Thursday, 4 June 2026
การเมืองญี่ปุ่น

เลือกตั้งวันเดียวกัน แต่คนละวิธี: ไทยกากบาท X vs ญี่ปุ่นเขียนชื่อ เทียบระบบลงคะแนนให้เห็นข้อดี-ข้อเสีย และบทเรียนที่ไทยหยิบใช้ได้โดยไม่ต้องรื้อทั้งระบบ

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ประชาธิปไตยไม่ได้อยู่แค่รัฐธรรมนูญหรือกติกาใหญ่ แต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดบนกระดาษหนึ่งใบ เพราะ “วิธีลงคะแนน” กำหนดว่า ประชาชนต้องใช้ความรู้-ความจำ-ความมั่นใจระดับไหนกว่าจะส่งเจตจำนงของตัวเองไปถึงหีบเลือกตั้ง

1) ไทย: เลือกด้วยการทำเครื่องหมายให้ชัด - เร็ว ง่าย และลดความผิดพลาด
ระบบไทยคุ้นเคยกับการ “กากบาท X” ในช่องที่กำหนด ซึ่งข้อดีเชิงปฏิบัติการคือ:
•    ตัดสินใจแล้วทำได้ทันที ลดภาระการเขียน
•    นับคะแนนได้เร็วและเป็นมาตรฐาน
•    ลดความเสี่ยงสะกดผิดหรือชื่อคล้าย
แต่ด้านกลับคือ มันเปิดพื้นที่ให้การเมืองแบบ “จำเบอร์/จำสัญลักษณ์/จำภาพ” เติบโตได้ง่าย เพราะประชาชนจำนวนหนึ่งอาจไปถึงหน่วยโดยยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก แล้วตัดสินใจจากสิ่งที่จำได้เร็วที่สุด

2) ญี่ปุ่น: เลือกด้วยการเขียนชื่อ - ย้ำตัวตนคน/พรรค แต่แลกกับต้นทุนความผิดพลาด
ญี่ปุ่นในหลายการเลือกตั้งใช้แนวทางให้ผู้มีสิทธิเขียน “ชื่อผู้สมัคร” (ในเขต) และ “ชื่อพรรค” (ในแบบสัดส่วน) แทนการกาในช่อง ซึ่งเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกตั้งทันที
ข้อดีหลัก ๆ คือ:
•    บีบให้ผู้มีสิทธิ “จำชื่อ” และรู้จักคน/พรรคมากขึ้นในเชิงรูปธรรม
•    เพิ่มแรงกดดันให้ผู้สมัครสร้างความน่าเชื่อถือรายบุคคล ไม่ใช่พึ่งกระแสอย่างเดียว
•    ทำให้การเลือกแบบ “ให้คะแนนคน” กับ “ให้คะแนนพรรค” แยกจากกันชัด
แต่ข้อเสียก็หนักและจับต้องได้:
•    เสี่ยงบัตรเสียจากการเขียนผิด เขียนไม่ชัด หรือสะกดไม่ถูก
•    ชื่อคล้ายกันอาจสร้างความกำกวมและเพิ่มภาระการตรวจนับ
•    คนดังหรือชื่อจำง่ายได้เปรียบ ขณะที่คนทำงานเงียบ ๆ อาจเสียเปรียบ
•    ต้นทุนระบบสูงขึ้น: ต้องใช้เวลานับคะแนนมากขึ้นและจัดการข้อโต้แย้งมากขึ้น

3) 3 จุดต่างที่ทำให้ “วันเลือกตั้ง” ให้ผลทางการเมืองไม่เหมือนกัน
3.1 เกมหาเสียง: จาก “จำเบอร์” ไปสู่ “จำชื่อ”
เมื่อวิธีลงคะแนนต่างกัน เกมสื่อสารก็เปลี่ยน: ระบบกากบาทเอื้อต่อการตลาดที่ทำให้จำง่ายเร็ว ส่วนระบบเขียนชื่อบังคับให้สร้างการจดจำแบบลึกขึ้น แต่ก็เพิ่มความได้เปรียบของคนที่ชื่อดังอยู่แล้ว
3.2 บัตรเสีย: ใครถูกตัดออกจากประชาธิปไตยมากกว่า
บัตรเสียไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือเสียงของคนที่หล่นหายไปจากระบบ ระบบเขียนชื่ออาจเพิ่มความเสี่ยงกับผู้สูงอายุ ผู้ที่เขียนช้า หรือไม่มั่นใจในการสะกด ขณะที่ระบบกากบาทลดภาระนี้ แต่ก็ยังต้องออกแบบบัตรให้ชัด ลดความสับสน และสื่อสารให้ตรง
3.3 ความเร็วประกาศผล vs ความมั่นใจในเจตนา
ระบบกากบาทมักนับง่ายและประกาศผลเร็วกว่า ส่วนระบบเขียนชื่อใช้ทรัพยากรและเวลามากกว่า แต่ให้ความรู้สึกว่า “ฉันระบุคน/พรรคเอง” ชัดเจนกว่า นี่คือการแลกเปลี่ยนระหว่างประสิทธิภาพกับความละเอียดของเจตนาที่รัฐต้องชั่งน้ำหนัก

ศึกในสภาญี่ปุ่น!! ‘ทาคาอิจิ’ โดนจี้มาตรฐานเงินการเมือง หลังรับส่งของขวัญมูลค่าหลายหมื่นเยน ย้ำใช้เงินทุนการเมือง ฝ่ายค้านชี้สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ความไม่ไว้วางใจพรรคเสรีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

(26 ก.พ. 69) ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เผชิญเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน หลังยอมรับมอบของขวัญมูลค่าหลายหมื่นเยนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้ง

ในการประชุมรัฐสภา ทาคาอิจิกล่าวว่าพรรคสาขาท้องถิ่นได้ใช้เงินทุนทางการเมืองจัดส่งแคตตาล็อกของขวัญที่มีราคาประมาณ 30,000 เยนต่อคนให้สมาชิก 315 คน เธอยอมรับเรื่องนี้ในคำตอบต่อสมาชิกฝ่ายค้าน หลังสื่อรายงานเรื่องนี้เมื่อวันก่อน

จุนยะ โอกาวะ หัวหน้าพันธมิตรปฏิรูปสายกลางกล่าวว่า "แนวคิดเรื่องการแจกของขวัญสะท้อนวัฒนธรรมเก่าของพรรคเสรีประชาธิปไตย" ขณะที่กฎหมายของญี่ปุ่นมีข้อบังคับเข้มงวดเรื่องเงินทุนทางการเมือง การละเมิดกฎหมายเป็นที่ถกเถียง

เรื่องนี้เกิดในช่วงที่ประชาชนมีความไม่ไว้วางใจพรรคเสรีประชาธิปไตยหลังเกิดคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับกองทุนลับปี 2023 และทาคาอิจิถูกกล่าวหาเรื่องเงินบริจาคเกินกฎหมายหลังรับตำแหน่งในปี 2025 ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลในสังคม

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top