Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

ครม.ไฟเขียวคงเก็บภาษีแวตไว้ที่ 7% นาน 2 ปี

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มาตรการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยให้คงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 7% สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าทุกกรณีที่เกิดขึ้น เป้นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2566 พร้อมทั้งรับทราบมาตรการภาษีบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ที่กระทรวงการคลังจะดำเนินการไปควบคู่กัน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชนและผู้ประกอบการและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

สำหรับมาตรการภาษีอื่น ๆ มีดังนี้ 1. ขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ การนำส่ง และการชำระภาษีอากรผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เงินหรือสภาพคล่องอยู่ในมือประชาชนและผู้ประกอบการให้ยาวนานขึ้น โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการสาธารณะ โดยการขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการฯ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้อยู่ในมือประชาชนและผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจประมาณ 181,221 ล้านบาท 

2. งดหรือลดเบี้ยปรับสำหรับกรณีที่ประชาชนและผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นแบบแสดงรายการฯ ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะภายในกำหนดเวลา หรือยื่นแบบแสดงรายการฯ ผิดพลาด สำหรับแบบที่ต้องยื่นภายในเดือนก.ย. – ธ.ค. 2564 ตามลำดับ โดยหากยื่นแบบฯ ภายใน 3 เดือน นับแต่พ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบฯ ที่ได้ขยายออกไปข้างต้นจะได้รับการงดหรือลดเบี้ยปรับ โดยงดเบี้ยปรับเมื่อชำระภาษีและเงินเพิ่มครบถ้วน และลดเบี้ยปรับในอัตราต่ำสุด 2% เมื่อชำระภาษีไม่น้อยกว่า 25% ของภาษีที่ต้องชำระ

นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังได้ลดค่าปรับทางอาญากรณีดังกล่าวให้เหลืออัตราต่ำสุด โดยหากมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ลดเหลือ 1 บาท หากมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ลดเหลือ 2 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากค่าปรับทางอาญาเป็นการเปรียบเทียบปรับแทนการฟ้องร้องดำเนินคดี จึงไม่อาจงดค่าปรับให้ได้

‘สิระ’ ยังไม่จ่าย 1 ล้าน กังขา ‘ไฮโซลูกนัท’ ตาบอดจริงหรือไม่ หลังแหล่งข่าวกระซิบมองเห็น 15% ยันไม่บ่ายเบี่ยง ลั่น เงินมีเยอะ ท้า ตรวจหมอคนกลางรพ.รัฐ 3 คน พิสูจน์ความจริง

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ได้มีการท้าพิสูจน์กับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ว่าดวงตาบอดสนิทจริงหรือไม่ ว่า วันนี้ไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัทแล้ว ขอเรียกนายธนัตถ์ เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ของนายธนัตถ์ไม่แฮปปี้ตามที่เป็นข่าว เพราะได้ไปร่วมชุมนุม ส่วนเรื่องของดวงตา เมื่อวานนี้ตนบอกว่าหากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทและต้องหาแพทย์มายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์ ตนพร้อมให้เงิน 1 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคืนนี้เห็นว่ามีใบรับรองแพทย์แล้ว และแพทย์บอกว่าต้องรักษาดวงตา 6 เดือน ถามว่าตอนนี้บอดสนิทจริงหรือไม่ ซึ่งที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าว อาจเป็นข่าวดีของนายธนัตถ์ว่ามองเห็นแล้ว 15% ซึ่งหากเป็นข่าวดีและข่าวจริงก็ขอแสดงความดีใจกับนายธนัตถ์ว่าดวงตาพอมองเห็น

นายสิระ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) นายธนัตถ์ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ ซึ่งตนจับผิดได้หลายเรื่อง คือการที่นายธนัตถ์มาแหกตาตัวเองก็แหกตาได้คนเดียว จะแหกตาคนทั้งประเทศไม่ได้ แค่นิ้วอยู่ใกล้ดวงตา ตาก็กระพริบ คนตาบอดที่ไหนจะกระพริบตา และเมื่อวานนี้แพทย์ไปหรือไม่ ก็ไม่ได้ไป ใครเขาจะให้คนตาใกล้บอดไปแหกตาออกทีวี พิธีกรใจร้ายไปหรือไม่ นายธนัตถ์แหกตาตัวเองเพื่ออะไร เรื่องนี้ต้องให้แพทย์แหก ต้องการแหกตาตัวเองเพื่อแหกตาคนทั้งประเทศหรือ หากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทจริง ใบรับรองแพทย์ต้องระบุว่าไม่สามารถรักษาได้ แล้วทำไมถึงบอกว่าต้องรักษา 6 เดือน หากตาบอดจริงไปถามแพทย์เลยว่าต้องควักดวงตาออกหรือไม่ เมื่อควักดวงตาออกแล้วจะใส่ดวงตาเทียมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากตาบอดจริงตนต้องขอแสดงความเสียใจกับนายธนัตถ์ และตนจะพานายธนัตถ์ไปสภากาชาดไทยเพื่อขอไปรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา

“ถ้านายธนัตถ์แน่จริง วันจันทร์นัดเจอกัน ไม่เอาที่สภา มาที่บ้านผมก็ได้ ผมเอาเงิน 1 ล้านบาท ส่วนนายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทมาประกบกันและหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้แพทย์คนกลางมาตรวจสอบ 3 คนว่านายธนัตถ์ตาบอดจริงหรือไม่ ผมก็กลัวว่าตอนนี้ที่บ้านไม่เอาด้วย นายธนัตถ์จะมีเงิน 10 ล้านบาทหรือไม่ ซึ่งหากนายธนัตถ์ไม่ได้ตาบอดจริง ผมก็ขอให้นายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิแจกคนหลักสี่-จตุจักร และผมจะบอกว่าเงินค่าข้าวสารหอมมะลินี้มาจากนายธนัตถ์” นายสิระ กล่าว

เมื่อถามว่าวันนี้นายธนัตถ์จะเดินทางมาที่รัฐสภาจะไปเจอกันหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ไม่เจอ เพราะว่าสิ่งที่เขานำมาแพทย์คนเดียวจะวินิจฉัยถูกหรือไม่ เคยเห็นหรือไม่แพทย์ลืมผ้าก๊อซในช่องท้อง หรือแพทย์วินิจฉัยโรคและทำให้คนตาย วันนี้หากนายธนัตถ์ตาบอดจริงไปเบิกประกันหรือยัง ตนเชื่อว่ามีการทำประกัน ไปถามประกันเลยว่านายธนัตถ์ได้มาทำเรื่องตาบอดสนิทหรือยัง

เมื่อถามว่าเป็นการบ่ายเบี่ยงที่จะไม่จ่ายเงินหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ‘ไม่ใช่บ่ายเบี่ยง ถามว่าแพทย์คนเดียวจะเชื่อได้หรือไม่ว่าวินิจฉัยถูกต้อง และแพทย์คนนั้นเป็นคนรักษาซึ่งรับเงินค่ารักษาจากนายธนัตถ์อยู่แล้ว ทำไมไม่เอาแพทย์คนกลาง เงินน่ะผมมีเยอะ ผมต้องการจ่ายและจะแสดงความยินดีกับนายธนัตถ์ที่ไม่เสียดวงตา แต่หากตาไม่บอดจริง นายธนัตถ์ก็ต้องทำตามที่พูด หากอยากพิสูจน์ความจริงเอาแพทย์คนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล หากนายธนัตถ์แน่จริงมั่นใจว่าดวงตาบอดสนิท ทำไมไม่ยอมพิสูจน์กับหมอคนกลาง ผมคิดว่าแฟร์ ๆ’ 


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครม.เห็นชอบเพิ่มทุน 4.18 พันลบ. ให้ EXIM Bank มุ่งช่วยเหลือ SME ขยายตลาดในประเทศ CLMV และตลาดใหม่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ว่า ครม.เห็นชอบกำหนดให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ EXIM Bank ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขั้น แต่ไม่ได้เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ.2558 สามารถใช้เงินจากกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อการเพิ่มทุนได้ และอนุมัติกรอบวงเงินที่จะจัดสรรจากกองทุนฯ เพื่อการเพิ่มทุน เพื่อขยายการดำเนินงานให้แก่ ธสน. จำนวนไม่เกิน 4,189 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ SMEs เป็นหลัก สามารถทำการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

โดยมีเป้าหมายขยายการดำเนินงานในกลุ่มตลาด 3 กลุ่ม ได้แก่ 1)ตลาดในประเทศ 2) ตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และ3)ตลาดใหม่ (New Frontiers) เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย มัลดีฟส์ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายสถาบันการเงินเฉพาะกิจระยะ 5 ปี (ปี 2564-2568) ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้กองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ มีการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์จากการเพิ่มทุน ธสน. อย่างน้อยให้ครอบคลุมตัวชี้วัด เช่น ด้านการขยายสินเชื่อ ด้านฐานะทางการเงิน ด้านผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น

ครม.อนุมัติค่าเครื่องมือนักเรียนอาชีวศึกษา ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติอัตราค่าเครื่องมือประจำตัวผู้เรียนเฉพาะอาชีพของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษาต่อคน ตามประเภทวิชา ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวน 10 ประเภทวิชา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป 

สำหรับการช่วยเหลือ ประกอบด้วย ประเภทวิชาอุตสาหกรรมอัตราค่าเครื่องมือ  2,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา,  พาณิชยกรรม 1,000 บาท, ศิลปกรรม 1,000 บาท, คหกรรม 1,200 บาท, เกษตรกรรรม 1,600 บาท, ประมง 1,200 บาท, อุตสาหกรรมสิ่งทอ  1,200 บาท, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาท, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1,200 บาท และ อุตสาหกรรมบันเทิงและดนตรี 1,000 บาท

ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะฝีมือให้เต็มศักยภาพ ฝึกประสบการณ์อาชีพได้อย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างแรงจูงใจให้มีการเรียนต่อสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน 

ส่วนงบประมาณการค่าใช้จ่ายในปีการศึกษา 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 383 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเครื่องมือนักเรียนสายอาชีพระดับปวช.ปีที่ 1 ในสถานศึกษาของรัฐ 429 แห่ง จำนวน 275ล้านบาท และสถานศึกษาของเอกชน 445 แห่ง จำนวน 107ล้านบาท

มหาดไทย เบรกจดหมายลาออกผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เสนอย้ายแล้ว สลับ 3 เก้าอี้ผู้ว่าฯ ให้ ‘วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี’ กลับบ้าน เป็นผู้ว่าฯ อ่างทอง พร้อมโยก ‘ณรงค์ รักร้อย’ จากอุทัยธานี ไปเป็นผู้ว่าฯ สมุทรสาครคนใหม่

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 3 ตำแหน่ง โดยให้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร คนใหม่ และนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการอ่างทอง ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี  

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยเสนอโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยหลายตำแหน่ง แต่ไร้ชื่อนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร 

ต่อมา นายวีระศักดิ์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงเจตจำนงค์ของลาออก เนื่องจากปัญหาสุขภาพ จากการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อปลายปี 2563 ในการระบาดโควิด-19 ระลอก 2 และตัดพ้อถึงการโยกย้าย ก่อนยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ

จากนั้นมีรายงานว่าทางกระทรวงมหาดไทย ได้ระงับหนังสือลาออกฉบับดังกล่าว ก่อนเสนอโยกย้าย ที่วันนี้จะมีมติครม.ดังกล่าว

สำหรับ ‘ผู้ว่าฯ ปู นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี’ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เกิดวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2504  เกษียณอายุราชการ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565 ภูมิลำเนาพื้นเพเป็นชาวจังหวัดอ่างทอง ซึ่งคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้ถือเป็นการย้ายกลับมาบ้านเกิด

สำหรับ ‘นายณรงค์ รักร้อย’ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ว่าที่ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร คนใหม่นั้น ปัจจุบันอายุ 58 ปี เกิดวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2506


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“วรวุฒิ อุ่นใจ” แนะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายใหญ่ ปรับตัวสู่การตลาดใหม่ “ออมนิแชลแนล”  ชี้ต้องทำให้ได้ภายใน 3-5 ปี ก่อนที่จีนจะมาตั้งฐานที่มั่น ถึงเวลานั้นสู้ยังไงก็ไม่ชนะ 

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้งออฟฟิศเมท อดีตซีอีโอบริษัทซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเป็น รองหัวหน้าพรรคกล้า เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในการสัมมนา Online business opportunities : สร้างโอกาสทางธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการสินค้าไทยให้ดีพร้อม จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายวรวุฒิ กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคโควิด 19 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ไม่เคยมียุคใดสมัยใดที่บังคับให้เราต้องนั่งทำงานอยู่ที่บ้านขณะเดียวกันการเดินทางระหว่างประเทศก็ไม่มี ส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องปรับตัวแบบ 360 องศา ถ้าองศาไหนที่มองแล้วว่ามันดีและไปได้ก็ต้องไป 

นายวรวุฒิ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมีประสบการณ์การทำงานทั้งแบบ บีทูบี บีทูซี และบีทูจี โดยเมื่อแรกตั้งออฟฟิศเมท เราจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มออฟฟิศ องค์กร และหน่วยงานราชการ ส่วนบีทูซี คือกลุ่มลูกทั่วไปที่มาพัฒนาทีหลัง เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายรายก็มีกลุ่มลูกค้าในลักษณะเดียวกันนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในภาวะที่ลูกค้าหายาก จำเป็นต้องขยายตลาดไปยังจุดที่เราไม่เคยทำ ซึ่งในปัจจุบันโอกาสทางตลาดที่น่าสนใจและกำลังมาแรงคือ "Omni Channel" เป็นช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์ หรือแบบค้าปลีก และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น ลูกค้าคือใครและสนใจสินค้าประเภทไหน 

“สิ่งที่ยากกับการทำตลาด Omni Channel คือ ต้องมีระบบบริหารจัดการข้อมูล ที่เชื่อมต่อกันแบบแบบไร้รอยต่อ พูดง่าย ๆ คือ ในอนาคลูกค้าจะซื้อแบบรีเทลก็ได้ หรือจะซื้อออนไลน์ก็ได้ แต่การเปลี่ยนคืนสินค้า ต้องสามารถทำได้ในทุกระบบ เช่น ซื้ออนไลน์ มาเปลี่ยนหน้าร้านได้ หรือซื้อหน้าร้านก็สามารถเปลี่ยนช่องทางออนไลน์ได้ ข้อดีของตลาดแบบนี้คือ เปิด 24 ชม. วิธีนี้มันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเทรดดิ้ง และคนที่ทำตลาดแบบนี้ได้ดีที่สุดคือ อาลีบาบา แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งที่สุดของจีน ถามว่าบ้านเราทำได้ไหม ก็ต้องบอกว่าทำได้ และต้องเร่งทำ แต่ความยากอยู่ที่ระบบปฏิบัติการและตัวฐานข้อมูล ต้องซิงค์และเชื่อมกันแบบไร้รอยต่อ ปัจจุบันยังไม่มีใครทำได้ดีเท่าจีน ดังนั้น หากเราไม่เร่งพัฒนาให้แล้วเสร็จภายใน 3 - 5 ปี หลังโควิด โอกาสที่จีนจะเข้ามาตีตลาดเป็นไปได้สูง และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะไม่สามารถสู้เขาได้ ทั้งความพร้อมเรื่องโลจิสติกส์ ฐานข้อมูล ระบบเอไอ ที่คำนวณพฤติกรรมผู้บริโภค จีนเขานำเราไปมาก เวลานี้ผู้ประกอบการรายใหญ่และห้างดัง ๆ ส่วนใหญ่ก็ปรับตัวมาใช้ระบบนี้กันมากขึ้น แต่มันไม่ง่ายที่จะทำให้เสร็จในชั่วข้ามวัน ข้ามเดือน เนื่องจากต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างสาขาและระหว่างแชลแนล ที่สำคัญลงทุนสูง แต่ที่น่าสนใจคือ เอสเอ็มอี จะทำได้ง่ายกว่า ด้วยความเล็กมีความยืดหยุ่นสูงระบบการคอนโทรลไม่ซับซ้อนมากนัก” นายวรวุฒิ กล่าว

นายวรวุฒิ กล่าวถึงสินค้าที่โมเดิร์นเทรดต้องการ ว่า ก็ต้องดูว่าสินค้าที่มีความต้องการสูงในเวลานั้นคืออะไร ซึ่งเชื่อว่าทุกห้างก็หากันอยู่แล้ว แต่ถ้าสินค้าเหมือนกันโอกาสเลือกมันก็จะน้อย ที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเอสเอ็มอีคือ เรื่องของดีไซน์แพคเกจจิ้ง สินค้าหลายตัวเป็นสินค้าที่ดีมาก แต่การตลาดสู้แบรนด์ดังไม่ได้ ทั้งการออกแบบแพคเกจ รวมถึงการออกแบบโปรโมชั่น เช่น ปัจจุบัน สินค้ากลุ่ม อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ที่มีความต้องการทางการตลาดสูง และการขายของแบบ Multi pack ก็จะเป็นที่นิยมเพราะคนนิยมซื้อสินค้าไว้คราวละมากๆ เพื่อไม่ต้องไปซื้อบ่อยครั้ง เหล่านี้คือการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคแบบชาญฉลาดก็จะสามารถครองตลาดได้ และมักจะได้รับการคัดเลือกเข้าไปอยู่ในห้าง ปัญหาของเอสเอ็มอี คือต้องตีโจทย์ให้แตก ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ถ้าเป็นอาหาร สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ รสชาติที่ลูกค้าชอบไม่ใช่เราชอบ ให้เอาความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คุณภาพจะขายตัวเองในระยะยาวโดยไม่จำเป็นต้องทำโปรโมชั่น

รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ว่า ต้องพยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด การขาย บีทูบี บางครั้งเราไม่ต้องทำตลาดกับลูกค้าหลากหลายมากนัก แต่ต้องรู้ว่าใครมีอำนาจตัดสินใจซื้อ เข้าถูกคนหรือไม่ ขณะเดียวกัน ข้อมูลหลักฐานต้องเตรียมพร้อม เช่น สินค้าเครื่องไฟฟ้าต้องมี มอก. สิ่งที่ห้างกลัวคือ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสินค้าปลอม ต้องเช็คให้ดีงจับ เพราะห้างจะเดือดร้อน นอกจากนี้ศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางครั้งต้องทำเป็นบิ๊กล็อต เพื่อวางจำหน่ายในสาขาของห้างทั่วประเทศ กำลังการผลิตเราพอไหม เงินทุนหมุนเวียน ที่จะนำมาใช้จ่ายมีเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ยังฝากข้อคิดไว้ด้วยว่า ข้อมูลที่เราเคยทำเป็นสินค้าออนไลน์ ได้รับความนิยม เป็นอีกหนึ่งจุดขายที่สำคัญ ที่ห้างจะชอบ 

“ยุคนี้ลู่ทางที่เราจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เราต้องพยายามไปทุกที่ เพราะโควิดจะอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ ถ้าเราเร่งการขายให้เกิดได้เราก็ต้องไป เรื่องออนไลน์อย่าละเลย แม้บางครั้ง เราจะยังไม่ขายก็จริง แต่การทำการสื่อสาร ช่องทางออนไลน์มีประโยชน์มาก วันนี้คนไทยใช้โซเชียลมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน ช่องนี้จึงเป็นโอกาสมาก ต้องไปคิดตีโจทย์ให้แตก โดยเฉพาะ การค้าขายแบบ บีทูบี ถ้าเราทำออนไลน์ได้แข็งแรง การจัดซื้อจะตัดสินใจง่ายมาก” นายวรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

ตราด - ผบ.มชด. เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติราชการชายแดน เมืองตราดให้กำลังใจ ต้านภัยโควิด

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 64 น.อ.เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บังคับหมวดเรือชาดตระเวนชายแดน พร้อมด้วย น.อ.ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ เสนาธิการกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 / รองผู้บังคับหมวดเรือชาดตระเวนชายแดน ตรวจพื้นที่และเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลของเรือใน มชด./1 ณ ท่าเทียบเรือฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 อ.แหลมงอบ จว.ตราด และประชุม ผบ.เรือ/ผค.เรือ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งตรวจความพร้อมของเรือ โดยทำการฝึกสถานีป้องกันภัยทางอากาศ และสถานีป้องกันความเสียหาย และในโอกาสนี้ ผบ.มชด. ได้มอบอุปกรณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 ให้กับกำลังพลประจำเรือ อีกด้วย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19) ยังไม่เบาบางลง พล.ร.ท.โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มีความห่วงใยกำลังพล โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในทะเล จึงให้ผู้บังคับหน่วยในการบังคับบัญชา ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 เพื่อให้ขีดความสามารถในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กระทำได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วย มีการฝึกฝนให้ชำนาญอยู่เสมอ

หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน มีการจัดเรือออกลาดตรวจการณ์ทาง ทะเล อย่างสม่ำเสมอ โดย น.อ.เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน(ผบ.มชด.)ได้กำชับเรือใน มชด. ทั้งสองหมู่ (มชด./1 และ มชด./2) ให้ตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด พร้อมทั้งให้ประสานงานด้านการข่าวกับทุกหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อให้การรักษาอธิปไตย การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการรักษากฎหมายในทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอด 24 ชม.


ภาพ/ข่าว  กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

นราธิวาส - "สธ. และ ศธ. ห่วงใยคนในสถาบันศึกษาปอเนาะ จ.นราธิวาส" จัดเสวนายุคใหม่แบบ WHF Online สร้างความเข้าใจในการเรียนการสอน จากสถานการณ์ Covid-19

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่หอประชุมจำลอง ศรีเลขา โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายณัฐพงษ์ นวลมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 7 เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน เรื่องการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดนราธิวาส ภายใต้กิจกรรม "สธ. และ ศธ. ห่วงใยคนในสถาบันศึกษาปอเนาะ จังหวัดนราธิวาส"เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริหาร ครูอาสาสมัครในสถาบันศึกษาปอเนาะ

โดยมี นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต , นายแพทย์วิเศษ สิรินทโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส , นายธวัชชัย ไชยกันย์ รองศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส , ดร.มุทริกา จินากุล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและวัยรุ่นสำนักงานอนามัยที่ 12 ยะลา , นายแพทย์วิบูลย์ คลายนา เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานอนามัยที่ 12 ยะลา และฮัจญีอัสอารี ลาเต๊ะ (บาบอซู) ตัวแทนสถาบันศึกษาปอเนาะ พร้อมกันนี้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ Google Meet พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วจำนวน 20 เครื่อง ชุด PPE จำนวน 30 ชุด อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นกว่า 20,000 บาทให้บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสนามจังหวัดนราธิวาส

ทางด้านนายณัฐพงษ์ นวลมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 7 กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สถาบันศึกษาปอเนาะ จังหวัดนราธิวาส มีข้อกำหนดโดยการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ระบบ On-Hand เป็นหลักเพราะจะมาอยู่ร่วมกันไม่ได้ ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19 จำนวนมากในขณะนี้ ซึ่งประเด็นที่น่ากังวลก็คือประเด็นของนักเรียนที่กลับไปบ้านแล้วกลับเข้ามาในสถาบันปอเนาะ ซึ่งเป็นประเด็นที่เรากังวล ถ้าหากมีนักเรียนคนใดคนหนึ่งกลับมาอยู่ในสถาบันการศึกษาปอเนาะจะต้องกักตัวก่อน 14 วัน ซึ่งในบางสถาบันศึกษาปอเนาะ จะเป็นนักเรียนที่อยู่ประจำ เพราะฉะนั้นกลุ่มคนเหล่านี้จะออกนอกพื้นที่ไม่ได้ โดยจะต้องอยู่ในสถาบันศึกษาปอเนาะทุกวันและต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มที่แบบ 100% โดยห้ามคนในออกคนนอกเข้าไม่เช่นนั้นการแพร่ระบาดจะเกิดขึ้น ส่วนในการจัดการเรียนการสอนจะเป็นไปใน 3 รูปแบบ ดังนี้

1.ใช้ระบบ ON-HAND เป็นหลัก ซึ่งครูก็จะสามารถที่จะประสานกับนักเรียนในสถาบันศึกษาปอเนาะ ผ่านทางบาบอโดยมอบนโยบายในการจัดการเรียนการสอนต่างๆให้กับนักเรียนได้อ่านและตอบ

2.ใช้ระบบ ON–DEMAND ซึ่งบางคนมีมือถือเครื่องมือสื่อสารที่จะสามารถติดต่อสื่อสารกับครูได้ ซึ่งจะใช้คลิปเป็นหลักในการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว

3.ใช้ระบบ ON-AIR ซึ่งในบางพื้นที่ก็สามารถจัดการเรียนการสอนได้แต่ก็มีน้อย ก็จะสามารถจัดการเรียนการสอนใน 3 รูปแบบได้

ซึ่งในขณะนี้การจัดการเรียนการสอนแบบ ON-SITE ไม่ได้เด็ดขาด เพราะพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม การจัดการเรียนการสอนแบบ ON-SITE  ก็จะต้องได้รับการอนุมัติจาก ศบค.เป็นหลัก โดยในขณะนี้การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นปัญหาและอุปสรรคในด้านเครื่องมือต่าง ๆ อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ก รวมถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้รับทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว และร่วมหารือหาทางแก้ไข และในส่วนของเด็กยากจนที่ยังขาดอุปกรณ์ในการเรียนการสอนนั้นในขณะนี้ต้องยึด ศบค.เป็นหลักคือเงินอุดหนุนบางส่วน สามารถที่จะสนับสนุนจัดอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งต้องรอทำการตกลงกันระหว่างกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายณัฐพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ยังกล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันโรค covid-19 ในกิจกรรม "สธ. และ ศธ. ห่วงใยคนในสถาบันปอเนาะ" สืบเนื่องจากการตรวจราชการในหลายพื้นที่ในห้วงที่ผ่านมานั้น ยังมีประเด็นที่น่ากังวลคือ การสร้างการรับรู้รวมถึงแนวทางการป้องกันมาตรการการป้องกัน covid-19 ยังไม่รัดกุมเท่าที่ควร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งสร้างการรับรู้ระหว่างรัฐกับประชาชนทั่วไป รวมถึงนักเรียนนักศึกษาในประเด็นดังกล่าวให้มากขึ้น และควรจะต้องดำเนินการให้เร็ว ครอบคลุมให้มากที่สุด ทางสาธารณสุขในพื้นที่ และศึกษาธิการจังหวัด จึงได้ร่วมกันประชุมหารือ หาแนวทางมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือสถาบันการศึกษาปอเนาะ โดยสถานศึกษานั้น ๆ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 ตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)กำหนด

ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีน โควิด-19 นั้น ขณะนี้ทางศึกษาธิการจังหวัดได้ดำเนินการให้บุคลากรทางการศึกษาทุกแห่ง ได้ฉีดวัคซีนวัคซีน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนแล้ว โดยหลังจากนี้ ศึกษาธิการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้เร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจถึงมาตรการต่าง ๆ ต่อสถานศึกษาในความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการรับรู้ และมีการปฏิบัติเรื่องการป้องกันโควิด-19 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

'จีน' เผยผลการศึกษา วัคซีนเชื้อตายสามารถป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ ร้อยละ 59

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผลการศึกษาไม่นานนี้เผยว่าวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดเชื้อตาย ที่พัฒนาโดยจีน ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ระหว่างการระบาดในนครกว่างโจวทางตอนใต้ของจีนเมื่อเดือนพฤษภาคม

จงหนานซาน นักระบาดวิทยาชั้นนำของจีน นำคณะนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกว่างโจว ศึกษาพบว่าการวัคซีนชนิดเชื้อตาย จำนวน 2 โดส มีประสิทธิภาพต้านโรคโควิด-19 จากสายพันธุ์เดลตาโดยรวมที่ร้อยละ 59 โดยป้องกันการป่วยขั้นปานกลางร้อยละ 70.2 และการป่วยขั้นรุนแรงร้อยละ 100 ทว่าการฉีดวัคซีน 1 โดส ซึ่งมีประสิทธิภาพที่ร้อยละ 13.8 ไม่สามารถสร้างการป้องกันที่เพียงพอได้

การควบคุมโรคระบาดอย่างมีประสิทธิภาพของจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้การทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนนั้นถือเป็นเรื่องท้าทาย โดยคณะนักวิจัยเผยว่าสภาพการณ์ตามจริงในการศึกษานี้ ได้เปิดโอกาสในการตรวจสอบประสิทธิภาพการป้องกันสายพันธุ์เดลตาของวัคซีนชนิดเชื้อตายที่มีอยู่ 2 ชนิดในปัจจุบัน

อนึ่ง ผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสารอีเมอร์จิง ไมโครบส์ แอนด์ อินเฟกชันส์ (Emerging Microbes & Infections)


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/597067


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตำรวจน้ำสตูล ส่งต่อบุญ เพื่อชาวเล ฝ่าวิกฤติโควิด-19  

ตำรวจน้ำ กองกำกับการ 9 โดย พ.ต.อ. จตุรวิทย์ คชน่วม ผู้กำกับ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้กล่าวว่าด้วยปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ที่มีการแพร่ ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลกระทบ ต่อชีวิตของประชาชนเป็นวงกว้างทั่วทั้งประเทศ โดย พล.ต.ต. สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญและให้ ทุกหน่วยช่วยเหลือประชาชน อย่างเต็มที่ ในส่วนของตำรวจน้ำจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล จึงได้มีมาตรการ เร่งด่วนในด้านต่าง ๆ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ริมทะเล ประกอบอาชีพประมง เดินทางโดยเรือเป็นปกติซึ่งการเข้าไปช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบากต้องอาศัยเรือเป็นหลัก ตำรวจน้ำ เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว

จึงได้จัดทำโครงการการช่วยเหลือประชาชน(ชาวเล) ที่ได้รับผลกระทบ กรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ริมทะเล และต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันตลอดทั้งสนับสนุนมาตรการตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูลสิ่งของต่างๆที่เรานำไปส่งต่อให้ประชาชน ส่วนหนึ่งมาจากการร่วมกันของข้าราชการตำรวจน้ำกองกำกับการ 9ฯ ที่ได้ร่วมกันทำบุญในครั้งนี้และได้รับการสนับสนุน  จาก พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาฟ้าทะลายโจร อุปกรณ์ป้องกันและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่กักตัว ตามโครงการฯ 

โดยในครั้งนี้ พ.ต.ท.ศิโรดม สนุ่นดี สารวัตรตำรวจน้ำสตูล ได้นำสิ่งของใช้จำเป็นรวมถึง ยาสมุนไพรฟ้าทลายโจร แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย รวมถึงผลไม้ต่างๆ ซึ่งเป็นผลผลิตจากเศรษฐกิจพอเพียงของข้าราชการตำรวจน้ำสตูล ณ บริเวณบ้านคลองตำมะลังหมู่ที่ 2  ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล .จ.สตูล จำนวน 20 ครัวเรือนในยามวิกฤตแบบนี้ขอเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยเหลือประชาชน ให้ฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top