Thursday, 23 July 2026
กิจการลูกเสือไทย

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา ‘กิจการลูกเสือไทย’ .

วันนี้ เมื่อ 112 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงสถาปนากิจการลูกเสือไทยขึ้น จึงยึดถือเอาวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี เป็น ‘วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ.
ลูกเสือได้กำเนิดครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 โดยท่านลอร์ดบาเดน เพาเวลล์ กิจการลูกเสือในยุคแรกมีจุดประสงค์เพื่อเตรียมคนไว้เป็นทหาร หลายประเทศที่ไม่มีพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร จึงได้จัดให้มีลูกเสืออย่างประเทศอังกฤษบ้าง หลังจากนั้นไม่นานกิจการลูกเสือก็ได้แพร่หลายเข้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

ต่อมาใน พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกองเสือป่าขึ้น เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนได้เข้ารับการอบรม โดยมีจุดประสงค์ที่จะมุ่งอบรมจิตใจให้คนไทยรู้จักรักชาติมีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี และมีความกตัญญู

เมื่อกิจการของเสือป่าเจริญก้าวหน้ามั่นคงดีแล้วพระองค์ จึงทรงพระราชดำริว่า ควรจะได้มีการอบรมของลูกเสือด้วย ดังนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 จึงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งลูกเสือขึ้นในประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ 3 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จากนั้นนานาชาติในยุโรปจึงจัดตั้งกองลูกเสือของตนขึ้น ลูกเสือกลายเป็นองค์การสากลและมีความสัมพันธ์กันทั่วโลก เป็นสื่อผูกมิตรไมตรีกันโดยใช้กฎของลูกเสือ 10 ประการ ผูกสัมพันธ์กันไม่เว้นเชื้อชาติใด ศาสนาใดทั้งสิ้น ถือว่าลูกเสือทั่วโลกเป็นพี่น้องกันหมด

แม้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงสวรรคตแล้วก็ตาม พระราชอนุสรณ์กิจการลูกเสือของพระองค์ท่านได้พัฒนารุ่งเรืองมาตามลำดับจน โดยปัจุบันกลายเป็นกิจการที่สร้างคุณประโยชน์สร้างชื่อเสียงของประเทศให้เป็นที่รู้จักของนานาประเทศทั่วโลก และเพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ท่าน ทางราชการจึงได้กำหนดวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปีเป็น ‘วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ’ หรือ ‘วันลูกเสือ’
 

25 พฤศจิกายน 2468 วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และทรงวางรากฐานพัฒนาชาติหลายด้าน ทั้งการบริหาร การศึกษา วัฒนธรรม

วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทย และทรงวางรากฐานสำคัญให้กับการพัฒนาชาติในหลายด้าน ทั้งการบริหารประเทศ การศึกษา วัฒนธรรม และการทหาร

รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 29 ในรัชกาลที่ 5 เสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวมครองราชย์ 15 ปี พระชนมายุ 45 พรรษา ตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงมีบทบาทโดดเด่นด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองจำนวนมาก และเป็นผู้วางรากฐานวรรณคดีสมัยใหม่ของไทย จนได้รับถวายพระราชสมัญญา 'สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า'

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงริเริ่มสร้าง โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย) แทนการสร้างวัดประจำรัชกาล ด้วยพระราชดำริว่าการศึกษาคือรากฐานของชาติ และควรได้รับการส่งเสริมให้มั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

1 กรกฎาคม 2454 รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนา “กิจการลูกเสือไทย” วางรากฐานเยาวชนให้มีวินัย เสียสละ และรับใช้ชาติ เพื่อปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบ จุดเริ่มต้นขบวนการเยาวชนเพื่อชาติ

วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาและการพัฒนาเยาวชนไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนา “กิจการลูกเสือไทย” ขึ้นอย่างเป็นทางการ นับเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการลูกเสือในประเทศไทย และทำให้วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี ถูกยึดถือเป็น “วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ” หรือ “วันลูกเสือไทย”

กิจการลูกเสือไทยถือกำเนิดขึ้นจากพระราชวิสัยทัศน์ของรัชกาลที่ 6 ที่ทรงเห็นความสำคัญของการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น และพร้อมทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง พระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การพัฒนาประเทศมิได้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่หรือข้าราชการเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการสร้างเยาวชนให้มีคุณภาพตั้งแต่วัยเรียน

ก่อนการสถาปนากิจการลูกเสือไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มกิจการ “เสือป่า” เพื่อฝึกอบรมประชาชนผู้ใหญ่ให้มีความรักชาติ มีวินัย และพร้อมป้องกันประเทศ ต่อมาพระองค์ทรงเห็นว่าเด็กชายและเยาวชนก็ควรได้รับการฝึกฝนในแนวทางเดียวกัน เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่มีความรู้ ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม จึงทรงพระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทยขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454

ลูกเสือไทยจึงมิใช่เพียงกิจกรรมเสริมในโรงเรียน แต่เป็นระบบการฝึกอบรมเยาวชนที่มุ่งสร้างคุณลักษณะสำคัญของพลเมือง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น หลักของลูกเสือเน้นให้เยาวชนรู้จักพึ่งตนเอง มีระเบียบ เคารพกฎกติกา กล้าหาญ ซื่อสัตย์ อดทน และทำความดีเพื่อประโยชน์ของสังคม

กิจกรรมลูกเสือยังช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านการฝึกทักษะชีวิต การเดินทางไกล การอยู่ค่ายพักแรม การทำงานเป็นหมู่คณะ การช่วยเหลือผู้อื่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการฝึกความเป็นผู้นำ สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกเสือเป็นมากกว่าการแต่งเครื่องแบบ แต่เป็นกระบวนการสร้างคนให้มีความพร้อมทั้งด้านวินัยและจิตสาธารณะ

ในสมัยเริ่มต้น กิจการลูกเสือไทยได้รับการวางรากฐานให้สอดคล้องกับแนวคิดลูกเสือสากล แต่ก็ปรับให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย โดยเน้นความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความสามัคคี และความเสียสละเพื่อส่วนรวม ลูกเสือจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาไทย และมีบทบาทในการปลูกฝังอุดมการณ์พลเมืองให้แก่เยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดเวลากว่าศตวรรษ กิจการลูกเสือไทยได้ขยายตัวไปทั่วประเทศ ผ่านโรงเรียน สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เด็กและเยาวชนจำนวนมากได้ผ่านการฝึกลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด ซึ่งล้วนมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีวินัย รู้จักหน้าที่ และพร้อมช่วยเหลือสังคม

ความสำคัญของลูกเสือยังคงปรากฏในโลกปัจจุบัน แม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่คุณค่าพื้นฐานของลูกเสือ เช่น ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความสามัคคี และการช่วยเหลือผู้อื่น ยังเป็นคุณสมบัติจำเป็นของเยาวชนในทุกยุคสมัย ยิ่งโลกเปลี่ยนเร็วเท่าใด การปลูกฝังหลักคิดเรื่องการพึ่งตนเองและการรับผิดชอบต่อสังคมก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ จึงไม่ใช่เพียงวันรำลึกถึงการเริ่มต้นกิจการลูกเสือไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่เตือนให้เห็นถึงบทบาทของการศึกษาในการสร้างพลเมืองที่ดี เพราะอนาคตของชาติไม่ได้เกิดจากความรู้ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว หากต้องอาศัยคุณธรรม วินัย ความเสียสละ และจิตใจที่พร้อมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนากิจการลูกเสือไทย อันเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่วางรากฐานการพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม มีระเบียบวินัย และพร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ

กิจการลูกเสือไทยจึงเป็นมรดกทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนที่ทรงคุณค่า สืบทอดจากพระราชวิสัยทัศน์ของรัชกาลที่ 6 มาจนถึงปัจจุบัน และยังคงย้ำเตือนว่า การสร้างชาติที่มั่นคงต้องเริ่มจากการสร้างคนที่มีวินัย มีน้ำใจ และพร้อมรับผิดชอบต่อสังคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top