Friday, 5 June 2026
การเมืองสงขลา

‘นิพนธ์-สรรเพชญ’ ขึ้นป้ายสวัสดีปีใหม่ 67 ทั่วสงขลา แต่ไร้โลโก้ ปชป. คอการเมืองลือสนั่น!! หรือเลือกตั้ง อบจ.ปี 68 บ้านใหญ่จะหวนคืนสังเวียน?

(27 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวบรรยากาศการเมืองในจังหวัดสงขลา ก่อนการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 มีการพูดถึงพรรคการเมืองที่อยู่คู่ภาคใต้และจังหวัดสงขลามาอย่างยาวนานอย่าง ‘พรรคประชาธิปัตย์’ (ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม) ที่ภายหลังการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจบริหารในพรรค โดยทีมบริหารชุดเก่าแพ้ให้กับทีมบริหารชุดใหม่ ภายใต้การนำของ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน มี ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ สส.สงขลา ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรค พร้อมกับวลี ‘ตระบัดสัตย์’ เพราะเฉลิมชัยเคยลั่นวาจาไว้ว่า “ถ้าผลการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ได้น้อยกว่าเดิม (52 ที่นั่ง) จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต”

แต่เฉลิมชัยกลับเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งหมายถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต แปลความได้ว่า ไม่ได้เลิกเล่นการเมืองจริง สมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งจึงทยอยลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค

แฟนคลับประชาธิปัตย์ต่างมีความเห็นแตกต่างกันไปหลายฝ่าย โดยในจังหวัดสงขลามีการจับตาไปที่ ‘บ้านบุญญามณี’ ซึ่งถือเป็นบ้านใหญ่การเมืองในจังหวัดสงขลา ที่ขณะนี้ มีการขึ้นป้ายสวัสดีปีใหม่ 2567 ไปทั่วเมือง ในขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัว จ.แม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า รูปภาพสวัสดีปีใหม่ของนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.ประชาธิปัตย์หลายสมัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ไม่ปรากฎรูปโลโก้พรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด รวมทั้งเมื่อสำรวจไปพื้นที่เขตอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ สส.ของ นายสรรเพชญ บุญญามณี เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นลูกชายของนายนิพนธ์ก็ไม่มีโลโก้พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมเช่นเดียวกัน ทำให้เป็นที่พูดคุยกันในกลุ่มคอการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงเครือข่ายการเมืองต่างพูดคุยกันว่า มีความไม่ปกติใดเกิดขึ้นหรือไม่ หรืออนาคตจะไม่มี ‘บุญญามณี’ อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์?

นอกจากนี้ ยังพบว่า ภาพป้ายสวัสดีปีใหม่ 2567 ของนายนิพนธ์ บุญญามณี นั้น ยังปรากฏทั่วจังหวัดสงขลา จึงมีการจับโยงวิจารณ์ถึงวาระนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่จะหมดวาระลงในเดือนธันวาคม ปี 67 และจะมีการเลือกตั้งในต้นปี 68 วงร้านกาแฟวิจารณ์กันสนั่นว่า เป็นไปได้หรือไม่? ที่นายนิพนธ์จะย้อนกลับมาลงชิงนายกฯ อบจ.สงขลาอีกครั้ง โดยละทิ้งจากพรรคประชาธิปัตย์

กล่าวสำหรับนายกฯ อบจ.สงขลา ปัจจุบัน ‘ไพเจน มากสุวรรณ์’ นั่งบริหารอยู่ และถือได้ว่าเป็นทีมเดียวกับนายนิพนธ์ โจทย์ของคอการเมืองจึงยากขึ้น ในขณะที่มีการวางตัวคนที่จะมาสืบทอดต่อจากนายไพเจนแล้วด้วย รอเพียงให้เกษียณอายุราชการเท่านั้น

แต่อย่าลืมว่า ‘การเมือง’ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป มีเหตุผลอธิบายได้

หลังวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ “นิพนธ์-สมยศ” ต้องกุมขมับคิดหนัก ในการตัดสินใจครั้งใหญ่

มีคำถามมากมายว่าน้ำท่วมใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ที่โหดร้าย รุนแรง กระทบการเมืองอย่างไร การเมืองในสงขลา / ขั้วนิพนธ์ บุญญามณี ได้ตัดสินใจแล้วย้ายไปภูมิใจไทย จะกลับใจได้ไหม ทันไหม มีสรรเพชญ บุญญามณี / สมยศ พลายด้วง ย้ายตามไปด้วย

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน น้ำท่วมเป็นเหตุ รัฐบาลภายใต้อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี ถูกวิจารณ์หนักถึงความล้มเหลวในการบริหารภาวะวิกฤต จะมีผลให้กลุ่มนิพนธ์ /สมยศ ตัดสินใจไม่ย้ายพรรคได้หรือไม่
-จะกลื่นเลือด หรือกลับคำ

สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะ สงขลา ไม่ได้เป็นแค่ภัยพิบัติธรรมชาติ แต่ส่งแรงสะเทือนทางการเมืองเป็น “โดมิโน” โดยเฉพาะ ขั้วนิพนธ์ บุญญามณี ที่ตัดสินใจย้ายไปพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แล้ว

1) การเมืองสงขลาที่กำลังสั่นไหว เดิมมีสัญญาณชัดว่า นิพนธ์ บุญญามณี ตัดสินใจย้ายไปภูมิใจไทย มีสรรเพชญ บุญญามณี และสมยศ พลายด้วง ตามไปด้วย

เตรียม “แพ็กทีม” ย้ายตามไปด้วย ถือเป็น “บล็อกการเมือง” ที่มีฐานคะแนนแข็งในเมืองสงขลา ย่านควนลัง–คอหงส์ และเครือข่าย อบจ./อบต.ที่เข้มแข็ง

การย้ายครั้งนี้เกือบจะลงล็อกอยู่แล้ว แต่…?

2) น้ำท่วมทำให้สถานการณ์เปลี่ยน สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น น้ำท่วมครั้งนี้กลายเป็น “ตัวแปรใหม่” เพราะประชาชนตั้งคำถามดังๆ ว่า

รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน บริหารวิกฤตล้มเหลว
 -แจ้งเตือนช้า /ไม่เน้นย้ำ
 -การช่วยเหลือไม่ทัน
 -ภาพรวมการประสานงานดูยุ่งเหยิง
 -ท้องถิ่นต้องแก้ปัญหาเอง
 -ภูมิใจไทยในฐานะพรรคเจ้ากระทรวงหลัก ถูกวิจารณ์หนัก
 -ให้ข้าราชการเป็นแพะรับบาป

เมื่อรัฐบาลเสียภาพลักษณ์ คนที่กำลังจะย้ายเข้าภูมิใจไทย…ย่อมต้อง คิดหนัก คิดใหม่

3) คำถามสำคัญ: กลุ่มนิพนธ์–สมยศ จะ “กลืนเลือด” หรือ “กลับคำ”?

ปัจจัยที่อาจทำให้ “ไม่ย้าย”
1.กลัวถูกมองว่าเลือกพรรคผิดเวลา น้ำท่วมยังไม่ทันแห้ง ประชาชนกำลังโกรธรัฐบาล หากประกาศย้ายตอนนี้ ถูกด่าเละแน่
2.ภาพลักษณ์พื้นที่ในสงขลา ยังเป็นพื้นที่ที่คนให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อปัญหาน้ำท่วม ใครขยับผิดจังหวะ คะแนนหายทันทีแน่นอน
3.คะแนนเสียงฐานเดิมของนิพนธ์คอการเมืองสงขลารู้ดีว่า
ยี้ห้อ “บุญญามณี” การันตีได้ มีน้ำหนักในพื้นที่
แต่เสี่ยงถูกกัดเซาะคะแนน หากไปอยู่พรรคที่เพิ่งถูกวิจารณ์จากภัยพิบัติ
4.สัญญาณภายในภูมิใจไทยเอง ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจัดการวิกฤตได้ดี ภูมิใจไทย (ภท.)อาจตกอยู่ในโหมด “ป้องกันความเสียหาย” มากกว่าดึงคนเข้า ภูมิใจไทยจะกู้วิกฤตได้ด้วยมาตรการฟื้นฟู-เยียวยา ที่เร็วและแรงพอ ไม่งั้นตายอย่างเขียด

4)แต่โอกาส “กลืนเลือด แล้วย้ายต่อ” ก็ยังมี มุมกลับคือ กลุ่มนิพนธ์อาจเลือก “เดินหน้าตามดีลเดิม” ด้วยเหตุผลคือ
 -ดีลผลประโยชน์และพื้นที่เลือกตั้งอาจลงตัวไปหมดแล้ว
 -การเมืองระดับชาติยังต้องรอดู “ปีเลือกตั้ง”
 -ภท. อาจแก้วิกฤตได้บางส่วนในช่วงต่อไป
 -กลุ่มนิพนธ์ต้องการพรรคที่ให้โอกาสทางการเมืองมากกว่าพรรคเดิม

สรุปว่า

แนวโน้มที่ 1 — กลับคำ ไม่ย้าย (50%)
น้ำท่วมส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์รัฐบาล–ภูมิใจไทย หากคะแนนเสียงในพื้นที่สะเทือนหนัก  กลุ่มนิพนธ์อาจ “พับดีล” หรือ “ชะลอ” การย้าย

แนวโน้มที่ 2 กลืนเลือด แล้วย้ายต่อ (50%)
ถ้าดีลผลประโยชน์/พื้นที่ได้เปรียบมากกว่า และประเมินว่าคะแนนไม่เสียมากก็อาจเดินหน้าตามแผน แม้สถานการณ์จะไม่เอื้อ

ประโยคสรุปสั้นที่สุด
น้ำท่วมทำให้เกมย้ายพรรคของกลุ่มนิพนธ์–สมยศ “ไม่จบเหมือนเดิม” แต่เปิดโอกาสให้ทุกอย่าง “กลับตาลปัตร” ได้ทันที หากประชาชนโทษรัฐบาลหนักขึ้นเรื่อยๆ

แต่นักการเมืองไม่ควรชักเข้าชักออก ตัดสินใจแล้วเดินหน้า แพ้ชนะไปว่ากันในสนามเลือกตั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top