Thursday, 25 June 2026
TheStatesTimes

‘ไทย - กัมพูชา’ กระชับความร่วมมือ ‘จ้างแรงงานถูกกฎหมาย’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการผลิตส่งออก

วันที่ 20 สิงหาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ (Dr.SOK SOKRETHYA) นายซก ซกกรดทะยา ที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมาหเสนาบดี เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิกวุฒิสภา และคณะ ในโอกาสเข้าพบ รมว.แรงงาน เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือการดูแลแรงงานกัมพูชาในไทยและการส่งเสริมให้มีการจ้างแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพิ่ม โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์  โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน

โดยนายสุชาติ กล่าวว่า “ในวันนี้กระทรวงแรงงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่าน กระทรวงแรงงานได้รับความช่วยเหลือจากแรงงานกัมพูชาในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแรงงานที่มาช่วยเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรตามแนวชายแดนที่ผ่านมารัฐบาลไทย โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในภาคธุรกิจส่งออก ก่อสร้าง สิ่งทอ อาหารแช่แข็ง”

นายสุชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงแรงงาน ได้จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งการนำคนต่างด้าวผิดกฎหมายมาทำให้ถูกต้อง โดยการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล ตรวจสุขภาพและออกใบอนุญาตทำงาน การแก้ไขปัญหาผิดนายจ้างและนำเข้าสู่ระบบประกันสังคม การตรวจคัดกรองโควิดเชิงรุกในสถานประกอบการ การรักษาโควิดแก่ผู้ติดเชื้อ การตรวจเชิงรุก การฉีดวัคซีน และมอบข้าวกล่องแคมป์คนงานตามโครงการปันน้ำในจากร้านค้าสู่แรงงาน

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานยังเตรียมทดลองทดสอบทำเอ็มโอยูพิเศษในการนำเข้าแรงงานในกิจการบางประเภท ซึ่งแรงงานที่เข้ามาจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทางและกักตัวแล้ว เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แรงงานและให้คนงานสามารถปฏิบัติงานได้ มีรายได้ มีความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งเป็นการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจต่อประชาชนทั่วไปอีกด้วย

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ EP.4/3 ตอน ติดเชื้อวิกฤต ธุรกิจอื่นร่วง แต่ ‘ประกัน’ ยังรุ่ง

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้  EP.4/3 ตอน ติดเชื้อวิกฤต ธุรกิจอื่นร่วง แต่ ‘ประกัน’ ยังรุ่ง

พบกับ ‘คุณไพโรจน์ บุญมาก’ 
รองกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES 

.

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พลิกปูมชะตากรรมสยองของอดีตผู้นำอัฟกานิสถาน​ ในวันที่ตอลิบานเรืองอำนาจ

ความวุ่นวายในอัฟกานิสถานและการยึดประเทศของกลุ่มกองทัพตอลิบาน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ และต่างตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลอัฟกานิสถานถึงได้ล่มสลายอย่างรวดเร็วหลังสหรัฐอเมริกาได้ประกาศถอนทหารทั้งหมดภายในระยะเวลาแค่ 3 เดือน

หากถามความเห็นของทีมรัฐบาลอัฟกานิสถาน ก็ได้กล่าวโทษนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ว่าตัดสินใจถอนทหารเร็วเกินไปจนขาดสเถียรภาพ ทำให้ฝ่ายตอลิบานได้โอกาสบุกยึดอย่างรวดเร็วเกินต้านทาน

แต่รัฐบาลสหรัฐฯ​ ก็ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า เป็นเพราะกองทัพของรัฐบาลอัฟกานิสถานไม่ยอมต่อสู้กับฝ่ายตอลิบานอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องประเทศ จนทำให้อัฟกานิสถานต้องมีวันนี้อีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของประธานาธิบดี แอชราฟ กาห์นี ที่สละตำแหน่ง และหลบหนีออกนอกประเทศทันทีที่กองทัพตอลิบานบุกประชิดกรุงคาบูล และยังมีข่าวว่าได้ขนทรัพย์สินติดตัวไปเป็นจำนวนเกือบ 170 ล้านดอลลาร์ จนบางคนตราหน้าเขาว่าเป็นคนทรยศประเทศชาติ

ด้านประธานาธิบดี แอชราฟ กาห์นี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วหลังจากที่เขาหลบหนีออกจากอัฟกานิสถานไปพักพิงชั่วคราวที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้แล้วอย่างปลอดภัยว่า เหตุผลที่เขาต้องออกนอกประเทศเพราะไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือดในกรุงคาบูล ที่อาจทำให้อัฟกานิสถานมีชะตากรรมไม่ต่างจากซีเรีย หรือ เยเมน และก็เจ็บปวดเช่นกันที่ต้องหนีออกมา

และปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ตัวเขาและครอบครัวไม่ได้ขนสมบัติมีค่าติดตัวอะไรมาเลย นอกจากเสื้อผ้าส่วนตัวไม่กี่ชิ้นเท่านั้น สามารถเช็กข้อมูลได้ที่เจ้าหน้าศุลกากรได้เลย

ส่วนกระแสที่พูดถึงในโซเชียลต่างประเทศ ก็แตกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่มองว่าอดีตประธานาธิบดีกาห์นีเป็นคนขลาดเขลาและทรยศที่ไม่ยืนหยัดปกป้องประชาชนของตนในวันกรุงแตก

แต่ฝ่ายที่เห็นใจผู้นำกาห์นีก็มีไม่น้อย และมองว่าท่านทำดีที่สุดแล้วในสถานการณ์เช่นนี้ และหากแอชราฟ กาห์นี ไม่เดินทางออกนอกประเทศในวันนั้น อาจมีชะตากรรมไม่ต่างจากอดีตประธานาธิบดีคนเก่าของอัฟกานิสถาน ในวันเสียกรุงคาบูลครั้งที่ 1 ให้กับกลุ่มตอลิบานในปี 1996 ก็เป็นได้

อดีตผู้นำอาภัพของอัฟกานิสถานที่มีการหยิบขึ้นมาพูดถึงก็คือ โมฮัมเหม็ด นาจิบูลลาห์ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอัฟกานิสถานในช่วงปี 1986 - 1992

ประวัติส่วนตัวของอดีตผู้นำ โมฮัมเหม็ด นาจิบูลลาห์ มีเชื้อสายชาวปัชตุน หรือในปากีสถานเรียกกว่า 'ปาทาน'​ เกิดในการ์เดซ ทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน

ก่อนหน้าที่นาจิบูลลาห์จะเข้ามามีตำแหน่งทางการเมือง เขาเรียนจบด้านศัลยแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยคาบูล ที่ต่อมาคนอัฟกันเรียกติดเขาติดปากว่า 'ด็อกเตอร์ นาจิบ'​ แต่พอจบมา กลับไม่เคยได้ใช้มีดผ่าตัดเลยสักครั้ง แต่มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางการเมือง และเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปไตยประชาชนอัฟกานิสถาน (PDPA) ที่มีแนวคิดตามอุดมการณ์สังคมนิยมมาร์กซิส และได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต

เบื้องหลังการเมืองในอัฟกานิสถานในยุคนั้นก็มีความร้อนแรงไม่แพ้ยุคปัจจุบันเลยทีเดียว เมื่อมีกระแสการเมืองกดดันให้โค่นอำนาจของ พระเจ้าโมฮัมหมัด ซาเฮียร์ ชาห์ กษัตริย์แห่งอัฟกานิสถาน เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองให้เป็นสาธารณรัฐ

ต่อมาพรรค PDPA ก็ได้สนับสนุน โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน ที่เป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์เช่นกันให้ยึดอำนาจของ พระเจ้า โมฮัมหมัด ซาเฮียร์ ชาห์ ในปี 1973 และได้สถาปนาเป็นสาธารณรัฐอัฟกานิสถานในปีนั้นเอง โดยได้ โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน เป็นประธานาธิบดีคนแรก

แม้จะเป็นการปฏิวัติที่ไม่เสียเลือดเนื้อ แต่การเมืองในอัฟกานิสถานก็ยังไม่สงบลงแม้แต่น้อย เพราะต่อมา ประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน ก็เริ่มมีใจออกห่างสหภาพโซเวียต ไปเป็นพันธมิตรกับประเทศที่นิยมเสรีตะวันตกรวยน้ำมัน อย่าง ซาอุดีอาระเบีย และ อิหร่าน (ในสมัยที่ยังอยู่ภายใต้ระบอบราชาธิปไตย)

พรรค PDPA ก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ จึงทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากประธานาธิบดีดาวูด ข่าน ที่เรียกว่า การปฏิวัติเซาร์ ในปี 1978 ซึ่งครั้งนี้ไม่นุ่มนวลเหมือนครั้งที่ผ่านมา เกิดการปะทะกันระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน รวมถึงตัวประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน ก็ถูกสังหารโหดหลังการยึดอำนาจสำเร็จเพียงแค่ข้ามวัน และนำศพไปฝังรวมที่นอกประตูเมืองคาบูลอย่างไร้เกียรติ

ด้านพรรค PDPA ก็เดินหน้าปฏิรูปให้อัฟกานิสถานเป็นประเทศสังคมนิยมเต็มตัว แต่ไม่นานนักก็มีกลุ่มนักรบใต้ดินติดอาวุธกลุ่มใหม่ที่ชื่อว่า มูจาฮีดีน ที่จัดตั้งกองกำลังฝึกรบในปากีสถานและจีน แต่ได้ทุนสนับสนุนมหาศาลจากซาอุดิอารเบีย และสหรัฐอเมริกา มีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มรัฐบาลพรรค PDPA และเปลี่ยนอัฟกานิสถานให้เป็นระบอบประชาธิปไตยตามแบบแผนของโลกเสรีตะวันตก

ก็เข้าสูตรสงครามเย็น ที่มีอัฟกานิสถานเป็นตัวแทนสงครามเต็มรูปแบบ โซเวียตได้ส่งกองกำลังเข้าแทรกแซง และหนุนหลังรัฐบาลของ PDPA อย่างเต็มที่ และกลายเป็นสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน ที่กินเวลาเกือบสิบปี (1979 - 1989)

และช่วงเวลานั้น โซเวียตก็ได้ผลักดันให้ โมฮัมเหม็ด นาจิบูลลาห์ หรือ ด็อกเตอร์ นาจิบ ของเราขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยไฟสงครามกลางเมืองจนได้

แต่หลังจากที่ลงทุนรบกับกลุ่มมูจาฮิดีนมาเกือบ 10 ปีโดยที่ไม่ได้อะไร โซเวียตก็ยอมรับความจริง ตัดสินใจยุติสงครามและถอนทหารออกในปี 1989 ทิ้งไว้แต่รัฐบาลของด็อกเตอร์ นาจิบ รับมือกับกองทัพมูจาฮิดีน ท่อน้ำเลี้ยงหนาเพียงลำพัง และยิ่งโดดเดี่ยวหนักขึ้นไปอีกเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991

และสุดท้ายก็ต้านทานไม่ไหว กลุ่มมูจาฮิดีนยึดตีเมืองไปจนเกือบหมด ทำให้รัฐบาลของด็อกเตอร์ นาจิบ แพแตก บีบให้ประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด นาจิบูลลาห์ ประกาศลาออกในวันที่ 16 เมษายน 1992 และนับเป็นประธานาธิบดีฝ่ายคอมมิวนิสต์คนสุดท้ายของอัฟกานิสถาน

หลังจากที่ลาออกจากตำแหน่งแล้ว อดีตประธานาธิบดีนาจิบูลลาห์ ย้ายเข้าไปหลบภัยในอาคารสำนักงาน UN ในคาบูล และพยายามที่จะหลบหนีไปอินเดีย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ นาจิบูลลาห์ แต่แผนการถูกขัดขวางทุกครั้ง เพราะฝ่ายกองทัพหวังจะใช้เขาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง

และถึงแม้ว่าโซเวียตจะถอยไปแล้ว แต่สถานการณ์ในอัฟกานิสถานก็ยังคงลุกโชนด้วยไฟสงครามราวเป็นดินแดนต้องคำสาป รัฐบาลชุดใหม่ที่จับมือกับกลุ่มมูจาฮีดินก็หันหน้ามารบแย่งอำนาจกันเอง และกลายเป็นสงครามตัวแทนระหว่าง ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน  กลุ่มนักรบมูจาฮิดีนที่เคยเข้มแข็งก็อ่อนแอลงอย่างมาก แต่กลับมีกองกำลังกลุ่มใหม่เข้ามาแทนที่นั่นก็คือ 'ตอลิบาน'

กลุ่มตอลิบานก่อตั้งโดยหมอสอนศาสนาในหมู่บ้านคนหนึ่งชื่อว่า โมฮัมเหม็ด โอมาร์ มีเชื้อสายปัชตุน เช่นกัน เกิดในเมืองกานดาฮาร์ ทางตอนใต้ของประเทศ ครอบครัวของโอมาร์ล้วนเป็นครูสอนศาสนาที่เคร่งมาก ต่อมา โมฮัมเหม็ด โอมาร์ก็เข้าร่วมฝึกรบกับกองกำลังมูจาฮีดีน เพื่อต่อสู้กับโซเวียต

แต่หลังจากที่ล้มรัฐบาลของด็อกเตอร์ นาจิบ ที่ถูกมองว่าเป็นหุ่นเชิดของโซเวียตได้ และกลุ่มมูจาฮิดีน กำลังวุ่นวายกับการแย่งอำนาจกันเองภายใน โมฮัมเหม็ด โอมาร์ ก็แยกวงออกมาตั้งกองกำลังของตัวเอง เรียกว่ากลุ่มตอลิบาน​ ในปี 1994 โดยเริ่มต้นจากการฝึกนักเรียนศาสนาในหมู่บ้านให้เป็นนักรบ

แล้วก็ขยายกองกำลังไปยังปากีสถาน รวบรวมแนวร่วมนักรบใต้ดินมูจาฮีดีนเดิมมาเป็นพวก จึงเริ่มบุกยึดเมืองต่าง ๆ ในอัฟกานิสถาน และใช้เวลาเพียง 2 ปี กองทัพตอลิบานก็ยาตราสู่กรุงคาบูลในปี 1996

หลังจากที่ตีกรุงคาบูลแตกแล้ว นักรบตอลิบานก็บุกเข้าไปในหน่วยงาน UN ที่อดีตประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด นาจิบูลลาห์ ลี้ภัยอยู่ แล้วก็ลากตัวเขา และน้องชาย ออกมาทุบตีอย่างโหดเหี้ยมจนตาย และนำร่างไร้วิญญาณของพวกเขาผูกติดท้ายรถจี๊ป ลากวนรอบเมือง ก่อนนำศพของทั้งคู่ไปแขวนประจานที่เสาไฟจราจรหน้าทำเนียบรัฐบาล และไม่อนุญาตให้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาอีกด้วย

ภาพการลงทัณฑ์ประหารอดีตผู้นำอัฟกานิสถานอย่างป่าเถื่อนของกลุ่มตอลิบาน ถูกประณามอย่างหนักจากทั่วโลก และเป็นเหมือนสัญลักษณ์การเริ่มต้นเข้าสู่ยุคมืดของอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตอลิบาน โดยใช้กฏหมายศาสนาสุดโต่งที่ตีความโดยกลุ่มตอลิบานปกครองบ้านเมือง จนกระทั่งการมาถึงของกองทัพสหรัฐฯ ในปี 2001 หลังเหตุการณ์ 9/11 นั่นเอง

ดังนั้น ชาวอัฟกันจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าการหลบหนีออกนอกประเทศของประธานาธิบดี แอชราฟ กาห์นี เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะคงไม่มีใครอยากเจอชะตากรรมสยองอย่างอดีตผู้นำ โมฮัมเหม็ด นาจิบูลลาห์ หรือ ด็อกเตอร์ นาจิบ และไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าประวัติศาสตร์แห่งยุคมืดในสมัยกลุ่มตอลิบานเรืองอำนาจจะไม่ซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง

อ้างอิง : Indian Express / Al jazeera / Wikipedia

ผู้เขียน : ยีนส์ อรุณรัตน์

โซเชียลโต้!! ส.ส. ปชป. ตัดงบศึกษาบุหรี่ไฟฟ้า​ พร้อมชี้!! นโยบายแบนบุหรี่ไฟฟ้าล้มเหลว ยิ่งแบนยิ่งเพิ่มปัญหาของเถื่อนและคอรัปชั่น

ลิดรอน​ 'เสรี'​ (สุข)​ ภาพ...โซเชียลโต้!! ส.ส. ปชป. ตัดงบศึกษาบุหรี่ไฟฟ้า​ พร้อมชี้!! นโยบายแบนบุหรี่ไฟฟ้าล้มเหลว ยิ่งแบนยิ่งเพิ่มปัญหาของเถื่อนและคอรัปชั่น

นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเฟซบุ๊ก 'มนุษย์ควัน'​ กล่าวถึงกรณีที่นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตัดงบกระทรวงการคลังลง 5% ในระหว่างอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยให้เหตุผลว่าไม่มีความจะเป็นต้องนำไปศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ว่า... 

“น่าผิดหวังมากที่ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ความสำคัญกับการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์​ มากำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความเป็นความตายของผู้สูบบุหรี่ในประเทศที่มีจำนวนเกือบ 10 ล้านคน แม้กระทั่งการจะตั้งงบเพื่อศึกษาหาทางแก้ปัญหาและเก็บภาษีก็ยังขัดขวาง ทั้งๆ ที่มีการลักลอบนำเข้า จำหน่าย และใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันเกลื่อนเมือง​ รวมทั้งในรัฐสภา แทนที่ ส.ส. จะหาทางสนับสนุนให้ศึกษาหาแนวทางแก้ปัญหา กลับเสนอตัดงบซึ่งถือเป็นการปิดกั้นและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่าบุหรี่ เพราะขนาดวัคซีนเรายังต้องขอมีทางเลือกเพื่อสุขภาพของเรา แต่พอเป็นบุหรี่ไฟฟ้ากลับถูกกีดกันทุกวิถีทาง”

“การแบนบุหรี่ไฟฟ้าของไทยตอนนี้ ตรงกันข้ามกับประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, สหภาพยุโรป หรือนิวซีแลนด์ ที่ควบคุมผลิตภัณฑ์ทางเลือกทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อนอย่างถูกกฎหมายหลังจากที่ได้ศึกษาผลการวิจัยแล้วว่าทั้งบุหรี่ไฟฟ้า และยาสูบแบบไม่เผาไหม้ช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้สูบบุหรี่ ในสหรัฐอเมริกา องค์การอาหารและยา (US FDA) อนุญาตให้ขายยาสูบไร้ควันและยังให้สื่อสารกับผู้สูบบุหรี่ได้ด้วยว่าการเปลี่ยนมาใช้ยาสูบแบบไม่เผาไหม้ช่วยลดการช่วยลดการได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ขณะที่เม็กซิโก และอุรุกวัยที่เพิ่งจะออกกฎหมายปลดล็อคยาสูบแบบไม่เผาไหม้ก็เป็นผลมาจากการศึกษาผลวิจัย หรือกรณีของสาธารณสุขอังกฤษและนิวซีแลนด์ก็สนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่หันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทน”

“การให้ข้อมูลของ ส.ส. พิสิฐ ลี้อาธรรมนั้นไม่ถูกต้อง มีการใช้ข้อมูลที่บิดเบือนหลายด้าน​ โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดและความสับสนให้กับประชาชนทั้งประเทศ ทำไม ส.ส. พิสิฐ ถึงไม่บอกด้วยว่า ตอนนี้มีกว่า 79 ประเทศทั่วโลกมีกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย และอีก 84 ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้แบนบุหรี่ไฟฟ้า มีเพียง 32 ประเทศที่ยังดำเนินนโยบายสุดโต่งเช่นเดียวกับไทย ตัวอย่างของประเทศเหล่านั้น​ คือ กัมพูชา, ลาว, ศรีลังกา, เอธิโอเปีย และเกาหลีเหนือ และตัวเลขนี้ยังไม่ร่วมประเทศที่เพิ่งปลดแบนผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบใหม่ในปีนี้ คือ เม็กซิโก, อุรุกวัย และล่าสุดคือ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างวันที่ 8-13 พฤศจิกายน นี้จะมีการประชุมสมัชชารัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ครั้งที่ 9 ซึ่งจุดยืนขององค์การอนามัยโลกและประเทศไทย ยังคงสวนทางกับหน่วยงานสาธารณสุขชั้นนำใน สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ยุโรป, นิวซีแลนด์ และอีกกว่า 70 ประเทศทั่วโลกที่ต่างสนับสนุนให้ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมายและให้ประชาชนใช้เป็นทางเลือกในการเลิกสูบบุหรี่เนื่องจากมีสารพิษที่เป็นอันตรายน้อยกว่า

“คำสั่งแบนผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น บุหรี่ไฟฟ้า และยาสูบแบบให้ความร้อน ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะเราก็ยังเห็นคนใช้กันอยู่ทั่วไป กลายเป็นการส่งเสริมตลาดซื้อขายผิดกฎหมายที่มีมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านบาทและเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ทุจริต ปล่อยปะละเลยให้มีการขายใต้ดิน หรือจับกุมรีดไถผู้ใช้ เท่ากับว่าเราแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ที่ทำให้คนตายปีละ 8 หมื่นคนไม่ได้และยังสร้างปัญหาใหม่จากการแบนอีกด้วย การที่พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายปิดกั้นการศึกษาข้อมูลเช่นนี้คงทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์มีจุยืนเช่นไร ซึ่งก็เป็นปัจจัยในการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วยเช่นกัน” นายสาริษฎร์กล่าวทิ้งท้าย

สมาคมสื่ออาชญากรรม ส่งต่อกำลังใจ มอบข้าวกล่องปันอิ่ม สื่อภาคสนาม ช่วยบรรเทาวิกฤติโควิด

(20 ส.ค.64)​ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล​(บช.น.) นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นำข้าวกล่องพร้อมทาน ส่งมอบแก่สื่อมวลชนภาคสนาม ประกอบด้วยสื่อวิทยุโทรทัศน์จากช่องต่างๆ สื่อสิ่งพิมพ์จากหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ และสื่อออนไลน์จากสำนักข่าวต่างๆ ที่ปักหลักปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวอยู่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำไปรับประทาน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื่อไวรัสโควิด-19 

จากนั้นส่งมอบข้าวกล่องแก่สื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตำรวจสันติบาล ได้รับประทานในขณะปฏิบัติหน้าที่

วันเดียวกันได้นำส่ง มอบข้าวกล่องพร้อมทานแก่สื่อมวลชน ประจำกองบรรณาธิการ สถานีโทรทัศน์ NBT (ช่อง11) และกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ ข่าวสด 

นอกจากนี้ ยังส่งมอบข้าวกล่องแก่สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวที่สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง และอาสาสมัครหน่วยบรรเทาสาธารณภัย เหนือ 43-00 วัฒนะ01 ดอนเมือง นำแจกจ่ายแก่ประชาชนในชุมชนปิ่นเจริญ เขตดอนเมือง 

นายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้ เป็นความร่วมมือของ พันธมิตรจิตอาสา มูลนิธิสหชาติ สำนักข่าว News Online Thailand เวปไซต์ข่าวจั่นเจา Canchaonews.com หนังสือพิมพ์ดีดีโพสต์ นิวส์ และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) สถาบันพระปกเกล้า

โดยสมาคมฯ ได้รับข้าวกล่องจากจุดส่งมอบอาหาร โลตัส สาขาบางกะปิ ภายใต้โครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" โดยบริษัทในเครือซีพี จำนวน 300 ชุด 

เพื่อนำส่งมอบต่อผู้ที่ไดรับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย…“คนไทยไม่ทิ้งกัน”

'ตำรวจน้ำ'​ กองบังคับการ​ 9​ ปฏิบัติการ!! ยึดยาไอซ์​ มูลค่า 650 ล้านบาท กลางทะเลอันดามัน

พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. เน้นย้ำมาตรการด้านยาเสพติด เข้มงวด ตรวจตรา ภัยต่อความมั่นคง ดำเนินการเด็ดขาด รวดเร็ว ขานรับแนวทาง พล.ต.ต. สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน. สั่ง ทุกหน่วยใน ตำรวจน้ำเข้มและจริงจัง 

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจน้ำกองกำกับการ 9  สถานีตำรวจน้ำสตูลได้ตรวจยึดยาไอซ์ พร้อมเฮโรอีน จำนวน 500 ล้านบาท และ ในเดือนกรกฎาคม สามารถทำการตรวจยึดและจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยาไอซ์ 30 กก. พร้อมเรือที่ใช้ลำเลียงอีก​ 1​ ลำ ถือเป็นการทำงานเข้มมาโดยตลอด

ต่อมา (20 สค.64 ) เวลาประมาณ​ 09.00 น. 
พันตำรวจเอก ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก . รน.​ อำนวยการร่วมกับ พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม ผกก.9 บก.รน.ได้สั่งการชุดสืบสวน กก.9 ตำรวจน้ำ นำโดย พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช รอง ผกก. ฯ หัวหน้าชุด ว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายประเภทยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ทะเล จ.ตรัง จัดเตรียมกำลัง ของ สถานีตำรวจนำ้ตรัง โดย พ.ต.ท. จักรพงษ์  มนัสชัย สว.สรน. 2 กก.9 ฯ ดำเนินการออกตรวจมาตลอด จนถึงวันเวลาดังกล่าวได้มีสายตรวจเคลื่อนที่เร็วทางน้ำ ได้แจ้งมาว่าพบยาเสพติดจำนวนดังกล่าวอยู่ในบริเวณพื้นที่กลางทะเลอันดามันใกล้เกาะรอกซึ่งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดตรัง จึงได้รีบออกไปยังที่เกิดเหตุห่างจากชายฝั่งประมาณ 40 ไมล์ทะเล (75 กม.)ชุดตรวจยึดจับกุมได้ไปถึงที่เกิดเหตุพบยาเสพติดจำนวนมากลอย กลางทะเล มีถังแกลลอนเป็นทุนลอยน้ำใช้สำหรับถ่วงยาเสพติด ตรวจยึดได้จำนวน 32 กระสอบ

โดย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา​ กล่าวว่า​ ในเรื่องของการจับกุมยาเสพติดทางทะเลเป็นนโยบายของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยทางกองบังคับการตำรวจน้ำกับนโยบายจังหวัดตรัง โดยครั้งนี้นำโดยกองกำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่บูรณาการด้านกำลังและข้อมูลข่าวสารในการจับกุม ติดตามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดโดยเฉพาะทางน้ำ

เนื่องจากปัจจุบันมีการขนส่งยาเสพติดในพื้นที่ทางทะเลจำนวนมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ทางตำรวจน้ำจังหวัดสตูลมีการจับกุมตรวจยึดยาเสพติด​ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ และอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่ได้ทำการตรวจยึดในจังหวัดตรังในครั้งนี้

สำหรับการตรวจยึดยาไอซ์ของกลางในวันที่ 20​ สิงหาคม 2564 เป็นการปฏิบัติการโดยการนำเรือตรวจการณ์ 525 ของตำรวจน้ำตรัง ลาดตระเวนในพื้นที่ทางทะเลพบยาไอซ์ผูกทุ่นลอยถ่วงน้ำอยู่กลางทะเลห่างจากจังหวัดตรังประมาณ 40 ไมล์ทะเลเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ในการตรวจเจอได้ยากขึ้น ของกลางที่พบครั้งจำนวน 650 กิโล หากสามารถนำส่งปลายทางได้อาจมีมูลค่ากว่า​ 650 ล้านบาท​ ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศและต้องขอขอบคุณทางกองบังคับการตำรวจน้ำ​ ตลอดทั้งผู้บังคับบัญชาที่เป็นแกนหลักในการปราบปรามในครั้งนี้ซึ่งทางจังหวัดจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกด้านต่อไป

พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม กล่าวว่า จากแนวนโยบายของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต. สมควร พึ่งทรัพย์​ ผบก.รน.ในเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด​ จึงได้มีการตั้งทีมชุดสืบสวน หาข่าวขึ้นประกอบกำลังกับชุดสืบสวนของตำรวจนำตรัง ได้ทำการประสานข้อมูล และส่งชุดสืบสวนดำเนินการออกติดตามมาซักระยะหนึ่งแล้ว ประกอบกับได้มีการทำแผนประทุษกรรม การข่าว และหาข้อมูลย้อนหลังว่า ช่วงเดือนนี้ในปีย้อนหลังมีการขน ยาเสพติดมาพักในพื้นที่ รับผิดชอบ ซึ่งรูปแบบในการลำเลียงนั้นจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่จากการตรวจยึดครั้งนี้พบว่ายาเสพติดนั้นมีการถ่วงเอาไว้ในทะเล​ โดยใช้ทุ่นลอยเป็นถังน้ำมันเล็ก ซึ่งเราต้องอาศัยความชำนาญตลอดทั้งเครือข่ายภาคประชาชนในการแจ้งเบาะแสของยาเสพติดในพื้นที่​ ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้อยู่ห่างขายฝั่งไกลมาก ใช้เวลาเดินทางไปและกลับประมาณ 6 ชั่วโมงประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกจึงต้องรีบดำเนินการจัดเก็บและดำเนินการสืบค้นและหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

ในการนี้​ พล.ต.ท. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. ได้เน้นย้ำถึงการปฎิบัติและจัดทำแผนประทุษกรรมเพื่อที่จะได้ เป็นแนวทางในการสืบสวนต่อไปให้ถึงตัวการใหญ่ที่ทำลายประเทศ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนในเรื่องงบประมาณในการดำเนินงาน ให้กับข้าราชการตำรวจในทุกสังกัดอย่างเต็มขีดความสามารถ​ เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานพร้อมทั้งได้ประสานงานกับ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้ามาดำเนินการต่อไป

'สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย'​ ปันน้ำใจ มอบ 'ผ้าหน้ากากอนามัย'​ ให้คนพิการ คนยากไร้ คนเร่ร่อน

'สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย'​ ปันน้ำใจ มอบ 'ผ้าหน้ากากอนามัย'​ ให้คนพิการ คนยากไร้ คนเร่ร่อน

(21 ส.ค.64)​ ณ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร​ 'นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล'​ นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน นำ 'ผ้าหน้ากากอนามัย' จำนวนมากกว่า 1,000 ชิ้น ที่ได้รับมอบจาก 'นายศุภชีพ ดิษเทศ'​ นายกสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการบริหารสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย ไปช่วยเหลือ คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส คนเร่อน 

โดยตระหนักถึงความสำคัญ และความจำเป็นถึงอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส Covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้จะเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ​ ที่ทางองค์กรคนพิการ พอจะมี พอจะให้ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนยากไร้ คนด้อยโอกาส คนพิการ คนเร่ร่อน ที่ไม่มีเงินจะสามารถซื้อ และเปลี่ยน 'หน้ากากอนามัย'​ ได้บ่อยครั้ง

สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ถึงแม้เราจะเป็น 'องค์กรคนพิการ'​ แต่เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปัน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ร่วมใจกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่สืบไป

#คนละไม้_คนละมือ

ขุดบ่อ ​ล่อตัวเอง สถานการณ์น้ำเน่า! เรื่องสะท้อนพระเอก​ในคราบ​ 'ทรชน'​ | MEET THE STATES TIMES EP.11

????ขุดบ่อ​ ล่อตัวเอง!! สถานการณ์สุดน้ำเน่า!! เรื่องเล่าสะท้อน 'พระเอก'​ ในคราบ​ 'ทรชน'​!!
????ชวนฟังเรื่องราวสุด Cliche (น่าเบื่อจำเจ)! ชำแหละเบื้องหลัง ‘วีรบุรุษ’ ที่อาจไม่ได้ ‘ดี’ อย่างที่คิด!!!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

???? ดำเนินรายการโดย หยกTHE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“คุณสมบัติ อนันตรัมพร” ประธานกลุ่มอินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา 'New Solution For Network Cabling For Next Normal'

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน กลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดสัมมนา New Solution For Network Cabling For Next Normal พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำมา Update รายละเอียดการออกแบบระบบสายสัญญาณ และอุปกรณ์เน็ตเวิร์คให้กับผู้บริหารหน่วยงาน ไอที กลุ่มราชการ และรัฐวิสาหกิจ กว่า 40 หน่วยงาน

เพื่อให้กลุ่มลูกค้าสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในสถานการณ์ช่วงนี้ให้ดียิ่งขึ้น

???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

“คนสิทธิ” จับมือ “คนข่าว” ส่งต่อความห่วงใย มอบอาหาร-น้ำ ชุมชนริมคลองบางบัว ช่วยบรรเทาพิษโควิด

วันที่ 21 สิงหาคม ที่ชุมชนริมคลองบางบัวหลังกรมวิทยาศาสตร์ ถนนเกษตรนวมินทร์ นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) สถาบันพระปกเกล้า นำโดย นางถวิล เพิ่มเพียรสิน อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ เวิลด์เมดิคอลซัพพลาย จำกัดนางสุจิตรา แก้วไกร ผู้อำนวยการ กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และนางสุกัญญา จรรยา ผู้จัดการ มูลนิธิสหชาติ

ร่วมกับเวปไซต์ข่าวจั่นเจา Canchaonews.com หนังสือพิมพ์ดีดีโพสต์ นิวส์ ส่งมอบข้าวกล่องพร้อมทาน หน้ากากอนามัย น้ำดื่ม และสเปร์แอลกอฮอล์ ส่งมอบแก่ นางสิริวรรณ กลิ่นหอม ประธานชุมชน เป็นผู้แทนรับมอบเพื่อส่งต่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ดูแล

นางสิริวรรณ กลิ่นหอม เปิดเผยว่า ชุมชนแห่งนี้ มีประชาชนพักอาศัย 120 ครัวเรือน ประชากรกว่า 600  คน ในจำนวนนี้ผู้มีความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อโควิด-19 และต้องกักตัว 16 ครอบครัว ขณะนี้รักษาหายแล้ว และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ชุมชนยังคงเฝ้าระวัง ช่วยกันดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด แบบไม่ประมาทการ์ดไม่ตก 

ด้านนายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเขื้อไวรัสโควิด-19 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานประจำวัน มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวม 20,571 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 20,336 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 235 ราย

ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง ที่เป็นทั้งคนไร้บ้าน ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะเมืองกรุง ที่จังรอการช่วยเหลือ 

ในนามพันธมิตรจิตอาสาเป็นอีกหนึ่งกลุ่มองค์กร ที่อาสามาเป็นสะพานบุญ รับข้าวกล่องพร้อมทานจากจุดส่งมอบอาหารโลตัสบางกะปิ ภายใต้โครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" โดยบริษัทในเครือซีพี จัดทำขึ้น โดยมีสิ่งของ อื่นๆ อาทิ สเปรย์แอลกอฮอล์ น้ำดื่ม ได้นำมาสมทบ เพื่อแบ่งปันความสุข
และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย เราคนไทยไม่ทิ้งกัน ต้องก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกันให้ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top