Friday, 5 June 2026
กรมส่งเสริมการเรียนรู้

‘ตรีนุช’ กางโรดแมป 60 วัน ยุบ ‘กศน.’ ตั้ง ‘กสร.’ ยกฐานะเป็นนิติบุคคลใต้ ศธ.

(23 มี.ค.66) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น จากนี้ภายใน 60 วันหลังพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ หรือภายในวันที่ 19 พฤภาคม 2566 พ.ร.บ. ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 25561 จะถูกยกเลิก และยกฐานะสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จากหน่วยงานภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.) ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ 1.การเรียนรู้ตลอดชีวิต 2.การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และ 3.การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ศธ.ได้กำหนดภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกิดการตั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ เช่น กำหนดอำนาจหน้าที่ โครงสร้าง และหน่วยงานภายในของ กสร., ประสาน สป.ศธ.เพื่อออกแบบและแนวทางให้ได้มาซึ่งคณะอนุกรรมการขัาราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กสร. และประสานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อออกแบบและแนวทางให้ได้มาซึ่งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ. ) กสร., การจัดตั้ง ยุบ รวม เลิก รวมถึงโอนภารกิจ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้สิน รวมถึงข้าราชการ ลูกจ้างและอัตรากำลังทั้งหมด จากสป.ศธ.ไปขึ้นกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวม วิเคราะห์ และเสนอถ่ายโอนเรื่องต่างๆ, เร่งรัดให้มีการจัดทำกฎหมายรอง ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เพื่อจัดเตรียมกฎหมาย ประกาศกระทรวง ประกาศกรม และระเบียบกรมไว้ เพื่อให้เกิดการจัดทำให้แล้วเสร็จทันตามกรอบของระยะเวลาในแต่ละมาตรา และ การปฏิรูปหลักสูตรการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นต้น

“กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ผนึกกำลัง “4 กระทรวง” คิกออฟ “สกร.จิตอาสาฯ-สกร.ร่วมใจพัฒนา” 7 จว. ร่วมเร่งฟื้นฟู ‘เมืองหาดใหญ่’ หลังประสบอุทกภัย สะท้อน สกร. เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

เมื่อวานนี้ (30 พ.ย. 68) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมจัดกิจกรรม Kick Off การฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างเร่งด่วนและทั่วถึงซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อห่วงใยและนโยบายเร่งด่วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการการช่วยเหลือ พร้อมทั้งสอดคล้องกับ คำสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่กำชับให้สถานศึกษาและหน่วยงานในสังกัดเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในทุกมิติ

ขณะที่ส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นำโดย นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ร่วมจัดกำลัง “สกร.จิตอาสาฯ-สกร.ร่วมใจพัฒนา” จาก 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี ระนอง และภูเก็ต รวมกว่า 300 คน ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ Big Cleaning ในเขตอำเภอหาดใหญ่ รวม 9 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนสำคัญ ได้แก่ ตำบลคอหงส์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอหาดใหญ่ ชุมชนเพชรเกษม ชุมชนภาสว่าง ชุมชนมุสลิมบริเวณวงเวียนน้ำพุ วัดปรักริมสระน้ำ ท่าเคียน ชุมชนท่าเคียนใน-ท่าเคียนนอก ชุมชนหน้าควน-หมู่บ้านฟ้าใส ต.ควนลัง ตำบลคูเต่า ตำบลคลองแห รวมถึง โรงเรียนนานาชาติเซาท์เทิร์น หาดใหญ่ เพื่อเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาให้กลับมาเปิดเรียนได้โดยเร็ว โดยมีครู สกร. อำเภอหาดใหญ่ร่วมประสานงานอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่

นอกเหนือจากการปฏิบัติภารกิจ Big Cleaning ในวัน Kick Off แล้ว สกร. ยังได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 โดยสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคใต้ นำโดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้ร่วมกับ สกร.จังหวัดสงขลา จัดทำข้าวกล่องรวมจำนวน 11,621 กล่อง แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา

สถาบัน สกร. ภาคใต้ ยังได้เปิดสถานที่ให้บริการที่พักแก่ผู้ประสบภัยและทีมอาสาที่ลงมาช่วยเหลือจำนวนรวมกว่า 200 คน พร้อมทั้งจัดบริการน้ำใช้สำหรับประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ รวมกว่า 3,503,000 ลิตร คิดเป็นจำนวนกว่า 1,000 คันรถขนน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงวิกฤต

ขณะเดียวกัน สกร. จังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ก็ได้จัดตั้งโรงครัวช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง เช่น สกร.ภูเก็ต ที่ประกอบอาหารแจกจำนวน 200 กล่องต่อวัน เป็นเวลา 3 วัน (28-30 พฤศจิกายน 2568) และจัดมอบถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูในพื้นที่ประสบภัย

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การขับเคลื่อนภารกิจครั้งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการของ 4 กระทรวง และสะท้อนความเข้มแข็งของเครือข่าย “ครอบครัว สกร.” ที่พร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์

“ดิฉันรู้สึกทึ่งในพลังของ สกร. ทุกคน ทั้งจากพื้นที่สงขลาและจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งกำลังสนับสนุนอย่างรวดเร็ว ชื่นชมในน้ำใจและความสามัคคีของทุกฝ่าย ภารกิจวันนี้สะท้อนชัดเจนว่า สกร. จะก้าวข้ามทุกความท้าทายไปด้วยกัน และยังคงเป็นที่พึ่งของประชาชนในยามเดือดร้อน” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวด้วยว่า ภารกิจ Big Cleaning และมาตรการช่วยเหลือที่ดำเนินการต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ เป็นการตอกย้ำบทบาทและความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาปลอดภัย พร้อมรองรับการดำเนินชีวิต การทำงาน และการเรียนรู้ของประชาชนโดยเร็วที่สุด


#THESTATESTIMES
#NewsFeed
#กรมส่งเสริมการเรียนรู้
#อุทกภัย
#น้ำท่วมภาคมใต้
#สงขลา
#หาดใหญ่

เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้นำ “ตัวจริงเสียงจริง” แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เสริมงานเดิม-สร้างงานใหม่ ให้เท่าทันสังคมโลก พาคนไทยทุกวัยเข้าถึงโอกาสเรียนรู้อย่างเท่าเทียม

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในฐานะหน่วยงานใหม่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ อาจยังเป็นชื่อที่หลายคน “ไม่คุ้นหู” สักเท่าไหร่ เพราะเพิ่งยกฐานะจากสำนักงาน กศน. มาเป็น “กรม” เมื่อปี 2566 แต่แท้จริงแล้วกรมฯ แห่งนี้ คือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ “การศึกษาไม่จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียน” ดูแลการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของทั้งประเทศ ผ่านเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ตลอดจนศูนย์การเรียนรู้บนพื้นที่สูง หมู่บ้านชาวไทยภูเขา และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ของกรมฯ เอง เช่น ระบบข้อมูลผู้เรียน และแพลตฟอร์มส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

หัวใจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 คือการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” “การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง” และ “การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ” เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ที่ทันโลก ควบคู่กับการพัฒนาคนให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา กรมฯ ยังมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาสื่อ เทคโนโลยี ระบบเทียบโอนผลการเรียน ตลอดจนการดูแลกลุ่มเป้าหมายพิเศษและคนพิการให้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้อย่างเท่าเทียม 

ในห้วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจาก “กศน.” สู่ “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ภารกิจเหล่านี้ถูกส่งไม้ต่อมาสู่อธิบดีคนสำคัญ คือ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ภายหลังจากที่เคยทำหน้าที่รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผ่านประสบการณ์ทั้งในสนามปฏิบัติการจริง และในระดับนโยบายมาอย่างยาวนาน 

หลังเข้ารับตำแหน่ง ก็ได้ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า สกร. จะเป็น “ตัวจริงเสียงจริงของการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ภายใต้แนวคิด “เสริมงานเดิม สร้างงานใหม่ ให้เท่าทันสังคมโลก By สกร.” และมุ่งสร้าง “ฐานการเรียนรู้ในทุกครัวเรือน” ไม่ใช่เพียงในห้องเรียนหรือศูนย์การเรียนรู้เท่านั้น 

สำหรับประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานของ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช…

>>วุฒิการศึกษา 
-ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โครงการคุรุทายาท
-ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาฟิสิกส์เชิงเคมี (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยมหิดล

เส้นทางการทำงานก่อนดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ 

-เริ่มต้นอาชีพในฐานะ “ครูฟิสิกส์” ที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ก่อนเติบโตเป็นครูชำนาญการ และครูชำนาญการพิเศษ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8

-เปลี่ยนเส้นทางมาสู่งานบริหารและพัฒนาบุคลากร เป็นนักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

-ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีบทบาทสำคัญในการใช้ข้อมูลและตัวชี้วัดเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ

-ขยับขึ้นสู่ระดับบริหารกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวง และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ทำงานทั้งด้านกำกับติดตามและการสื่อสารนโยบายสู่สาธารณะ

-ก่อนเข้ารับตำแหน่งอธิบดี สกร. ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดูแลนโยบายและแผนด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประเทศ

>>ผลงานและบทบาทสำคัญ 

-ร่วมผลักดันนโยบายสำคัญด้านการศึกษา ผ่านบทบาทในคณะทำงานและอนุกรรมการหลายชุด เช่น คณะทำงานพิจารณาแผนการศึกษาแห่งชาติ คณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ และคณะทำงานด้านพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

-เป็นคณะกรรมการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะอนุกรรมการด้านระบบสื่อสารสนเทศและการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบดิจิทัล สนับสนุนการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

-มีบทบาทในคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการของรัฐสภาหลายชุด ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา การผลิตและพัฒนาครู รวมถึงคณะทำงานด้านกฎหมายและสุขภาพจิต สะท้อนมุมมองการพัฒนาคนแบบองค์รวมทั้งด้านการเรียนรู้และคุณภาพชีวิต

เมื่อก้าวสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นางเกศทิพย์นำประสบการณ์ทั้ง “หน้างานจริง-งานนโยบาย” มาตีความพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ให้เป็นรูปธรรม โดยประกาศชัดว่า สกร. จะไม่ใช่ผู้จัดการศึกษาแข่งกับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่เป็น “ผู้ส่งเสริม สนับสนุน และเชื่อมโยง” ให้คนทุกวัยมีโอกาสเรียนรู้ในแบบของตนเอง ผ่าน 3 รูปแบบการเรียนรู้ที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิด Up-skill และ Re-skill ด้วยหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ “ช่วงวัย คุณภาพชีวิต และอาชีพ” ของประชาชนจริง ๆ 

หนึ่งในนโยบายที่เธอให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ “การอ่าน” ซึ่งถูกยกระดับให้เป็น “กุญแจสู่การเรียนรู้และการพัฒนาคนให้ทันโลก” ผ่านทั้งการส่งเสริมห้องสมุดประชาชน การจัดกิจกรรมอ่านสร้างอาชีพ และการจับมือกับภาคีเครือข่าย เช่น โครงการ Read For The Future ที่มอบหนังสือคุณภาพให้ห้องสมุดชุมชนหลายพื้นที่ เพื่อให้การอ่านกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกวัยทั่วประเทศ 

พร้อมกันนี้ ภายใต้การนำของนางเกศทิพย์ สกร. ยังเดินหน้าสร้างเครือข่ายและนวัตกรรมการเรียนรู้ในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการย้ำบทบาท “Knowledge Connector” ที่เชื่อมประชาชนกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเงิน ความปลอดภัยไซเบอร์ ทักษะอาชีพและช่างฝีมือ การผลักดันความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างบริษัทไทยคม ในการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ศูนย์การเรียนบนพื้นที่สูง 25 แห่ง เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล 

ตลอดจนการใช้แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างท้องฟ้าจำลองกรุงเทพเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ ผ่านโครงการประกวดภาพวาดไทย-ญี่ปุ่นที่เชื่อมศิลปะ วิทยาศาสตร์ และมิตรภาพระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน 

จากภาพรวมผลงาน จะเห็นได้ว่านางเกศทิพย์ไม่ได้เพียงทำหน้าที่ “ผู้บริหารกรม” แต่ทำหน้าที่ “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านระบบการเรียนรู้ของประเทศ” ที่มีทั้งฐานคิดทางวิชาการที่แข็งแรง ประสบการณ์ทำงานเชิงระบบ และความเข้าใจชีวิตผู้เรียนในพื้นที่จริง เธอให้ความสำคัญกับบุคลากรครู สกร. ในฐานะกำลังหลักของงาน ลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจ พร้อมวางแนวทางความก้าวหน้าในสายอาชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงให้คนทำงานปลายทาง ซึ่งล้วนสะท้อนภาพผู้นำที่ทั้ง “เก่งงาน-เข้าใจคน-มองไกล” 

การที่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช มารับตำแหน่งอธิบดี จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อผู้บริหาร แต่คือการได้ผู้นำที่มีประสบการณ์ครบทุกมิติ ตั้งแต่ห้องเรียนระดับโรงเรียน ไปจนถึงโต๊ะประชุมระดับชาติ เธอมีทั้งวิสัยทัศน์ด้าน “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ความเข้าใจเชิงกฎหมายและนโยบายสาธารณะ และเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในและต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้สามารถ “สานต่อสิ่งที่ดี สร้างสิ่งใหม่ที่ทันโลก” ขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ทุกครัวเรือน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และวางรากฐานให้คนไทยทุกวัยเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และพร้อมเผชิญโลกอนาคตไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top