Tuesday, 21 July 2026
ความมั่นคงพลังงาน

รองผู้จัดการธุรกิจค้าน้ำมัน ปตท. ชี้ กำลังกลั่นยังเต็ม 100% นำเข้าจากตะวันออกกลาง 64% รีบนำเข้าจากแอฟริกา ละติน และอเมริกาทดแทน มาตรการเสริมความมั่นคงพลังงานชัดเจน

ภาคประชาชนกังวลว่าน้ำมันในประเทศไทยจะขาดแคลน ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นปตท.ได้ยืนยันว่ากำลังการกลั่นน้ำมันดิบเต็ม 100% ที่ 770,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ 23 ล้านบาร์เรลต่อเดือน โดยน้ำมันดิบส่วนใหญ่ 64% นำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านท่า Fujairah ของ UAE และท่า Yanbu ของซาอุดีอาระเบีย

ในช่วงสงครามที่ส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ สัดส่วนน้ำมันที่ต้องผ่านช่องนี้มีประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อเดือน แต่กลยุทธ์การเทรดน้ำมันดิบระหว่างประเทศช่วยชดเชยกับการจัดหาน้ำมันที่นำเข้าจากแอฟริกาตะวันตก (WAF), ละตินอเมริกา (LATAM) และสหรัฐอเมริกา (MIDLAND) รวมถึงการซื้อเติมน้ำมันที่เข้ามาเดือนเมษายนแล้ว 6 ล้านบาร์เรล และจะทยอยเติมในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 6 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้ มีการเคลื่อนย้ายพนักงานจาก UAE ชั่วคราวกลับไปยังประเทศไทยเพื่อความปลอดภัย โดยเทรดดิ้งมีเครือข่ายสำนักงานในหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ ลอนดอน ฮุสตัน และ UAE พร้อมรับมือสถานการณ์

ส่วนหนึ่งของความมั่นใจที่ต้องเสริมคือ "ช่วงนี้ต้องตระหนักในการประหยัดพลังงาน เพราะพลังงานมีราคาสูงจริงๆ" เพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงทางพลังงานท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

น้ำมันจะ ขาดแคลนไหม โดย

JATURONG WORAWITSURAWATTHANA

Senior Executive Vice President,

PTT International Trading Business Unit

การดำรงตำแหน่งกรรมการ / ผู้บริหารในกิจการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

12 ธ.ค. 2567 - ปัจจุบัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ที่มา : JATURONG WORAWITSURAWATTHANA

“โรงกลั่นไทย” ยืนยันน้ำมันดิบเพียงพอ!! จัดหาน้ำมันดิบได้ต่อเนื่อง ลดพึ่งพาตะวันออกกลางเหลือ 30% เพิ่มสต็อกน้ำมันเกินปกติ 10 วัน เตรียมพร้อมรองรับความผันผวนโลก

กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ยืนยันความสามารถในการจัดหาน้ำมันดิบ เสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังผันผวนและส่อแววยืดเยื้อ ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานและเส้นทางการขนส่ง โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกพลังงานที่สำคัญของโลก กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยืนยันบทบาทของโรงกลั่นในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ โดยยังคงสามารถจัดหาน้ำมันดิบและรักษาการผลิตได้ตามแผน เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันของประเทศได้อย่างเพียงพอ

นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เปิดเผยว่า กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้ติดตามสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการจัดหา เส้นทางการขนส่ง และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการจัดหาน้ำมัน พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้ผลิตน้ำมันในตลาดโลก เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาคและปรับแผนจัดหาได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ความสามารถในการปรับตัวดังกล่าว เป็นผลจากการลงทุนพัฒนาและปรับปรุงโรงกลั่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถรองรับน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตที่หลากหลายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหา โดยตั้งแต่เกิดภาวะความไม่สงบในตะวันออกกลาง กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้เพิ่มการจัดหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น อาทิ แอฟริกาตะวันตกและสหรัฐฯ ส่งผลให้สัดส่วนการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางลดลงจากประมาณ 60% ในภาวะปกติ เหลือประมาณ 30% ซึ่งเป็นน้ำมันดิบที่ยังสามารถรับมอบจากท่าเรือนอกช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการอุปทานเพิ่มเติม อาทิ เร่งการจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพื่อรองรับการผลิต, การเพิ่มการจัดเก็บน้ำมันดิบบนเรือ (Floating Storage) รวมถึงการจัดหาถังน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติมชั่วคราวจากทั้งภายในและภายนอกโรงกลั่น ส่งผลให้ในปัจจุบัน มีปริมาณน้ำมันในระบบสูงกว่าระดับปกติก่อนเกิดสงครามประมาณ 10 วัน ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าประเทศไทยยังมีพลังงานเพียงพอรองรับความต้องการใช้งานและรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

นางรุ่งนภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมจะยังคงติดตามสถานการณ์พลังงานโลกอย่างใกล้ชิด และดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบอย่างเต็มศักยภาพต่อไป พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top