ของขวัญที่จับต้องได้!! ถอดรหัส "ทางด่วนฟรี" ช่วงเทศกาล ทำไม กทพ. ควรถูกยกเป็นหน่วยงานรัฐตัวอย่าง กางตัวเลขรายได้ยอมเฉือนเนื้อ 87 ล้าน แลกความคุ้มค่าเศรษฐกิจ + ความสะดวกประชาชน
ทางด่วนฟรีไม่ใช่ “แจก” แต่คือ “รัฐบริการ”
ทำไม กทพ. ควรถูกยกเป็นหน่วยงานรัฐตัวอย่าง
ทุกเทศกาลใหญ่ของไทย—ปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันหยุดยาว—สิ่งที่คนส่วนใหญ่ “ต้องเจอเหมือนกัน” คือรถแน่น ค่าเดินทางพุ่ง และความเครียดบนถนนที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ในภาพรวมของหน่วยงานรัฐที่คนมักบ่นว่า “ช้า” หรือ “ไกลตัว” การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานที่ทำสิ่งง่าย ๆ แต่ทรงพลังมาก: ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษช่วงเทศกาล เพื่อให้ประชาชนได้ “ประหยัดจริง” และ “เดินทางคล่องขึ้นจริง”
ปีใหม่นี้ กทพ.ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 7 วันเต็ม (30 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569) บนเครือข่ายทางพิเศษในกำกับ กทพ. ซึ่งเป็นของขวัญที่จับต้องได้ทันที—ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องรอผลระยะยาว แค่ขึ้นทางด่วนแล้ว “ไม่โดนตัดเงิน” ความรู้สึกของคนก็เปลี่ยนแล้ว
1) จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่กระแส: ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีใหม่ 2553
เอกสารทางราชการสะท้อนว่า แนวทาง “ยกเว้นค่าผ่านทางช่วงเทศกาล” ไม่ได้เกิดเพราะกระแส แต่เป็นมาตรการแก้ปัญหาจราจรที่ทำต่อเนื่อง โดยเฉพาะทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา–ชลบุรี) ที่มีการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา
ช่วงเริ่มต้นดังกล่าวอยู่ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ ทำให้เห็นว่านี่คือแนวทางที่ “ส่งไม้ต่อ” กันได้ ไม่ผูกกับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
2) ขยายผลแบบมีเหตุผล: เพิ่มกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่ปีใหม่ 2562
อีกหมุดสำคัญคือการขยายการยกเว้นค่าผ่านทางไปยังทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ซึ่งมีที่มาจากข้อสั่งการ/ดำริของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานสังกัดคมนาคม เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ให้เริ่มยกเว้นตั้งแต่ปีใหม่ 2562 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับบูรพาวิถี เพราะเป็นสายทางต่อเนื่องกัน ช่วยระบายรถ ลดคอขวด และลดเวลาหน้าด่าน
ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในกรอบรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในช่วงนั้นคือ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ภาพรวมจึงชัดว่า “ต่างรัฐบาลก็ทำต่อ” เมื่อเห็นว่าเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและระบบจราจรจริง
3) ชมแบบมีหลักฐาน: ทำเพื่อประชาชน แต่กล้าบอกตัวเลขต้นทุน–ผลตอบแทน
คำว่า “ดี” ในภาครัฐ ถ้าวัดไม่ได้ก็เถียงกันไม่จบ แต่จุดแข็งของกทพ. คือการสื่อสารเชิงข้อมูล—ระบุทั้งช่วงเวลา เส้นทาง และประเมินทั้ง “รายได้ที่งดจัดเก็บ” เทียบกับ “ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ” ที่ประชาชนได้รับ
ตัวอย่างกรณีปีใหม่ 2569 มีการประเมินปริมาณรถใช้ทางพิเศษราว 2,378,341 คัน รายได้ที่ไม่จัดเก็บประมาณ 87,214,841 บาท ขณะที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเมินเป็นตัวเงินได้ราว 136,668,014 บาท (รวมทั้งประหยัดค่าใช้รถและประหยัดเวลาเดินทาง)
นี่คือมาตรฐานที่อยากให้หน่วยงานรัฐอื่นทำตาม: ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบาย แต่ยอมให้สังคมตรวจสอบบนฐานข้อมูล
4) ไม่ได้ช่วยแค่ “กระเป๋าเงิน” แต่ช่วย “ระบบจราจร–ความปลอดภัย–มลพิษ”
การยกเว้นค่าผ่านทางไม่ได้หมายถึงแค่ “ลดค่าใช้จ่าย” แต่ช่วยย้ายปัญหาออกจากหน้าด่าน ลดการชะลอ ลดการสะสมรถ และลดความเสี่ยงบนถนน ขณะเดียวกันยังช่วยลดมลพิษบริเวณหน้าด่าน และทำให้การบริหารจราจรช่วงเดินทางหนาแน่นเป็นระบบมากขึ้น
พูดง่าย ๆ: ทางด่วนฟรีไม่ได้แปลว่า “รัฐเสียรายได้แล้วจบ” แต่คือการลดคอขวด ลดความเครียด และทำให้การเดินทางไหลลื่นขึ้นจริง
5) ไม่ใช่แค่ปีใหม่: ทำจริงทุกเทศกาล
นโยบายยกเว้นค่าผ่านทางไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ปีใหม่ แต่ถูกนำไปใช้ในช่วงเทศกาลอื่น ๆ เช่นสงกรานต์ในหลายปีที่ผ่านมา ความสม่ำเสมอแบบนี้ทำให้ประชาชน “คาดหวังได้” และวางแผนการเดินทางได้
6) โบนัสที่สะท้อนหัวใจบริการ: ฟรีทางด่วน + คืนเงิน Easy Pass
ปีใหม่ 2569 ไม่ได้มีแค่ “ฟรี 7 วัน” แต่ยังมีมาตรการสนับสนุนผู้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่นการคืนค่าผ่านทาง (บางเงื่อนไข) เพื่อส่งเสริมการใช้ Easy Pass และลดเวลาหน้าด่าน
ที่สำคัญ กทพ.ประกาศช่วงเวลาชัดเจน และครอบคลุมเครือข่ายทางพิเศษหลักในกำกับ เช่น เฉลิมมหานคร, ศรีรัช, อุดรรัถยา รวมถึงบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ทำให้คนเดินทางวางแผนเส้นทางได้จริง ไม่ต้องเดา
ถ้ารัฐจะเป็น “มืออาชีพ” หน้าตาควรเป็นแบบนี้
กทพ. ทำให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐที่ดีไม่จำเป็นต้องเสียงดัง แต่ต้อง “ทำจริง–ทำต่อเนื่อง–วัดผลได้–สื่อสารชัด” ทางด่วนฟรีจึงไม่ใช่การ “แจก” แบบไร้หลักคิด แต่เป็น “รัฐบริการ” ที่เลือกทำในวันที่ประชาชนต้องการมากที่สุด และทำให้ชีวิตคนง่ายขึ้นจริง
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานข่าวด้านเศรษฐกิจยังสะท้อนว่า กทพ.สามารถเดินเกมบริการสาธารณะควบคู่กับการบริหารองค์กรได้ โดยปี 2567 มีรายได้รวมราว 19,177 ล้านบาท (รายได้ค่าผ่านทางราว 13,465 ล้านบาท และรายได้อื่นราว 5,712 ล้านบาท) เป็นสัญญาณว่าการ “ให้” กับประชาชนในวันสำคัญ ไม่ได้แปลว่าองค์กรจะเดินต่อไม่ได้ หากบริหารอย่างมีวินัยและเพิ่มประสิทธิภาพ
ถ้าจะหา “หน่วยงานรัฐตัวอย่าง” ที่ประชาชนสัมผัสได้—กทพ. ควรถูกยกชื่อขึ้นมาแบบไม่ต้องลังเล
หมายเหตุ/ที่มา
• เอกสารสรุปมติคณะรัฐมนตรี/แนวทางการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษช่วงเทศกาล (กระทรวงคมนาคม/สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี)
• ประกาศและข่าวประชาสัมพันธ์ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เกี่ยวกับการยกเว้นค่าผ่านทางช่วงปีใหม่/สงกรานต์
• รายชื่อคณะรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่ง (สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี)
• รายงานข่าวด้านเศรษฐกิจ/รัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน กทพ.








