Friday, 5 June 2026
กิโยติน

‘เสาชิงช้า-กิโยติน’ สิ้นมงคลดลวิบัติ ใยผู้ดูแล จึง ‘ละเว้น-ปล่อยปละ’ ม็อบ

เสาชิงช้าสร้างมาแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในปี ๒๓๒๗ หน้าเทวสถานโบสถ์พราหณ์ และหน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม พราหมณ์ที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์นี้บ้างก็ว่าสืบทอดมาจากกรุงศรีอยุธยา หรือมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดเพชรบุรี และสืบตระกูลพราหมณ์ราชสำนักมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้มีพระราชครูวามเทพมุนีเป็นหัวหน้าคณะพราหมณ์ประจำเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ 

ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เขียนอธิบายไว้โดยละเอียดว่าพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย หรือพระราชพิธีโล้ชิงช้า นั้นเดิมจัดขึ้นในเดือนอ้าย ต่อมาขยับมาเป็นเดือนยี่ เพื่อนมัสการบูชาพระอิศวร พระนารายณ์ และพระพิฆเนศ โดยเป็นพิธีขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์ โดยที่พราหมณ์ได้อัญเชิญพระเป็นเจ้าเสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์พร้อมกันนี้ก็ได้เชิญเทพยดาองค์อื่นๆ เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระคงคา และพระธรณีมาเข้าเฝ้าและร่วมในพิธีด้วย 

การพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย เดิมเน้นเป็นพิธีฮินดู-พราหมณ์ แต่อย่างเดียว แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้จัดพิธีอย่างพุทธเข้าไปเป็นหลักด้วย เช่น มีพระราชพิธีสงฆ์ให้พระสงฆ์รับพระราชทานฉันที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ มีการสวดมนต์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น 

การพระราชพิธีที่เป็นของฮินดู-พราหมณ์แต่เดิมก็ยังคงอยู่ มีการพระราชทานแต่งตั้งพระยายืนชิงช้า ซึ่งโดยปกติจะเป็นตำแหน่งของเกษตราธิการในจตุสดมภ์ ๔ คือเจ้าพระยาพลเทพ แต่ในภายหลังก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมในแต่ละปีไป ความเรียงอธิบายขั้นตอนและสิ่งประกอบในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายในพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือนนั้น ละเอียดลออ ครบถ้วน หากอ่านจนครบจะเข้าใจและเห็นภาพได้อย่างกระจ่างชัดจนสามารถนำมารื้อฟื้นพระราชพิธีได้ 

อย่างไรก็ตามพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายนี้ได้ถูกยกเลิกไปหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และกรุงเทพมหานครได้ใช้เสาชิงช้าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง อีกทั้งการบูรณะเสาชิงช้าในยุคหลังก็ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร ถือว่ากรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแลสถานที่ ทั้งนี้เสาชิงช้านั้นตั้งอยู่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครด้วย โดยที่เสาชิงช้าเป็นสถานที่สำคัญมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนากรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานของชาติ

16 ตุลาคม พ.ศ. 2336 วันสุดท้ายของ ‘พระนางมารี อ็องตัวแน็ต’ ราชินีฝรั่งเศสผู้ถูกกิโยตินประหารกลางกรุงปารีส

วันที่ 16 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ “พระนางมารี อ็องตัวแน็ต” (Marie Antoinette) พระราชินีแห่งฝรั่งเศส พระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งถูกประหารชีวิตด้วย “กิโยติน” กลางกรุงปารีส หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏต่อแผ่นดินในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส นับเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ

พระนางมารี อ็องตัวแน็ต เป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ฮาพส์บวร์คแห่งออสเตรีย อภิเษกสมรสกับเจ้าชายหลุยส์ (ต่อมาคือพระเจ้าหลุยส์ที่ 16) ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับออสเตรีย แม้พระนางจะมีพระสิริโฉมงดงาม เป็นแฟชั่นไอคอนแห่งยุค แต่กลับถูกประชาชนฝรั่งเศสเกลียดชัง เพราะมองว่าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยและไม่เข้าใจความทุกข์ของราษฎร

เมื่อการปฏิวัติฝรั่งเศสปะทุขึ้นในปี 1789 พระนางและพระสวามีถูกจับกุมและคุมขังที่คุกคองซิแยร์ ก่อนจะถูกนำขึ้นศาลประชาชนในปี 1793 และตัดสินให้ประหารชีวิตในวันที่ 16 ตุลาคม ปีเดียวกัน พระนางก้าวขึ้นแท่นกิโยตินด้วยความสงบ สร้างความสลดใจแก่ผู้เห็นเหตุการณ์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสิ้นสุดของราชวงศ์บูร์บง

หลังการประหาร พระนางมารี อ็องตัวแน็ตกลายเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ถูกจดจำทั้งในฐานะ “เหยื่อแห่งการเมือง” และ “ตัวแทนแห่งความฟุ้งเฟ้อของชนชั้นสูง” ชีวิตของพระนางถูกเล่าขานในวรรณกรรม ภาพยนตร์ และบทเพลงมากมาย สะท้อนบทเรียนสำคัญของยุคปฏิวัติว่า “เมื่ออำนาจหลุดพ้นจากประชาชน สุดท้ายประชาชนย่อมทวงคืนด้วยเลือดและน้ำตา”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top