Friday, 5 June 2026
กรมทางหลวงชนบท

ทช. ดัน 2 สะพานข้ามทะเล ‘เกาะลันตา & สงขลา’ รอเสนอ ครม.สัญจร อนุมัติงบก่อสร้าง 6.2 พันลบ.

รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) แจ้งว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เตรียมลงพื้นที่ จ.พัทลุง และ กระบี่ เพื่อตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและติดตามโครงการในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมรวมทั้งเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย. นี้

ในส่วนของ ทช.จะเสนอความคืบหน้าการดำเนินงาน 2 โครงการ งบประมาณรวม 6,283 ล้านบาท ได้แก่ 

1.) โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ระยะทาง 2.200 กม. วงเงิน 1,648 ล้านบาท โดยออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนเรียบร้อย อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อขอความเห็นชอบรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนม.ค. 65 รวมทั้งเสนอ ครม. ขอยกเว้นมติห้ามใช้ป่าชายเลนในเดือนก.พ. 65 และเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณค่าก่อสร้างโครงการเงินกู้ หากได้รับอนุมัติจะประกวดราคาหาผู้รับจ้าง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปี 66 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี แล้วเสร็จปี 69

ลักษณะโครงการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่เชื่อมต่อเกาะลันตากับแผ่นดินใหญ่ จุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 4206 ต.เกาะกลางสิ้นสุดเชื่อมต่อกับทางหลวงชนบทสาย กบ.5035 ต.เกาะลันตาน้อย ความยาวรวม 2.200 กม. ช่วงสะพานยาว 1.920 กม. และทางเชื่อมยาว 280 เมตร สะพานมีขนาด 2 ช่องไปกลับ กว้างช่องละ 3.75 เมตร ไหล่ทางกว้างด้านละ 2.50 เมตร สามารถจัดให้เป็น 4 ช่องได้ในอนาคต 

ส่วนรูปแบบสะพานมีความกว้างช่องลอด 110 เมตร ความสูงช่องลอด 15.40 เมตร เพื่อใช้เดินเรือ ประกอบด้วย สะพานคานขึง (Extradosed Bridge) และสะพานคานยื่น (Balance Cantilever Bridge) เมื่อแล้วเสร็จจะลดเวลาการเดินทางเพียง 2 นาที ตลอด 24 ชม. จากปัจจุบันข้ามแพขนานยนต์จากท่าเรือบ้านหัวหิน ต.เกาะกลาง ไปเกาะลันตาน้อยประมาณ 2 ชม. รวมทั้งมีข้อจำกัดให้บริการ 06.00 น. - 22.00 น.

'สุริยะ' เร่งเคลียร์ถนนแม่ฮ่องสอน หลังดินสไลด์ปิดกั้นทางสัญจร สั่ง!! 'กรมทางหลวงชนบท' จัดการด่วน ล่าสุดลุล่วงภารกิจ

กรมทางหลวงชนบท รับมืออุทกภัยเร่งด่วน นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าพื้นที่จัดการบริเวณที่มีดินสไลด์บนถนนสาย มส.3004 แยก ทล. 105 - บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้โดยเร็วตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันสัญจรผ่านได้เรียบร้อยแล้ว

(19 ก.ย. 66) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยแขวงทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน หมวดบำรุงทางหลวงชนบทแม่สะเรียง จัดเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าพื้นที่ดำเนินการจัดการดินที่สไลด์ลงมากีดขวางทางจราจรบนถนนทางหลวงชนบทสาย มส.3004 แยก ทล.105 - บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ช่วง กม.ที่ 48 +000 เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้เกิดดินสไลด์บริเวณสายทางดังกล่าว

ปัจจุบันได้ดำเนินการเปิดเส้นทางโดยจัดการสิ่งกีดขวาง เพื่อให้ประชาชนสัญจรผ่านได้อย่างสะดวกปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ตลอดจนได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ตามข้อสั่งการของ 'นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม'

ทั้งนี้ ทช. จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง และจะให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

‘สุริยะ’ มอบ ‘ทางหลวงชนบท’ พัฒนาถนนเลียบชายฝั่งอ่าวไทย รับนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยว 'เมืองรอง' ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน

(14 มิ.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมพร้อมแผนรองรับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมในทุกมิติให้มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย

ซึ่งนายสุริยะ ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สำหรับการสนับสนุนการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย (Thailand Riviera) ถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.4002 (กม. ที่ 13+100) - บ้านแหลมสันติ (ตอนที่ 2) อำเภอหลังสวน และละแม จังหวัดชุมพร เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรแล้ว โดยจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเป็นรูปธรรม ให้ประชาชนสามารถเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น หาดตะวันฉาย หาดละแม ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทยอย่างยั่งยืน ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทาง โดยมีจุดเริ่มต้น กม. ที่ 19+891 อยู่บนถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.4019 เชื่อมต่อกับ ทล.4002 (ช่วง กม. ที่ 13+100) ด้านขวาทาง ห่างจากปากน้ำหลังสวน 1.5 กิโลเมตร (กม.) ไปสิ้นสุด กม. ที่ 26+644 ห่างจากหาดละแม 1.5 กม. ผ่านมหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านแหลมสันติ ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร รวมระยะทาง 6.753 กม. ก่อสร้างเป็นถนนลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้เส้นทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 105.440 ล้านบาท 

ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้พัฒนาเส้นทางเพื่อสนับสนุนนโยบายและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงถนนสายรองจากถนนสายหลักเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจในเมืองรอง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง

‘กรมทางหลวงชนบท’ ระดมกำลัง!! เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย พร้อมติดตั้ง ‘สะพานเบลีย์’ บนสายทางที่ขาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ปชช.

(21 ก.ย.67) นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงราย ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรง จากลมมรสุมที่พาดผ่าน ส่งผลให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก จนเกิดน้ำป่าไหลหลาก กัดเซาะคอสะพาน และสายทางจนไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนเป็นจำนวนมาก ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย) และแขวงทางหลวงชนบทเชียงราย ลงสำรวจสายทางที่ได้รับผลกระทบ และเร่งฟื้นฟูให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายอภิรัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มีเศษโคลนติดค้างเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ และกำลังคน เพื่อเร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน จึงได้สั่งการเพิ่มเติมไปยัง สำนักงานทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ใกล้เคียง ให้ระดมเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ และกำลังคน เข้าช่วยเหลือ เพื่อร่วมทำงานกับสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย) แขวงทางหลวงชนบทเชียงราย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การฟื้นฟูสายทาง การทำความสะอาด ฉีดล้างดินโคลนบริเวณบ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน อำนวยความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน (วันที่ 21 ก.ย. 67 เวลา 10.00 น.) พบสายทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบ สัญจรผ่านไม่ได้ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย นครพนม อุดรธานี และหนองคาย จำนวน 11 สายทาง ดังนี้

1. สะพานบนถนนสาย ชร.1041 แยก ทล.1 - บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
2. สะพาน ชร.016 สะพานแม่น้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
3. สะพาน ชร.007 สะพานพ่อขุนเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
4. ถนนสาย นพ.3065 แยก ทล.212 - บ้านหนองสาหร่าย อำเภอบ้านแพง, ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม (ช่วง กม.ที่ 3+000 ถึง 3+500)
5. ถนนสาย นพ.4059 แยก ทล.2032 - บ้านไทยสบาย อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม (ช่วง กม.ที่ 9+850 ถึง 10+350)
6. ถนนสาย นค.3043 แยก ทล.212 - บ้านหนองบัวเงิน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 10+500 ถึง 10+800)

7. ถนนสาย นค.5027 แยกทางหลวงชนบท นค.3009 - บ้านสร้างคอม (ตอนหนองคาย) อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 7+525 ถึง 8+850 และ 12+825 ถึง 13+400)
8. ถนนสาย นค.3042 แยก ทล.211 - บ้านธาตุน้อยกลางน้อย อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 16+300 ถึง 17+300)
9. ถนนสาย นค.7046 แยก ทล.212 - บ้านเหล่าต่างคำ อำเภอเมือง, โพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 1+850 ถึง 3+800)
10. ถนนสาย นค.1034 แยก ทล.2 - บ้านโนนสีทอง (ตอนอุดรธานี) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี (ช่วง กม.ที่ 9+000 ถึง 11+000)
11. สะพาน นค.029 สะพานห้วยเป อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

นายอภิรัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับสะพานบนสายทางในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ถนนสาย ชร.1041 แยก ทล.1 - บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบหนัก คอสะพานขาด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งสะพานเหล็กสำเร็จรูป (Bailey Bridge) คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานให้กับประชาชนได้ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

‘เจือ ราชสีห์’ ผลักดัน!! กรมทางหลวงชนบท นำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี จ้างที่ปรึกษาโครงการ ศึกษาความเหมาะสม สร้างสะพานข้าม ‘ทะเลสาบสงขลา’

(23 ส.ค. 68) ชาวสงขลา ขอบคุณ ‘นายเจือ ราชสีห์’ ล่าสุดกรมทางหลวงชนบท ได้นำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จำนวน 9 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เพื่อเชื่อม เทศบาลนครสงขลา อ.เมืองสงขลา - อ.สิงหนคร จ.สงขลา

พิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท คนที่ 12 ดัน 2 โปรเจกต์ใหญ่ภาคใต้-เร่งแก้จุดคอขวดทั่วไทย เดินหน้า 12 นโยบาย ยกระดับมาตรฐานถนนชนบท มุ่งทุกเส้นทางเชื่อม “โอกาส-ความปลอดภัย-ความสุข”

กรมทางหลวงชนบท เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 จากการโอนภารกิจมาจากกรมโยธาธิการและกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท มีหน้าที่พัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สนับสนุนการคมนาคม การขนส่ง การท่องเที่ยว การพัฒนาชายแดน และการพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการ รวมถึงช่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลทางหลวงท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานที่ปลอดภัยและยั่งยืนทั่วประเทศ

การได้ “พิชิต หุ่นศิริ” มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบทคนที่ 12 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จึงถูกคาดหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนภารกิจเหล่านี้ให้เดินหน้าอย่างมีทิศทางและต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของไทย

วันนี้ THE STATES TIMES จะพาแฟนเพจทุกคนมารู้จัก “พิชิต หุ่นศิริ” อธิบดีกรมทางหลวงชนบท คนที่ 12 

พิชิต เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2514 เริ่มต้นเส้นทางวิชาชีพจากสายวิศวกรรมโยธา โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2537 และต่อยอดความรู้ด้านงานโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ ด้วยปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมโครงการพื้นฐานและการบริหาร) จากสถาบันเดียวกันในปี 2559

นอกจากวุฒิการศึกษาแล้ว ยังผ่านหลักสูตรฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงหลายด้าน ทั้งการบริหารภาครัฐ การปกครองระดับสูง นักบริหารการเงินการคลังภาครัฐ และหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการงบประมาณ ซึ่งช่วยเสริมมุมมองทั้งเชิงเทคนิคและเชิงนโยบายในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่

เส้นทางรับราชการของพิชิตผูกพันอยู่กับงานทางหลวงชนบทมาอย่างต่อเนื่อง เขาเริ่มก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับพื้นที่เมื่อปี 2554 ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดปราจีนบุรี ต่อเนื่องมากับตำแหน่งผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทปราจีนบุรี (ชื่อหน่วยงานที่ปรับใหม่) ระหว่างปี 2558-2559

จากนั้นย้ายมาดูแลพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญฝั่งตะวันออกในตำแหน่งผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทชลบุรี ช่วงปี 2559-2561 ซึ่งเป็นช่วงที่โครงข่ายทางหลวงชนบทในพื้นที่อุตสาหกรรมและท่องเที่ยวต้องรองรับปริมาณการเดินทางที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ประสบการณ์ภาคสนามที่หลากหลาย นำไปสู่บทบาทเชี่ยวชาญระดับภูมิภาค โดยในช่วงปี 2561-2565 พิชิตดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านบำรุงรักษาทาง) ที่สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 3 ชลบุรี ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักบำรุงทางในปี 2565 ดูแลมาตรฐานบำรุงรักษาทางหลวงชนบททั้งประเทศอย่างเป็นระบบ

ปลายปี 2565 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ด้านบำรุงทาง) รับผิดชอบนโยบายและการบริหารงานบำรุงรักษาทางทั่วประเทศ ซึ่งเป็นฐานสำคัญก่อนก้าวสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบทในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามมติคณะรัฐมนตรี

หลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดี พิชิตได้ประกาศแนวคิดหลัก “ทางหลวงชนบท สร้างความสุข-DRR MAKES HAPPINESS” พร้อมมอบนโยบาย 12 ข้อ เพื่อเป็นกรอบการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัด ตั้งแต่ส่วนกลาง สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 1-18 ไปจนถึงแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ

นโยบายดังกล่าวครอบคลุมทั้งการยกระดับคุณภาพโครงข่ายทางหลวงชนบท การเพิ่มความปลอดภัยทางถนน การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยบริหารจัดการงานบำรุงรักษา การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมุ่งประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ด้านโครงการลงทุนขนาดใหญ่ พิชิตผลักดันอย่างชัดเจนให้กรมทางหลวงชนบทเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะ 2 โครงการสำคัญในภาคใต้ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (กระแสสินธุ์-เขาชัยสน) วงเงินประมาณ 4,841 ล้านบาท และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา (เกาะกลาง-เกาะลันตาน้อย) จังหวัดกระบี่ วงเงินประมาณ 1,854 ล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านบาท เพื่อช่วยลดเวลาเดินทาง เพิ่มความปลอดภัย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนรอบข้าง

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับปรุงจุดตัดคอขวดสำคัญ เช่น โครงการอุโมงค์ทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกศูนย์ราชการ จังหวัดเชียงราย วงเงินกว่า 849 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการจราจรหน้าสนามบินและรองรับการเติบโตของการค้าและการท่องเที่ยวในภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังมีการเร่งสำรวจและวางแผนแก้ไขจุดตัดคอขวดสำคัญในภูมิภาคอื่น ๆ ควบคู่กันไป เพื่อให้การเดินทางบนโครงข่ายถนนชนบททั่วประเทศมีความคล่องตัวและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ในมิติภาพลักษณ์องค์กรและบทบาทต่อสังคม นายพิชิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานและคนไทย ผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และการสื่อสารกับประชาชน เช่น การประกาศจัดกิจกรรมประดับไฟสะพานภูมิพล 1 และ 2 ในวันนวมินทรมหาราช เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสะท้อนบทบาทของโครงข่ายสะพานและถนนที่รับใช้ประชาชนตามพระราชปณิธานด้านการพัฒนาประเทศ

พร้อมกันนั้น กรมทางหลวงชนบทภายใต้การนำของเขายังมุ่งเน้นมาตรการอำนวยความปลอดภัยการเดินทางช่วงเทศกาล ผ่านการจัดขบวนรถอำนวยความสะดวกและการตรวจความพร้อมโครงข่ายทางร่วมกับหน่วยงานในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างมั่นใจ

เมื่อติดตามเส้นทางชีวิตและผลงานของ “พิชิต หุ่นศิริ” จะเห็นภาพของข้าราชการวิศวกรที่เติบโตจากหน้างานภาคสนามจนถึงระดับนโยบาย ผ่านทั้งการสะสมประสบการณ์ในพื้นที่ การพัฒนาตนเองด้านวิชาการและการบริหาร และการขับเคลื่อนโครงการที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชนจริง ๆ วันนี้ในฐานะอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เขาจึงเปรียบเสมือน “แม่ทัพทางหลวงชนบท” ที่ผสมผสานมุมมองวิศวกรรม ความเข้าใจพื้นที่ และวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อพาโครงข่ายทางหลวงชนบทไทยเดินหน้าอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย โปร่งใส และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำให้ประชาชนและชุมชนในทุกภูมิภาคสามารถไว้วางใจได้ว่า ถนนทุกเส้นทางที่กรมทางหลวงชนบทดูแล จะเป็นเส้นทางสู่โอกาส ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top