Friday, 5 June 2026
ชัยวุฒิธนาคมนุสรณ์

“ส้มจับแดง” ในศึกเลือกตั้ง 69: จากคำพูด “ชัยวุฒิ” สู่ฉากทัศน์หลังเลือกตั้ง

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการเมืองไทยเริ่มเข้าสู่โหมดตีความ “หลังคูหา” มากขึ้น โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่วนกลับมาเรื่อย ๆ คือ “ส้มจะจับมือแดงไหม” (ส้ม = พรรคประชาชน / แดง = พรรคเพื่อไทย) เมื่อคำถามนี้ถูกยกขึ้นมาเป็นวาทกรรมหาเสียงอย่างชัดเจนจาก ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้า พรรครักชาติ

1) “ข่าวชัยวุฒิ” พูดอะไร และพูดในบริบทไหน
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ชัยวุฒิลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดกิมหยง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อม เจษฎ์ โทณะวณิก โดยให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า คนในพื้นที่ “ไม่ได้กังวลเรื่องรัฐประหารมากเท่ากับกังวลว่าส้มกับแดงจะมารวมกันหลังเลือกตั้ง” และสื่อว่าการรวมขั้วดังกล่าวอาจทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย รวมถึงกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ
ประเด็นนี้ถูกนำเสนอในหลายสำนักข่าวในทิศทางใกล้เคียงกัน ซึ่งสะท้อนว่า “ส้มจับแดง” ถูกวางให้เป็นภาพจำความเสี่ยงในช่วงหาเสียง มากกว่าจะเป็นข้อมูลยืนยันว่ามีดีลเกิดขึ้นแล้วจริง

2) ทำไมวาทกรรม “ส้มจับแดง” ถึงถูกหยิบมาเล่นในช่วงนี้
วาทกรรมแบบนี้มักถูกใช้ด้วยเหตุผลหลัก 3 ข้อ:
1. เกม “ปิดประตูดีล” แต่เปิดพื้นที่คะแนน: เมื่อการเมืองไทยมักจบที่รัฐบาลผสม การชี้ว่าอีกฝ่ายจะไปจับมือกับ “ศัตรูเดิม” ช่วยดึงคะแนนจากคนที่ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนขั้วแบบฉับพลัน หรือคนที่ไม่ไว้ใจการต่อรองหลังเลือกตั้ง
2. สร้างกรอบความกลัวที่เข้าใจง่าย: คำว่า “ส้ม” กับ “แดง” เป็นรหัสสีที่คนจำนวนมากตีความได้ไว พอถูกวางคู่กันก็กลายเป็นภาพจำทันทีว่า “สองขั้วใหญ่จับมือ = สูตรวุ่นวาย/สูตรเสี่ยง”
3. บริบทการเมืองหลัง 2566 ทำให้คนเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้: ประสบการณ์การตั้งรัฐบาลรอบก่อนทำให้สังคมคุ้นกับคำว่า “ดีลหลังคูหา” มากขึ้น ดังนั้นการคาดการณ์ว่าใครจะจับมือกับใครจึงกลายเป็นหัวใจของการหาเสียงในช่วงท้าย

3) ถ้า “ส้มจับแดง” เกิดขึ้นจริง จะเกิดอะไรขึ้น
เพื่อไม่ให้คุยกันแบบอารมณ์ล้วน ๆ ลองแยกเป็น 3 ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ (จากเบาไปหนัก) โดยยึดหลักว่า “ความเป็นไปได้” ต้องพิจารณาควบคู่กับสมการเสียงในสภาหลังวันเลือกตั้ง
ฉากทัศน์ A: จับมือเชิงนโยบายเป็นเรื่อง ๆ (ไม่ตั้งรัฐบาลร่วม)
เป็นรูปแบบที่ต้นทุนทางการเมืองต่ำสุด: โหวตร่วมเฉพาะกฎหมายหรือวาระที่เห็นตรงกัน เช่น เศรษฐกิจปากท้องบางด้าน ปรับปรุงระบบราชการบางส่วน หรือมาตรการลดค่าครองชีพ
ผลที่มักเกิด: ประเทศเดินได้เป็นช่วง ๆ แต่ความคมของนโยบายจะติดเงื่อนไขความต่าง และยังไม่มีเสถียรภาพแบบรัฐบาลผสม

ฉากทัศน์ B: จับมือตั้งรัฐบาลร่วม
ถ้าคณิตศาสตร์สภาบังคับให้ต้องรวมเสียงกัน การตั้งรัฐบาลร่วมก็เกิดได้ในทางทฤษฎี
ผลที่มักเกิด:
•    ประเทศอาจได้รัฐบาลที่เสียงแน่นขึ้น (ถ้ารวมกันแล้วได้เสียงมาก)
•    แต่ต้องแลกกับการเฉือนนโยบายคนละครึ่ง และแรงเสียดทานจากฐานเสียงทั้งสองฝั่ง
•    ความเสี่ยงหลักคือปัญหาความไว้ใจและเสถียรภาพ หากแบ่งงาน/วาระร่วมไม่ชัด จะเกิดเกมดึง-เกมถ่วงภายในรัฐบาลเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top