Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

“ราเมศ” ย้ำ ไม่กังวล ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปราย “เฉลิมชัย” พร้อมชี้แจง มั่นใจ สุจริต ทำตามกฎหมาย สร้างประโยชน์แก่เกษตรกร

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของฝ่ายค้าน โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีด้วย ว่า

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่ได้มีความกังวลใจใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมชี้แจงในสภาทุกประเด็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบฝ่ายบริหารจากฝ่ายค้านถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีหน้าที่ชี้แจง เป็นเรื่องธรรมดาในทางการเมือง ไม่มีอะไรน่ากังวล 

ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ตรวจดูแล้วเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงตรงข้ามกับความเป็นจริง การกล่าวหาว่าไร้ภูมิปัญญาและไร้ความสามารถในการบริหารงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อกล่าวหานี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ที่มีคำตอบชัดเจนคือความสามารถในการทำงานให้เกษตรกรได้ประโยชน์ เป็นรัฐมนตรีที่แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นระบบและยั่งยืนที่สุด ไม่ได้ล้มเหลวดังที่ฝ่ายค้านกล่าวหา ที่สำคัญไม่มีเรื่องทุจริตใดๆทั้งสิ้น ยึดความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ 

“คนชื่อเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่เคยเข้าไปมีส่วนได้เสีย ไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการใดๆทั้งสิ้น ไม่เคยเบียดบังทรัพยากรและสมบัติของแผ่นดิน ส่วนเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ ไม่เคยปล่อยปละละเลย ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมถึงการชดเชยเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ที่ทั่วทั้งประเทศทราบถึงการทำงานของนายเฉลิมชัยดีว่า พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์มากมาย รายละเอียดจะไปชี้แจงต่อสภาทุกประเด็นหมัดต่อหมัด”  

เพียงแต่ฝ่ายค้านจะต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่อยากให้มีการนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมาเชื่อมโยงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะจะเข้าตัวฝ่ายค้านได้ การอภิปรายโดยยึดหลักการข้อบังคับอย่างตรงไปตรงมา ก็จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเชิงสร้างสรรค์

นายราเมศ ย้ำว่า พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น ชัดเจน ตรงไปตรงมา ที่อยากจะย้ำคือเมื่อการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรียึดหลักความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง ก็จะเป็นเกราะคุ้มกัน และเป็นคำตอบได้ดีที่สุด ไม่ได้โกงก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลหรือกลัว และจะใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงการทำงานที่เกิดผลสำเร็จนับไม่ถ้วนในทุกเรื่อง ประชาชนได้ประโยชน์อย่างมากมาย และจะนำความจริงที่เป็นผลงานไปพูดในสภาฯ สื่อให้ประชาชนเข้าใจ

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า  โดยหลักการของพรรคก็จะได้ตั้งทีมสนับสนุนข้อมูลให้กับรัฐมนตรีของพรรค ทั้งในสภาและนอกสภา ส่วนตนจะเป็นหัวหน้าทีมในการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน หากฝ่ายค้านบิดเบือนข้อมูล และพรุ่งนี้ในที่ประชุม ส.ส.จะได้มีการหยิบยกเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจมาพูดคุยกันต่อไป

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านผนึกกำลังยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี ไร้เงา ประวิตร-ธรรมนัส พิธาย้ำพรรคร่วมฝ่ายค้านผสานกำลังใช้กลไกสภาแก้ไขวิกฤติโควิด เร่งถอดสลักประยุทธ์ ต้นเหตุบ่มเพาะความขัดเเย้งประชาชน

พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเพื่อชาติ, พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ ในนามนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

ทั้งนี้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ประกอบด้วย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเเรงงาน และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม

ทางด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกระบวนการเหมือนกับการอภิปรายทุกครั้ง ทุกพรรคมีความต้องการในอภิปรายเเละเสนอรัฐมนตรีที่ไม่ไว้วางใจของตนเอง เเต่ในที่สุดเเล้วเราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และมีมติว่าเราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีทั้งหมด 6 คนสำคัญ มีความจำเป็นจะต้องพูดคุยกัน เพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน

พิธากล่าวเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ ซึ่งเร็วกว่าตามกรอบเวลาปกตินั้น ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเราตั้งใจที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ เพื่อที่จะใช้กลไกสภาแก้ไขวิกฤติเเละลดความขัดเเย้ง โดยมีความจำเป็นที่ต้องถอดสลักพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อที่จะให้ประเทศสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ตนมีความเห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แตกต่างจากครั้งก่อนๆ พอสมควร ในครั้งนี้ความเดือดร้อนเเละความลำบากของพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง พรรคก้าวไกลได้ประกาศออกไปว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเร็วขึ้นกว่าปกติ โดยพี่น้องประชาชนให้ความสนใจเเละมีส่วนร่วม ซึ่งพี่น้องประชาชนส่งข้อมูล ส่งภาพเเละเนื้อหามาประกอบการอภิปรายให้ตนเเละพรรคก้าวไกลอย่างไม่ขาดสาย

เเละขณะนี้บรรยากาศนอกสภาเเละในสภาตรงกัน ความชอบธรรมในการบริหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เเทบจะไม่เหลือเเล้วนอกสภา เราต้องการใช้กลไกลในสภาตอนนี้เพื่อให้เกิดเเรงสั่นสะเทือนและอาฟเตอร์ชอกต่อไป เมื่อถามถึงว่า มีความขัดเเย้งภายในพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่นั่น พิธากล่าวว่าไม่มี ประชาชนต้องมาก่อน เราต้องการใช้กลไกในรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แน่นอนว่าในอดีตแต่ละพรรคมีความเห็นของตนเอง มีความเเตกต่างกันบ้าง เเต่เรามีวุฒิภาวะพอที่จะวางความแตกต่างนั้นลงเเละร่วมมือกันทำอย่างเต็มที่ที่สุดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้

ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่าการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ร่วมกันพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้ว ซึ่งแน่นอนมี ส.ส. ได้เสนอรายชื่อรัฐมนตรีเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อพิจารณาแล้วสรุปจบที่ 6 รัฐมนตรี เนื่องจากการขอเปิดอภิปรายไม่วางใจในครั้งนี้จะเน้นเป้าไปที่เรื่องการบริหารจัดการโควิด-19 เรื่องเศรษฐกิจ และ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นหลัก สำหรับช่วงเวลาในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคร่วมฝ่ายค้านเราอยากจะได้กรอบเวลาดังเช่นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในทุกครั้งที่ผ่านมาคือไม่น้อยกว่า 3 วัน

โดยภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นเรามีหลักฐานมากพอที่จะส่งเพื่อเอาผิดรัฐบาล โดยรัฐบาลก็ต้องคิดว่าท่านจะรับฟังการอภิปรายอย่างไร ประชาชนก็มีความเดือดร้อนกันอย่างไรในการจัดการต่างๆ และต้องฝากไปยังประชาชนที่เลือกผู้แทนราษฎรเข้ามาว่าท่านจะต้องจับตาว่า ส.ส. ที่ท่านเลือกมาเข้ามาเห็นแก่ใคร เค้าเห็นแก่พี่น้องประชาชนหรือไม่ที่กำลังล้มตายกันอยู่ขณะนี้ จึงขอวิงวอน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ร่วมกันพิจารณาและตัดสินใจเพราะครั้งนี้คือที่สุดแล้ว ส.ส.ที่ท่านยังมีความคิดความอ่านท่านต้องระลึกถึงประชาชนที่เลือกท่านเข้ามา เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้ายังมีอีก

ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า กระบวนการหลังจากนี้จะนำสู่การตรวจสอบรายชื่อ ส.ส. ผู้ที่ลงรายชื่อในญัตติว่ามีความครบถ้วน และมีรายชื่อซ้ำหรือไม่ ขณะเดียวกันเนื้อหาในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่วางใจจะต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณา 7 วันหลังจากนี้จากนั้นจะดำเนินการเพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน

ขณะเดียวกันการขอเปิดอภิปรายไม่วางใจในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ไม่เหมือนการเปิดอภิปรายเมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมาที่เป็นการยื่นขอเปิดอภิปรายในช่วงสมัยประชุมที่ 2 ของปี แต่ครั้งนี้เป็นการขอเปิดอภิปรายในสมัยประชุมแรกของปี ดังนั้นหลังจากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านยังสามารถที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติได้อีกครั้งหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ขณะเดียวกันในช่วงการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้ฟังไจรัฐบาลจะยุบสภาในช่วงนี้ไม่ได้

โดยคาดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายคนนั้นจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายน 2564

ภท. มั่นใจ “เสี่ยหนู-เสี่ยโอ๋” แจงฝ่ายค้านได้ หลังติดโผถูกซักฟอก 

นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ว่าตนคิดว่าทางรัฐมนตรีคงคาดการณ์ไว้แล้ว ว่าฝ่ายค้านคงหยิบประเด็นเรื่องโควิด - 19 ที่ค่อนข้างจะรุนแรงในขณะนี้ มาเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้อยู่แล้ว จึงเชื่อว่าทั้งนายอนุทิน และนายศักดิ์สยาม คงได้เตรียมตัวไว้แล้ว ซึ่งคงชี้แจงไปตามหลักฐาน ตามเหตุผล ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ตนเชื่อว่าทั้งสองท่านจะมีข้อมูลที่นำมาชี้แจงกับทางฝ่ายค้านได้ 

นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการตั้งวอร์รูมหรือเตรียมขุนพลไว้สำหรับช่วยรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ส.ส.ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปอภิปราย เป็นเรื่องของฝ่ายค้านกับรัฐมนตรีที่จะชี้แจงกัน สำหรับกรณีของนายศักดิ์สยามนั้น ตนก็มั่นใจว่าท่านก็ตอบได้ เพราะการติดโควิด - 19 เป็นเรื่องปกติ และที่บอกว่าท่านติดจากการไปเที่ยวผับนั้น ในส่วนนี้ท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าติดมาจากคนขับรถ ติดมาจากทีมงาน

เมื่อถามว่าในการอภิปรายครั้งนี้คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะยังลงมติไว้วางใจให้รัฐมนตรีอยู่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอฟังเหตุผลว่าจะเป็นอย่างไร มีข้อมูลที่ชัดเจนเรื่องการทุจริต เรื่องการคอร์รัปชั่นหรือไม่ หรือบริหารผิดพลาดเช่นนี้ก็ต้องรอฟังข้อมูลจากฝ่ายค้านดู 

ถามต่อว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ฝ่ายค้านมั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนนี้มองอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอฟังข้อมูลว่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนแค่ไหน 

'ท่านใหม่ - ดร.นิว' ประกาศภารกิจทวงคืนกิจการดาวเทียมเป็นของคนไทย ตั้งคำถาม ใบอนุญาตนอกสัมปทานของดาวเทียมไทยคม เป็นใบอนุญาตที่ผิดกฎหมายหรือไม่?

ไม่นานมานี้ มจ.จุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก 'จุลเจิม ยุคล' ระบุว่า..."ต่อไปนี้ เรามีภารกิจทวงคืนกิจการดาวเทียมกลับมาเป็นของประชาชน คนไทย"

ขณะที่ด้านเฟซบุ๊ก 'Suphanat Aphinyan' ของ 'ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ' หรือ 'ดร.นิว' นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas สหรัฐอเมริกา ก็ได้ออกมาโพสต์ว่า...

กรณีดาวเทียมไทยคม 7, 8 ที่ไม่ยอมส่งคืน...

บริษัทไทยคมมีอะไรจะแก้ตัวกับประชาชนไหม?

บริษัทไทยคมไม่ยอมส่งคืนดาวเทียมไทยคม 7, 8 ให้กับประเทศไทย โดยอ้างว่าเป็นดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตนอกสัมปทาน

เมื่อตรวจสอบจากข้อมูลหมายเลขประจำตัวของวัตถุอวกาศ หรือ NORAD ID

- ดาวเทียมไทยคม 7

หมายเลข NORAD ID: 40141

https://www.n2yo.com/satellite/?s=40141

พบว่า...ดาวเทียมดวงนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Asiasat 6" ไม่ใช่ "Thaicom 7" และเป็นดาวเทียมของ "บริษัท Asia Satellite Telecommunications Co. Ltd."

- ดาวเทียมไทยคม 8

หมายเลข NORAD ID: 41552

https://www.n2yo.com/satellite/?s=41552

พบว่า...ดาวเทียมดวงนี้เป็นของ "ประเทศไทย"

ทำไมข้อมูลที่เป็นทางการในระดับสากลอย่าง NORAD ID ถึงต่างจากสิ่งที่บริษัทไทยคมนำเสนอต่อสังคมมาโดยตลอด?

ใบอนุญาตนอกสัมปทานของดาวเทียมไทยคม 7, 8 เป็นใบอนุญาตที่ผิดกฎหมายหรือไม่?

ดาวเทียมไทยคม 7 ที่สมควรเป็นของประเทศไทย กลายเป็นดาวเทียมต่างชาติได้อย่างไร? ดาวเทียมไทยคม 8 ที่เป็นของประเทศไทยในทางสากล ถูกแอบอ้างว่าเป็นของบริษัทไทยคมได้หรือ?

#ภารกิจทวงคืนกิจการดาวเทียมกลับมาเป็นของประชาชน


ที่มา : https://siamrath.co.th/n/271669

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4450177405044863&id=100001579425464


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

โฆษกศบค. เผย 4 วาระสำคัญ ถกในศบค.ใหญ่ ย้ำ ให้รอฟังแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ชี้ ข่าวที่ถูกเสนอก่อนแถลงนั้นเป็นข้อมูลเท็จ

ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)ตอบข้อซักถามถึงกรณีวาระการประชุมศบค.ใหญ่ ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ว่า วันนี้จะมีการประชุมผ่านระบบทางไกลวีดีโอคอนเฟอเรนซ์โดยมี ผอ.ศบค. เป็นประธาน โดยมีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ4 เรื่อง ได้แก่ แผนการให้บริการวัคซีน โควิด-19 , การรับความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข จากต่างประเทศเช่นกรณีการแลกวรรคซีนระหว่างรัฐบาล ประเทศภูฏานกับรัฐบาลไทย การรับบริจาคยารักษาโควิด- 19 ชนิดหนึ่ง จากทางกระทรวงสาธารณสุข ประเทศเยอรมันนี , การประเมินผลการปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งหลายคนกำลังรอฟังว่ามาตรการต่างๆจะมีการปรับอย่างไร , การเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเชื่อมต่อกับจังหวัดนำร่องอื่นๆ 7+7 เหล่านี้คือประเด็นที่สำคัญ และยังประกอบไปด้วยประเด็นย่อยๆ อื่นๆด้วย ซึ่งผลการประชุมเป็นอย่างไรจะได้มาแถลงข่าวให้ทราบภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอฝากสื่อมวลชนและประชาชนว่า ขอให้รับฟังอย่างเป็นทางการในการแถลงข่าวจากศบค. ข้อมูลที่ออกไปก่อนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการนั้นไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นข้อสรุปที่ชัดเจนอย่างแท้จริง ขออนุญาตด้วยความเคารพ เพราะเราต้องการให้มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และเป็นจริงจึงขอให้รับฟังจากการแถลงข่าว จากศูนย์แถลงข่าวศบค. แห่งนี้ที่เดียว เพื่อความเป็นเอกภาพของข้อมูลที่จะสื่อสารออกไป

สตูล - อบจ. สร้างจุดเช็คอินใหม่ ในกิจกรรมการวาดภาพฝาผนัง “ศิลปะชุมชนละงู” (Satun Street Art) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย

วันนี้ 16 สิงหาคม 2564 ที่ ห้องประชุมธรรมาภิบาลเทศบาลตำบลกำแพง ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานปิดกิจกรรมการวาดภาพฝาผนัง “ศิลปะชุมชนละงู” ( Satun Street Art) โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล นายกเทศมนตรีตำบลกำแพง หัวหน้าส่วนราชการ คณะศิลปินจิตอาสาและผู้นำชุมชนในพื้นที่ละงู ร่วมพิธีปิดฯ หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เยี่ยมชมศิลปะชุมชนละงู จำนวน 6 จุด รวม 26 ภาพ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินอย่างสวยงาม นอกจากนี้ได้มีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ร่วมวาดภาพ และผู้ให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมภาพวาด “ศิลปะชุมชนละงู” เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเป็นแกนหลักร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนชาวสตูล เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้มีแหล่งท่องเที่ยวในมิติใหม่ ๆ เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวจังหวัดสตูลเพิ่มขึ้น และใช้เวลาท่องเที่ยวในจังหวัดสตูลให้นานยิ่งขึ้น เป็นภาพวาดศิลปะฝาผนังในพื้นที่เทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู โดยมีเป้าหมายวาดภาพ จำนวน 6 จุด รวม 26 ภาพ ซึ่งแต่ละภาพแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวละงู เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมและถ่ายรูปได้แล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากศิลปินจิตอาสา และศิลปิน ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากเทศบาลตำบลกำแพงซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จุดวาดภาพ และการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์จากภาคเอกชนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายแล้ว เข้ามาเยี่ยมชมถ่ายรูปเช็คอินเยือนถิ่นละงู และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ตามนโยบายรัฐบาลที่ได้ให้มีการส่งเสริมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลในอนาคต นับว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเที่ยวจังหวัดสตูลเพิ่มมากขึ้น หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด

เชียงใหม่ - พิธีทำบุญครบรอบ 49 ปี คณะพยาบาลศาสตร์ มช. พร้อมจัดพิธีมอบโล่รางวัลอาจารย์และบุคลากรดีเด่น ประจำปี 2564

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 49 ปี และ วาระปีที่ 61 การศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี แก้วธรรมานุกูล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธาน ภายในพิธีได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ มาประกอบพิธีทางศาสนา หลังจากนั้นได้จัดพิธีมอบโล่รางวัลอาจารย์และบุคลากรดีเด่น ประจำปี 2564

ประกอบด้วย อาจารย์ดีเด่น ด้านการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ ผศ.ดร.คัทลียา ศิริภัทรากูร แสนหลวง ด้านการวิจัย/นวัตกรรมทางการพยาบาล ได้แก่ ผศ.ดร.วันเพ็ญ  ทรงคำ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ได้แก่ ผศ.ดร.วรันธร จงรุ่งโรจน์สกุล ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ ผศ.ดร.โรจนี จินตนาวัฒน์ บุคลากรดีเด่น สายปฏิบัติการ ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรี ธนากรณ์ ทำการดี สายบริการ ได้แก่ คุณสายทอง บุญเรือง และ ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ คุณรัชนี ทีปกากร รางวัลดังกล่าวมอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานและประกาศเชิดชูคุณงามความดีให้เป็นเกียรติประวัติสืบไป

นอกจากนี้ได้มอบเข็มที่ระลึกแด่ผู้ที่ปฏิบัติงานในคณะฯ ครบ 30 ปี ได้แก่ ผศ.ดร.ฐิติณัฎฐ์  อัคคะเดชอนันต์  รศ.ดร.ประทุม สร้อยวงค์ อ.ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา และ คุณสังวาลย์ บุญมา ตลอดจนได้มอบกระเช้าดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีแด่ อ.ดร.หรรษา เศรษฐบุปผา รับรางวัลบุคคลที่ดำเนินการดีเด่นด้านการป้องกันควบคุม การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประจำปี 2564 จาก สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.จุฑามาศ โชติบาง รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นบัณฑิตวิทยาลัย ประเภทบูรณาการทั่วไป จากมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2562 คุณสายทอง คำป้อ รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2563 (ครุฑทองคำ) ประเภทลูกจ้างประจำ และ ศ.ดร.นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งฯ เป็น ศาสตราจารย์ ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 4 คณะพยาบาลศาสตร์ โดยมีการถ่ายทอดสดให้ได้รับชมผ่านทาง Nurse CMU Youtube การดำเนินงานจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19


ภาพ/ข่าว  วิภาดา / เชียงใหม่

ปทุมธานี - ‘บิ๊กแจ๊ส’ วิสัยทัศน์ผู้นำ จับมือกรมชลเร่งขุดคลองเตรียมรับน้ำเหนือ ป้องกันน้ำท่วมปทุมฯ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 เวลา 09:00 น. ที่บริเวณหน้าวัดนพรัตน์ คลองสิบสอง ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี , นายเสวก ประเสริฐสุข รอง นายกอบจ.ปทุมธานี , พร้อมด้วยนายสุริยา ธรรมธารา , นายสมบัติ วงศ์กวน สจ.เขตอำเภอหนองเสือ และ นายเฉลิมพงษ์ รังสิวัฒศักดิ์ สจ. เขตอำเภอธัญญบุรี พร้อมทีมงานลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ที่ได้ดำเนินการนำเรือโป๊ะรถแบคโฮจำนวน 5 โป๊ะ เพื่อดำเนินการขุดลอกและกำจัดวัชพืชที่คลองระบายน้ำที่สิบสอง ระยะทาง 22 กิโลเมตรที่มีวัชพืชผักตบชวาขึ้นหนาแน่นขวางทางน้ำและลำคลองก็ตื้นเขิน โดยระดมกำลังช่วยกันเร่งขุดลอกเตรียมการล่วงหน้ารองรับน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงมาเพื่อป้องกันอุทกภัยในปีนี้

โดย นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ , นายสมบูรณ์ เจิมไทย วิศกรชลประทานชำนาญการ , นายถนัดกิจ ทรัพย์ประทุม นายช่างชลประทาน และเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน หลังจากที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมได้ประสานไปที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนปทุมธานีจึงได้เริ่มโครงการดำเนินการขุดลอกคลองชื่อ คลองน้ำใน ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงได้ย้ายเรือโป๊ะรถแบคโฮมาที่คลองระบายน้ำที่คลองสิบสองต่อ เพื่อขุดลอกคลองและกำจัดวัชพืชเพื่อให้น้ำไหลได้ดีเพื่อเป็นการรองรับปริมาณน้ำช่วงหน้าฝนนี้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ขอบคุณท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังจากที่เราได้ประสานงานไป ท่านได้ส่งทีมงานกรมชลประทาน นำโดย นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ ร่วมถึงทีมงานกรมชลประทานทั้งหมดลงมาร่วมพร้อมเครื่องมือลงมาทำงานที่คลองน้ำใน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง 3 จังหวัด ประกอบด้วย นครนายก สระบุรีและปทุมธานี ได้ดำเนินการขุดลอกคลองกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะต้นไมยราบยักษ์ที่ขึ้นกลางคลองระยะกว่า 4 กิโลเมตรได้ดำเนินกำจัดหมดแล้วทำให้น้ำไหลได้สะดวก จากนั้นก็ได้จ้างเอกชนนำเรือโป๊ะรถแบคโฮ มาลงที่คลองสิบสอง จำนวน 5 โป๊ะ โดยขุดคอกคลองและกำจัดวัชพืชตลอดคลองสิบสองระยะทางตั้งแต่คลองระพีพัฒน์จนถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ระยะทาง 22 กิโลเมตร เมื่อเครื่องมือลงมาแล้วผมคาดว่าไม่เกิน 10 วันคลองสิบสองจะไม่มีวัชพืชขึ้นกีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือที่จะมาถึง

ซึ่งคาดว่าทุกคลองในเขตพื้นที่อำเภอหนองเสือ รวมถึงอำเภอธัญบุรี คลองสิบสองมีความสำคัญมากเพราะเป็นที่ดินดอนสุงหากน้ำเดินทางไม่สะดวกจะส่งผลให้การไหลของน้ำล่าช้าและอาจจะล้นตลิ่งได้เมื่อไม่มีวัคพืชและลำคลองไม่ตื้นเขินน้ำจะไหลสะดวก เป็นการป้องกันอุทกภัยต้องขอบคุณทางกรมชลประทานและทีมงานที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวปทุมธานีในครั้งนี้ นอกจากเป็นการรับมือไม่ให้เกิดอุทกภัยแล้ว ก็ยังจะเป็นลำคลองที่มีน้ำไว้ให้เกษตรได้เอาใช้ จะไม่ขาดน้ำในหน้าแล้งแล้ว


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ / รายงาน

พระนางแก้วคู่พระบารมี สมเด็จพระนางเจ้าฯ คู่พระราชบัลลังก์ ​| MEET THE STATES TIMES EP.10

????พระนางแก้วคู่พระบารมี สมเด็จพระนางเจ้าฯ คู่พระราชบัลลังก์ !
????ย้อนเวลา! ฟังเรื่องราวสุดประทับใจ เส้นทางความรักในหลวงรัชกาลที่ 9 และนางแก้วคู่พระบารมี!!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยกTHE STATES TIMES.

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9
 

ฟังเสียงประชาชน! ลำปางจัดขบวน #Carmobsลำปาง ขับไล่พลเอกประยุทธ์ ครั้งที่ 2 มีรถเข้าร่วมกว่า 1,000 คัน

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 15 ส.ค. 2564 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร อ.เมืองลำปาง กลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน มธ.ศูนย์ลำปางได้มีการจัดขบวน #carmobsลำปาง โดยเคลื่อนขบวนเวลา 16.00 น.จุดเริ่มต้น สวนสาธารณะเขลางค์ฯ - สามแยกโรงน้ำแข็ง - สวนอากง- วงเวียนหน้าสถานีรถไฟ- แยกดอนปาน - โรงเรียนมัธยมวิทยา - โรงเรียนประชาวิทย์ - ห้าแยกหอนาฬิกา-กาดออมสิน - มิวเซียมลำปาง - หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง -แล้ววกกลับมาที่ ถนนหน้าที่ทำการไปรษณีย์ไทย- ถนนทิพย์ช้าง -กลับไปยังจุดเริ่มขบวนสวนสาธารณะเขลางค์ฯ โดยมีรถนำขบวนรถแห่คันที่ 1 รถจักรยานยนต์มวลชน รถน้ำ รถยนต์มวลชน รถแห่คันที่ 2 รถยนต์มวลชนและ รถปิดท้าย กล่าวถึงการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 โดยมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เข้าร่วมขบวนกว่า 1,000 คัน เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางดังกล่าวพร้อมกับบีบแตร ชู 3 นิ้วรอบเมือง แสดงพลังขับไล่นายกฯ ก่อนขบวนจะหยุดอ่านแถลงการณ์หน้าจวนผู้ว่าฯ โดยมี ตร.จราจร สภ.เมืองลำปางดูคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรด้วย

ทั้งนี้ #carmobs ลำปางที่จัดขึ้น มีผู้ร่วมอุดมการณ์แสดงเจตนารมย์ในการขับไล่รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อขบวนไปถึงหน้าจวนผู้ว่าฯแกนนำได้กล่าวแถลงการณ์ถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิด การจัดหาวัคซีน การรักษาทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก การแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ เพื่อไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ และให้พลเอกประยุทธ์และ ครม.ลาออก ก่อนเคลื่อขบวนกลับที่จุดเดิมและประกาศสิ้นสุดกิจกรรมก่อนแยกย้ายกันกลับในเวลา 18.00 น. โดยได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ สังเกตุการณ์และรักษาความสะดวกเรียบร้อยจำนวนมาก

"โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมาเพื่อร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน ประชาชนจับมือและร่วมใจกันลงถนน เพื่อเรียกร้องการมีชีวิตรอดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แต่รัฐบาลไม่สนใจ นอกจากนี้ยังตอบแทนความหวังดีด้วยการใช้ความรุนแรง การออกมาขับไล่รัฐบาลทรราชย์ จึงเป็นหน้าที่ของประชาชน “ แกนนำกลุ่มฯกล่าว


ภาพ/ข่าว  วินัย / ลำปาง รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top