Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

ชุมพร - 1 ล้านตัว! ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษาา

วันที่ 12 สิงหาคม 2564 เวลา 08.30 น. ณ โครงการป้องกัน และบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (คลองต้นน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร) นายนักรบ ณ ถลางนายอำเภอเมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา  ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1 ล้านตัว พร้อมด้วย นายปิยะพงษ์ รอดศิริ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลขุนกระทิง นายสุชาติ จุลอดุง ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ชาวบ้านตำบลขุงกระทิงเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้

นายปิยะพงษ์ รอดศิริ กล่าว่า ร่วมกิจกรรม “1 ล้านตัว ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2564 ณ โครงการป้องกัน และบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (คลองต้นน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร)วันนี้ได้รับเกียรติจากนายนักรบ ณ ถลางนายอำเภอเมืองชุมพร นายสุชาติ จุลอดุง ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพรเข้าร่วม “1ล้านตัวปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ” และที่โครงการป้องกัน และบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (คลองต้นน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร) ช่วยบรรเทาอุทกภัยแล้วยังเป็น แหล่งหาปลาของคนในพื้นที่ ได้ต่อไป

นายนักรบ ณ ถลาง เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ ได้รับความรวมมือจาก เทศบาลตำบลขุนกระทิง กรมชลปะทาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร ได้นำพันธุ์ปลาจำนวน 1ล้านตัวมาปล่อยในคลองโครงการป้องกัน และบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (คลองต้นน้ำลุ่มน้ำคลองชุมพร) โดยมี พันธุ์ "ปลาสุลต่าน" หรือปลาบ้า และก็ปลาตะเพียน เพื่อเป็นอาหารให้กับชาวบ้านและจะจังให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับประชานต่อไป


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

บก.ทท.จัดงานพิธีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564  

พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานในพิธีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 ของกองบัญชาการกองทัพไทย ณ ห้องนเรศวร กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมพิธี

กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ ขึ้นแบบเรียบง่ายอย่างสมพระเกียรติถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2018 (COVID-19) ในปัจจุบันยังปรากฏความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และถวายพระพรชัยมงคล สำหรับกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติฯ อื่น ๆ ซึ่งดำเนินการเป็นประจำทุกปี อาทิ การบริจาคโลหิต การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กองบัญชาการกองทัพไทยยังคงจัดให้มีขึ้นในรูปแบบวิถีใหม่ (New normal) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดตามที่รัฐบาลกำหนด

การจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ เป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วทุกหมู่เหล่า ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และจะสืบสานพระราชปณิธานในด้านต่าง ๆ ของพระองค์มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนตลอดไป

วันนี้เมื่อกว่า 28 ปีก่อน เกิดข่าวใหญ่ขึ้นในเมืองไทย เมื่อ ‘โรงแรมรอยัลพลาซ่า’ ที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดถล่มลงมา สร้างความเสียหาย และสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2536 แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 28 ปี แต่ผู้คนก็ยังจดจำเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี

โดยโรงแรมรอยัลพลาซ่า ซึ่งเป็นโรงแรมขนาด 6 ชั้น ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา จู่ ๆ ก็พังถล่มลงมาภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ขณะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ ภายในมีผู้คนกว่า 379 ชีวิต แบ่งเป็นผู้ที่มาเข้าประชุมสัมมนากว่า 176 คน และเป็นแขกที่มาเข้าพักอีกกว่า 78 คน ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานของโรงแรม

จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 137 คน และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 227 คน แต่สิ่งที่เป็นความยากลำบากในเวลานั้น คือการเร่งค้นพาผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังของโรงแรม บางรายต้องใช้ความพยายามส่งเสียงร้องอยู่นาน หรือบางรายรอดชีวิตได้เพราะพยายามโทรศัพท์ออกมาให้ได้ยิน

ปฏิบัติการกู้ภัยใช้เวลากว่า 20 วัน จนสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2536 และภายหลังเหตุการณ์จบลง มีการหาสาเหตุของการถล่มลงมาของอาคาร โดยเกิดจากเสาอาคารในชั้นใต้ดิน ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว สุดท้ายจึงส่งผลให้อาคารยุบตัวลงมาในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีการสอบสวนเพื่อหาต้นตอความผิด จนมีข้อสรุปออกมาว่า เกิดจากการฝ่าฝืนข้อบังคับในการก่อสร้าง และความไม่เป็นมืออาชีพของวิศวกรโครงการ ภายหลังเจ้าของอาคารและบุคคลผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดถูกดำเนินคดี

จากเหตุการณ์สูญเสียครั้งสำคัญ กลายเป็นอุทาหรณ์ให้เจ้าของอาคาร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมายการก่อสร้าง รวมทั้งหันมาดูแลใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยกันมากขึ้น


ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/เหตุโรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

วันนี้เป็นวันสำคัญ ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของโลก เมื่อประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ส่งผลให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในแปซิฟิก-เอเชีย ยุติลง

ญี่ปุ่นเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงปี พ.ศ. 2484-2488 โดยมีเหตุการณ์สำคัญ คือ การโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ ของสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นผู้นำสหรัฐฯ จึงมีการลงนามประกาศสงครามกับจักรวรรดิญี่ปุ่น

ความขัดแย้งดำเนินไปกว่า 4 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 สหรัฐฯ ได้ทำการทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรก ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะทิ้งลูกที่สองต่อมาในวันที่ 9 สิงหาคม ที่เมืองนางาซากิ ส่งผลให้ประชากรชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตไปกว่า 2 ล้านคน

ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ทรงเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับเงื่อนไขยุติสงคราม ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรตั้งไว้ในแถลงการณ์พอตสดัม โดยหลังจากเจรจากันอยู่หลายวัน กระทั่งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2488 (หากนับตามเวลาประเทศญี่ปุ่นจะเป็นวันที่ 15 สิงหาคม) 

สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตจึงพระราชทานพระราชดำรัสทางวิทยุ โดยเผยแพร่สัญญาณไปทั่วประเทศ ทั้งนี้ในพระราชดำรัสดังกล่าว ถูกเรียกว่า เกียวกูอง โฮโซ โดยพระองค์ทรงประกาศว่า ญี่ปุ่นยอมจำนนต่อฝ่ายสัมพันธมิตร

ในเวลาต่อมา มีการจัดพิธียอมจำนนขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 บนเรือรบยูเอสเอส มิสซูรี ของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยในพิธีดังกล่าว มีข้าราชการจากรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมลงนามตราสารยอมจำนน และประกาศยุติความเป็นศัตรูในสงครามโลกครั้งที่สองนับแต่บัดนั้น


ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/การยอมจำนนของญี่ปุ่น

https://th.wikipedia.org/wiki/สงครามโลกครั้งที่สอง


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ผู้นำสิงโปร์ ออกโรงเตือน!! ‘สหรัฐฯ’ อย่าเดินเกมงัดข้อกับ ‘พญามังกร’ เพราะทุกแรงปฏิปักษ์​ เต็มไปด้วย​ ‘อันตราย’ | Knowledge Times EP.10

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
???? ผู้นำสิงโปร์ ออกโรงเตือน!! ‘สหรัฐฯ’ อย่าเดินเกมงัดข้อกับ ‘พญามังกร’ เพราะทุกแรงปฏิปักษ์​ เต็มไปด้วย​ ‘อันตราย’

ไม่นานมานี้​ นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ กล่าวเตือนท่าทีของสหรัฐฯ​ ที่มีต่อจีนได้อย่างน่าสนใจว่า นาทีนี้สหรัฐฯ​ ไม่ควรท้าทายจีนในทุก ๆ​ ด้านด้วยความก้าวร้าว และทัศนะอันแข็งกร้าว เพราะอาจนำมาสู่สิ่ง “อันตรายอย่างมาก”

โดย นายกฯ ลี ได้ให้มุมมองว่า ตอนนี้สหรัฐฯ​ เริ่มกลับมาเปลี่ยนท่าทีกับจีน จากการที่คิดจะมุ่งสร้างประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย สู่ท่าทีที่ สหรัฐฯ “ต้องชนะ” ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งท่าทีนี้ไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่ความถูกต้องเพียงใด

ผู้นำสิงคโปร์ กล่าวอีกว่า ไม่รู้ว่าสหรัฐฯ ได้ตระหนักหรือไม่ ว่าจีนขณะนี้ถือเป็นปรปักษ์ที่น่าเกรงขามอยากมากในการรับมือ ถ้าหากสหรัฐฯ ตัดสินใจว่า จีนเป็น “ศัตรู”

เพราะ​ผู้นำสิงคโปร์ ซึ่งนับว่าเป็นอีกบุคคลที่มีความเข้าใจทั้งสองชาติอย่างลึกซึ้ง​ เชื่อว่า​ ทัศนะแบบแข็งกร้าวของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของจีนที่ว่า สหรัฐฯ​ นั้นไม่สามารถไว้วางใจได้และต้องการที่จะขัดขวางการก้าวขึ้นมาของจีน

ซึ่งอย่างน้อย ๆ​ ก็มี 5 ประเด็นอ่อนไหวในตอนนี้​ ที่จีนจะไม่มีวันยอม หากสหรัฐฯ หรือชาติอื่นใดจะมาล้ำเส้นจีน​ จนเกินงาม!! อาทิ​ เรื่องของ​ ไต้หวัน​ / ฮ่องกง​ / ทิเบต​ / ซินเจียง​ และ​ ทะเลจีนใต้

นอกจากนี้ นายกฯ ลี ยังวิพากษ์วิจารณ์การที่คณะบริหารไบเดนแสดงความแข็งกร้าวในการพบปะหารือทวิภาคีระดับสูงครั้งแรกกับฝ่ายจีนที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า ในความเป็นจริง​ ก็คือ​ ไม่มีฝ่ายไหนสามารถดูหมิ่นหรือบดขยี้อีกฝ่ายหนึ่งได้

แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ชื่นชมคณะบริหารไบเดน ที่เลือกใช้นโยบายการต่างประเทศ “ที่มีแบบแผนมากขึ้น” หลังจากคณะบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความยุ่งเหยิงไว้ หลังจากประเทศต่าง ๆ​ ทั่วโลก ยังคงเฝ้าคอยยุทธศาสตร์ระยะยาวที่คงเส้นคงวาจากทางสหรัฐฯ รวมทั้งนโยบายที่พึ่งพาอาศัยและคาดการณ์ได้

ผู้นำสิงคโปร์ ยังเตือนถึงประเด็นไต้หวันที่สามารถเป็นชนวนลุกลามได้มากเป็นพิเศษ โดยมองว่าจีนคงไม่อยากเดินหมากฝ่ายเดียว เช่น การรุกรานไต้หวัน และเชื่อว่ายังมีอันตรายจากการคิดคำนวณที่ผิดพลาดครั้งใหญ่จากเรื่องนี้ พร้อมชื่นชม ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งได้กล่าวเตือนการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของสถานการณ์ไต้หวัน 

เรียกได้ว่า​ ถ้าหากสหรัฐฯ รักษาจุดยืนเช่นนี้ได้ ก็จะสามารถประคับประคองสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวันไว้ได้

โดยสรุปแล้ว​ ผู้นำสิงคโปร์​ ก็หวังเห็น​ ฝั่งจีนและสหรัฐฯ​ รักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเอาไว้​ ภายใต้สถานการณ์โลก​ ณ​ ปัจจุบัน​ และทั้งสองฝ่ายควรหยุด และคิดอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเดินหน้าทำการณ์บางอย่างแบบ​ Fast​ Foward 

เพราะอาจเกิดอันตราย ที่จะสร้างหายนะให้กับทั้งสองฝ่ายและทั้งโลกได้ในอนาคต...

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

The Change Maker จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนไอเดียกับ “พี่โทนี่” หัวข้อ “นายกฯ รุ่นเก๋า พบ 6 ไอเดียจากคนรุ่นใหม่” ร่วมออกแบบอนาคตประเทศ

นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผอ.สถาบัน Think คิดเพื่อไทย กล่าวว่า ทางสถาบัน Think ร่วมกับกลุ่ม Care ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจทุกท่าน ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดการแลกเปลี่ยนหาไอเดียเพื่อออกแบบอนาคตประเทศ ระหว่างพี่โทนี่ วู้ดซัม หรือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับสมาชิกของ 6 ทีมที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันในโครงการ The Change Maker ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Think เคลื่อน ไทย” 

โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการปิดท้ายโครงการ The Change Maker รุ่นที่ 1 ภายใต้คอนเซปต์  “1 นายกฯ รุ่นเก๋า พบ 6 ไอเดียจากคนรุ่นใหม่” โดยเปิดโอกาสให้ 6 ทีมที่ชนะการแข่งขัน นำเสนอไอเดียการแก้ไขปัญหาและออกแบบอนาคตของประเทศ ซึ่งมาจากการตัดสินของคณะกรรมการ จำนวน 5 ทีม และมาจากผล popular vote จำนวน 1 ทีม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนไอเดียกับพี่โทนี่ เพื่อให้แต่ละทีมนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ไปพัฒนาไอเดียสำหรับออกแบบอนาคตประเทศต่อไป ทั้งนี้ กิจกรรม “Think เคลื่อน ไทย” จะจัดขึ้นผ่านรูปแบบออนไลน์ ในวันที่ 14 ส.ค. สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมกิจกรรมดังกล่าวได้ผ่าน live บนเพจของ Think คิดเพื่อไทย เพจของกลุ่ม Care และเพจของVoice TV ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป

“จุรินทร์”นำทีมปชป.ให้กำลังใจชุมชนไฟไหม้ ที่เย็นอากาศ2 พร้อมส่ง ”ถุงน้ำใจ ปชป.” ถึงบ้านผู้กักตัวโควิด เขตยานนาวา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล นายอภิมุข ฉันทวาณิชย์ และนายอมรเทพ เศตะพราหมณ์ ส.ก.เขตยานนาวา เดินทางไปให้กำลังใจชาวบ้านร่วม 45 ครัวเรือน ที่บริเวณชุมชนเย็นอากาศ 2 ซอยพระรามสาม 77 ซึ่งประสบเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา นอกเหนือจากประสบปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นปัญหาในภาพรวมอยู่แล้ว พร้อมนำ “ถุงน้ำใจ ปชป.” และข้าวกล่อง มามอบให้ประธานชุมชนเพื่อกระจายแจกจ่ายต่อไป


สำหรับโครงการ “ถุงน้ำใจ ปชป.” และข้าวกล่องเดลิเวอรี่ ถือเป็นโครงการสำคัญของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ริเริ่มดำเนินการโดยจัดรถรวม 50 คัน เพื่อบรรทุก “ถุงน้ำใจ ปชป.” กว่า 2,000 ชุด ให้ ส.ส.ของพรรค อดีต ส.ส. ส.ก. ส.ข. สาขาพรรค ตัวแทนพรรคทั่วประเทศ และยุวประชาธิปัตย์ ร่วมกันจัดส่งถุงยังชีพไปให้พี่น้องประชาชนที่รอเตียง และผู้ที่ถูกกักตัวในแต่ละเขตทั่วกรุงเทพฯ จนถึงขณะนี้ได้ดำเนินการจัดส่งไปแล้วร่วม 2 หมื่นชุด


 

“Kfir” เครื่องบินรบที่อิสราเอลสร้างจากปฏิบัติการ ‘จารกรรมพิมพ์เขียว’ Mirage ของฝรั่งเศส!!

MIRAGE III ทอ.อิสราเอล

เรื่องราวเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิสราเอลที่หาความรู้ด้วยวิธีการที่ว่า "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา" เลยทีเดียว ในทันทีที่สงคราม 6 วันสิ้นสุดลง ชาร์ล เดอ โกลล์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสในขณะนั้นได้สั่งให้งดขายอาวุธต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องบินแบบ Mirage 3-s จำนวน 15 เครื่องให้อิสราเอล ซึ่งอิสราเอลได้จ่ายเงินให้ไปแล้วด้วย อันที่จริงแล้วกองทัพอากาศอิสราเอลได้ยึดติดแน่นอยู่กับระบบต่าง ๆ ของเครื่องบิน Mirage แม้ว่า รัฐบาลอเมริกันได้ยื่นข้อเสนอที่จะขายอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้ โดยจะจัดส่งเครื่องบินขับไล่ F-4 PhantomII มาให้ทันที แต่มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาได้เลย เพราะอิสราเอลได้พัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้สำหรับเครื่องบินแบบ Mirage จนครบหมดแล้ว ด้วยอิสราเอลได้ลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงที่มุ่งจะใช้กับระบบของ Mirage ไปเป็นจำนวนมหาศาล และไม่ได้มีการพัฒนาระบบอื่นเผื่อไว้เลย

F-4 PhantomII ทอ.อิสราเอล

IAI Kfir เป็นเครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิดไอพ่นแบบแรกที่สร้างในอิสราเอล โดยต้นแบบของ Kfir คือ Mirage 5 ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1969 ฝรั่งเศสงดขายเครื่องบิน Mirage ให้กับอิสราเอล ทำให้เกิดโครงการ Kfir ซึ่งเป็นงานแผนแบบเครื่องบินไอพ่นขับไล่และทิ้งระเบิดในระดับความเร็ว 2 มัค และเป็นความลับสุดยอดของอิสราเอล เครื่องบิน Kfir ต้นแบบก็สำเร็จในปี ค.ศ. 1972 ซึ่งตั้งชื่อว่า Nesher ได้ทำการบินทดสอบ และแก้ไขดัดแปลงหลายส่วน โดยเฉพาะส่วนท้ายที่สันดาปท้ายร้อนจัดจนละลาย และเมื่อทดสอบปรับปรุงใหม่เสร็จ Nesher ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Barak การผลิต Barak เริ่มในปี ค.ศ. 1972 และประสบความสำเร็จอย่างสูงในการต่อสู้กับเครื่องบิน MiG ของอาหรับ และนับจากนั้น Barak จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Kfir เครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิด Kfir ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 เมษายน ปี ค.ศ. 1975 

Nesher ต้นแบบของ Kfir

โดย Kfir มีทั้งหมด 4 รุ่นคือ  

>> Kfir C.1 (1975) เป็นรุ่นที่มาจากการปรับปรุง Nesher โดยตรง โดยเพิ่มปีก Canard ขนาดเล็กเข้าไป อิสราเอลผลิต C.1 จำนวน 27 ลำ

และในวันที่ 20 กันยายน ปี ค.ศ. 1976 บริษัท ไอเอไอก็ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ชื่อว่า 
>> Kfir C. 2 มีลักษณะแตกต่างจากรุ่นแรกคือ ติดตั้ง Canard หรือปีกเล็ก ๆ ด้านหน้า เหนือช่องรับอากาศ Kfir C.2 (1976) พัฒนามาจากประสบการณ์ในการใช้ C.1 โดยติดตั้งปีก Canard ที่สมบูรณ์ลงไป ปรับปรุงคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ ลดระยะทางที่ต้องใช้ในการขึ้นลง และติดตั้งเก้าอี้ดีดตัว Martin-Baker Mk.10 ติดตั้งเรดาห์ EL/M 2001/2001B ที่อิสราเอลผลิตเอง ติดตั้งคอมพิวเตอร์ควบคุมการบินและจอ HUD และได้ผลิตรุ่น TC.2 ซึ่งเป็นรุ่นสองที่นั่งสำหรับใช้ฝึก โจมตี และปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิคส์ โดยอิสราเอลผลิต C.2 และ TC.2 ทั้งหมด 185 เครื่อง

>> Kfir C.7 (1983) เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น J79-GE-17E ซึ่งเพิ่มแรงขับอีก 1,000 ปอนด์ ติดตั้งระบบ Jammer รุ่น EL/L-8202 ซึ่งในรุ่นนี้ Kfir ได้เปลี่ยนภารกิจจากขับไล่สกัดกั้นเป็นโจมตี เนื่องด้วยต้องเหลีกทางให้ F-15 ที่มาทำภารกิจขับไล่แทน (ทำให้สถิติการยิงเครื่องบินศัตรูตกของ Kfir หยุดอยู่ที่ 1 เครื่อง คือ MiG-21 ของซีเรียซึ่งถูกยิงตกโดย Kfir C.2)

>> Kfir C.10 หรือ Kfir 2000 รุ่นสุดท้ายของ Kfir ในรุ่นนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนห้องนักบินไปเป็นระบบ Glass cockpit (ติดตั้งจอภาพสี 2 จอแทนมาตรวัดแบบเข็ม) ติดตั้งท่อรับการเติมน้ำมันกลางอากาศ เปลี่ยนคันบังคับเป็นแบบ HOTAS ซึ่งช่วยลดภาระของนักบิน นักบินสวมหมวกบินติดศูนย์เล็ง และเปลี่ยนเรดาห์เป็นรุ่น EL/M-2032

Kfir รุ่นต่าง ๆ

การที่ฝรั่งเศสห้ามขายอาวุธยุทโธปกรณ์กลายเป็นปัญหาระยะสั้นที่ทำให้รัฐบาลและกองทัพอิสราเอลต้องคิดหาทางออกอย่างหนัก ส่วนปัญหาระยะยาวที่จะตามมาอีกคือ จะทำอย่างไรในการซ่อมบำรุงเครื่องบิน Mirage ที่มีอยู่แล้ว ความสามารถในการป้องกันประเทศของอิสราเอลต้องขึ้นอยู่กับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้รับจากประเทศเดียวเท่านั้น ถ้าประเทศนั้นเกิดเปลี่ยนใจไม่ส่งอาวุธมาให้โดยไปเข้ากับศัตรูในขณะที่อิสราเอลเจอกับวิกฤตเช่นนั้น หรือ อิสราเอลจะทำอย่างไร เหมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจฉะนั้นหรือ คณะรัฐมนตรีของอิสราเอลในขณะนั้นได้มีมติด่วนให้จัดหางบประมาณให้แก่อุตสาหกรรมเครื่องบินของอิสราเอลเพื่อสร้างเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดที่สามารถต่อกรกับเครื่องบินชั้นเยี่ยมของชาติอื่น ๆ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาปัญหาต่าง ๆ ที่เผชิญหน้าอยู่

คณะกรรมการสรุปข้อมูลและประเมินสถานการณ์แล้วได้รายงานว่า จะต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปี ในการสร้างเครื่องบินสัญชาติอิสราเอลให้ขึ้นบินได้ทั้งนี้ เพราะอิสราเอลจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ A จนถึง Z นอกจากนั้นยังไม่อาจประกันได้ว่าเครื่องบินที่ผลิตออกมานั้นจะสามารถเทียบชั้นกับเครื่องบินของรัสเซีย อังกฤษ อเมริกา หรือฝรั่งเศสได้ วิธีแก้ปัญหานี้ให้ได้รวดเร็ว คือสร้างเครื่องบินที่ลอกแบบ จาก Mirage ซึ่งวิศวกรและนักเทคนิคของอิสราเอลมีความชำนาญและคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่วิธีนี้ก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่ดี เนื่องจากเครื่องบินขับไล่สมัยใหม่แต่ละเครื่องมีชิ้นส่วนประมาณ 1 ล้านกว่าชิ้น และทุกชิ้นส่วนได้รับการทดสอบมาแล้วเป็นอย่างดี ถ้าจะลอกแบบจากเครื่องบินจริงย่อมไม่ได้คุณภาพเท่าของแท้ นอกเสียจากจะมีพิมพ์เขียวของวิศวกรผู้สร้าง Mirage เอง ตัวอย่างที่อิสราเอลรู้ดีก็คือ สวิตเซอร์แลนด์ได้ผลิตเครื่องบิน Mirage ภายใต้สิทธิบัตรที่ได้รับอนุญาตจากฝรั่งเศส ซึ่งสามารถใช้แบบพิมพ์เขียวและนักเทคนิคของฝรั่งเศสอีกด้วย แม้กระนั้นยังต้องใช้เวลาถึง 6 ปี เครื่องบิน Mirage ที่สร้างในสวิตเซอร์แลนด์จึงสามารถขึ้นบินได้ 

เดือนธันวาคม ปี 1967 ฝรั่งเศสได้จัดให้มีการประชุมผู้ถือสิทธิบัตรในการผลิตเครื่องบิน Mirage ทั้งลำหรือบางส่วนขึ้นในกรุงปารีส โดยปกติแล้วเครื่องบินหรือเครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่กับเครื่องบินจะไม่ค่อยเป็นไปตามรายการประกอบแบบ (Specifications) ที่เขียนขึ้น โดยยืนยันสมรรถนะหรือเพื่อประกันความปลอดภัยเครื่องบิน ซึ่ง Mirage เองก็ไม่ได้มีข้อยกเว้น บริษัท Dassault ผู้ผลิตลำตัวเครื่องบินและบริษัท Senikama ผู้ผลิตเครื่องยนต์ ATA-9 ทั้งสองบริษัทเป็นเจ้าภาพร่วมกัน จัดให้มีการประชุมสำหรับผู้ใช้งานเครื่องบิน Mirage ทั้งหลายขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากรัฐบาลและอุตสาหกรรมสร้างเครื่องบินของชาติต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้า วัตถุประสงค์ก็เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ โดยออสเตรเลียและสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้ผลิต Mirage ทั้งตัวเครื่องบินและเครื่องยนต์ ส่วนอิสราเอลและเบลเยี่ยมนั้น นำชิ้นส่วนไปประกอบและผลิตชิ้นส่วนบางชิ้นขึ้นเอง ทั้งหมดภายใต้สิทธิบัตรที่ได้รับอนุญาต นอกจากนั้นก็ยังมีแอฟริกาใต้ เลบานอน และเปรู ซึ่งซื้อเครื่องบิน Mirage ที่ประกอบสำเร็จรูปไปใช้

ในการประชุมครั้งนี้อิสราเอลได้ส่งพลจัตวา โดฟ ไซเยียน แห่งกองทัพอากาศอิสราเอลเข้าร่วมประชุม (นายพลไซเยียน เป็นบุตรเขยของนายพล Moshe Dayan (สามีของ Yael Dayan บุตรีของนายพล Moshe) ไซเยียนไม่ได้ออกความเห็นอะไรมากนัก เพราะนั่งติดกับผู้แทนจากเลบานอน ซึ่งถือว่าเป็นศัตรู และอิสราเอลเองยังไม่พอใจฝรั่งเศสที่ไม่ยอมส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการใช้เครื่องบิน Mirage ในระหว่างสงคราม 6 วันที่เตรียมมาจึงไม่ได้เสนอในที่ประชุมแต่อย่างใด

เครื่องยนต์ ATA-9 ที่ติดตั้งอยู่ใน Mirage

ในการประชุมนั้นผู้ผลิตเครื่องยนต์ ATA-9 บริษัท Senikama ได้รับความกดดันจากลูกค้าที่ใช้ Mirage เป็นอันมาก เพราะต่างผิดหวังกับเครื่องยนต์ ATA-9 ที่ติดตั้งอยู่ใน Mirage โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัลเฟร็ด ฟรอเอนค์เนทค์ ผู้แทนจากบริษัท Solzer Brothers แห่งสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งได้สิทธิบัตรในการสร้าง Mirage ได้วิจารณ์เครื่องยนต์ ATA-9 อย่างหนัก สำหรับไซเยียนแล้วทุกสิ่งที่ฟรอเอนค์เนทค์พูดนั้นได้เกิดขึ้นกับเครื่องบิน Mirage ของอิสราเอลเช่นเดียวกัน หลังการประชุม ไซเยียนได้หาโอกาสพบและรับประทานอาหารกับฟรอเอนค์เนทค์ และได้บอกกับผู้แทนบริษัทสวิสว่า เขาจงใจที่จะไม่เสนอข้อมูลในการใช้งาน Mirage ของอิสราเอลในที่ประชุม

อัลเฟร็ด ฟรอเอนค์เนทค์ ผู้แทนจากบริษัท Solzer Brothers แห่งสวิตเซอร์แลนด์

พลจัตวา ไซเยียน กลับอิสราเอลพร้อมกับข่าวดี โดยฟรอเอนค์เนทค์ได้เปิดเผยกับเขาว่า รัฐบาลสวิสได้สั่งชิ้นส่วน Mirage III จำนวน 100 เครื่อง แต่เนื่องจากราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รัฐบาลสวิสจึงตัดสินใจสร้างเพียง 53 เครื่อง ชิ้นส่วนที่เหลือนั้นจึงพอที่จะสร้างอีก 47 เครื่องได้อย่างสบาย แถมยังมีแบบพิมพ์เขียวและรายการอย่างละเอียดที่อยู่ในสวิสเซอร์แลนด์อีกด้วย ถ้าอิสราเอลได้เป็นเจ้าของชิ้นส่วนและแบบพิมพ์เขียวเหล่านั้นก็สามารถสร้างเครื่องบิน Mirage ได้อีกประมาณ 50 เครื่อง เพื่อทดแทนจำนวนที่สั่งจากฝรั่งเศส แต่ถูกรัฐบาลฝรั่งเศสสั่งกักเอาไว้ 

มิตรใหม่ทั้งสองติดต่อกันทางจดหมายเรื่อยมา แม้ว่าฟรอเอนค์เนทค์จะไม่ใช่คนยิว แต่ก็มีความเห็นอกเห็นใจยิวอยู่เป็นอันมาก เพราะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวยิวได้หนีตายจากฮิตเลอร์เข้ามาพึงสวิตเซอร์แลนด์เหมือนหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่สวิตเซอร์แลนด์กลับขับไล่ไสส่งชาวยิวเหล่านั้นให้ไปพบกับความตาย ซึ่งฟรอเอนค์เนทค์ถือว่า เป็นความผิดของสวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่อาจล้างบาปได้ ฟรอเอนค์เนทค์เป็นวิศวกรฝ่ายพัฒนาที่อายุเพียง 40 ปี ก็สามารถไต่เต้าขึ้นมาอยู่ในระดับสูงของบริษัท Solzer Brothers แล้ว

อิสราเอลได้พบช่องโหว่ของการรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่นของฝรั่งเศสเข้าแล้ว ต่อไปนี้ต้องหาทางทะลุทะลวงช่องโหว่นี้ให้กว้างขึ้น สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือทำให้ฟรอเอนค์เนทค์ภักดีต่ออิสราเอลให้ได้เสียก่อน โดย ไซเยียน และนายทหารอิสราเอลอื่น ๆ ได้ส่งข้อมูลในการปรับแต่งเครื่องยนต์ ATA-9 ให้ฟรอเอนค์เนทค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟรอเอนค์เนทค์ต้องการเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ในที่สุดการติดต่อกันทางจดหมายระหว่างฟรอเอนค์เนทค์กับเพื่อนทหารอิสราเอลทำให้มิตรภาพแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

คณะกรรมการชุดหนึ่งได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อควบคุมและติดตามกรณีของ ฟรอเอนค์เนทค์ โดยมี นายพลอาฮารอน ยาริฟ หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับอิสราเอลเป็นประธาน ประกอบไปด้วยคนของกองทัพอากาศและอุตสาหกรรมสร้างเครื่องบินเป็นกรรมการ ผู้ที่สมควรกล่าวถึงอีกสองคนคือ เมียร์ อมิท อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับ และ อัล ชวิมเม ชาวอเมริกันเชื้อสายยิวผู้ซึ่งได้วางรากฐานของอุตสาหกรรมเครื่องบินในอิสราเอลตั้งแต่ ปี 1947 ร่วมกันรับผิดชอบในด้านปฏิบัติการ

ตอนแรกคณะกรรมการตกลงว่าจะติดต่อกับรัฐบาลสวิสอย่างเปิดเผยผ่านทางฟรอเอนค์เนทค์ก่อน โดย อัล ชวิมเม ได้เสนอกับรัฐบาลสวิสว่า อิสราเอลจะขอซื้อส่วนประกอบของ Mirage จำนวน 47 เครื่อง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่ทางอิสราเอลจะมอบความลับอันสำคัญในการปรับแต่งเครื่องยนต์ ATA-9 ให้แก่รัฐบาลสวิสเป็นการตอบแทน รัฐบาลสวิสจึงได้ติดต่อกับฝรั่งเศสและคำตอบจากฝรั่งเศสนั้นทำให้อิสราเอลผิดหวัง คือไม่ให้สวิสขายชิ้นส่วนให้กับอิสราเอล แต่คณะกรรมการเดาว่า คำตอบน่าจะออกมาในด้านลบอยู่ก่อนแล้ว จึงได้เตรียมแผนสองเอาไว้

วิธีการตามแผนสองก็คือ หน่วยสืบราชการลับของอิสราเอลหรือ MOSSAD ได้จัดตั้งบริษัทบังหน้าขึ้นในสวิสเซอร์แลนด์เพื่อ โดยอาจได้รับการช่วยเหลือจาก Marcel Dassault (นามสกุลเดิม Bloch) เจ้าของบริษัท Dassault ซึ่งมีเชื้อสายยิว และอาจต้องการช่วยเหลืออิสราเอล อีกทางหนึ่งอิสราเอลได้ติดต่อกับ ฟรอเอนค์เนทค์ วิศวกรชาวสวิสเซอร์แลนด์ของบริษัทผู้ได้สิทธิบัตรผลิตเครื่องบิน Mirage โดย MOSSAD ได้จัดหานักจิตวิทยา วางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อที่จะโน้มน้าวให้ฟรอเอนค์เนทค์เห็นอกเห็นใจชาวยิว และยอมช่วยหาพิมพ์เขียวของเครื่องบิน จำนวน 150,000 แผ่น และพิมพ์เขียวเครื่องกล 45,000 แผ่น โดยฟรอเอนค์เนทค์ตกลงและคิดว่า ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปีจึงจะทำทุกอย่างสำเร็จ ฟรอเอนค์เนทค์ได้เสนอเจ้านายในบริษัทให้ถ่ายพิมพ์เขียวเข้าไมโครฟิล์ม แล้วจะเผาทำลายแบบต้นฉบับ เพื่อการเก็บรักษาที่ง่าย โดยทุกครั้งที่ทำลายจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด แต่ฟรอเอนค์เนทค์ได้ซื้อพิมพ์เขียวเก่า ๆ ของเครื่องบินที่คล้าย ๆ กันมาเผาทำลายแทน 

สายลับ MOSSAD ได้เลือกที่จะตีสนิทกับ ฮานส์ สเตรคเกอร์ ชาวเยอรมันที่ทำงานอยู่กับบริษัทขนส่งสวิสชื่อบริษัทรอทซิงเจอร์ และเสนอเงินจำนวนมากเพื่อให้นำพิมพ์เขียวข้ามชายแดนสวิสเข้าไปเยอรมันให้ได้ โดยใช้ระยะเวลาต่อเนื่องหลายเดือน เมื่อขนเข้าเยอรมัน จะมีเครื่องบินอิตาลีบินมารับ แล้วบินกลับประเทศลงจอดยังสนามบินส่วนตัว และมีเครื่องอิสราเอลมารอรับอยู่ ผ่านไปหลายเดือนการส่งเอกสารพิมพ์เขียวไปแล้วกว่าแสนแผ่น สเตรคเกอร์เกิดทำพลาด ประการแรกเขาทำให้คนเห็นขณะนำกล่องบรรจุพิมพ์เขียวขึ้นรถเบนซ์สีดำ และประการที่สองเขาลืมกล่องอีกหนึ่งกล่องไว้ในโกดัง ซึ่งเป็นที่สังเกตของ คาร์ล รอทซิงเจอร์ เจ้าของบริษัทขนส่งที่ชื่อเดียวกับนามสกุลของเขา คาร์ลจึงได้ดึงแบบออกจากกล่องหนึ่งแผ่น และได้พบกับคำว่า Solzer ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทสวิสที่ทำธุรกิจในด้านวิจัย และผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน ข้างใต้ชื่อบริษัทเขาพบคำว่า License-Senikama ซึ่งหมายถึงบริษัท Solzer ได้รับสิทธิบัตรจากบริษัท Senikama ของฝรั่งเศส และที่สำคัญคือ ข้อความอีกบรรทัดหนึ่งที่มีความหมายว่า “ตามประมวลกฎหมายอาญา ให้รักษาความลับในทางทหารไว้อย่างสูง” 

คาร์ลได้ทราบจากคนงานที่ทำงานใกล้เคียงว่า สเตรคเกอร์ได้เคลื่อนย้ายกล่องกระดาออกไปเป็นระยะเวลาหลายเดือนมาแล้ว เขาจึงได้แจ้งให้ตำรวจทราบ ฝ่ายอิสราเอลซึ่งได้เฝ้าจับตาดูอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้ทราบถึงความหละหลวมและพลาดท่าของสเตรคเกอร์ จึงโทรศัพท์บอกเป็นรหัสว่า “ดอกไม้ได้ร่วงโรยเสียแล้ว” เพื่อให้เวลากับฟรอเอนค์เนทค์ ได้หนีทัน แต่ฟรอเอนค์เนทค์ตัดสินใจไม่หนี เขาต้องติดคุกในระหว่างดำเนินคดี 1 ปีเต็ม ทั้งนี้ก็เพราะว่า ทางการสวิสต้องการทราบว่า ความเสียหายมีมากน้อยขนาดแค่ไหนจึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาคดี และในที่สุดได้ข้อสรุปว่า ฟรอเอนค์เนทค์ ได้ส่งแบบพิมพ์เขียวเครื่องบิน Mirage ไปให้อิสราเอลเป็นจำนวน 2,000 แผ่น สำหรับชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 80,000-100,000 แผ่น สำหรับ Jigs (เครื่องมือประกอบการผลิตชิ้นส่วน) 35,000-40,000 แผ่น สำหรับเครื่องมือ (Tools) 80-100 แผ่น สำหรับตัวเครื่องบิน 1,500 แผ่น สำหรับรายการประกอบแบบ (Specifications)

วันที่ 23 เมษายน 1971 ศาลสวิตเซอร์แลนด์ได้พิพากษาให้ อัลเฟร็ด ฟรอเอนค์เนทค์ ถูกจำคุก 4 ปี 6 เดือน จากการที่ฟรอเอนค์เนทค์ได้ถูกจองจำระหว่างการดำเนินคดี และประกอบกับการประพฤติตัวดี เขาจึงได้รับอิสรภาพเมื่อ 21 กันยายน 1972 สองปีครึ่งหลังจากที่ออกจากคุก ฟรอเอนค์เนทค์ได้เดินทางไปยังอิสราเอล เพื่อชมการบินของเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดความเร็ว 2.2 มัค ชื่อว่า Kfir ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Mirage III และ Kfir ได้เป็นกำลังสำคัญของกองทัพอิสราเอลต่อมา

Kfir C.10 BLOCK60 รุ่นปรับปรุงแล้ว

อิสราเอลเคยเสนอขาย Kfir C.10 BLOCK60 รุ่นปรับปรุงแล้ว ให้กองทัพอากาศไทยในราคาลำละ 20 ล้านเหรียญอเมริกัน (ราว 660 ล้านบาท) Israel Aerospace Industries (IAI) เสนอเครื่องขับไล่ Kfir C.10 Block 60 ที่เป็นการนำเครื่องเก่าที่กองทัพอากาศอิสราเอลปลดประจำการไปแล้วในช่วงปี 1990s มาปรับปรุงใหม่ เป็นเครื่องบินที่ขีดความสามารถสูงทัดเทียบเครื่องบินขับไล่ยุคปัจจุบัน โดย Kfir Block 60 สามารถติดอาวุธได้หนักถึง 5.5 ตัน ทั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Python 5 และ Derby อาวุธอากาศสู่พื้นความแม่นยำสูงอย่าง Spice และระบบเครือข่าย Link-16 มีรัศมีทำการรบ 1,000 กิโลเมตร และจะบินได้ไกลขึ้นถ้าเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ ความเร็วสูงสุดมากกว่า 2 Mach แต่กองทัพอากาศไทยไม่ได้ให้ความสนใจ ด้วยมีเครื่องบินสำหรับภารกิจนี้มีใช้อยู่แล้ว 3 แบบ คือ F-5E/F, F-16 A/B, ADF และ JAS-39 GRIPPEN หากมี Kfir มาใช้อีกแบบจะยิ่งเพิ่มภาระและปัญหาในการบริหารทรัพยากรทั้งบุคลากร (นักบิน ช่างอากาศ ช่างสรรพาวุธ) ตลอดจนค่าใช้จ่ายในเรื่องระบบอาวุธและการซ่อมบำรุงอีกมากมาย 

Kfir C.10 Columbian Air Force

มีหลายความเห็นว่า การจารกรรมพิมพ์เขียว Mirage ของฝรั่งเศสโดยอิสราเอลไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นเรื่องของฝรั่งเศสที่แอบช่วยเหลืออิสราเอลอย่างลับ ๆ ด้วย ตระกูล Dassualt เป็นชาวฝรั่งเศสที่มีเชื้อสายยิว แต่เท่าที่ได้ทำการสืบค้นข้อมูลมาพบเพียง Tom Cooper นักเขียนชาวออสเตรเลียเพียงรายเดียวเท่านั้นที่นำเสนอความเชื่อในแนวนี้


ขอบคุณข้อมูลจาก 
คุณ sillfai pantip.com 
http://www.gunsandgames.net/smf/index.php?topic=54947.msg1318617
http://skyfighter-a2z.html
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=skyman&month=08-2006&date=21&group=1&gblog=7
http://www.magnumphotos.com
http://www.geronimohoorspelen.nl/Special/mossad/achtergronden_mossad_luchtmacht.htm


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ศาลอาญาทุจริตฯ สั่งเดินหน้าคดี ‘วัชระ’ ฟ้อง ‘ชัชวาลย์’ มาตรา 137 และ 157 จากมหากาพย์ก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้า

วันนี้ 12 ส.ค. 64 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ตนเป็นโจทก์ฟ้องนายชัชวาลย์ อภิบาลศรี อดีตประธานคณะกรรมาธิการติดตามเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำเลย คดีอาญาหมายเลขคดีดำที่ อท 23/2563 คดีอาญาหมายเลขคดีแดงที่ อท 34/2564 ซึ่งศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตฯมีคำพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องในความผิดตามป.อาญา ม.137 และ 157 โดยนัดพร้อมที่ห้อง 702 ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 เวลา 9.30 น.ปรากฏว่านายชัชวาลย์  จำเลยได้ส่งผู้รับมอบอำนาจมาขอเลื่อนคดีโดยอ้างว่ายังหาทนายความไม่ได้ แต่ศาลสั่งไม่ให้เลื่อนคดีและให้พิจารณาตามกำหนดนัด โดยนัดตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานคดีวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.64 นัดตรวจสอบพยานหลักฐานของศาลวันที่ 12 ต.ค. 64 เวลา 9.30 น.และวันที่ 11 พ.ย. 64 เวลา 9.00-16.00 น.นัดไต่สวนมูลฟ้อง 5 ปาก

สำหรับคดีนี้นายชัชวาลย์ อภิบาลศรี อดีตประธานคณะกรรมาธิการติดตามเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ถูกนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบและชี้ข้อพิรุธของโครงการ เป็นเหตุให้นายชัชวาลย์ ไม่พอใจจึงไปฟ้องคดีที่ศาลอาญากับนายวัชระ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเรียกค่าเสียหายจำนวนเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งนายวัชระได้ขอให้นายชวน หลีกภัย  อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย แต่นายชัชวาลย์ แจ้งว่า ไม่ประสงค์จะเจรจา   ซึ่งมาทราบภายหลังว่า นายชัชวาลย์เป็นเพื่อนสนิทกับนายชวนตั้งแต่สมัยเรียน อนึ่ง นายชัชวาลย์ เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของคณะทหารถึง 6 สมัย กว่า 24 ปี แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาครั้งล่าสุด.                                  

ต่อมานายวัชระ ได้ฟ้องนายชัชวาลย์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 137 ,157 จงใจแจ้งความเท็จว่า ไม่มีการจดบันทึกการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องส่งแถบเสียง ชวเลข หรือรายงานการประชุมดังกล่าวต่อศาล ตามที่โจทก์ร้องขอเพื่อให้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีดังกล่าว ซึ่งในการแจ้งข้อความเท็จนี้เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ผู้อื่นหรือประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ซึ่งหากศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนม.157 บัญญัติว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 -20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“เฮียเอี๋ยว” ผู้บริหาร บริษัท โคมอส จับมือร่วมกุศล มอบ 100,000 บาท พร้อมอาหารปรุงสุก 300 กล่อง ถวายพระครูแจ้ เทิดพระเกียรติ 12 สิงหา

นายสุดใจ จิรยาภากร กรรมการบริหาร บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และประธานที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายเอนกพงศ์ คูณทรัพย์สิน ประธานมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกุศลสมุทรปราการ / นายธงชัย อัศวสุขี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์ตร้า สตีลไพล์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และนางสุภานัน นันต์ธนะ นายกสโมสรโรตารี่สำโรง และสมาชิกสโมสรโรตารี่สำโรง ร่วมมอบเงินสด จำนวน 100,000 บาท  พร้อมอาหารปรุงสุก จำนวน 300 กล่อง และน้ำดื่มจำนวน 100 แพค

โดยทางสโมสรโรตารี่ นำมาถวายให้กับทางศูนย์ฉีดวัคซีนวัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมีท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมด้วย นายธวัชชัย นามสมุทร เลขา ศอ.บต. ร่วมรับมอบเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม

นายสุดใจ จิรยาภากร กรรมการบริหาร บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และประธานที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า ในวันนี้ในฐานะกรรมการบริหาร บริษัท โคมอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และประธานที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกับทางมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ มอบเงินสดจำนวน 100,000 บาท เพื่อจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและโรงศพ ไว้เผาศพเหยื่อโควิด-19 พร้อมทั้งมอบอาหารปรุงสุกจำนวน 300 กล่อง รวม 5 วัน วันละ 300 กล่อง และน้ำดื่ม นำมาถวายให้กับทางวัดบางพลีใหญ่กลาง 

โดยมี ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางเป็นผู้รับมอบ เพื่อแทนความห่วงใยที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 

อีกทั้ง ได้มีความห่วงใยคณะเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฎิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย และคอยให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ประกอบกับสถานการณ์ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง จึงขอแสดงความห่วงใยไปถึงประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ อย่าประมาทและดูแลตัวเองสวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัย


ภาพ/ข่าว  คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top