Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

อู่ฮั่นปฏิบัติกการปูพรมตรวจหาเชื้อรับมือสายพันธุ์เดลตา 11 ล้านคน เสร็จสิ้นภายใน 5 วัน

เมื่อวันอาทิตย์ (8 ส.ค.) หลี่เทา รองเลขาธิการประจำรัฐบาลเทศบาลนครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน แถลงข่าวว่าอู่ฮั่นเสร็จสิ้นการทดสอบกรดนิวคลีอิกอย่างครอบคลุมทั่วเมืองภายในเวลา 5 วัน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ระลอกล่าสุด

หลี่กล่าวว่ามีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 11.28 ล้านคน เข้ารับการทดสอบกรดนิวคลีอิกระหว่างการตรวจโรคโควิด-19 ทั่วเมืองที่เริ่มขึ้นเมื่อวันอังคาร (3 ส.ค.) ซึ่งหมายความว่าอู่ฮั่นดำเนินการตรวจโรคโควิด-19 ครอบคลุมผู้อยู่อาศัยทุกคนโดยทั่วไปแล้ว ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และนักศึกษาที่ปิดภาคเรียนช่วงฤดูร้อน

อู่ฮั่นดำเนินการทดสอบกรดนิวคลีอิกขนานใหญ่หลังมีรายงานผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ติดเชื้อในท้องถิ่นในหมู่แรงงานต่างถิ่นเมื่อวันจันทร์ (2 ส.ค.) โดยหากนับถึงวันเสาร์ (7 ส.ค.) อู่ฮั่นตรวจพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นรวม 37 ราย และผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นแบบไม่แสดงอาการ 41 ราย ท่ามกลางการระบาดระลอกล่าสุด

เผิงโฮ่วเผิง รองหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพเทศบาลนครอู่ฮั่น กล่าวว่ามีการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 9 ราย จากการตรวจคัดกรองขนานใหญ่ของชุมชนที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารจัดการแบบปิด ขณะเดียวกันตรวจพบผู้ป่วยรายอื่นในกลุ่มผู้มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดที่อยู่ระหว่างกักตัว

เฉินเสี่ยวผิง นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน กล่าวว่าผลการทดสอบกรดนิวคลีอิกทั่วเมืองของอู่ฮั่นบ่งชี้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกล่าสุดในอู่ฮั่นไม่ได้ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้าง โดยการทดสอบกรดนิวคลีอิกขนานใหญ่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดในระยะเวลาอันสั้นที่สุดและรับรองความปลอดภัยของประชาชน

รัฐบาลเทศบาลนครอู่ฮั่นระบุว่ามีการติดตั้งจุดเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งมากกว่า 2,800 แห่ง รวมถึงระดมบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 28,000 คน สำหรับการตรวจโรคขนานใหญ่ครั้งนี้

ทั้งนี้ อู่ฮั่น ซึ่งเคยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อต้นปี 2020 เป็นเมืองใหญ่แห่งแรกของโลกที่เสร็จสิ้นการทดสอบกรดนิวคลีอิกอย่างครอบคลุมในปีก่อน โดยตรวจโรคให้ผู้อยู่อาศัยเกือบ 10 ล้านคนภายใน 19 วัน ระหว่างเกิดการแพร่ระบาดหนัก และไม่มีรายงานผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นมานานกว่า 1 ปี


https://www.facebook.com/1660335044182511/posts/3012298802319455/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'นฤมล' มอบถุงปันสุข สร้างขวัญกำลังใจพนักงานจ้างเหมาบริการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

รมช.แรงงาน มอบ “ถุงปันสุข กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2564” บรรเทาความเดือดร้อนช่วงโควิด-19 แก่พนักงานจ้างเหมาบริการ กพร. รวม 47 คน 

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบถุงปันสุข กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2564 ให้แก่พนักงานจ้างเหมาบริการ ประกอบด้วย พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาด คนขับรถ และคนสวนที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน รวม 47 คน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พนักงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับถุงปันสุขได้บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ รวมไปถึงอุปกรณ์จำเป็นเพื่อการป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย และสเปรย์แอลกอฮอล์ เพื่อเป็นประโยชน์ในช่วงที่สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวัง

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน จะเห็นว่าทุกคนต่างได้รับผลกระทบในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง กพร. ได้รวบรวมเงินจากกลุ่มของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นำไปซื้อของอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจแก่พนักงานจ้างเหมาบริการที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำ กพร. เพื่อร่วมบรรเทาค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 ในเบื้องต้น ซึ่งต้องขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่เกิดความเดือดร้อน ทำให้เห็นว่าคนไทยมีน้ำใจไม่ทอดทิ้งกัน พร้อมให้คามช่วยเหลือกันอยู่เสมอ

“แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะจบลงเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือน้ำใจจากผู้ให้ที่ได้ส่งต่อเพื่อคลายทุกข์แก่ผู้รับ และขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงบุคลากรทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ แล้วเราจะผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน” รมช.แรงงาน กล่าวทิ้งท้าย

“Cancel Culture” วัฒนธรรมการ “แบน” ปรากฏการณ์ ‘คว่ำบาตรคนดัง’ ในวันที่ไม่ถูกใจ!!

หลังจากที่ชาวโลก คุ้นเคยกับ call-out culture หรือวัฒนธรรมการคอลเล้าท์กันไปแล้ว อีกวัฒนธรรมหนึ่งซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการคอลเล้าท์ คือ วัฒนธรรมแคนเซิล 

อย่าลืมว่า การ call out นั้น ไม่ใช่ว่าใครจะออกมาโวยวายเรื่องอะไร ที่ไม่ถูกใจตน แต่ ความหมายที่แท้จริงของการคอลเอาต์ คือการที่บุคคล หรือกลุ่มคนในสังคม ออกมาทักท้วงบุคคลหรือองค์กร ที่ทำสิ่งที่ผิดต่อกฎระเบียบ ค่านิยม หรือแนวปฏิบัติที่ผิดจากบรรทัดฐานของสังคมส่วนรวม เช่น การขับมอเตอร์ไซค์บนฟุตบาท, แพทย์และพยาบาลใช้อภิสิทธิ์ฉีดวัคซีนให้เพื่อนของตน, ตำรวจขับรถสวนทาง, ครูลวนลามนักเรียน, การเหยียดเพศ, การดูถูกคนจน, การจอดรถในที่สำรองให้คนพิการ และอื่น ๆ ที่ทำให้สังคมเกิดระเบียบ และมีน้ำใจต่อกัน

ดังนั้น การออกมาแสดงความคิดเห็น โดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง หรือไม่ยึดถือบรรทัดฐานของสังคมส่วนรวม ไม่ควรเรียกว่า คอลเอาต์ เป็นแค่การโวยวายจะให้ได้ดังใจ หรือเป็นการเรียกเสียงสนับสนุนจากผู้อื่นที่จะสนองจุดประสงค์ของตนเอง

อย่างไรก็ตาม สังคมไทย ถือว่าใครออกมาวิจารณ์หรือโจมตีใคร ด้วยถ้อยคำรุนแรง ที่แม้ฝ่ายที่ถูกโจมตีจะเป็นฝ่ายที่ยึดถือกฎระเบียบก็ตาม ก็เรียกว่า คอลเอาต์กันไปหมด

Cancel Culture เป็นสิ่งที่มาควบคู่กับ call-out culture ตัวอย่างเช่น มีกลุ่มนักแสดง ออกมาต่อต้านซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ยังไม่งดแจกถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้า จนเกิดเป็นการเคลื่อนไหวกระจายเป็นวงกว้าง หากทางซูเปอร์มาร์เก็ตรีบสนองต่อการเคลื่อนไหวทันที โดยการงดแจกถุงพลาสติก กิจกรรมคอลเอาต์ก็ย่อมจะหยุดไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป แต่หากซูเปอร์มาร์เก็ตไม่สนใจต่อเสียงเตือนเสียงติงของการคอลเอาต์ ขั้นถัดไปคือการ แคนเซิล

คนไทยนำคำว่า cancel มาใช้กันในภาษาไทย จนถือว่าเป็น “คำยืม” มีความหมายว่า “ยกเลิก” โดยปกติเราหมายถึง ยกเลิกสินค้า ยกเลิกคำสั่งซื้อ ยกเลิกการประชุม ยกเลิกนัด ในความหมายของ cancel culture นั้น หมายถึง “ตัดขาดความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ทั้งการพูดคุย การสนับสนุน และการติดตามผลงาน”

ดังนั้นคำว่า cancel ที่ใช้ใน cancel culture นั้นจึงหมายถึงการ boycott, ban และ sanction 

การที่ร้านค้า หรือผลิตภัณฑ์แบรนด์ใด ออกมาแสดงพฤติกรรมที่สวนทางกับบรรทัดฐานของสังคม เช่น เรื่องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟต่อต้านการใช้หลอดกระดาษแทนหลอดพลาสติก นอกเหนือจากกระแสโต้แย้งจากสังคมที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ โดยการตำหนิผ่านสื่อโซเชียลแล้ว อาจนำไปสู่ cancel culture คือการเลิกซื้อกาแฟจากร้านนั้นอย่างพร้อมเพรียง หรือตัวอย่างเช่นขนมปังแบรนด์ดัง ที่เน้นผลิตภัณฑ์ขนมปังจากธัญพืช เมื่อมีกระแสว่าไม่ยินดีขายให้กับลูกค้าที่จุดยืนทางการเมืองแตกต่างจากแบรนด์ ก็เกิดการพร้อมใจกันงดซื้อขนมปังแบรนด์นั้น ลูกค้าบางรายเมื่อกาลเวลาผ่านไป ก็อาจกลับมาซื้อสินค้าและสนับสนุนบริการเช่นเดิม แต่มีลูกค้าอีกไม่น้อยที่หันไปเลือกแบรนด์อื่นแล้ว และชีวิตดำเนินไปเป็นปกติสุข จนไม่หวนกลับมาหาแบรนด์ที่แคนเซิลไปแล้ว ยิ่งมีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อสูญเสียความภักดีต่อแบรนด์ (loyalty) ไปแล้ว ก็ยากที่จะดึงลูกค้ากลับมา

ขอบคุณภาพจาก truthforyou

ตัวอย่างของ cancel culture ที่ส่งผลเสียหายชัดเจนในช่วงไม่นานนี้ คือการ call out ของกลุ่มนักแสดงไทย ที่ได้ออกมาด้อยค่าวัคซีนจีน ในลักษณะ “รวมพลัง” โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะดิสเครดิต การทำงานของรัฐบาลในเรื่องที่ไม่จัดหาวัคซีนอเมริกันมาให้เป็นตัวเลือกได้ และได้ทำการเหยียดประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค และซิโนฟาร์ม โดยตั้งฉายาว่า “วัคซีนเสิ่นเจิ้น” ซึ่งไม่เมคเซนส์มากนัก เพราะเสิ่นเจิ้น เป็นเมืองที่ทันสมัยกว่าทุกจังหวัดในเมืองไทย ในขณะที่กรุงเทพฯ มีตึกสูงที่อยู่ในระดับ supertall (สูงกว่า 300 เมตร) เพียง 4 ตึก เสิ่นเจิ้น มีตึกซุปเปอร์ทอลล์ 18 ตึก และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี อีกทั้งยังมีตึกที่สูงที่สุดในอันดับ Top 5 ของโลกอีกด้วย การด้อยวัคซีนจากประเทศจีน จึงเป็นพฤติกรรมที่ขาดการไตร่ตรอง และไม่ได้คาดคิดว่าการกระทำดังกล่าวจะนำความเสียหายในลักษณะทุบหม้อข้าวตัวเอง

การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของนักแสดงไทย อยู่ในสายตาและการรับรู้ของแฟนคลับชาวจีน ที่ชื่นชอบดาราไทยตลอดเวลา มีการตั้งกลุ่ม FC ของดาราไทย ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ‘เวยป๋อ (Weibo)’ ของจีน ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก แฟนคลับชาวจีนเหล่านี้ ติดตามชมละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ ที่มีนักแสดงไทยทั้งชายหญิงร่วมแสดง นักแสดงไทยหลายคน ได้มีงานแสดงในซีรีส์ของจีน เช่น ไมค์ พิรัชต์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประเทศจีน ได้แสดงในซีรีส์ดังหลายเรื่อง ได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัว ออกอากาศที่ช่องใหญ่ของประเทศจีน ซีรีส์ที่เขาเล่นยังมีเรตติ้งสูงอันดับ 1 และครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับดาราเอเชียที่ได้รับความนิยมสูงในจีน และยังมีนักแสดงไทยอีกหลายสิบคน ที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างมากมายในประเทศจีน เช่น ปอย ตรีชฎา, หญิง รฐา, พิช วิชญ์วิสิฐ, นน ชานน, ออม สุชาร์, ต่อ ธนภพ, บี้ KPN, เนเน พรนับพัน และ ไมค์ พิรัชต์

ส่วนนักแสดงไทย ที่แม้จะไม่ได้มีผลงานในซีรีส์จีนยอดนิยม ก็ยังมี FC ชาวจีนนับร้อยล้านเฝ้าติดตามจากซีรีส์ไทย โดย WeTV ซึ่งขยายตลาดมาจาก Tencent VDO วิดีโอสตรีมมิงแพลตฟอร์มอันดับ 1 ของประเทศจีน ซีรีส์ไทยสร้างสถิติยอดวิวผ่านแอปพลิเคชั่นได้มากถึง 50 ล้านวิว ทั้งแบบพากย์จีน และมีซับจีน ซึ่งละครไทยที่ออกอากาศจบแล้ว เมื่อขายให้กับจีน มีมูลค่าหลักแสนบาทต่อตอน และหากเป็นการออกอากาศพร้อมกัน (simulcast) บางเรื่องมีมูลค่าถึงหลักล้านต่อตอน

จีนมีประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน เพียง 5 เปอร์เซนต์ของพลเมืองที่ชมซีรีส์ไทย ก็มีจำนวนถึง 65 ล้านคนแล้ว เมื่อปี 2556 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการมูลค่าตลาดค่าลิขสิทธิ์ซีรีส์ไทย ที่ค้าขายกับจีนอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอาจจะไม่มากนักเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดของตลาดลิขสิทธิ์ซีรีส์โดยรวมของจีน แต่นี่คือธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อยอดรายได้จากนักแสดง การนำเสนอวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของไทย เวลาที่ผ่านมา 8 ปี ซีรีส์ไทยจากช่องต่าง ๆ ได้ทำเงินจากตลาดซีรีส์ของจีนนับไม่ถ้วน

ด้วยเหตุนี้นักแสดงไทย จึงสามารถต่อยอดรายได้ผ่านการไปพบ FC ในเมืองจีน ในลักษณะ meet and greet ดาราไทยที่ได้ค่าตัวในการแสดงละครแต่ละตอน อยู่ในช่วง 80,000 - 150,000 บาท (ยกเว้นบางคนได้มากกว่าสองแสนบาทต่อตอน) เมื่อต้องเดินทางไปพบ FC ในประเทศจีน ค่าตัวย่อมมากกว่าแสดงละคร 2-3 ตอนแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก truthforyou

การคอลเอาต์ ของนักแสดงไทย ที่ใช้วาจาเหยียดวัคซีนจีน ทำให้ FC ชาวจีนสะเทือนใจเป็นอย่างมาก จึงมีการติดตาม และเก็บบันทึกอย่างเป็นระบบ โดยการแบ่งเป็นกลุ่มพฤติกรรม เช่น นักแสดงที่ร่วมสนับสนุนการแยกฮ่องกงออกจากจีน นักแสดงที่สนับสนุนให้ไต้หวันเป็นประเทศอิสระ ผ่านการกด Like หรือคำพูดในโซเชียลมีเดีย กลุ่มนักแสดงที่ใช้คำพูดด้อยค่าวัคซีนจีน และบันทึกชื่อของนักแสดงเหล่านี้ไว้ จากนั้นเปิดให้ FC จีน ได้เข้ามาคอมเมนต์ ซึ่งเป็นการตอบโต้อย่างไม่ไว้หน้า เช่น

>> “โดยเนื้อแท้แล้วคนไทยคลั่งไคล้ญี่ปุ่น เกาหลี เทิดทูนยุโรป และอเมริกา ดังนั้นจึงอยากเป็นสุนัขของยุโรปอเมริกา แต่พวกนั้นไม่เห็นคุณค่า จึงเป็นได้เพียงนางบำเรอของพวกนั้น การแพร่ระบาดครั้งนี้ สารพัดถ้อยคำเหน็บแนมว่า Sinovac เป็นยาหลอกลวง ขอโทษนะ เมื่อพูดอย่างนี้แล้ว นั่นคือคุณดูถูกประเทศของฉัน”
>> “ฉันอยากบอกว่า ฝรั่งมาหาเมียที่เมืองไทย มีลูกเป็นลูกครึ่ง ผลักดันเข้าวงการบันเทิง เป็นการลุงทุนที่คุ้ม”
>> “ติดตามดาราไทยคนนี้มาหลายปี ในที่สุด ฉันก็ไม่อาจรับข้อความแบบนี้ได้ ดาราทำงานของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว ไปยุ่งอะไรกับงานของรัฐบาล Sinovac จงอย่าร่วมมือกับประเทศไทยอีกต่อไป”
>> “นึกว่าเป็นดาราเรียนจบปริญญาโทแล้วจะมีสมอง พอแล้ว เลิกติดตาม”
>> “ชอบนางมาหลายปี ผิดหวังมาก แอดมินแฟนคลับจีนทำเพื่อนางมาหลายปีแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้วที่นางเป็นแบบนี้”
>> “เมื่อก่อนชอบแต้ว แต่พอนางออกมา call out ครั้งนี้ผิดหวังมาก สิ่งที่บุคคลสาธารณะควรทำคือ รณรงค์ป้องกันโรคระบาด ไม่ใช่ลงไปคลุกกับการเมือง”
>> “เมืองไทยมั่วแล้ว call out แก้ปัญหาอะไรได้หรือ แต่ไหนแต่ไรมา เบลล่าไม่เคยพูดเรื่องการเมือง”

คอมเมนต์ในโทนผิดหวัง และขอ cancel จากนี้ไป มีนับร้อยนับพัน แต่ในขณะเดียวกัน การเก็บข้อมูลของ FC ชาวจีน เป็นไปอย่างละเอียดและไม่เหมาว่าปลาเน่าทั้งเข่ง ดังจะเห็นได้จากคอมเมนต์ชื่นชม เช่น 
>> “อั้ม เป็นดาราไทยส่วนน้อยที่สนับสนุน Sinovac และตัวเธอเองก็ยังฉีด Sinovac ด้วย”
>> “ออกมา call out แล้วยังไง ชาวบ้านเดือดร้อน ท้องไม่อิ่ม ต้องการให้มีชีวิตรอดเท่านั้น ดูอย่างอั้ม อย่างชมพู่ บ้างสิ ไม่กลัวว่าติ่งของพวกเธอจะพาทัวร์มาลง คนไทยควรดูอั้มกับชมพู่เป็นตัวอย่าง”

นักแสดงไทย นักร้องไทย ที่ได้ออกมา call out ตลอดมา เมื่อมีผู้เห็นต่างเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์การ call out ของพวกเขา ส่วนใหญ่จะต่อปากต่อคำ มี FC ที่เหนียวแน่น ช่วยออกมาต่อกร ปะทะคารม และได้เนื้อข่าวต่อไปอีก พูดง่าย ๆ คือ ดาราไทยมีความยะโสโอหัง อย่ามาสอน อย่ามาวิจารณ์ฉัน แม้ว่าชื่อเสียงและความร่ำรวยของฉันมาจากผู้ชมก็ตาม!!

แต่ Cancel Culture ของ FC ชาวจีนในครั้งนี้ เล่นเอาดาราไทย แย่งกันรับบทในละคร เตมีย์ใบ้กันอย่างพร้อมเพรียง หุบปากสนิท หยุด call out อย่างฉับพลัน ไม่ทราบว่า เกิดสำนึกขึ้นได้ว่า การ cancel นั้นไม่ใช่แค่หยุดชมซีรีส์ฟรี ๆ ทางยูทูปเท่านั้น หรือว่าถูกสังกัดเรียกไปตบปากแบบลูกหมา หรือตีมือเบา ๆ แบบเด็กชั้นอนุบาล

ถ้า call out ทำให้สิ่งที่เป็นบรรทัดฐาน และกฎเกณฑ์ที่สังคมส่วนรวมยอมรับ ก็จะได้แรงสนับสนุน แต่การโจมตีวัคซีนของจีนนั้น ฝรั่งมีสำนวนว่า Barking at the wrong tree หรือ สุนัขเห่าต้นไม้ผิดต้น คือการไม่มองที่สาเหตุสำคัญ ว่าในการจัดการสถานการณ์โควิด-19 คือการปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งการใส่หน้ากาก การล้างมือ การเว้นระยะห่าง การไม่มั่วสุม และการฉีดวัคซีนที่จัดหามาได้เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและบรรเทาอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต

Cancel Culture ครั้งนี้ ตีราคาแทบไม่ได้ เมื่อกาลเวลาผ่านไป เมื่อโควิด-19 บรรเทาไปจากโลก สังขารของนักแสดงเหล่านี้ ก็เปลี่ยนไป หน้าใหม่ก็ขึ้นมาแทน การจะลบล้างความพลั้งเผลอสิ้นคิด ด้วยการแจกอาหารให้กับบุคลากรทางแพทย์ หรือผู้ประสบความลำบากในเมืองไทย ถ้าเป็นข่าวในประเทศจีน FC ก็ดูออกว่าเป็นการกระทำล้างผิด อีก 3-5 ปี ถ้าแฟนคลับจีนให้อภัย ตอนนั้นก็อาจจะเล่นบท พ่อแม่ ลุงป้า กันแล้ว....

แต่ถ้าสนใจการเมืองจริง ไม่ได้ไปจีน ก็เริ่มทำงานให้กับพรรคการเมืองไทยได้


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กลุ่มทะลุฟ้า ประกาศนัดหมายชุมนุมรวมตัวกันที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยฯ บ่าย 3 โมงวันนี้ เป้าหมายเดินเท้าไปบ้านพัก "พล.อ.ประยุทธ์"

ภายหลังจากการจัดชุมนุม “คาร์ม็อบ 10 สิงหา” ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพื่อแสดงพลังขับไล่ทรราช ก่อนมีการปะทะกันเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยมีการยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง สกัดกลุ่มผู้ชุมนุม กระทั่งเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป้อมตำรวจ 2 จุด ซึ่งหลังยุติพบมีตำรวจ ผู้ชุมนุมต่างได้รับบาดเจ็บกันระนาวนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ส.ค. กลุ่ม “ทะลุฟ้า” ได้ประกาศนัดหมายชุมนุมที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในเวลา 15.00 น. โดยมีการระบุจุดมุ่งหมายเพื่อเดินเท้าไปยังบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/147007/

https://www.facebook.com/thalufah/photos/a.100247908960817/133716338947307/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กลุ่ม “เพื่อนธนกร” แจกอาหารกล่องผ่านรพ.จุฬาฯ ช่วยชาวบ้านสู้โควิด-19 เผยยอดโอนช่วยเหลือนายจ้าง ม.33 วันแรกเกือบ 100 ล้าน ส่วนลูกจ้าง ม. 33 ในพื้นที่ 13 จังหวัดเยียวยาแล้ว 2.4 ล้านราย แจง ม.39 - ม.40 ใน 29 จังหวัด รับ 5,000 บาท เริ่มโอน 24 ส.ค.นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) กล่าวว่า วันนี้ตนและดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยโซล่าร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมกลุ่มเพื่อนธนกร จัดซื้ออาหารกล่องเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมี นพ.เพชร อลิสานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ด้านสนับสนุนบริการ โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ ตนได้จัดซื้อจากผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยตนและเพื่อนๆ จะทยอยจัดซื้อข้าวกล่องไปแจกให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศด้วย

นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม. 33 ม. 39 และ ม. 40 นั้น ขณะนี้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้โอนเงินเยียวยาลูกจ้าง ม. 33 ในพื้นที่ 13 จังหวัดแล้ว ยอดการโอนอยู่ที่ 2.4 ล้านราย เป็นเงินเกือบ 6,000 ล้านบาท ส่วนนายจ้าง ม.33 ที่จะได้รับเงินเยียวยา 3,000 บาทต่อจำนวนลูกจ้างหนึ่งคน แต่ไม่เกิน 200 คนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้นั้น สำนักงานประกันสังคมได้เริ่มโอนให้กับนายจ้าง ในพื้นที่ 13 จังหวัดแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2564 โดยยอดการโอนให้นายจ้างวันแรกจำนวน 1,861 กิจการ เป็นเงิน 94.7 ล้านบาท และจะดำเนินการทยอยโอนให้ลูกจ้างและนายจ้าง ม. 33 พื้นที่ 16 จังหวัดที่ลงทะเบียนและจ่ายเงินสมทบภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ต่อไป

โฆษก ศบศ. กล่าวอีกว่า ครม. ยังมีมติอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม. 39 – ม. 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด คนละ 5,000 บาท ใน 29 จังหวัดล็อกดาวน์ กรอบวงเงิน 33,471 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกันตน ม. 39 ที่อยู่ในระบบ 29 จังหวัด จำนวน 1.4 ล้านคน และผู้ประกันตน ม. 40 อยู่ในระบบ 29 จังหวัด จำนวน 5.2 ล้านคน โดยขยายเวลาให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่สีแดง 13 จังหวัด ที่ลงทะเบียนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 สามารถจ่ายเงินสมทบภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ส่วนกรณีที่อยู่ในพื้นที่ 16 จังหวัด ต้องจ่ายเงินสมทบภายในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ จึงถือว่าเป็นผู้ประกันตน ม. 40 ที่ได้รับเงินเยียวยาตามโครงการฯ ซึ่งกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม คาดว่าจะสามารถเริ่มโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนได้ในวันที่ 24 สิงหาคมเป็นวันแรก โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th/eform_news/

พลิกวิกฤต!! “กระชาย” ความหวังของสมุนไพรไทย ในยุคโควิด-19 ?

ผ่านไปแล้วหลายวันครับ ในการใช้มาตรการสูงสุดของรัฐบาลโดยการล็อกดาวน์ ในจังหวัดที่มีสีแดงเข้มหลายจังหวัด และมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมจาก 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด โดยมีแนวโน้มที่จะขยายมาตรการที่เข้มข้นนี้ออกไป ทั้งระยะเวลาและพื้นที่ในการบังคับใช้ อีกด้วย อย่างไรก็ตามผลจากการใช้มาตรการแบบเข้มข้นของรัฐบาลในรอบนี้ ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเห็นทางสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย เนื่องจากจำนวนยอดผู้ป่วยจากไวรัสโควิด-19 ยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงเลย ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นว่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนยอดปัจจุบันมาแตะที่หลักสองหมื่นกว่าแล้ว 

ท่ามกลางกระแสของการแพร่ระบาดที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง และความกลัวในเรื่องยารักษาหลักคือ “ฟาวิพิราเวียร์” ที่ไม่เพียงพอ ก็ได้มีการผุดทางออกในเรื่องของการใช้สมุนไพรไทย ในการรักษาและยับยั้งการแพร่ไปสู่อวัยวะที่สำคัญ โดยเฉพาะสมุนไพรไทยที่ชื่อ “ฟ้าทะลายโจร” ซึ่ง ณ ปัจจุบัน เริ่มมีการศึกษาในระดับการใช้งานในคน และมีการยอมรับแล้วว่า สามารถยับยั้งการแพร่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว โดยการออกฤทธิ์คล้ายกับยาฟาวิพิราเวียร์ เลยทีเดียว 

นอกจากฟ้าทะลายโจรแล้ว ก็มีสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่งที่ได้มีการศึกษาสำหรับใช้ในการรักษาโควิด-19 และผลการศึกษามีแนวโน้มที่ดีด้วยในการออกฤทธิ์ ยับยั้งการแพร่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อเข้าสู่ร่างกาย นั่นก็คือพืชสมุนไทยที่คนไทยคุ้นเคยกันดีที่ชื่อว่า “กระชาย” 

สำหรับวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกระชายกันครับ “กระชาย” มีชื่อสามัญว่า Fingerroot หรือ Chainese ginger หรือ Chainese Key หรือ Galingale มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda (L.) Mansf อยู่ในวงศ์ขิง เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ที่เรียกว่า เหง้า รากของกระชายจะสะสมอาหารจนพองเป็นก้าน เรียกว่า แง่ง กระชายมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเรียกกันว่า ขิงจีน เราจะรู้จักกระชายกันดีในเรื่องของนำมาทำเป็นส่วนประกอบสำหรับทำอาหาร โดยเมื่อนำเหง้าหรือแง่งในปริมาณ 100 กรัม ของกระชายมาวิเคราะห์ พบว่ามีสารอาหารที่สำคัญได้แก่ คาร์โบไฮเดรต 17.8 กรัม เส้นใยอาหาร 2.0 กรัม น้ำตาล 1.7 กรัม โปรตีน 1.8 กรัม โพแทสเซียม 415 มิลลิกรัม โซเดียม 13 มิลลิกรัม ไขมันอิ่มตัว 0.2 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัว 0.2 กรัม วิตามีนบี 6 8% วิตามีนซี 8% แคลเซียม 2% เหล็ก 3% แมกนีเซียม 11% กระชายที่ใช้ประโยชน์กันแพร่หลาย มี 3 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง หรือกระชายขาว 

สำหรับสรรพคุณของกระชายนั้น สามารถแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ รักษาโรคปากเปื่อย ปากเป็นแผล แก้อาการวิงเวียนหัว แน่นหน้าอก ได้ และกระชายดำก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยเพิ่มสมรรถนะทางเพศได้อีกด้วย สำหรับกระชายที่มีการศึกษาว่ามีฤทธิ์ที่สามารถยับยั้งการกระจายตัวของไวรัสโควิด-19 เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว คือ กระชายขาว โดยจากผลการวิจัยร่วมกันของคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และและศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พบว่า มีสารสำคัญ 2 ชนิด ที่พบในสารสกัดกระชายขาว ซึ่งสามารถช่วยในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย คือ พิโนสโตรบิน (Pinostrobin) และ แพน​ดูราทิน เอ (Panduratin A) 

โดยมีกลไกลทำงาน คือเมื่อร่างกายได้รับสารสกัดที่สำคัญของกระชายนี้ในปริมาณที่เหมาะสม สารดังกล่าวจะไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด-19 และทำให้ไวรัสสลายไปในที่สุด โดยพบว่าสามารถลดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ถึง 100% เลยทีเดียว โดยผลจากการทดลองในการยับยั้งการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่าสามารถลดจำนวนเซลล์ที่ติดเชื้อ จาก 100% ไปถึง 0% ได้ และ เมื่อวิเคราะห์ลักษณะการยับยั้งในการผลิตตัวไวรัสออกจากเซลล์ พบว่า สารสกัดจากกระชายขาวสามารถยับยั้งได้ถึง 100% นั่นก็คือเซลล์นั้นไม่สามารถที่จะผลิตตัวไวรัสตัวใหม่ออกมาจากตัวเซลล์ได้เลย  

ทั้งนี้ในกรณีการศึกษาวิจัยในกรณีดังกล่าวนั้น เป็นการศึกษาในระยะเริ่มต้น หรือระดับห้องปฏิบัติการ คือศึกษาในหลอดทดลอง และเริ่มนำมาใช้ในสัตว์ทดลองคือหนูเท่านั้น ยังไม่ได้เริ่มมีการศึกษาโดยทดลองใช้กับมนุษย์จริง และคงมีการศึกษาใช้กับมนุษย์ในระยะต่อไป ซึ่งจะแตกต่างจากกรณีของฟ้าทะลายโจร ที่เริ่มมีการทดลองใช้กับคนมาระยะหนึ่งแล้ว และได้ผลพบว่าสามารถยับยั้งการแพร่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อ เข้าสู่ร่างกายแล้วได้จริง 

แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนมองว่าเนื่องจาก กระชายเป็นทั้งพืชที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร และยังเป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ถ้าเรามีไว้ติดบ้านนอกจากมีสรรพคุณสำหรับรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปากเป็นแผล หรือเพิ่มสมรรถนะทางเพศ ตามความเชื่อแล้ว ก็ยังอาจเป็นทางออกอีกทางออกหนึ่งหนึ่งที่ สามารถยับยั้งการแพร่ของไวรัสเมื่อเข้าสู่ร่างกายเรา ในยุคของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไรก็ได้ครับ 


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์' นักสังคมสงเคราะห์และนักแสดง เผย ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ในเขตพระราชฐานหลายจุดตั้งโรงพยาบาลสนาม

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักสังคมสงเคราะห์และนักแสดงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กระบุว่า..."กราบพระบาททุกชาติไป"

หลังสถานการณ์ผ่านพ้น คงได้รับรู้จากปากผู้หายป่วยกันบ้าง ว่าในหลวงทรงโปรดเกล้า ให้ใช้พื้นที่เขตพระราชฐานหลายจุดเป็นโรงพยาบาลสนาม เพื่อช่วยลดโหลดของระบบสาธารณสุขซึ่งตึงเต็มที่ในขณะนี้ คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่พี่ ๆ ทหารมหาดเล็กฯ ก็กำลังเพิ่มเตียงอย่างต่อเนื่อง จำนวนตึกมากมายในเขตพระราชฐาน ถูกปรับเป็นพื้นที่โรงพยาบาลสนาม ที่พูดในวันนี้เพราะเริ่มมีบุคคลภายนอกเริ่มรู้กันบ้างแล้วว่ามีการแบ่งคนที่ล้นจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาโรงพยาบาลสนามในเขตพระราชฐาน

อยากจะบอกว่าคำว่าปิดทองหลังพระคือสิ่งที่ในหลวงทรงทำมาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนของพระองค์รอดพ้นภัยในทุกภัยพิบัติ โดยไม่แบ่งว่าใครรักหรือไม่ ทุกคนคือประชาชนที่พระองค์ทรงรักและเมตตาเสมอ หน่วยงานในพระองค์ทำงานหนักมากครับ อย่าให้ Fake News ที่ทำร้ายพระองค์ท่าน อย่าให้ Fake News มาทำให้เข้าใจสถาบันผิด การเมืองและรัฐคือเรื่องนอก ไม่เกี่ยวกับด้านใน สิ่งที่พระองค์ท่านโปรดเกล้าฯ คือทรัพย์ส่วนพระองค์ครับ

#ทรงพระเจริญ #เรารักในหลวง #ไม่ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นเช่นไรก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ


ที่มา : https://www.facebook.com/photo?fbid=374938837327159&set=a.247858776701833


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘วัชระ’ บริจาคเงิน 4 องค์กร พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสมทบเป็นทุนสู้โควิด-19 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(11 ส.ค.64) นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้บริจาคเงินจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาที่ตนได้รับเดือนละ 12,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน) เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงิน 48,000 บาท (สี่หมื่นแปดพันบาทถ้วน) เพื่อใช้สำหรับจัดซื้อวัคซีนหรือค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด- 19 ให้กับองค์กร 4 แห่งคือ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มูลนิธิรามาธิบดี มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ และศิริราชมูลนิธิ(ศิริราชสู้ภัยโควิด-19) ในการนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

นายวัชระ กล่าวว่า รู้สึกเข้าใจถึงความทุกข์ยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นผู้เสียสละด่านหน้าเสี่ยงชีวิตในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จึงขอส่งกำลังใจมายังบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนให้มีพลังในการปฎิบัติหน้าที่ต่อไป และขอเชิญชวนให้นักการเมือง รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์หรือปัจจัยต่าง ๆ สมทบด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 นายวัชระ ได้ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความจำนงบริจาคเงินเดือนของตนเองจากกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 12,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน)รวมเป็นเงิน 36,000 บาท (สามหมื่นหกพันบาทถ้วน) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2564  สมทบทุนให้รัฐบาลเป็นค่าจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ปกป้องชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

“คุณสมบัติ อนันตรัมพร” ประธานบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดการแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ชิงถ้วยพระราชทาน และเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน Cabling & Networking Contest #9 (การแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9) รอบคัดเลือกกรุงเทพฯ และภาคกลาง ซึ่งเป็นการพลิกโฉมการแข่งขันมาในรูปแบบ Fully Online ผ่านระบบ Zoom

แบ่งเป็นสัมมนาช่วงเช้า โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนิสิต นักศึกษากว่า 950 คน และการแข่งขันช่วงบ่ายที่จัดส่งอุปกรณ์ไปถึงบ้านหรือมหาวิทยาลัย เพื่อทำการแข่งขันออนไลน์พร้อมกันกว่า 40 คน

เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน และชิงเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

เหลือ​ 1​ ล้าน!! บทสรุป​ 'มาตรการปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก'​ สะท้อนสุขภาพการเงินสถาบันไทย...ยังดีจริงหรือ?

ตามที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ในกรณีที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินล้มละลาย ปิดกิจการ หรือโดนเพิกถอนใบอนุญาต จากเดิมวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ลงมาอยู่ที่ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน นับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น เป็นไปตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้แล้วในพระราชกฤษฎีกาจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2563 และหลักเกณฑ์ของ The International Association of Deposit Insurers (IADI) 

ทั้งนี้เพื่อให้วงเงินคุ้มครองเงินฝากสอดคล้องกับหลักการของระบบการคุ้มครองเงินฝากที่มีประสิทธิผล รักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ช่วยให้ทั้งผู้ฝากเงินและสถาบันการเงินไม่ละเลยต่อการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและลดภาระงบประมาณของภาครัฐไม่ให้สูงเกินจำเป็น ทำให้ภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณไปสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้

นอกจากนี้การปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากดังกล่าวยังคงคุ้มครองผู้ฝากเงินถึงร้อยละ 98 ของผู้ฝากเงินทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบกับความเข้มแข็งของสถาบันการเงินในปัจจุบันที่สูงกว่าในอดีต ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงทำให้ผู้ฝากเงินสามารถมั่นใจต่อระบบสถาบันการเงินได้ แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม

มาตรการกำกับดูแลการดำเนินงานของสถาบันการเงิน ของ ธปท. นั้น ได้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ภายใต้พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นคง มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยง มีความระมัดระวัง ไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่เงินฝากของประชาชน ตลอดจนมีเกณฑ์กำกับด้านธรรมาภิบาลของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ฝากเงิน 

ทั้งนี้การกำกับดูแลของ ธปท. เป็นไปตามแนวทางการกำกับตรวจสอบความเสี่ยง (Risk based Supervision) โดยในส่วนของการกำกับดูแลด้านความเพียงพอของเงินกองทุน สถาบันการเงินจะถูกประเมินด้วยอัตราส่วนกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ที่คำนึงถึงความเสี่ยงด้านเครดิต ด้านตลาด และด้านปฏิบัติการ ทั้งนี้กำหนดให้ค่า BIS ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 8.5% ซึ่งปัจจุบันพบว่า ค่า BIS ของสถาบันการเงินมีค่าร้อยละ 20 ซึ่งแสดงถึงสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ธปท. ยังได้กำหนดให้มีมาตรการ PPA (Prompt Prevention Action) เพื่อป้องกันก่อนสถาบันการเงินจะมีฐานะเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด (ต่ำกว่า 8.5%) และมาตรการ PCA (Prompt Corrective Action) เพื่อแก้ไข ผ่านการเสนอแผนเข้าควบคุมกิจการ (ต่ำกว่า 5.1%) และสั่งปิดกิจการ (ต่ำกว่า 2.97%) อีกด้วย 

อย่างไรก็ตามผู้ฝากเงินสามารถศึกษาความมั่นคงของสถาบันการเงินได้มากขึ้น ผ่านแนวทางการประเมินใน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 
1.) ฐานะและกำไรจากการทำธุรกิจ 
2.) เงินทุนของสถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง 
3.) คุณภาพของสินเชื่ออยู่ในเกณฑ์ดี 
4.) มีสภาพคล่องเพียงพอ และ 
5.) อันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน (Rating) 

นอกจากนี้ ธปท. กำหนดให้มีศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ดูแลประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการทางการเงินจากสถาบันการเงิน ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อให้ผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างอิสระ มีช่องทางร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรม และได้รับการพิจารณาค่าชดเชยกรณีได้รับความเสียหาย ผ่านสายด่วน 1213 หรือ www.1213.or.th 

ขอบคุณข้อมูลจาก 
ข่าว ธปท. ​ฉบับที่  58/2564 
https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/2021/Pages/n5864.aspx
การกำกับดูแลสถาบันการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย 
https://www.1213.or.th › aboutfcc › Documents
การคุ้มครองเงินฝาก การกำกับดูแลสถาบันการเงิน - สำนักงานเศรษฐกิจ 
http://www.fpo.go.th › CNT0014403-1.pdf.aspx


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top