสา ทู กรุงเทพฯ ว่า แอร์บัส ให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจหลักของบริษัท โดยได้จัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ระดับภูมิภาคขึ้นในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ Skywise ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านดิจิทัลของแอร์บัส โดยจะใช้ไทยเป็นสำนักงานภูมิภาคของ Skywise ดูแลครอบคลุมทั่วเอเชีย และเป็นฐานสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่

ปัจจุบันแอร์บัสมีบุคลากรในไทยกว่า 200 คน เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่ปี 2565 โดยร้อยละ 85 เป็นบุคลากรไทย ประกอบด้วยวิศวกรการบินและอวกาศ วิศวกรซอฟต์แวร์ นักออกแบบกราฟฟิก ช่างเทคนิค และบุคลากรทักษะสูงอื่น ๆ ขณะนี้เตรียมขยายกิจการในไทย โดยจะจ้างบุคลากรเพิ่มเติมอีกกว่า 40 คนภายในปีนี้ นอกจากนี้ บีโอไอยังได้หารือกับแอร์บัส ถึงแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทย ทั้งการต่อยอดจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไปสู่ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอากาศยาน การพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ตลอดจนการผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)

บริษัท แอร์บัส เป็นผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 40 ปี ปัจจุบันมีเครื่องบินพาณิชย์ในไทยมากกว่า 150 ลำ ลูกค้าสำคัญ เช่น การบินไทย, บางกอกแอร์เวย์, ไทยแอร์เอเชีย และไทยเวียดเจ็ต และมีเฮลิคอปเตอร์เกือบ 80 ลำ ส่วนใหญ่ใช้งานโดยกองทัพและหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ แอร์บัส ยังมีความร่วมมือกับอีกหลายองค์กรในไทย เช่น ความร่วมมือด้านอวกาศกับ GISTDA ในการร่วมพัฒนา ผลิต และส่งดาวเทียมสำรวจทรัพยากร THEOS-1 และ THEOS-2 ความร่วมมือกับบริษัทอุตสาหกรรมการบิน (TAI) ในการซ่อมบำรุงอากาศยานของกองทัพ และความร่วมมือกับกลุ่ม CP ในการพัฒนาเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน (SAF) ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำคัญสู่ประเทศไทย

ฐานดิจิทัลในไทย สู่การให้บริการระดับโลก

ประเด็นสำคัญจากการหารือครั้งนี้ คือการขยายบทบาทของ Skywise หน่วยงานด้านดิจิทัลของแอร์บัสในประเทศไทย ซึ่งพัฒนาโซลูชันสำหรับสายการบิน ตั้งแต่การจัดทำคู่มือสำหรับนักบิน การวิเคราะห์ข้อมูลการบิน การบริหารจัดการความปลอดภัย การวางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยอาศัยแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสายการบิน

ปัจจุบันแอร์บัสอยู่ระหว่างขยายทีมทดสอบซอฟต์แวร์ของ Skywise ในไทย เพื่อควบคุมคุณภาพก่อนส่งมอบให้ผู้ใช้บริการและสายการบิน โดยจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการทดสอบเพียงแห่งเดียวสำหรับซอฟต์แวร์ที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก บริษัทจึงได้รับวิศวกรซอฟต์แวร์เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกิจกรรมดังกล่าว นอกจากนี้ แอร์บัสเตรียมให้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานใหญ่ของ Skywise สำหรับภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

“การที่แอร์บัสยกระดับบทบาทให้ไทยรับผิดชอบกิจกรรมด้านดิจิทัลที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานบริหารธุรกิจ Skywise ในภูมิภาค สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งงานด้านวิศวกรรม การทดสอบซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีการบินที่ต้องใช้บุคลากรทักษะสูง ซึ่งจะช่วยสร้างงานคุณภาพ และเปิดโอกาสให้คนไทยมีบทบาทในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกมากขึ้น” นายนฤตม์ กล่าว

ต่อยอดจุดแข็งไทย สู่ห่วงโซ่อุปทานอากาศยาน

ผู้บริหารแอร์บัสประเมินว่า ปริมาณผู้โดยสารและขนาดฝูงบินทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 20 ปีข้างหน้า ส่งผลให้มีความต้องการอากาศยานใหม่มากกว่า 20,000 ลำ ขณะที่แอร์บัสมียอดคำสั่งซื้อรอส่งมอบมากกว่า 9,000 ลำ หรือเทียบเท่ากำลังการผลิตกว่า 10 ปี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังการผลิตยังเผชิญข้อจำกัดจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนบุคลากร ต้นทุนวัตถุดิบ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ผู้ผลิตอากาศยานต้องกระจายและลดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น

แอร์บัสมองว่า ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์และคุณภาพของบุคลากรไทย เป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสรองรับการกระจายห่วงโซ่อุปทานอากาศยาน โดยไทยควรกำหนดสาขาที่ต้องการสร้างความเชี่ยวชาญอย่างชัดเจน และต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ไปสู่การผลิตโครงสร้างอากาศยาน วัสดุคอมโพสิต และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร โดยการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอากาศยานจำเป็นต้องผ่านกระบวนการรับรองที่เข้มงวด มีระบบคุณภาพและความปลอดภัยระดับสูง รวมทั้งใช้บุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างบริษัทต่างชาติที่นำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเข้ามา กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในระยะยาว ทั้งนี้ ปัจจุบันแอร์บัสมี Suppliers ในไทยทั้ง Tier 1-3 อยู่แล้วประมาณ 80 บริษัท

เร่งพัฒนาบุคลากร รองรับ MRO และอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่

ด้านการพัฒนาบุคลากร แอร์บัสมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในไทยหลายแห่ง เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering) ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม รวมถึงความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI และทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ

สำหรับอุตสาหกรรม MRO ปัจจุบันแอร์บัสมีความร่วมมือด้านการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์และอากาศยานทางทหารกับบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ขณะที่การพัฒนาศูนย์ MRO เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนช่างซ่อมบำรุงและมาตรฐานการฝึกอบรมที่เข้มงวดมากขึ้น แอร์บัสจึงพร้อมนำความเชี่ยวชาญ มาช่วยสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในประเทศไทยด้วย

ชี้ไทยมีศักยภาพเป็นฐานผลิต SAF ชั้นนำ

แอร์บัสมองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตน้ำมันอากาศยานแบบ SAF เนื่องจากมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมากและมีอุตสาหกรรมเอทานอลที่เข้มแข็ง โดยในระยะสั้น สามารถผลิต SAF จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ขณะที่โอกาสสำคัญของไทยในระยะกลางคือ การนำเอทานอลมาผลิต SAF ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน และในระยะยาว สามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำโดยใช้พลังงานหมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงจำเป็นต้องมีแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสม ควบคู่กับการบูรณาการหน่วยงานรัฐ ผู้ผลิตวัตถุดิบ บริษัทพลังงาน ผู้ผลิต SAF และสายการบิน เพื่อร่วมกันกำหนดโรดแมปและนโยบายด้าน SAF เชื่อมโยงทั้งด้านการผลิตและการใช้ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน

“การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงโอกาสของไทยในการยกระดับบทบาทในอุตสาหกรรมการบิน ตั้งแต่งานดิจิทัลและซอฟต์แวร์ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและบุคลากร การสร้างขีดความสามารถด้าน MRO ไปจนถึงการผลิตน้ำมันอากาศยานหรือ SAF โดยบีโอไอพร้อมประสานความร่วมมือกับแอร์บัสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นายนฤตม์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top