Monday, 29 June 2026
TheStatesTimes

“บิ๊กตู่” สั่งตรึง "ดีเซล" 30 บาท ต่อลิตร  ชี้เห็นใจผู้ประกอบการ- ปชช. แต่ราคาน้ำมันพุ่งตามกลไกตลาดโลก  สั่ง ก.พลังงาน แจง 

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความเดือดร้อน ของสมาคมขนส่งหรือสมาคมรถบรรทุก ซึ่งรัฐบาลได้พยายามดูแลอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์น้ำมันโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่รู้ว่าจะขึ้นอีกเท่าไหร่ 

ในช่วงที่ผ่านมาทุกรัฐบาลได้มีการบริหารจัดการในเรื่องนี้มาตลอด โดยการเอากองทุนน้ำมันออกไปช่วย ซึ่งเราก็ช่วยมาตลอด ทั้งที่ความจริงแล้วราคาน้ำมันสูงมากกว่านี้ เราจะพยายามตรึงราคาให้ได้ลิตรละ 30 บาท ซึ่งในราคานี้ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเดือนละประมาณ 6,000 กว่าล้านบาท และสถานการณ์ปัจจุบันนี้ติดลบแล้วเราก็ต้องมาพิจารณาว่าอีกสองเดือนข้างหน้าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 

“เห็นใจผู้ประกอบการขนส่งทุกคน แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ยังมีความขัดแย้งในหลายส่วน หลายกลุ่มด้วยกัน สถานการณ์น้ำมันยังคงเป็นอย่างนี้อีกระยะ รัฐบาลพยามตรึงให้ได้ลิตรละ 30 บาท ปัจจุบันเรามีน้ำมันอยู่หลายประเภท เช่น บี7 บี 10 บี 20 ราคา ซึ่งราคาต่างกัน เพราะมีส่วนผสมที่แตกต่าง โดยหากเราใช้เงินไปอุดหนุนราคาน้ำมันประเภทใดประเภทหนึ่งมากไป ก็จะทำให้น้ำมันอีกส่วนสูงขึ้น จะต้องดูตรงนี้ด้วย แต่เราก็จะคุมราคาน้ำมันดีเซลให้ได้ 30 บาทต่อลิตรก่อน” พล.อ.ประยุทธ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะทำอย่างไรให้กองทุนน้ำมันเกิดความคล่องตัว ต้องมาดูว่าหาเงินมาจากไหน  เงินกู้จะกู้ได้หรือไม่ ถ้าได้จะได้เท่าไร สิ่งเหล่านี้นายกฯ ได้พิจราณามาตลอด และเตรียมพร้อมในเรื่องนี้

ส่วนการเรียกร้องให้ราคาน้ำมันลิตรละ 25 บาท นั้นก็ต้องดูต้นทุนเป็นอย่างไร เรื่องน้ำมันมีปัญหาเยอะมาก เพราะเราใช้น้ำมันภายในประเทศมาก ต้องยอมรับว่า บ้านเราเจริญเติบโต ถนนหนทางพอดี จึงมีการใช้น้ำมันเยอะ  

รู้ทัน ‘โจรกรรมไซเบอร์’ ภัยใกล้ตัวที่อาจไม่คาดคิด!! | Click on Clear THE TOPIC EP.68

???? พลาดไม่ได้!! พบกับแขกรับเชิญพิเศษ ‘คุณณัฐ พยงค์ศรี’ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
???? ใน Topic : รู้ทัน ‘โจรกรรมไซเบอร์’ ภัยใกล้ตัวที่อาจไม่คาดคิด!!

ร่วมจับประเด็น เน้นความรู้ได้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC 

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

'Arab Street' ถนนสายอาหรับ ณ กรุงเบอร์ลิน...มรดกมีชีวิตที่ ‘Angela Merkel’ มอบให้

เหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือนำมาซึ่งผู้อพยพเข้าสู่ยุโรปจำนวนมหาศาล ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปมีนโยบายทั้งรับและไม่รับผู้อพยพเหล่านั้น แต่สหพันธรัฐเยอรมันภายใต้ ‘Angela Merkel’ นายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายรับผู้อพยพด้วยการเปิดพรมแดนของเยอรมนีสำหรับผู้ลี้ภัย 1 ล้านคนในปี พ.ศ. 2558 จนทำให้เกิดความแตกแยกในยุโรป และทำให้เห็นถึงความไม่พอใจสำหรับฝ่ายต่อต้านการอพยพเข้าเมือง 

นอกจากนี้ยังเป็นการเปลี่ยนองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของเมืองหลวงของเยอรมันในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่การเข้ามาของคนงานจากตุรกีในทศวรรษ 1960 จึงมีผู้อพยพจำนวนมากเข้ามาอาศัยพำนักในเยอรมัน และเป็นที่มาของ 'Arab Street' ถนนสายอาหรับ ณ กรุงเบอร์ลิน

'Arab Street' สิงคโปร์

'Arab Street' เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ และที่เป็นที่รู้จักมาก่อนคือ 'Arab Street' ในสิงคโปร์ ซึ่งเคยเป็นย่านที่พ่อค้าชาวอาหรับเคยทำมาค้าขายมาในอดีต ปัจจุบัน 'Arab Street' ของสิงคโปร์ยังคงวางขายสินค้าและข้าวของที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวอาหรับและชาวมุสลิม ซึ่งถนนเส้นนี้จะมีบรรยากาศเป็นตึกแถว 2 ชั้นสไตล์ Colonial ทาสีสดใส ใกล้ ๆ กันมีแหล่งท่องเที่ยวที่อีกหลายอย่าง เช่น ตรอกฮาจิ (Haji Lane) อีกหนึ่งถนนแห่งการจับจ่ายของชาวสิงคโปร์ และมัสยิดสุลต่าน (Sultan Mosque) อันเป็นมัสยิดสำคัญและสวยงามของชาวสิงคโปร์มุสลิม 

สำหรับบ้านเราแล้ว 'Arab Street' หมายถึงซอยที่ตั้งอยู่ทางเหนือของซอยนานา (ซอยสุขุมวิท 3) ระหว่างซอยสุขุมวิท 3 และ ซอยสุขุมวิท 5 หรือ ซอยสุขุมวิท 3/1 'Arab Street' ประกอบไปด้วย ร้านอาหาร - ร้านค้ามากมาย จึงเป็นถนนท่องเที่ยวที่ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

'Arab Street' กรุงเทพฯ

ส่วน 'Arab Street' ถนนสายอาหรับ ณ กรุงเบอร์ลิน อยู่ที่ถนน Sonnenallee (“Sun Avenue”) ซึ่งเชื่อมระหว่างเขต Neukölln และ Treptow-Köpenick ยาว 5 กิโลเมตร ข้ามถนน Baumschulen ที่ปลายด้านตะวันออกเฉียงใต้ และสิ้นสุดที่ จัตุรัส Hermann ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งบริเวณรอบ ๆ ถนน Sonnenallee ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเดินทางระหว่างชนบทกับเมืองในสมัยนั้น ถนนสายนี้ตัดผ่านจัตุรัสกลางเมืองหลายแห่ง เช่น จัตุรัส Hermann, จัตุรัส Hertzberg และ จัตุรัส Venus เดิมทีตลอดถนนมีต้นไม้สองข้างทาง จนถึงปี พ.ศ. 2508 ได้มีการวางรางรถรางไว้ ต่อมาในทศวรรษ 1980 ต้นไม้สองข้างทางถูกรื้อออกเพื่อให้เป็นช่องจราจรเพิ่มเติม หรือที่จอดรถ 

'Arab Street' ถนนสายอาหรับ ณ กรุงเบอร์ลิน

ปัจจุบันถนน Sonnenallee กลายเป็นถนน 6 เลน และเป็นเส้นทางสายสำคัญทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเบอร์ลิน แต่เดิมถนน Sonnenallee เป็นที่รู้จักในชื่ออื่น ๆ เริ่มต้นด้วย Straße 84 (ถนนหมายเลข 84) ในปี พ.ศ. 2436 ห้าปีหลังจากการสิ้นพระชนม์ของ ‘Kaiser Friedrich Wilhelm’ ถนนสายนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศ และในปี พ.ศ. 2563 ถนนถูกขยายไปทางตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งชื่อว่า Sonnenallee ในยุคสงครามเย็นเยอรมนียังไม่ได้รวมชาติ ถนนสายนี้ถูกกำแพงเบอร์ลินตัดผ่านเพื่อปิดกั้นทางข้ามพรมแดน

กห.สั่งทหารเฝ้าระวังชายแดน หลังรัฐบาลพม่าปราบหนักหลังฤดูฝน ช่วงเปิดประเทศ กห.เรียกร้องทุกหน่วยร่วมมือป้องกันลักลอบเข้าเมืองผิดกม. ยกสมการ ความมั่นคงไม่นิ่งก็อย่าหวังเศรษฐกิจ-ด้านอื่นนิ่ง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังประชุมสภากลาโหมว่า ภาพรวมในการเปิดประเทศเราได้มองกันหลายมิติ ทางด้านเมียนมาร์ มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและชนกลุ่มน้อย คาดการณ์ว่าหลังฝนทางรัฐบาลทหารอาจมีการใช้ ความรุนแรง ก็จะมีปัญหาเศรษฐกิจตามมาด้วยนอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามารองรับภาคอุตสาหกรรมของไทย ส่งผลให้เกิดปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทั้งทางบกและทางน้ำ

ซึ่งรวมถึงแรงงานข้ามชาติประกอบไปด้วยผู้หนีภัยจากการสู้รบที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงรวมถึงผู้ลี้ภัยทางการเมือง ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์. การลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามา สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกทางน้ำลาดตระเวนเฝ้าตรวจเข้มข้น ทั้งพื้นที่ชายแดนทั้งด้านนอกด้านในทำงานข่าวเชิงลึกประสานการทำงานร่วมกันโดยพื้นที่ชั้นในเป็นหน้าที่ของตำรวจ

พล.อ.คงชีพ กล่าวว่าในส่วนของ  ศบค. ในการเปิดประเทศ เรามีกลไก ศปม.ทำหน้าที่ของการบูรณาการหน่วยความมั่นคง ทั้งมหาดไทย ตำรวจ ทหารในการเฝ้าระวัง รวมถึงการที่เราต้องเตรียมพร้อมในการรับมือความรุนแรงตามแนวชายแดนที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการการอพยพประชาชนเข้าพื้นที่ที่ปลอดภัยเมื่อเกิดปัญหา ดูแลช่วยเหลือตามพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ของพรุ่งนี้ภัยจากการสู้รบซึ่งหน่วยงานความมั่นคงต้องทำงานหนักร่วมกัน ซึ่งเราตระหนักในเรื่องนี้ดี   

“โฆษกกห.” เผยตามข่าวม็อบทะลุแก๊สกลายพันธุ์  พร้อมแจงปมวิจารณ์เดือดธนาคารให้สิทธิ์นายทหารระดับสูง ปัดวิจารณ์โลโก้เพื่อไทยใหม่ พร้อมเผย นายกฯ สั่ง สภากลาโหมหนุนรับเปิดประเทศ 1 พ.ย. 

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวกลุ่มม็อบทะลุแก๊สอาจมีการกลายพันธุ์ไปสู่การแบ่งแยกดินแดน การข่าวของกระทรวงกลาโหมได้ติดตามเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ว่า เรามีการติดตามอยู่ และไม่อยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้มีการเฝ้าระวังอยู่ เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาในเรื่องนี้ และเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยทางฝ่ายการข่าวให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว หากประชาชนมีเบาะแสหรือมีข่าวที่เกี่ยวข้อง ขอให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์การออกบัตรเครดิตของธนาคารแห่งหนึ่งให้สิทธิประโยชน์ให้สิทธิกำลังพลโดยเฉพาะนายทหารระดับสูง มีการมองถึงเรื่องชนชั้นศักดินาในกองทัพมองอย่างไร พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า จะมองว่าเป็นเรื่องศักดินาไม่ได้ ทุกเป็นภาคเอกชน จะจัดโปรโมชั่นหรือออกบัตรให้ใครเป็นเรื่องของธนาคารฉะนั้นในการออกบัตรเครดิตจะต้องพิจารณาในเรื่องของฐานเงินเดือนและรายได้รวมถึงสินเชื่อเครดิตว่ามีสินเชื่อแค่ไหนซึ่งการออกบัตรเป็นเรื่องของแต่ละธนาคารจะให้เครดิตกับลูกค้าขึ้นอยู่กับเขา ปัจจุบันเงินเดือนทหารผูกกับธนาคารทหารไทย ซึ่งปัจจุบันรวมกับธนาคารธนชาติ ย้ำว่าไม่ใช่เรื่องของชนชั้น และไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรให้กับนายทหาร และเป็นวันที่ธนาคารจะพิจารณาเอง

เมื่อถามว่าโลโก้พรรคเพื่อไทยมีแต่สีแดง แต่มีบางสีหายไป ในฐานะฝ่ายความมั่นคงมองอย่างไร พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละพรรคการเมือง อะไรที่เป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมายสามารถทำได้ทั้งนั้น ในฐานะที่เป็นข้าราชการไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เรื่องทางการเมือง แล้วแต่คนจะมอง

เครื่องบิน ‘เทกซัส’ พุ่งหลุดรันเวย์ไฟลุกท่วม ผู้โดยสาร-ลูกเรือ 21 คนรอดปาฏิหาริย์

เครื่องบินโดยสารเอกชนลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุขณะยายามเทคออฟจากสนามบิน Houston Executive Airport ในรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ เพื่อเดินทางไปยังเมืองบอสตันเมื่อเช้าวานนี้ (19 ต.ค.) เคราะห์ดีที่ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 21 คนสามารถอพยพออกมาได้ทันก่อนที่เครื่องจะระเบิดไฟลุกท่วม โดยมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยแค่ 2 คน

สื่อสหรัฐฯ เผยภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับไฟที่ลุกไหม้ซากเครื่องบิน แมคดอนเนลล์ ดักลาส (MD-87) ซึ่งพุ่งชนรั้วและไถลไปจอดแน่นิ่งอยู่ในทุ่งแห่งหนึ่งที่ด้านนอกสนามบิน

“เท่าที่ทราบข้อมูลตอนนี้ เครื่องบินไม่สามารถยกตัวขึ้นได้เมื่อไปถึงจุดสิ้นสุดรันเวย์ จึงพุ่งข้ามถนนมอร์ตัน และไปหยุดอยู่กลางทุ่งทางตอนเหนือของสนามบิน ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น” เทรย์ ดูฮอน ผู้พิพากษาประจำเทศมณฑลวอลเลอร์ ชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก

“จุรินทร์” ออนทัวร์ 20-21 ต.ค. ลงพื้นที่ สตูล-พัทลุง-ตรัง โปรโมตอี-คอมเมิร์ซ พร้อมพบผู้นำศาสนา-ประชุมส.ส.ใต้ 

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำกิจกรรม “จุรินทร์ ออนทัวร์” ลงพื้นที่จ.สตูล พัทลุง และตรัง ระหว่างวันที่ 20-21 ต.ค.2564  ว่า สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าวจะเริ่มต้นภารกิจที่จ.สตูล โดยจะเปิดการอบรมการค้าขายทางออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ  เนื่องจากภาคการเกษตร โอท็อป สตาร์ทอัพ และภาคประชาสังคมมีความต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ  จากนั้นตนจะพบผู้นำศาสนาแล้วจะได้เดินทางไปยังจ.พัทลุง เพื่อร่วมประชุมกับ ส.ส.ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

นักธุรกิจคาด ‘ทางรถไฟจีน-ลาว’ ตัวพลิกโฉมการพัฒนาประเทศลาว

เวียงจันทน์, 19 ต.ค. (ซินหัว) - วันอังคาร (19 ต.ค.) หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ ไทมส์ อ้างอิงวาลี เวดสะพง รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ระบุว่าทางรถไฟจีน-ลาวอาจเป็นตัวพลิกโฉมการพัฒนาของลาว ทว่ารัฐบาลต้องมีแผนการชัดเจนว่าจะใช้ประโยชน์จากทางรถไฟดังกล่าวให้ได้มากที่สุดอย่างไร

วาลีระบุว่าทางรถไฟสายนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจลาว และจะสร้างแรงผลักดันมหาศาลต่อการยกระดับความเชื่อมโยงระหว่างลาวกับนานาประเทศในภูมิภาค

“ผู้ประกอบการหลายรายจะเปลี่ยนไปส่งออกสินค้าทางรถไฟอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร เนื่องจากช่วยประหยัดเวลาและเงิน” วาลีกล่าว “ทางรถไฟจะทำให้การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนเติบโต โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งหลายบริษัทแสดงท่าทีสนใจก่อตั้งโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรสำหรับส่งออกแล้ว”

ผู้ประกอบการลาวจำนวนมากตื่นเต้นกับโอกาสที่พวกเขาจะได้รับจากการขนส่งผ่านทางรถไฟจีน-ลาว หลังรถไฟโดยสารขบวนแรกของทางรถไฟสายนี้เดินทางถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อวันเสาร์ (16 ต.ค.) ที่ผ่านมา

มีการคาดการณ์ว่าทางรถไฟจีน-ลาว ความยาว 422.4 กิโลเมตร จะลดทอนต้นทุนการขนส่งผ่านลาวลงร้อยละ 30-40 เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน ขณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวลาวจะได้รับประโยชน์จากปริมาณผู้โดยสารทางรถไฟที่เพิ่มขึ้นด้วย

วิเคราะห์ ‘โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล’ แนวส่งน้ำยวม - อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล

ข้อสังเกตรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม บทที่ 9 การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล

สรรสาระ ประชาธรรม คราวนี้มาด้วยเรื่องร้อน ๆ ของประเทศที่ว่าด้วยการมีโครงการระดับ 7 หมื่นล้านบาท และใช้เครื่องมือรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นใบผ่านทาง ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์จึงเป็นหน้าที่ของผู้เขียนที่ต้องชี้ประเด็นว่า ในบทที่ 9 การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมนั้น มีข้อสังเกตสำคัญอะไรบ้างที่ ผู้รับผิดชอบต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการตัดสินใจใช้งบประมาณกว่า 7 หมื่นล้านบาทนั้น แท้ที่จริงมีทางเลือกอื่น ๆ อีกหรือไม่อย่างไร

เรื่องมีอยู่ว่า กรมชลประทานว่าจ้างกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรจัดทำรายงาน EIA โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หลัก ๆ คือ ผันน้ำประมาณ 1.7 พันล้านลูกบาศก์เมตรมาเติมเขื่อนภูมิพลเพื่อนำน้ำดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากเขื่อนภูมิพลมีความจุเหลือในหน้าฝน 

แต่การผันน้ำนั้นต้องสร้างเขื่อนน้ำยวม สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ส่งน้ำ และระบบสายส่งไฟฟ้า ราคาโครงการรวมทั้งหมด 70,675 ล้านบาท ประกอบด้วย ราคาเขื่อนและระบบส่งน้ำ 65,485 ล้านบาท และราคาระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 5,190 ล้านบาท ดังนั้น ต้นทุนของโครงการประมาณ 7 หมื่นล้านบาท 

ในด้านต้นทุนนี้มีข้อสังเกตสำคัญ 2 ประการ คือ ข้อแรก ราคาที่ใช้เป็นเกณฑ์ราคาปี 2555 จากกรมบัญชีกลาง และ ข้อสอง ราคาระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง จะไม่ถูกนำมาคิดในต้นทุนโครงการเพราะที่ปรึกษากล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ กฟผ. 

สำหรับประโยชน์ของโครงการนั้น ที่ปรึกษา แบ่งเป็นการทำการเกษตรรูปแบบปัจจุบัน และการปรับปรุงการปลูกพืชฤดูแล้งตามความเหมาะสมของดิน โดยมีรายละเอียดผลประโยชน์คือ 
1.) ปริมาณน้ำผันเฉลี่ยปีละ 1.79 พันล้าน ลบ.ม. 
2.) ปริมาณน้ำเพื่อการเกษตร 1.49 พันล้าน ลบ.ม.ต่อปี 
3.) ปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภคและอุตสาหกรรม 300 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี 
4.) พื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้งเพิ่มขึ้น 1.61 ล้านไร่ต่อปี
และ 5.) เพิ่มการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล 417 ล้านหน่วยต่อปี ผลประโยชน์ของโครงการนั้น ที่ปรึกษาได้แจกแจงไว้ ดังนี้

ที่ปรึกษาได้แจกแจงไว้ในตารางที่ 1 ดังนี้
ตารางที่ 1 ผลประโยชน์ของโครงการ

ที่มา: บริษัทที่ปรึกษา

หมายเหตุ: 1.) กรณีที่ 1 การปลูกพืชฤดูแล้งในรูปแบบปัจจุบัน กรณีที่ 2 ปรับปรุงการปลูกพืชฤดูแล้งตามความเหมาะสมของดิน
2.) ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นในปีที่ 7 เป็นต้นไป

เมื่อที่ปรึกษาคำนวณโดยใช้ต้นทุนและผลประโยชน์ (Cost-Benefit Analysis) จะได้ว่าโครงการนี้จะคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เมื่ออัตราดอกเบี้ยประมาณร้อยละ 8 ในกรณีที่ 1 

สำหรับกรณีที่ 2 นั้นคุ้มค่าทุกระดับอัตราดอกเบี้ย เพราะมีค่าผลประโยชน์สุทธิเป็นบวก มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่าอัตราดอกเบี้ย มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุนมากกว่าหนึ่ง ตามตารางที่ 2

‘บิ๊กตู่’ วอน การเมืองเบาได้เบา โอดรัฐบาลมีปัญหาเพียบ แต่ไม่ท้อ โยนถามประชาชนเลือกใครเป็นผู้นำ หลังหลายพรรคเปิดตัว ‘แคนดิเดตนายกฯ’

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องการเมืองขอให้เบาๆ หน่อยช่วงนี้ เพราะยังมีปัญหาอีกมากที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งปัญหามาพร้อมกันหลายอย่าง อยากให้คำนึงถึงความยากง่ายในการแก้ไขปัญหาแต่ละอย่าง ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งรัฐบาลพยายามมีมาตรการใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงปัญหาระหว่างประเทศ เพราะประเทศไทยอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ตรงกลาง ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ต้องร่วมมือกัน

เมื่อถามว่านายกฯ เจอปัญหาจำนวนมากจะสู้ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ท้อ ไม่มีท้อ”

เมื่อถามย้ำว่า หากในอนาคตมีเรื่องข้อกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาและอุปสรรคต้องมี เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องแก้ไขปัญหา ไม่อย่างนั้นจะเป็นทำไมผู้นำ ส่วนจะแก้ได้มากได้น้อย ก็ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ก็ต้องดูข้อเท็จจริง จึงขอให้ฟังหน่วยงานที่ชี้แจงด้วย ถ้าเราอยู่กันอย่างไม่ไว้ใจกัน ก็ไปไม่ได้ และจะปั่นป่วนอลหม่าน เกิดความเสียหาย

เมื่อถามว่าแต่ละพรรคการเมืองเปิดตัวผู้นำที่จะมาชิงเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากรายชื่อทั้งหมดคิดว่าจะสู้ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ถามประชาชน ถามคนเลือกสิจ๊ะ”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความเดือดร้อนของสมาคมขนส่งหรือสมาคมรถบรรทุก ซึ่งรัฐบาลได้พยายามดูแลอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์น้ำมันโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่รู้ว่าจะขึ้นอีกเท่าไหร่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top