Monday, 8 June 2026
World

‘เทียนจิน’ ไม่ธรรมดา!! ได้รับรองจาก ‘กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด’ หลังอวดโฉม ‘นาข้าว’ ผสมผสานศิลปะ 3 มิติใหญ่ที่สุดในโลก

(29 ต.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, เทียนจิน รายงานว่า เมื่อไม่นานนี้ แปลงเพาะปลูกข้าว ขนาดรวม 50,798.390 ตารางเมตร ในเขตหนิงเหอ เทศบาลนครเทียนจินทางตอนเหนือของจีน ได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส (Guinness World Records) ให้เป็นนาข้าวที่มีศิลปะ 3 มิติ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

รายงานระบุว่าศิลปะสามมิติบนนาข้าวนี้เริ่มต้นเพาะปลูกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 ภายใต้หัวข้อ “ฉลองการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมความสามัคคีและความสวยงาม” โดยมีการนำเสนอองค์ประกอบต่างๆ เช่น พื้นที่ชุ่มน้ำ กวางหมีลู่ และรวงข้าว

‘เกาหลีใต้’ ร่วมไว้อาลัย ครบรอบ 1 ปี ‘โศกนาฏกรรมอิแทวอน’ ด้านห้าง-ร้าน ‘งดจัดฮาโลวีน’ เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ล่วงลับ

(29 ต.ค. 66) เทศกาลฮาโลวีนในเกาหลีใต้ปีนี้ เต็มไปด้วยความเงียบเหงา ในวันครบรอบ 1 ปีโศกนาฏกรรมอิแทวอน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 160 รายเมื่อปีที่ผ่านมา โดยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร บาร์ รวมถึงสวนสนุกหลายๆ แห่งในเกาหลีใต้ เลี่ยงกิจกรรมในเทศกาลดังกล่าวในปีนี้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเหยื่อของโศกนาฏกรรมดังกล่าว

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้คนเพียงไม่กี่คนที่สวมใส่คอสตูมฮาโลวีนในย่านอิแทวอน ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวยอดนิยมในเทศกาลฮาโลวีนในปีก่อนๆ ขณะที่ผู้คนจำนวนมากพากันไปวางดอกไม้ไว้อาลัย และแปะโพสต์อิทที่มีข้อความแสดงความเสียใจบนกำแพงที่ถูกจัดไว้ รวมถึงจุดธูปหน้ารูปถ่ายของเหยื่อ

ขณะที่ในย่านฮงแด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในกรุงโซล ก็มีผู้คนไม่มากนักเช่นกันที่สวมคอสตูมฮาโลวีน แต่ไม่มีรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยใดๆ ทั่วเกาหลีใต้ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม

ทางการเกาหลีใต้ได้ระดมกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ นับพันคนลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม เพื่อควบคุมฝูงชนและดูแลความปลอดภัยของผู้คนที่มาเดินอยู่บนท้องถนนในย่านอิแทวอน และย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่สำคัญๆ อีก 15 แห่งในกรุงโซล

โศกนาฏกรรมอิแทวอนสร้างความโศกเศร้าทั่วประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี นอกจากนี้ประชาชนยังโกรธแค้นที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อประเด็นด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบต่างๆ แม้จะมีบทเรียนมาแล้วจากเหตุเรือเฟอร์รีเซวอลในปี 2557 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 304 ราย ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่ไปทัศนศึกษา

‘โฮ เซฮุน’ นายกเทศมนตรีกรุงโซล ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง ด้วยการแบกรับความโศกเศร้าและความรับผิดชอบอันหนักหน่วงต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น วิธีเอาชนะความเจ็บปวดและความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ตำรวจประกาศผลการสอบสวนถึงเหตุโศกนาฏกรรมอิแทวอนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า กำลังมีการดำเนินคดีอาญา ซึ่งรวมถึงการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาและประมาทเลินเล่อต่อเจ้าหน้าที่ 23 คน ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาคดี แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมอยู่ด้วย

ในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐสภาที่ฝ่ายค้านเป็นผู้ควบคุมได้ลงมติถอดถอนนายลี ซังมิน รัฐมนตรีกระทรวงความปลอดภัยเกาหลีใต้จากเหตุการณ์ที่อิแทวอน แต่ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ก็กลับคำสั่งถอดถอนนายลีดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม

ครอบครัวของเหยื่อและผู้สนับสนุนเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ออกมาขอโทษอย่างจริงใจมากขึ้น และให้ยอมรับกระบวนการสอบสวนที่เป็นอิสระ โดยมีการออกแถลงการณ์ว่า ทัศนคติของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลได้สร้างบาดแผลที่ลึกและเจ็บปวดมากขึ้นให้กับพวกเขา สิ่งที่พวกเขาต้องการทราบมีเพียงสาเหตุว่าอะไรทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในวันที่ 29 ตุลาคม 2022 ขณะที่ผู้คนอีกหลายพันคนต้องใช้ชีวิตกับบาดแผลในจิตใจ

ครอบครัวของผู้สูญเสียจะจัดพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์นี้ โดยมีการเชิญประธานาธิบดียุนให้เข้าร่วมงานด้วย แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้นำเกาหลีใต้ตัดสินใจที่จะไม่ไปร่วมงานดังกล่าว เพราะกลัวว่าคู่แข่งทางการเมืองจะนำประเด็นนี้ไปขยายผลทางการเมือง

เกาะศึกชิงดำ!! รถไฟฟ้าอีวีโปรเจกต์ X จากซัพพลายเออร์ไอโฟน 'ไทย' ลุ้น!! ชน 'อินเดีย' เบียดขึ้นแท่นปั้น EV 3 ที่นั่งป้อน 3 ประเทศ

(30 ต.ค. 66) เพจ 'BTimes' เผยว่า ฟ็อกซ์คอนน์จ่อผลิตรถอีวีขนาดเล็กส่งขายอินเดีย ญี่ปุ่น ไทย ปีละ 100,000 คัน ลุ้นตั้งโรงงานผลิตในไทย

เอ็มไอเอช คอนซอร์เตียม (MIH Consortium) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือฟ็อกซ์คอนน์ ซัพพลายเออร์รายยักษ์ใหญ่ผลิตไอโฟนจากไต้หวัน เปิดเผยว่า เตรียมผลิตและขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือรถอีวีขนาดเล็กใน 3 ประเทศของเอเชีย ได้แก่ อินเดีย, ญี่ปุ่น และไทย ด้วยเป้าหมายการขายปีละ 100,000 คันในตลาดทั้ง 3 ประเทศดังกล่าว

นายแจ็ค เฉิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ เอ็มไอเอช คอนซอร์เตียม กล่าวว่ารถอีวีขนาดเล็กอยู่ในโครงการชื่อว่า 'โปรเจกต์เอ็กซ์' โดยเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 3 ที่นั่ง แบตเตอรี่ไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนสลับได้ ที่สำคัญ มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 2 ถึงระดับ 4 ซึ่งขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งานของผู้ขับรถ สำหรับที่นั่งในรถอีวีขนาดเล็กรุ่นนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้เป็นทั้ง 2 ที่นั่ง และ 3 ที่นั่ง 

เฉิง กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาสรุปที่ตั้งฐานการผลิตรถอีวีขนาดเล็ก ซึ่งมีเพียง 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เนื่องจากฟ็อกซ์คอนน์มีโรงงานอยู่แล้ว หรืออินเดีย เนื่องจากเอ็มไอเอช คอนซอร์เตียม มีหุ้นส่วนธุรกิจอยู่ในประเทศแล้ว 

ตั้งเป้าหมายผลิตปีละ 100,000 คัน เพื่อจำหน่ายในประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น และไทย โดยจะเริ่มเข้าสู่ตลาดใน 3 ประเทศนี้ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป แบ่งเป็น 50% หรือ 50,000 คัน ขายในอินเดีย ในไทยขาย 20-30% หรือ 20,000-30,000 คัน และในญี่ปุ่นอยู่ที่ 20% หรือราว 20,000 คัน 

เอ็มไอเอช คอนซอร์เตียม จะให้ใบอนุญาตเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาของรถอีวีขนาด 3 ที่นั่งนี้กับบริษัทเอ็ม โมบิลิตี้ ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพในเครือกลุ่มบริษัทมหินทราในอินเดีย ดังนั้น บริษัทเอ็ม โมบิลิตี้ จะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถอีวีขนาดเล็กในทั้ง 3 ประเทศด้วย 

ทั้งนี้ ราคาของรถอีวีโปรเจกต์เอ็กซ์ ซึ่งมี 3 ที่นั่งนี้ ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนออกมา แต่เป็นไปได้ที่จะมีราคาถึงคันละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 740,000 บาท 

จีนเผยยอดใช้ 'เหรินหมินปี้' ข้ามพรมแดน 9 เดือนแรกปี 66 โต 24% เป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ชี้!! ทิศทางข้างหน้ายังสดใส

(30 ต.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ธนาคารประชาชนจีนหรือธนาคารกลางของจีน รายงานว่าการชำระเงินและการรับเงินข้ามพรมแดนด้วยสกุลเงินเหรินหมินปี้ (RMB) หรือสกุลเงินหยวนของจีน ช่วงเดือนมกราคม-กันยายน รวมอยู่ที่ 38.9 ล้านล้านหยวน (ราว 194.5 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบปีต่อปี

รายงานระบุว่าการค้าสินค้าข้ามพรมแดนที่ชำระเงินด้วยสกุลเงินเหรินหมินปี้ครองสัดส่วนร้อยละ 24.4 ของการค้าสินค้าข้ามพรมแดนที่ชำระเงินด้วยสกุลเงินภายในประเทศและสกุลเงินต่างชาติ ซึ่งเพิ่มขึ้น 7 จุด เมื่อเทียบปีต่อปี และเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

สกุลเงินเหรินหมินปี้ยังคงทำหน้าที่เป็นสกุลเงินเพื่อการเงินได้ดีขึ้น ขณะที่มีการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติต่าง ๆ เช่น การให้กู้ยืมในต่างประเทศโดยธนาคารภายในประเทศ และการออกพันธบัตรภายในประเทศโดยสถาบันในต่างประเทศ ส่วนการลงทุนด้วยสกุลเงินเหรินหมินปี้และสภาพแวดล้อมทางการเงินยังคงดีขึ้นต่อเนื่อง

การซื้อขาย ณ ตลาดสกุลเงินเหรินหมินปี้นอกชายฝั่งมีความคึกคักเพิ่มขึ้น โดยยอดคงเหลือของเงินฝากสกุลเงินเหรินหมินปี้ ณ ตลาดนอกชายฝั่งกลุ่มหลักอยู่ที่ราว 1.5 ล้านล้านหยวน (ราว 7.5 ล้านล้านบาท) เมื่อนับถึงสิ้นปี 2022 ซึ่งกลับสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์

ธนาคารฯ จะทำงานเกื้อหนุนการค้าและการลงทุน ปรับปรุงระบบและโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับการลงทุนข้ามพรมแดนด้วยสกุลเงินเหรินหมินปี้ การเงินและการชำระเงินเพื่อธุรกรรม และสนับสนุนการพัฒนาอันดีของตลาดสกุลเงินเหรินหมินปี้นอกชายฝั่ง

‘นายกฯ อิสราเอล’ ชี้เข้าสู่สงครามระยะ 2 ส่งทหารลุยกาซาภาคพื้นดิน อ้าง!! ไม่ได้เป็นฝ่ายก่ออาชญากรรมสงคราม

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 66) นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กำลังดำเนินการอยู่ในฉนวนกาซาขณะนี้ถือเป็นระยะที่ 2 ของสงครามกับฮามาส พร้อมยืนยันว่ามีการส่งผู้บัญชาการของอิสราเอลกระจายกำลังไปทั่วทั้งฉนวนกาซาแล้ว

เนทันยาฮูกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของพวกเขาชัดเจนมาก ขณะนี้กองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลได้บุกเข้าไปยังฐานที่มั่นของปีศาจเพิ่มเติม เพื่อรื้อถอนกลุ่มฮามาสและนำตัวประกันกลับบ้าน

เนทันยาฮูกล่าวว่า นี่จะเป็นสงครามที่ยาวนานและยากลำบาก แต่เราจะชนะ และเราจะเป็นผู้คว้าชัย พร้อมกับเปรียบเทียบสงครามครั้งนี้ว่าเป็นสงครามประกาศเอกราชครั้งที่ 2 ของอิสราเอล เราจะสู้ เราจะไม่ยอมแพ้ เราจะไม่ถอนตัว ไม่ว่าจะบนดินหรือใต้ดิน

ผู้นำอิสราเอลยังบอกด้วยว่า อย่ามากล่าวหาว่าเราก่ออาชญากรรมสงคราม มันเป็นเพียงวาทกรรมหลอกลวง เราคือกองทัพที่มีคุณธรรมมากที่สุดบนโลกนี้ IDF กำลังใช้ความระมัดระวังในการปกป้องพลเรือน ฮามาสต่างหากที่เป็นฝ่ายก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ใช้คนของตนเองเป็นโล่มนุษย์

ทั้งนี้ IDF ระบุว่าพวกเขาได้ส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินทางตอนเหนือของอิสราเอล และดูเหมือนพวกเขาจะเคลื่อนที่จากที่นั่นลงไปทางตอนใต้ด้วย ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้แจกใบปลิวเหนือท้องฟ้าเมืองกาซา เตือนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ว่าพื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นสนามรบ และพวกเขาจะต้องลงไปทางตอนใต้

ปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอลเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการยิงถล่มฉนวนกาซาทางอากาศที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เห็นพ้อง!! ‘กาตาร์’ รับบท ‘คนกลาง’ ยุติขัดแย้ง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’ เหตุมีสัมพันธ์ที่ดีกับหลายขั้วอำนาจ-ช่วยหยุดรอยร้าวมาแล้วหลายครั้ง

สงครามระหว่าง ‘อิสราเอล’ และ ‘กลุ่มติดอาวุธฮามาส’ ในปาเลสไตน์ยังคงเดือดต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าฝ่ายใดจะลดราวาศอกลง โดยเฉพาะฝ่ายอิสราเอลที่ยังประกาศเดินหน้าแผนการโจมตีภาคพื้นดิน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากมติขององค์การสหประชาชาติที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิง 

ท่ามกลางวิกฤติที่ดูไร้หนทางออก ในขณะเดียวกันนี้ หลายฝ่ายเริ่มฝากความหวังไว้กับประเทศกาตาร์ ในบทบาทการเป็น ‘คนกลาง’ ในการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามในปาเลสไตน์ ก่อนสูญเสียชีวิตพลเมืองมากกว่านี้

เหตุใด ‘กาตาร์’ จึงกลายเป็นประเทศที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นคนกลางในสถานการณ์ตอนนี้? 

ในขณะที่ ‘หลายชาติในโลกตะวันตก’ และ ‘โลกมุสลิม’ มีการแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ในกรณีความขัดแย้งในปาเลสไตน์ กาตาร์กลับเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลากหลายขั้วอำนาจ อาทิ ฝ่ายชาติตะวันตกและสหรัฐอเมริกา, กลุ่มติดอาวุธฮามาส รวมถึงคู่ขัดแย้งในโลกอื่น ๆ อย่างอิหร่าน และ รัสเซีย อีกด้วย 

ซึ่งการวางตัวเป็นมิตรกับกลุ่มต่าง ๆ และ พยายามรักษาสมดุลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้กาตาร์ได้รับบทบาทในการเป็นคนกลางในการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งต่างขั้วหลายครั้ง

อาทิ การเป็นเจ้าภาพงานประชุมทวิภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกากับอัฟกานิสถาน ภายใต้การนำของรัฐบาลตอลีบานเป็นครั้งแรกตั้งแต่กองกำลังตอลีบานบุกยึดกรุงคาบูล ในปี 2021 และยังเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ในการแลกเปลี่ยนนักโทษการเมืองได้สำเร็จเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะผิดสัญญาเรื่องการส่งมอบเงินสำรองต่างประเทศจำนวน 6 พันล้านเหรียญคืนให้อิหร่าน แต่ก็ได้โอนเงินจำนวนนั้นให้แก่รัฐบาลกาตาร์เพื่อเก็บรักษาไว้จนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลง 

อีกทั้ง กาตาร์ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลในย่านตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับ ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งในด้านความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เป็นผู้ผลิตน้ำมันชั้นนำประเทศหนึ่งของโลก และยังเป็นเจ้าของสื่อยักษ์ใหญ่ Al Jazeera สื่อที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในย่านตะวันออกกลาง 

จึงทำให้กาตาร์มีศักยภาพเพียงพอที่จะได้รับความไว้วางใจจากหลายฝ่าย แม้แต่ เอมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสยังให้เครดิตกาตาร์ ที่ทำให้การเจรจาปล่อยตัวประกันชาวอเมริกัน 2 คนแรก ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ 

แต่ทั้งนี้ ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มในย่านตะวันออกกลาง ทั้ง ฮามาส, ตอลิบาน หรือ อิหร่าน ก็ทำให้กาตาร์ถูกมองว่าเป็นชาติที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย  

มิหนำซ้ำ กับอิสราเอล ที่ประกาศไม่ยอมเจรจากับกลุ่มฮามาสที่ถูกรัฐบาลอิสราเอลขึ้นทะเบียนเป็น ‘กลุ่มก่อการร้าย’ ทุกกรณี ก็ไม่ไว้วางใจกาตาร์ และยังมองว่า กาตาร์ใช้สื่อ Al Jazeera ของตนเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มฮามาส และชาวมุสลิมโจมตีอิสราเอล และได้มีคำสั่งให้ปิดสำนักงานข่าว Al Jazeera ในอิสราเอลด้วย 

แต่สำหรับสหรัฐอเมริกา มองว่าในนาทีนี้ คงไม่มีชาติใดเหมาะสมในการเป็นคนกลางได้ดีเท่ากาตาร์อีกแล้ว และที่ผ่านมารัฐบาลกาตาร์ก็แสดงความสามารถในการเจรจาได้อย่างลุล่วงมาหลายครั้ง ซึ่งล่าสุด แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้เดินทางเยือนกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับภารกิจทางการทูตในการแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้

และเมื่อได้แรงหนุนจากสหรัฐอเมริกา ยิ่งทำให้สถานะ และ บทบาทของกาตาร์ ในตะวันออกกลางมีความโดดเด่นมากขึ้น และถูกคาดหวังว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยให้วิกฤติในปาเลสไตน์สามารถสงบลงได้ แม้เพียงแค่ชั่วคราวก็ยังดี 

‘ญาติตัวประกัน’ จี้ ‘อิสราเอล’ หยุดถล่มฉนวนกาซา แล้วหันมาช่วยเหลือตัวประกันให้ปลอดภัยเสียก่อน

(30 ต.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดาครอบครัวของชาวอิสราเอลที่ถูกกลุ่มติดอาวุธฮามาสจับไปเป็นตัวประกันไว้ในฉนวนกาซา ในเหตุปฏิบัติการจู่โจมอย่างสายฟ้าแลบของกลุ่มติดอาวุธฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค.เป็นต้นมา ได้พากันรวมตัวที่กรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลระงับปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา แล้วหันมาช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกจับตัวไปนั้นให้เป็นอิสระอย่างปลอดภัยก่อน

โดยนายโนอัม อาลอน แฟนหนุ่มของนางอินบาร์ ไฮมาน ซึ่งถูกกลุ่มติดอาวุธฮามาสจับตัวไประหว่างเที่ยวงานเทศกาลดนตรีนั้น ได้แสดงทรรศนะว่า ควรช่วยเหลือตัวประกันทุกคนให้ได้รับความปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธฮามาสให้สิ้นซากถือเป็นเป้าหมายที่ 2 ซึ่งการทำให้สำเร็จ 2 เป้าหมายในเวลาเดียวกันไม่สามารถทำได้

นอกจากนี้ ครอบครัวชาวอิสราเอลผู้ถูกจับไปประกันอีกรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ญาติของพวกเขาที่ถูกจับตัวไปนั้น มีอายุมากแล้ว ดังนั้น จึงเหลือเวลาอีกไม่มาก จึงอยากให้รัฐบาลอิสราเอลรีบช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัยให้เร็วที่สุด

'Huawei' ร้อนแรง!! 3 ไตรมาสแรกโกยแหลก ยอดขายแตะ 2.28 ล้านล้านบาท โต 2.4%

(31 ต.ค.66) เพจ 'China Report ASEAN - Thailand' เผยข้อมูลตัวเลขผลประกอบการของ 'หัวเว่ย (Huawei) โดยพบว่า ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจีนรายนี้ มีรายได้ 3 ไตรมาสแรก (มกราคม-กันยายน 2566) อยู่ที่ 4.56 แสนล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเวลาเดียวกัน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 16% 

ขณะที่รายได้ของ หัวเว่ย ในช่วงครึ่งแรกของปี 66 นั้น อยู่ที่ 3.1 แสนล้านหยวน หรือ ราว 1.55 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น3.1% กำไรสุทธิ 15%

โดย หัวเว่ย ระบุด้วยว่า ผลการดำเนินงานโดยรวมสอดคล้องกับความคาดหวังของบริษัทฯ 

'ทรัมป์' ประกาศ!! จะห้ามชาวมุสลิมเข้าสหรัฐฯ หากได้นั่งแท่นประธานาธิบดีอีกครั้ง

(31 ต.ค.66) โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับปากต่อที่ประชุมชาวยิวพรรครีพับลิกันว่า จะนำคำสั่งห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ กลับมาใช้ หากได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง 

ทรัมป์ วัย 77 ปี กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดประจำปีของพันธมิตรชาวยิวพรรครีพับลิกัน (Republican Jewish Coalition) ที่ลาส เวกัส รัฐเนวาดา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาจะสกัดผู้ก่อการร้ายเคร่งศาสนาอิสลามไม่ให้เข้าสหรัฐฯ ด้วยการนำคำสั่งห้ามเข้าประเทศกลับมาใช้อีกครั้ง 

ทรัมป์ประกาศใช้คำสั่งดังกล่าวอย่างครอบคลุมกับผู้เดินทางมาจากอิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซีเรีย, เยเมน, อิรัก และซูดาน 

ตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2017 แม้ว่ามีคนฟ้องศาลว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มผู้นับถือศาสนา แต่นโยบายนี้ได้รับความนิยมจากฐานเสียงของเขา ต่อมา โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต สั่งยกเลิกคำสั่งนี้เมื่อรับตำแหน่งในปี 2021

เวทีนี้เป็นการประชุมของผู้บริจาคชาวยิวที่ทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ นอกจากทรัมป์แล้ว ยังมีผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2024 ขึ้นเวทีอีกหลายคน เช่น รอน ดีแซนทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาที่กล่าวว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เป็นเหตุโจมตีชาวยิวร้ายแรงที่สุดนับจากเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว หรือโฮโลคอสต์

ขณะที่ สว.ทิม สกอตต์ รัฐเซาท์แคโรไลนา ที่กล่าวว่า ต้องมีเคมีบำบัดทางวัฒนธรรมในการต่อสู้กับมะเร็งร้ายอย่างกระแสต่อต้านชาวยิว และ นิกกี เฮลีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ประกาศว่า จะแก้ไขนิยามคำว่าต่อต้านชาวยิวให้ครอบคลุมถึงการไม่ยอมรับสิทธิการดำรงอยู่ของอิสราเอลด้วย

'เมสซี่' เบียด 'ฮาแลนด์-เอ็มบัปเป้' ผงาดคว้าบัลลงดอร์สมัยที่ 8

(31 ต.ค.66) ‘ลิโอเนล เมสซี่’ แข้งซูเปอร์สตาร์โลกได้รับเลือกให้คว้ารางวัลลูกฟุตบอลทองคำหรือบัลลงดอร์ 2023 มาครอง ในพิธีประกาศรางวัลที่ประเทศฝรั่งเศส

เมสซี่เบียดเอาชนะทั้ง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มาพร้อมผลงาน 56 ประตู กับ 3 เเชมป์ และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ หัวหอกปารีสแซงต์แชร์กแมง กับผลงาน 1 แชมป์ลีกเอิงและ 1 รองแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส

แข้งวัย 36 ปีพาเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิงโดยทำไป 21 ประตู กับ 20 แอสซิสต์ ใน 41 นัดทุกรายการ ก่อนจะย้ายไป อินเตอร์ ไมอามี่ ในเมเจอร์ ลีก สหรัฐอเมริกา ผลงานชิ้นโบว์เเดงคือพาทีมชาติอาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์มาครอง

"ผมขอบคุณมาก เเละอยากเเบ่งปันรางวัลนี้ให้เพื่อนร่วมทีมชาติของผม สตาฟ โค้ช, ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ผมดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่อีกครั้งเพื่อจะได้เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลานี้ การคว้าเเชมป์ฟุตบอลโลกคือการบรรลุเป้าหมายที่สูงสุดของผม ผมของเเบ่งปันรางวัลนี้ให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วม" เมสซี่ขึ้นกล่าวในพิธีรับรางวัล

เมสซี่ยังคงสร้างสถิติคว้ารางวัลนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลข 8 สมัยมากที่สุดในประวัติการณ์ อันดับ 2 คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ไป 5 สมัย เเต่ไม่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งเเรกในรอบ 20 ปี

>> ส่วนรางวัลอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไอตานา บอนมาติ ผงาดคว้ารางวัล ‘บัลลงดอร์ เฟมิแน็ง’ หรือลูกฟุตบอลทองคำฝ่ายหญิง จากผลงานพา บาร์เซโลน่าทีมหญิง คว้าแชมป์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หญิง พร้อมพาสเปน คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลกหญิง 2023

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รับเลือกให้คว้ารางวัล กองหน้ายอดเยี่ยม ประจำปี 2023 หรือ ‘แกร์ด มุลเลอร์ โทรฟี่’

จู๊ด เบลลิ่งแฮม กองกลางตัวเก่งของรีล มาดริด สโมสรชื่อดังของศึก ลาลีก้า สเปน ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม ประจำปี 2023

เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ ผู้รักษาประตูแอสตัน วิลล่าเเละทีมชาติอาร์เจนตินา คว้ารางวัล ‘ยาชิน โทรฟี่’ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำปี 2023
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top