Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย อดีตหัวหน้าคณะรัฐบาลทหาร ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงเนปิดอว์ หลังจากผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีผลออกมาเป็นบวก

13 ส.ค. 64 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย อดีตหัวหน้าคณะรัฐบาลทหารที่ปกครองเมียนมามายาวนานเกือบ 20 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงเนปิดอว์ นครหลวงและขณะนี้มีอาการคงที่ หลังจากผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีผลออกมาเป็นบวก

พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย วัย 88 ปี อดีตผู้นำคณะรัฐบาลทหารเมียนมา ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทหารธาอิก ชวง ในกรุงเนปิดอว์ พร้อมกับภรรยาของเขา หลังจากตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อสามถึงสี่วันก่อน โดยเข้ารักษาตัวในแผนกผู้ป่วยบุคคลสำคัญ (วีไอพี) ของโรงพยาบาลภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด คาดว่าจะต้องรักษาตัวอยู่ 2 สัปดาห์ แต่แหล่งข่าวในโรงพยาบาลยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอาการป่วยของอดีตผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา

วันเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศเมียนมาเผยถึงการลงนามความร่วมมือกับนายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา เรื่องที่จีนจะส่งมอบเงินกว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 200 ล้านบาทให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา สำหรับเป็นเงินลงทุนโครงการพัฒนา 21 โครงการผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง-ลานช้าง (LMC) ขณะที่กลุ่มฝ่ายค้านกล่าวโทษว่าจีนสนับสนุนการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา แต่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาพร้อมเผยว่า สนับสนุนการเจรจาทางการทูตกับวิกฤติทางการเมือง โดยมองว่าเสถียรภาพในเมียนมาต้องมาอันดับแรกและไม่ขอแทรกแซงกิจการเพื่อนบ้าน


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/594633


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สมุทรปราการ-ยกนิ้วให้ “อำนวย บุญริ้ว” ไม่ทอดทิ้งประชาชน พูดจริงทำจริง แจกมะนาว 1,300 โล ร่วมเทิดพระเกียรติ 12 ส.ค.

ที่บริเวณลานกิจกรรม  หมู่บ้านพฤกษา 15  นายอำนวย บุญริ้ว  นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่  นำคณะผู้บริหาร  ประธานสภา  สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่  และคณะเจ้าหน้าที่  ร่วมลงพื้นที่ภายในชุมชนหมู่บ้านพฤกษา 15  แจกมะนาว  จำนวน  1,300  กิโลกรัม  ให้กับประชาชนที่พักอาศัยภายในหมู่บ้านพฤกษา 15  โดยประสานความร่วมมือกับทางคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 15 โดยนางกัญญดากร  เรืองฤทธิ์  รองประธานกรรมการนิติบุคคล  หมู่บ้านพฤกษา 15  คณะเจ้าหน้าที่  อสม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมมอบมะนาว  จำนวน  1,300 กิโลกรัม  ให้กับพี่น้องประชาชนหมู่บ้านพฤกษา 15


โดยการนำความรู้  ภูมิปัญญาชาวบ้านมาปรับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19  จึงได้นำมะนาวสดมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชนหมู่บ้านพฤกษา 15 เพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส โควิด-19  ได้ในระดับหนึ่ง  โดยที่ผ่านมา  ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ร่วมกับคณะกรรมการนิติบุคคล  ได้ดำเนินการแจกน้ำขิง จำนวน 4,000 ขวด ให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชน และมีการจัดระเบียบตามมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด


ด้าน นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19  ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยประชาชนในเขตพื้นที่แพรกษาใหม่  จึงนำคณะผู้บริหาร  คณะสมาชิก ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่  มีทั้งผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และประชาชนที่ยังไม่ได้รับเชื้อ  เพื่อแสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ก็ได้ร่วมกับทางคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา 15  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำมะนาวสด  จำนวน 1,300  กิโลกรัม  นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน  โดยทางเจ้าหน้าที่จะทำการแจกให้ครบทุกครอบครัว  ครอบครัวละ 1 กิโลกรัม  เนื่องจากหมู่บ้านพฤกษา 15  เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และมีประชาชนพักอาศัยเป็นจำนวนมากถึง 3,200 กว่าหลังคาเรือน  จึงต้องมีการจัดระเบียบตามมาตการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

อีกทั้ง ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ดำเนินการทำมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีการรวมกลุ่มของทางชุมชนต่างๆ ในเขตพื้นที่ โดยการนำสมุนไพรมาใช้รักษาควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา เพื่อป้องกันและยับยั้งโรคโควิด-19 ได้ในระดับหนึ่ง  อีกทั้งในวันนี้เป็นวันสำคัญ  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม  จึงได้ร่วมกันแจกมะนาวเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี  และร่วมเทิดพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย

'เฟซบุ๊ก' ลบบัญชีผลิตข่าวปลอมที่ให้ร้ายไฟเซอร์-แอตราเซเนกา ชี้ รัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

13 ส.ค. 2564 เว็บไซต์ นสพ.The Washington Post สหรัฐอเมริกา เสนอข่าว Facebook bans Russian disinformation network that claimed coronavirus vaccines turn people into chimpanzees เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2564 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยระบุว่า เฟซบุ๊ก หนึ่งในผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์รายใหญ่ เปิดเผยถึงการกวาดล้างบัญชีผู้ใช้งานที่มีพฤติกรรมสร้างข่าวปลอมหรือบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 โดยระงับการใช้งานไปนับร้อยบัญชี ซึ่งพบว่า ต้นทางข่าวเหล่านี้จำนวนมากมาจากรัสเซีย

ทีมสืบสวนของเฟซบุ๊กอ้างถึง Fazze บริษัทลูกในเครือบริษัทด้านการตลาดแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร และมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้รับสารไว้ในสหรัฐฯ อินเดีย และภูมิภาคลาตินอเมริกา ทำให้บริษัทดังกล่าวยังถูกเฟซบุ๊กแบนด้วย เนื่องจากละเมิดข้อห้ามด้านการแทรกแซงจากต่างประเทศ ทั้งนี้เมื่อช่วงต้นปี 2564 Fazze เคยตกเป็นข่าวมาแล้วหนหนึ่ง เมื่อมีการเปิดเผยว่า ลีโอ กราเซต์ (Leo Grasset) ยูทูบเบอร์คนดังชาวฝรั่งเศสผู้ใช้ชื่อในวงการว่า DirtyBiology ได้รับข้อเสนอให้ผลิตเนื้อหาโจมตีวัคซีนไฟเซอร์ ว่ามีอันตรายมากกว่าวัคซีนแอสตราเซเนกา เรื่องนี้นำไปสู่การสอบสวนของทางการฝรั่งเศส ว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

เบื้องต้น Fazze และบริษัทแม่คือ AdNow ยังไม่ได้ชี้แจงใด ๆ ในเรื่องนี้ ขณะที่ ดมิทรี เปซคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกรัฐบาลรัสเซีย กล่าวถึงข้อกล่าวหาในอดีตเรื่องการบิดเบือนข้อมูลของวัคซีนรัสเซียว่า รัสเซียไม่ได้ทำให้ใครเข้าใจผิด แต่รัสเซียภูมิใจพูดถึงความสำเร็จของตน และแบ่งปันความสำเร็จเกี่ยวกับวัคซีนที่จดทะเบียนครั้งแรกในโลก อย่างไรก็ตาม ในเดือน พ.ค. 2564 เฟซบุ๊กได้เปิดเผยปฏิบัติการบิดเบือนข้อมูลที่เกิดขึ้นในกว่า 50 ประเทศ จนถึงปี 2560 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจัดการกับผู้มีบทบาททางการเมืองที่พยายามจัดการกับการอภิปรายสาธารณะโดยใช้แพลตฟอร์มของตน และระบุว่า รัสเซียเป็นชาติที่พบการผลิตเนื้อหาบิดเบือนมากที่สุด

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า เฟซบุ๊กได้ออกนโยบายห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 รวมถึงการกล่าวอ้างที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการรักษา และข้อมูลเท็จเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิต ซึ่งในเดือน ก.ค. 2564 โจ ไบเดน (Joe Biden) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า บริษัทกำลังฆ่าคนหากยังปล่อยให้มีการเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 และแม้ต่อมาจะใช้ถ้อยคำที่เบาลง แต่ก็ยังเรียกร้องให้ผู้ให้บริการสื่อออนไลน์จัดการอย่างเด็ดขาดจริงจัง ขณะที่องค์กร Center for Countering Digital Hate อ้างผลการศึกษาของตนที่พบว่า เนื้อหาต่อต้านวัคซีนส่วนใหญ่บนเฟซบุ๊ก รวมถึงอีกแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่างทวิตเตอร์ เผยแพร่โดยคนเพียง 12 คนเท่านั้น

บรรดาคนมีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ต่างมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เฟซบุ๊กได้ลบเนื้อหาไปแล้วกว่า 18 ล้านเนื้อหา ที่มีลักษณะข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโควิด-19 แต่ไม่ได้เผยจำนวนผู้ได้รับสารหรือเนื้อหาดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าจะมากกว่านั้น อนึ่ง ทีมสืบสวนของเฟซบุ๊ก ยังกล่าวด้วยว่า ปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพื่อโจมตีวัคซีนโควิด-19 เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2563 โดยพบการโพสต์เนื้อหาที่กล่าวว่า วัคซีนแอสตราเซเนกา สามารถเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นลิงชิมแปนซีได้

และต่อมาในฤดูใบไม้ผลิปี 2564 ก็หันมาโจมตีวัคซีนไฟเซอร์ โดยอ้างว่าพบเอกสารที่รั่วไหลจาก บ.แอสตราเซเนกา ที่เนื้อหากล่าวถึงวัคซีนไฟเซอร์ฉีดแล้วมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าวัคซีนยี่ห้ออื่น ๆ ทั้งที่วัคซีนแอสตราเซเนกา พบผลข้างเคียงลิ่มเลือดอุดตันซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้น้อยมาก เช่นเดียวกับวัคซีนไฟเซอร์ ก็เหมือนกับวัคซีนอื่น ๆ ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในสหรัฐฯ ซึ่งผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

รายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า วัคซีนโควิด-19 สัญชาติรัสเซียอย่าง สปุตนิก วี กำลังใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางทำลายความน่าเชื่อถือของคู่แข่ง เฟซบุ๊ก ระบุว่า คลื่นการปั่นกระแสทั้ง 2 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทางการสหรัฐฯ อินเดีย และประเทศแถบลาตินอเมริกา กำลังพิจารณาว่าจะรับรองให้ใช้วัคซีนโควิด-19 อาทิ ในเดือน เม.ย. 2564 หรือ 1 เดือนก่อนการปั่นกระแสครั้งที่ 2 หน่วยงานสาธารณสุขของบราซิล ออกมาตำหนิและไม่อนุมัติให้ใช้วัคซีนสปุตนิก วี แม้ว่าจะมี 70 ประเทศที่อนุมัติให้ใช้ได้แล้วก็ตาม ขณะที่เฟซบุ๊กตั้งคำถามว่า ใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง Fazze

อนึ่ง นอกจากเฟซบุ๊กแล้ว ยังมีความพยายามต่อสู้กับข่าวปลอมเรื่องโควิดและวัคซีนในอีกหลายพื้นที่บนโลกออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ Medium, Change.org, Reddit รวมถึงไปยูทูป อินสตาแกรม และติ๊กต๊อก


ที่มา washingtonpost

https://www.naewna.com/inter/594616


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ' ติดลมบน คนแห่ซื้ออย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสังคมมี 2 ด้าน

ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ ติดลมบน คนแห่ซื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกสังคมล้วนมี 2 ด้าน แม้จะมีกลุ่มที่คอยไล่ด่า แต่ก็มีอีกกลุ่มที่คุณค่าและเห็นด้วยในตัว 'ป๋าเทพ' จนดันให้ยอดขายยิ่งพุ่งขึ้น ๆ

ทั้งนี้ หลังจาก “ป๋าเทพ” หรือ 'เทพ โพธิ์งาม' ต้องเผชิญมรสุมดราม่าจากการออกมาไลฟ์สดจวก “คนรุ่นใหม่” พร้อมชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ทำได้ดี” จนถูกวิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะโลกโซเชียล ถึงขั้นขึ้นเทรนด์หลายแพลตฟอร์ม ต่อเนื่องด้วยการที่ ป๋าเทพ ยังเจอเสียงวิจารณ์ปม “ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ” ธุรกิจล่าสุดมีกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน บางรายโจมตีถึงขั้น “สกปรก” ก่อนที่อดีตตลกชื่อดังจะตอบโต้มีใจความสำคัญว่า “ชาวบ้านเค้ามาทำกัน ไม่ได้เป็นบริษัท” พร้อมปิดท้ายสุดพีค “กูอ่ะเศรษฐกิจพอเพียง”

ล่าสุด ป๋าเทพ โพธิ์งาม เจ้าของแบรนด์ขนมเปี๊ยะยี่ห้อ “ขนมเปี๊ยะขั้นเทพ” คุยฟุ้งเจอดราม่า แต่ยอดขายกลับพุ่งสูงทะลุเพดาน ยอดจองล่าสุดกว่า 5 แสนบาทต่อเดือน

สำหรับราคาขายขนมเปี๊ยะขั้นเทพในปัจจุบันนั้น แบ่งออกดังนี้...

แพ็คเก็จ 1 : กล่องสองลูก ราคากล่องละ 50 บาท ซื้อ 10 แถม 1

แพ็คเก็จ 2 : กล่องเก้าลูก ราคากล่องละ 250 บาท ซื้อ 2 แถม 1 กล่องเล็ก

และหากคำนวณจากยอดขาย 5 แสนบาทแล้ว ถ้าขายกล่องเล็ก ราคา 50 บาท จะขายได้ 10,000 กล่อง ขณะที่กล่องใหญ่ ราคา 250 บาท จะขายได้ทั้งสิ้น 2,000 กล่องเลยทีเดียว


ที่มา: https://www.topnews.co.th/news/65853

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6557320


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รวมเหล่าคนดัง สาวกทีมฟุตบอลใน 'พรีเมียร์ลีก อังกฤษ'

เปิดฤดูกาลละจ้า!! สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งของโลก กลับมาเปิดฤดูกาลฟาดแข้งกันในสุดสัปดาห์นี้กันแล้ว งานนี้คอบอลได้เฮ เพราะมีกีฬาดูแก้เหงายามออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ แต่ก่อนจะประเดิมความมันส์ของฟุตบอล THE STATES TIMES ไปรวบเหล่าคนดังระดับเซเลบฯ ที่เป็นสาวกทีมในพรีเมียร์ลีก พวกพี่ ๆ คลั่งไคล้ทีมไหนกันบ้าง ลองไปเช็กกัน


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กรมควบคุมโรคเผยจัดส่ง 'วัคซีนไฟเซอร์' (Pfizer) รอบ 2 ครบ 7 แสนโดส คาดถึงทุกพื้นที่ครอบคลุม 77 จังหวัด 14 ส.ค. นี้ ยันไม่มีการสต๊อกไว้ กรมการแพทย์แจงฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าตามหลักเกณฑ์ สธ. ขณะที่หลายพื้นจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนเนื่องในวันแม่

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ว่า การจัดสรรโควตาวัคซีนไฟเซอร์ 7 แสนโดส สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่เป็นผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในพื้นที่ 77 จังหวัด ได้มีการจัดส่งวัคซีนแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกจัดส่งระหว่างวันที่ 4-5 สิงหาคม จำนวน 442,800 โดส

รอบที่สองทยอยจัดส่งตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม จำนวน 257,200 โดส และคาดว่า จะถึงทุกพื้นที่ไม่เกินวันที่ 14 ส.ค. 64 นี้ ส่วนหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 7 แสนโดส อ้างอิงมาจากฐานข้อมูลระบบกระทรวงสาธารณสุข (MOPH-IC) ที่มีประวัติการฉีดวัคซีนซิโนแวค ในช่วงวันที่ 28 ก.พ.-22 มิ.ย. 64 เนื่องจากวัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนหลักที่ฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงแรก และเป็นจำนวนบุคลากรทั้งหมดโดยไม่แยกว่า เป็นด่านหน้า หรือกลุ่มสนับสนุน

น.พ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการจัดส่งวัคซีนไปในพื้นที่ทั้ง 2 รอบ โดยห่างกัน 1 สัปดาห์ ซึ่งรอบแรกมีหลักเกณฑ์โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำรวจผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มกระตุ้น และให้ส่งข้อมูลกลับมาภายในวันที่ 30 ก.ค. 64 ซึ่งพบว่า ข้อมูลที่สำรวจมีความหลากหลาย เช่น ไม่สอดคล้องกับจำนวนบุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคในฐานข้อมูล และหลายจังหวัดส่งข้อมูลกลับมาเลยเวลาที่กำหนด

อีกทั้งมีบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 2 แสนราย ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกาเข็มกระตุ้นไปแล้ว นอกจากนี้ เมื่อเก็บวัคซีนไฟเซอร์ในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะมีอายุได้ 1 เดือน หากต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่สอง จะต้องฉีดห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์ ก่อนวัคซีนจะเสื่อมสภาพ ดังนั้น การจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ในรอบแรก จึงต้องส่งให้ครบตามจำนวนที่ต้องการในแต่ละพื้นที่

"การจัดสรรจากโรงพยาบาลจังหวัด สสจ.จะจัดสรรไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ถือเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ยืนยันว่าไม่มีการสต๊อกวัคซีนไว้ที่กรมควบคุมโรค และไม่มีการเลือกฉีดให้กับเคสวีไอพีใด ๆ ทั้งสิ้น หากพบเบาะแสการนำวัคซีนไปฉีดผิดกลุ่มเป้าหมาย ขอให้แจ้งกระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์บริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์กระทรวงสาธารณสุข โทร. 0-2590-2876-7" นพ.โอภาสกล่าว

ด้านกรมการแพทย์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กกรมการแพทย์ กรณีที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ Pfizer ให้แก่บุคลากรส่วนกลางที่ปฏิบัติงานส่วนงานสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ว่า ยืนยันว่า การฉีดวัคซีนเป็นไปตามเงื่อนไขความจำเป็น และหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และการควบคุมป้องกันโรค ซึ่งมีโอกาส และมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานทั้งสิ้น ดังนั้นหากผู้ปฏิบัติงานได้รับวัคซีนแล้วจะสามารถป้องกันการป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป

ขณะที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2564 ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 12-16 สิงหาคม 2564 ผ่านทาง LINE Official รพ.จุฬาภรณ์ https://bit.ly/MomForm2 ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะส่งข้อความ SMS ถึงคุณแม่ที่ลงทะเบียนเข้ามาทุกท่านให้เข้ามาดำเนินการทำแบบคัดกรอง และใบยินยอม และนัดหมายการเข้ารับวัคซีนต่อไป เงื่อนไขการเข้ารับสิทธิ์...

1.) คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

2.) เข้ารับบริการที่ศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อาคาร 9 (ทีโอทีเดิม) ถนนแจ้งวัฒนะเท่านั้น

3.) ในวันฉีดวัคซีนกรุณานำเอกสารการฝากครรภ์ และบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อแสดงเป็นหลักฐานในการเข้ารับบริการ

วันเดียวกันในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มีการจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ตรัง นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นประธานร่วมกิจกรรมฉีดวัคซีนแพ็กคู่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ซึ่งทางโรงพยาบาลตรังจัดขึ้น โดยจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แพ็กคู่ โดยแบ่งเป็นคู่แม่ลูก โดยแม่ต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรืออยู่ใน 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และลูก หรือคนที่พาแม่มารับวัคซีนจะต้องมีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป

โดยได้รับการฉีดวัคซีนทั้งแม่ และลูก หรือคนพามา นอกจากนี้ยังมีการฉีดวัคซีนให้กับคู่สามีภรรยาที่ตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผ่านการให้คำแนะนำของคลินิกฝากครรภ์ของโรงพยาบาลตรังมาแล้ว โดยได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกอำเภอใน จ.ตรัง ลงทะเบียน ซึ่งรับจำนวนจำกัด 888 คู่ มีประชาชนสนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ที่โรงพยาบาลเบตง จ.ยะลา จัดฉีดวัคซีนโควิดพระราชทานซิโนฟาร์ม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือวันแม่แห่งชาติ ให้บริการ Walk-In จำนวน 1,200 คน เพื่อรับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม เข็มที่ 1 และเข็มที่ 1 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ณ จุดบริการวัคซีนโควิด-19 หน้าอาคารตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาลเบตง

ขณะที่เรือนจำอำเภอเบตง นพ.สวรรค์ กาญจนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง พร้อมด้วยทีมแพทย์ ร่วมมอบวัคซีนพระราชทาน “ซิโนฟาร์ม” จากราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ให้กับผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอเบตง และในวันนี้ 12 ส.ค. ทำการฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังรวม 254 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 217 คน ผู้ต้องขังหญิง 37 คน

ที่ จ.สมุทรสาคร นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นางสาวศุภมิตา เรืองสิริวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลสมุทรสาคร และคณะเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร กับ อบจ.สมุทรสาคร ได้ร่วมกันลงพื้นที่นำหน่วยบริการชุมชนเคลื่อนที่จัดฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเปราะบาง อำเภอเมืองสมุทรสาคร ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงตามโครงการฉีด “วัคซีนฟาร์มสุข” นำร่องวันแม่แห่งชาติ ซึ่งได้ลงทะเบียนจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ผ่านทาง http://www.xn--42ci8ehayr8dwi.com/ ระยะที่ 1


ที่มา: https://www.thaipost.net/main/detail/113120


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตม.จังหวัดจันทบุรี จับชาวลาว!! แอบย่องผ่านเข้าไทย ถูกรวบพร้อมขบวนการช่วยเหลือนำพา 3 คดี

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

“จับชาวลาว แอบย่องผ่านเข้าไทย ถูกจับพร้อมขบวนการช่วยเหลือ”
ในห้วงเวลาที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในแนวชายแดนจังหวัดจันทบุรีมีความเข้มงวด และกวดขันจับกุมผู้กระผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง อย่างต่อเนื่อง ในกรณีนี้ชุดสืบสวน ตม.จว.จันทบุรี ได้ทำการสืบสวนทราบว่า จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผ่านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีจึงได้วางแผนสกัดจับกุมโดยบูรณาการกำลังปฏิบัติกับทหารพรานและตำรวจภูธรพื้นที่ ซึ่งต่อมาขณะที่ตั้งจุดสกัดได้ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูสุ สีฟ้า ทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะตรงตามข้อมูลที่ทำการสืบสวนจึงได้ทำการเรียกขอตรวจสอบ ซึ่งเมื่อรถยนต์กระบะคันดังกล่าวถูกเรียกก็แสดงพิรุจโดยเคลื่อนตัวช้าๆก่อนเข้ามาที่จุดสกัด จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ขับคือนายวิรุธ (ขอสงวนสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี มีผู้โดยสารนั่งมาในแคป 2 คน ตรวจสอบแล้วพบว่าคือ นายแม็ก สัญชาติลาว อายุ 28 ปี และนางเม สัญชาติลาว อายุ 24 ปี ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทางอย่างใด สอบถามรับว่าหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวนำส่งดำเนินคดี

การแจ้งข้อกล่าวหา : นายวิรุธ “ช่วยเหลือซ่อนเร้นด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” นายแม็ก และนางเม “ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ของกลาง : รถยนต์กระบะ มีแคป ติดหลังคา ทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1 คัน

สถานที่เกิดเหตุวันเวลาเกิดเหตุ : จุดตรวจหน้ากองร้อย ทพ.นย.546 (คลองโป่งน้ำร้อน) ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี

จากการสอบถาม นายแม็กและนางเมให้ข้อมูลว่าเป็นสามีภรรยากันทำงานอยู่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา หลักจากสถานการณ์โควิดที่กัมพูชารุนแรงและไม่มีงานจึงคิดจะกลับประเทศลาวโดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเนื่องจากถนนหนทางสะดวก จึงลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติและแอบทำงานเก็บเงินในจันทบุรีเกือบ 1 เดือน จากนั้นจึงติดต่อจ้างนายวิรุธ คนละ 8,500 บาท ให้ส่งกลับบ้าน ส่วนนายวิรุธรับสารภาพว่าปกติทำงานขับรถส่งผลไม้ส่วนงานรับงานขนส่งแรงงานนั้นทำเป็นครั้งคราว

ซึ่งในเคสนี้ก็รับว่าได้รับการติดต่อจากจ้างจากนายแม็กจริง โดยจะนำคนทั้งสองไปส่งที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วจะจ้างเพื่อนของนายวิรุธรับไปส่งต่อยังชายแดนหนองคายต่อไป ซึ่ง ตม.จว.จันทบุรี จะดำเนินการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป 

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขยายผลจับกุมเครือข่าย "แก๊งนำพาคนจีน หลบหนีเข้าเมือง"

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ

สืบเนื่องจากการจับกุมขบวนการลักลอบขนคนจีนเข้าประเทศ โดยจับกุมที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมานั้น นายสมบุญ ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า ตนได้รับการชักชวนให้ทำงานขนคนครั้งนี้ จากนายไชศักดิ์หรือใหญ่ โดยร่วมทำกันมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งในครั้งก่อน ๆ นายสมบุญ จะทำหน้าที่ขับรถนำคอยแจ้งเรื่องด่านตรวจ ส่วนนายใหญ่จะทำหน้าที่ขับรถคนขนต่างด้าว แต่ในครั้งที่ถูกจับกุมนี้ได้เปลี่ยนหน้าที่กัน โดยนายใหญ่ทำหน้าที่ขับรถนำทางและคอยแจ้งเรื่องด่านตรวจ ส่วนนายสมบุญทำหน้าที่ขับรถขนคนต่างด้าวไปส่งที่หมายและทำให้ถูกจับกุมซึ่งทุก ๆ ครั้ง นายใหญ่ จะเป็นคนรับงานขนคนต่างด้าวและรายละเอียดต่าง ๆ จากนั้นจึงมาชักชวนนายสมบุญให้ร่วมทำงาน โดยแบ่งหน้าที่และแบ่งเงินที่ได้รับด้วยกัน นายใหญ่ เป็นคนรับงานขนคนต่างด้าวมาจากผู้สั่งการ ที่ จว.เชียงราย โดยไม่ได้สนใจว่าคนต่างด้าวที่ตนรับขนนั้นจะเข้าประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 331/64 ลง 19 ก.ค.64 ข้อหา "ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม"

ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวน ทราบว่า นายใหญ่ หลบหนีและพักอาศัยอยู่บ้านพัก ย่านธัญบุรี คลอง 11 จว.ปทุมธานี จึงได้วางแผนจับกุม เมื่อพบตัวชายลักษณะคล้ายนายใหญ่บุคคลตามหมายจับจึงได้แสงตัว และแสดงหมายจับให้ นายไชศักดิ์หรือใหญ่ ทราบ ก็รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน จึงได้จับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป จับกุมได้ที่ถนนภายในหมู่บ้านกรีนการ์เดนโฮม คลอง 11 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญญบุรี จว.ปทุมธานี

จากการซักถามนายใหญ่ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับงานมาจากผู้สั่งการ ซึ่งอยู่ที่ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยการนัดรับคนต่างด้าวทุก ๆ ครั้ง จะนัดรับที่ บริเวณบึงหนองปึ๋ง อ.เมือง จว.เชียงราย ได้รับค่าจ้างตามจำนวนคนต่างด้าว หัวละ 5,000 บาท โดยจะได้รับค่าจ้างเมื่อส่งคนต่างด้าวถึงที่หมาย เงินที่ได้รับค่าจ้างเมื่อหักค่าน้ำมันออก ก็จะแบ่งกับ นายสมบุญ

ซึ่งตนชักชวนมาร่วมงาน โดยแบ่งกันคนละครึ่งทางการสืบสวนพบว่า นายใหญ่ มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อผู้สั่งงาน/ว่าจ้างหลายครั้ง และมีจำนวนเงินโอนเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

รวบแล้ว!! ‘เจ๊เจี๊ยบ’ หัวหน้าขบวนการ ขนแรงงานลงประจวบฯ กก.สส.บก.ตม.3 แถลงการจับกุมตัว

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ 

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 64 เกิดเหตุ รถขนคนต่างด้าวจำนวน 42 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง จว.ประจวบคีรีขันธ์ จับกุมที่ จุดตรวจประชารัฐ อ.คลองวาฬ จว.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจากการตรวจสอบพบ นายพีระ เป็นผู้ขับขี่ เบื้องต้นจากการซักถามคนต่างด้าวให้การว่าจะเดินทางกลับพม่าทางช่องทางด่านสิงขร โดยได้จ่ายค่าดำเนินการประมาณ 5,000-8,000 บาท ต่อมาได้ตรวจสอบพบว่าในกลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวมีผู้ติดโควิด-19 จำนวน 16 คน จึงทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องควบคุมตัวกลุ่มคนต่างด้าวและคนขับรถดังกล่าวไว้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ เสียก่อน

ต่อมา กก.สส.บก.ตม.3 ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนขยายผล นายพีระ โดยนายพีระ ได้รับสารภาพทราบว่า ตนเป็นคนขับรถของบริษัท มีชื่อแห่งหนึ่ง ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้รับคำสั่งจากนายจ้างชาวไทยให้มารับคนต่างด้าวกับนายหน้าชาวไทยที่ จว.สมุทรสาคร เพื่อเดินทางไปยังด่านสิงขร จว.ประจวบฯ หลังจากรับคนงานแล้วจึงได้รับค่าดำเนินการจำนวนหนึ่งจากนายหน้า พร้อมทั้งได้ข้อมูลผู้ประสานงานที่ จว.ประจวบฯ โดยเมื่อเดินทางไปถึงให้ประสานงานกับ น.ส. เจี๊ยบ เพื่อจะได้นัดหมายพบกันต่อไป ต่อมาจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ทำให้ทราบภายหลังว่าเป็น น.ส.วณิชย์นารา ซึ่งนอกจากกระทำความผิดในคดีนี้แล้ว ยังตรวจสอบพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดตาก ที่ จ.115/2564 ข้อหาฉ้อโกง จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งทราบแหล่งกบดาน

ต่อมาวันที่ 10 ส.ค. 64 จึงได้เข้าจับกุมตัว น.ส.วณิชย์นารา ได้ที่บริเวณหน้าแมนชั่นแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่กบดานของ น.ส.วณิชย์นารา โดยเบื้องต้นจากการตรวจค้นพบพยานหลักฐานทั้งการติดต่อสื่อสารและด้านการเงินสอดคล้องกับคำให้การของ นายพีระ ซึ่งฝ่ายสืบสวนสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

“ดร.นิว” ตั้งคำถาม ไทยกำลังสูญเสียทรัพย์สมบัติของชาติในอวกาศหรือไม่ วอนรัฐ หันมาบริหารการลงทุนดาวเทียมเอง

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า...

เปิดหลักฐานสำคัญ เรากำลังสูญเสียทรัพย์สมบัติของชาติในอวกาศหรือไม่?

ดาวเทียม Thaicom 7 นอกจากจะเป็นดาวเทียมนอกสัมปทาน ภายใต้ใบอนุญาตที่อาจมิชอบด้วยกฎหมาย ยังอาจเป็นการนำดาวเทียมสัญชาติอื่นมาเข้าใช้วงโคจร ซึ่งเป็นสิทธิของประเทศไทยโดยผิดกฎหมายด้วยหรือไม่?

แม้ดาวเทียม Thaicom 7 จะถูกอ้างว่ามีบริษัท Thaicom ของประเทศไทยเป็นเจ้าของร่วมกันกับบริษัท Asiasat ของประเทศจีน แต่รายงานประจำปีของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ปี 2016 และข้อมูลหมายเลขประจำตัวของวัตถุอวกาศ NORAD ID: 40141 ระบุชัดเจน ดาวเทียม Thaicom 7 ซึ่งมีชื่อทางการว่า "Asiasat 6" เป็นของประเทศจีน เพราะระบุแต่ชื่อ "Asia Satellite Telecommunications Co. Ltd."

เมื่อดาวเทียม "Thaicom 7" จริง ๆ แล้วมีชื่อว่าดาวเทียม "Asiasat 6" เป็นดาวเทียมสัญชาติจีนของบริษัท Asia Satellite Telecommunications Co. Ltd. มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง ได้มาเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศไทย อีกทั้งยังถูกนำไปใช้ในกิจการดาวเทียมของต่างชาติแทบทั้งหมด

>> การกระทำดังกล่าวจะขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างร้ายแรง?

>> ประเทศไทยสูญเสียสิทธิในวงโคจรดาวเทียมไปแล้วหรือไม่?

ย่านความถี่เดิมที่เคยมีของประเทศไทยตกเป็นของต่างชาติไปแล้วหรือเปล่า?

นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างความฉ้อฉลของบรรดานักธุรกิจการเมือง ที่ได้เข้ามาผูกขาดสัมปทานดาวเทียมตลอดห้วงเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยการทำสิ่งต่าง ๆ ลับหลังประชาชนที่อาจผิดต่อกฎหมาย เกิดข้อพิพาทจำนวนมากในกิจการดาวเทียมของประเทศ ตลอดจนส่งผลทำให้ประเทศชาติและประชาชนสูญเสียผลประโยชน์อันมหาศาลไปอย่างน่าเสียดาย

ปัญหากิจการดาวเทียม จึงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอำนาจอธิปไตยปวงชนเป็นจริงแค่ในกระดาษ ทรัพย์สมบัติอันมหาศาลของชาติตกอยู่ในกำมือของคนส่วนน้อย ไม่ต่างจากอำนาจอธิปไตยที่ยังคงอยู่ในมือของคนส่วนน้อย นี่คือหน้าตาที่แท้จริงของ "ระบอบเผด็จการ" ในประเทศไทย ซึ่ง "นักธุรกิจการเมือง" ต่างเข้ามาแทรกแซงผลประโยชน์ของรัฐ คอร์รัปชันเชิงนโยบายเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้วถือครองผ่านนอมินี ผูกขาดสัมปทานไปเป็นสมบัติส่วนตัว ฯลฯ

การยกเลิกการประมูล แล้วนำกิจการดาวเทียมกลับมาเป็นของประชาชน จึงมีความคุ้มค่ายิ่งกว่าการปล่อยประมูลราคาถูก ไม่เพียงสร้างแหล่งรายได้มหาศาล นำมาใช้พัฒนาประเทศและเสริมสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีให้กับประชาชน แต่ยังสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายที่สำคัญของประชาชนในชีวิตประจำวันได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น ค่าโทรศัพท์, ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ เนื่องจากธุรกิจดาวเทียมในยุคปัจจุบันเป็นการบริหารจัดการผลประโยชน์ระหว่างบริษัทที่ผลิตและส่งดาวเทียมกับเจ้าของสิทธิ์วงโคจรเท่านั้น ดังนั้นหากประเทศไทยสามารถบริหารกิจการดาวเทียมได้เอง รายได้ก็จะตกเป็นของประเทศชาติและประชาชนอย่างเป็นกอบเป็นกำตลอดไป

การนำกิจการดาวเทียมกลับมาเป็นของประชาชน จึงเป็นการทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง เป็น "โดมิโน่ตัวแรก" ที่จะทำให้ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยร่วมกัน ไม่ต่างจากที่เป็นเจ้าของกิจการดาวเทียมแห่งชาติร่วมกัน ซึ่งจะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนของ "การปฏิวัติประชาชนเพื่อสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติ" ที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างทั่วถึง

#ภารกิจทวงคืนกิจการดาวเทียมกลับมาเป็นของประชาชน

#ยกเลิกการประมูลวงโคจรดาวเทียม

#ทวงคืนกิจการดาวเทียมกลับสู่ประชาชน

#ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชน

#ปฏิวัติประชาชนเพื่อสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติ

 

ดร.ศุภณัฐ

13 สิงหาคม พ.ศ. 2564

#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ


ที่มา : https://www.facebook.com/100001579425464/posts/4444252235637380/

อ้างอิง : https://www.itu.int/en/ITU-D/Documents/SSDM_2016_report.pdf

https://www.n2yo.com/satellite/?s=40141


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top