Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

“สงคราม” ชี้ไม่มี “บิ๊กตู่” ปัญหาไวรัสโควิดคลี่คลายแน่ อัด 120 วัน เปิดประเทศแค่ฝันกลางแดด เอกชนเชื่อไทยเปิดประเทศปี 66

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ในขณะเดียวกันวัคซีนทางเลือกจะเป็นทางออกของประเทศไทยก็ไม่สามารถดำเนินการได้มันต่อความต้องการของประชาชน เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อวดเก่งรวบอำนาจสั่งการการแก้ปัญหาของสถานการณ์ระบาดของไวรัสไว้เพียงผู้เดียวแต่ทำงานไม่เป็น และไม่พูดความจริงกับประชาชน ดีแต่โกหกไปวัน ๆ จนเอกชนทนไม่ไหว เพราะรัฐไร้น้ำยารักษาชีวิตประชาชน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะเปิดประเทศ เพราะรัฐบาลไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาได้ ประชาชนฉีดวัคซีนได้เพียงร้อนละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ดังนั้น การเปิดประเศทศ 120 วัน คือความฝันกลางแดดของพลเอกประยุทธ์เท่านั้น หากยังแก้ปัญหาล้มเหลว และวัคซีนที่มีอยู่ไม่สามารถจัดการเชื้อไวรัสได้ เพราะมีการกลายพันธุ์หนีวัคซีนไปแล้ว ดังนั้น การเปิดประเทศจึงเป็นไปไม่ได้ สำหรับประเทศไทยหนักกว่า เพราะประชาชนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนอีกเกินครึ่งประเทศ ดังนั้นภาคเอกชนมองว่าไทยสามารถเปิดประเทศได้ในปี 2566 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า จึงจะสามารถทยอยเปิดประเทศได้บางส่วน

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้ที่พลเอกประยุทธ์ ควรพูดความจริงกับประชาชน เลิกโกหกรายวันหากต้องการแก้ปัญหาให้ประชาชนจริง กรณีวัคซีนทางเลือกหากภาคเอกชนไม่ออกมาพูดประชาชนก็คงไม่รู้ว่ารัฐบาลกำลัเล่นละครตบตาประชาชนอยู่ เอาความเสียหายของประเทศชาติ และเอาชีวิตประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อสนองอำนาจของพลเอกประยุทธ์ เป้าหมายของพลเอกประยุทธ์ หวังเพียงอยู่ในอำนาจ ให้นานที่สุด รวมทั้ง หวังใช้อำนาจเป็นเกราะปกป้องตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น ไม่ใส่ใจว่าประชาชนจะเดือดร้อนแค่ไหน ทุกวันนี้มีแต่คนประจบสอพลอ ไปไหนก็มีแต่ผักชีโรยหน้า
“พลเอกประยุทธ์ต้องเลิกแกล้งโง่ การยกขบวนไปเกิดการท่องเที่ยวภายใต้โครงการการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ท่ามกลางการระบาดไวรัสที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ หากมีการติดเชื้อเพิ่มพลเอกประยุทธ์ จะรับผิดชอบอย่างไร เชื่อว่าคนอย่างพลเอกประยุทธ์คงไม่รับผิดชอบ ดีที่สุดคือการจ่ายเศษเงินเยียวยาให้ผู้ประกอบการเท่านั้น คิดได้แค่นี้ก็ไม่ควรจะเป็นผู้นำประเทศอีกต่อไป เพราะในประเทศไทยมีคนที่เก่งกว่าพลเอกประยุทธ์อีกมาก และหากพลเอกประยุทธ์ลาออกเชื่อปัญหาไวรัสโควิดคลี่คลายแน่ ”นายสงครามกล่าว

‘นายกฯ’ กักตัว 14 วัน ตามมาตรการด้านสาธารณสุข หลังประธานสภาหอการค้าสุรินทร์ ติดโควิด-19 โฆษกฯ ย้ำ นายกฯ สวอปแล้วผลเป็นลบ ยังคงทำงานปกติในพื้นที่ตนเอง

วันที่ 5 ก.ค. 64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีความกังวลและห่วงใย กรณีที่เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อเปิด Phuket Sandbox และสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ แต่ภายหลังทราบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย

"นายกรัฐมนตรีจึงจะใช้เวลาช่วงนี้ ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการติดตามและการบริหารราชการภายในพื้นที่ของตนเอง เพื่อคลายความวิตกกังวลของภาคส่วนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ และติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งไม่มีผลตรวจที่เป็นบวก และที่ผ่านมาก็มีการตรวจโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง และยังคงตรวจเป็นระยะ ๆ ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ประเทศยังเดินไปข้างหน้า และสถานการณ์โควิด-19 ยังต้องดูแล และแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด” นายอนุชา กล่าว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังฝากถึงประชาชน ขอความร่วมมือทุกคนให้ช่วยกันป้องกันโรคโควิด-19 ปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T อย่างเคร่งครัด ถึงแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วก็ตาม ด้วยการหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ และสแกนแอปพลิเคชั่นตามที่พื้นที่กำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายวีรศักดิ์ พิษณุวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังกลับจากร่วมงานภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในงานดังกล่าวมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม รวมถึงข้าราชการผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดงาน ทั้งนี้ได้มีภาพนายวีรศักดิ์ ได้เซลฟี่กับนายกฯ ด้วยนั้น ทำให้วันนี้นายกฯ ต้องทำการ swab เพื่อตรวจหาเชื่อ พร้อมกับต้องกักตัว 14 วันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปตั้งแต่เวลา 12.10 น. หลังจาก swab ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการประชุมครม. วันพรุ่งนี้ นายกฯ จะประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์กับครม. ที่จะอยู่แต่ละกระทรวงของตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ในวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ยังพบแม่บ้านของธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาลติดเชื้อโควิดอีก 1 คน โดยทางธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีสาขาอยู่ในทำเนียบรัฐบาลได้ประกาศปิดทำการ 2 วัน เพื่อทำความสะอาด จากนั้นจะมีการนำเจ้าหน้าที่จากส่วนอื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ชุดเดิมที่จะต้องกักตัว 14 วัน


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“บิ๊กป้อม” แสดงความเสียใจ สั่งระดมกำลังทุกหน่วย เร่งเข้าไปช่วยคลี่คลายเหตุโรงงานสารเคมีระเบิด

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากเหตุการไฟไหม้โรงงาน หมิงตี้ เคมีคอลจำกัด ซอยกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ จนเกิดระเบิดเป็นวงกว้างและมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย

โดย พล.อ.ประวิตร’ ได้สั่งการให้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ กทม. รวมทั้งกรมควบคุมมลพิษและตำรวจ เร่งเข้าไปช่วยประเมินและคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่ทันที โดยให้จัดการจราจรและกันประชาชนออกจากพื้นที่ในรัศมีที่ปลอดภัยสูงสุด และหากมีความจำเป็นให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที โดยขอให้ กทม.เตรียมพื้นที่ปลอดภัยเป็นที่พักชั่วคราวรองรับ 

พร้อมทั้ง ขอให้กองทัพ จัดกำลังพล ยานพาหน รวมทั้งยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นและเจ้าหน้าที่แพทย์สนาม เข้าไปดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษา และสนับสนุนการเคลื่อนย้ายประชาชน โดยให้ทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด ในการควบคุมเพลิง การควบคุมสารพิษที่รั่วไหลและประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ๆ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

‘รมว.สุชาติ’ ห่วงใยเหตุเพลิงไหม้โรงงานโฟม ย่านบางพลี กำชับหน่วยงานในสังกัด เร่งดำเนินการช่วยเหลือ

รมว.แรงงาน ห่วงใยลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ บ.หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด โรงงานโฟม อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ กำชับเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เร่งตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือ ด้านสิทธิประโยชน์ตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงาน บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับเม็ดโฟมและพลาสติกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบเข้าไปดูแลและช่วยเหลือลูกจ้าง

จากการตรวจสอบของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ พบว่า ขณะเกิดเหตุมีพนักงานกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ 9 คน และได้กลิ่นเหม็นและแสบจมูกจึงออกมานอกอาคาร จากนั้นได้ยินเสียงระเบิดขึ้นที่โกดังเก็บสารเคมีและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แรงระเบิดทำให้พื้นที่โรงงานเสียหายทั้งหมด และขยายวงกว้างไปโรงงานใกล้เคียงและบ้านเรือนประชาชน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วกว่า 20 คน พร้อมกันนี้ได้กำชับสำนักงานประกันสังคมเข้าไปตรวจสอบสถานะผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บให้ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิประโยชน์ในเรื่องของการรักษาพยาบาล และสิทธิอื่น ๆ ที่พึงได้ และให้กรมการจัดหางานเตรียมหาตำแหน่งงานรองรับกรณีนายจ้างไม่สามารถจ้างลูกจ้างทำงานต่อไปได้ 

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้มอบให้ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 10 และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานงาน จ.สมุทรปราการ เข้าร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่าปัจจุบันเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สามารถควบคุมเพลิงสถานที่เกิดเหตุได้แล้ว แต่ยังอาจมีการปะทุขึ้นได้ ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้สั่งการให้ปิดพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ระยะห่างมากกว่า 5 กิโลเมตร โดยจัดศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ อบต.บางพลีใหญ่ และโรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ รวมทั้งจัดศูนย์อำนวยการทีมกู้ชีพและรถพยาบาลเตรียมความพร้อมรอให้ความช่วยเหลือที่วัดกิ่งแก้ว โดยจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีลูกจ้างในระบบ 46 คน บาดเจ็บ 10 คน เนื่องจากสภาพโรงงานเสียหายทั้งหมดไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ พนักงานตรวจแรงงานจะได้พูดคุยกับนายจ้างว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยจะดูแลให้เกิดความเป็นธรรมหากมีการเลิกจ้างลูกจ้างด้วย

ปปง. ขู่จับเซียนพนันบอลยูโรเจอโทษหนักคุก 10 ปีปรับ 2 แสน

พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รักษาราชการแทนเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) บังคับใช้กฎหมายในการป้องกันปราบปราม การพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่พบว่ามีประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อจำนวนมากในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มข้นโดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้วกว่า 100 ราย และได้ส่งเรื่องมาให้สำนักงาน ปปง. สืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมด

ทั้งนี้สำนักงาน ปปง. ได้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรม และคณะกรรมการธุรกรรมมีให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของผู้กระทำความผิดซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยมีวงเงินในการกระทำความผิดรวมกันมีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือเป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 บางส่วนแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์อีกหลายราย 

ดังนั้น สำนักงาน ปปง. จึงขอเตือนประชาชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์โดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาแล้ว อาจะต้องถูกยึดอายัดทรัพย์สินอย่างจริงจัง โดยความผิดฐานฟอกเงินนั้น มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมและตัดเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว รวมทั้งคดีอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป 

ตะลอนเล่าบันเทิ้งบันเทิง กับ ‘จิว จิวเวอรี่’ | กบร่อน ตะลอนเล่า EP.1

รายการ ‘กบร่อนตะลอนเล่า’ รายการที่จะเล่าพร้อมตะลอน

EP.1 ตะลอนเล่า เรื่องบันเทิ้งบันเทิง!! ประจำวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2564

แขกพิเศษ ‘จิว จิวเวอรี่’

ดำเนินรายการโดย กบร่อน THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นิพนธ์ รุดติดตามเหตุไฟไหม้ โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ร่วมถกด่วน “ปภ.-ผู้ว่าฯ ปากน้ำ-ทีมผู้เชี่ยวชาญ” ระดมสรรพกำลังหนุนดับไฟ สั่งฮ.2 ลำบินดับเพลิงทางอากาศ

มูลนิธิร่วมกตัญญู ถนนกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ด่วนติดตามสถานการณ์กรณีโรงงานกรณีไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟม และเม็ดพลาสติก ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการไฟไหม้ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกัน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า "กระทรวงมหาดไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ โดยได้ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งเครื่องจักรกลสนับสนุนการดับเพลิงไหม้โรงงานพลาสติกกิ่งแก้ว พร้อมด้วยเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนการดับเพลิงฯ ประกอบด้วย รถหอน้ำ รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยเพื่อขนโฟมดับเพลิง เฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ ซึ่งจนท.นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินโปรยโฟมเพื่อดับเพลิงทางอากาศไปแล้ว 3 รอบ โดยจะวางแผนและประเมินสถานการณ์การขึ้นบินเป็นระยะ ซึ่งนักบินขอปรับแผนเป็นเทโฟม 300 ลิตรผสมน้ำ 3,000 ลิตร โปรยโฟมแบบเต็มพื้นที่ พร้อมสนธิกำลังภาคพื้นดิน สถานการณ์โดยรอบยังมีเพลิงลุกไหม้และมีกลุ่มควันดำหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าปฏิบัติ เนื่องจากจะต้องทำการบินระดับต่ำ และประเมินเหตุระเบิดซ้ำจากถังสารเคมีที่กระจัดกระจาย ขณะเดียวกันได้สั่งประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานดังกล่าวในรัศมี 5 กิโลเมต รอพยพด่วน เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และหวั่นไฟลามไปติดถังสารเคมี 20,000 ลิตรที่อยู่ใกล้เคียง"

สำหรับการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแลการเบิกจ่ายงบประมาณการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เป็นไปตามระเบียบการดูแลสถานการณ์ในการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ และขอให้ปฎิบัติตามกลไกลในการดูแลอย่างรวดเร็วที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.15 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงรายงานความคืบหน้าเหตุไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด โดยยืนยัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว 1 บ่อ แต่ยังมีอีก 1 บ่อที่จะต้องใช้อากาศยานเข้าไประงับเหตุ ก่อนจะใช้ทีมภาคพื้นดินเข้าตามไป เบื้องต้นหากเป็นไปตามแผน คาดจะสามารถทำให้เพลิงสงบได้ในระยะเวลาไม่นานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้โฟมผสมน้ำในการรักษาอุณหภูมิจุดที่เกิดเพลิงไหม้ และระดมทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูอย่างใกล้ชิด

 

โรงงานระเบิด !! ทำบ้านเรือนเสียหายหลายร้อยหลัง ขณะที่ผู้ว่าสั่งอพยพชาวบ้านรัศมี 5 กิโลเมตร

จากกรณีเมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้ถังบรรจุเคมีขนาดใหญ่ภายในบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่ 15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการได้เกิดรั่วและระเบิดขึ้นทำให้ไฟไหม้ตัวโรงงานส่วนแรงระเบิดทำให้โรงงานในละแวกใกล้เคียงและบ้านเรือนประชาชนร่วมทั้งหมู่บ้านหรูที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตร หลายร้อยหลังคาเรือนได้รับความเสียหายกระจกฝ้าเพดานรวมทั้งหลังแตกกระจายล่วงลงมา ส่วนโรงงานใกล้เคียงอาคารและหนังปูนถูกแรงอัดจนถล่มลงมาได้รับความเสียหาย และตั้งแต่เกิดเหตุมาจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้เพลิงยังคงลุกลามเข้าใกล้ถังบรรจุเคมีขนาด 20,000 ลิตรหรือ 30 ตัน ที่อยู่ทางด้านทิศเหนือของโรงงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าฉีดน้ำสกัดได้เนื่องจากมีกลุ่มควันสีดำที่เกิดจากการเผาไหม้เม็ดโฟรมจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ระดมน้ำยาโฟรมจำนวนมากเข้าทำการฉีดสกัดแต่ยังไม่เป็นผลเนื่องจากลมมีการเปลี่ยนทิศตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้เพลิงยังคงลุกโหมอย่างรุนแรง

หลังเกิดเหตุ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และจากการประเมิลสถานการณ์คาดว่าไม่น่าจะปล่อยภัยเนื่องจากเปลวไฟยังลุกโหมอย่างรุนแรงและเข้าประชิดตัวถังบรรจุเคมีขนาดใหญ่ของโรงงาน จึงได้มีการประกาศให้ประชาชนทั้งหมดที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรทำการอพยพ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงหากควบคุมเพลิงยังไม่ได้ถังบรรจุเคมีขนาดใหญ่อาจเกิดการระเบิดได้ชาวบ้านและประชาชนจะได้รับอันตรายจึงได้สั่งอพยพประชาชนทั้งหมดออกจากพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนต่างพากันแตกตื่นและเร่งอพยพออกจากบ้านโดยได้รับร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อาสาและมูลนิธิต่าง ๆ ที่ระดมกำลังกันมาช่วยกันขนประชาชนออกนอกพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อความปล่อยภัย โดยได้มีการจัดเตรียมสถานที่เอาไว้ที่บริเวณลานอเนกประสงข้างที่ทำการ อบต.บางพลีใหญ่ และ ลานดินข้างมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมทั้งลานด้านหน้าโรงเรียนบางพลีอนุสรณ์ ไว้ลองรับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลำเลียงประชาชนออกจากพื้นที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่ามีการร้องขอเฮลีคอปเตอร์ ที่ใช้ดับไฟป่าลำเลียงน้ำเข้ามาปล่อยน้ำเพื่อดับเพลิง  ส่วนค่าเสียหายคาดว่าหลายร้อยล้าน

ขณะเดียวกันโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนกิ่งแก้ว ห่างจากจุดทีเกิดเหตุประมาณ 500 เมตรได้เร่งย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลโดยใช้รถของโรงพยาบาลและรถสองแถว กระจายไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุจึงกลายเป็นจุดที่อันตราย


ภาพ /ข่าว  ก๊วก สมุทรปราการ

นราธิวาส - "บิ๊กอู๊ด" ชี้ หากคุมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้ มีโอกาสทยอยเปิดเมืองท่องเที่ยวทั่วไทย

วันที่ 4 ก.ค. 64 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้เดินทางมายังด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อมอบสิ่งของบำรุงขวัญและเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ 7 หน่วยงานหลัก ที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก รวมไปถึงปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและช่องทางข้ามธรรมชาติ ที่ทุกหน่วยงานหลักมีความเสียสละ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19 โดยเฉพาะสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่ตรวจพบว่ามีการแพร่ระบาดจากพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน จากบุคคลที่ลักลอบข้ามแดนจากช่องทางธรรมชาติ

ต่อมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้เข้ารับฟังบรรยายสรุป ณ ห้องประชุมชั้น 3 ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ พ.ต.อ.ศุภชาติ เวชพร ผกก.ตม.จว.นราธิวาส พ.อ.อายุพันธ์ กรรณสูต ผู้บังคับชุดควบคุมป้องกันชายแดน นายวัลลภ วุฒาพาณิชย์ นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก นายปรีชา นวลน้อย ปลัด จ.นราธิวาส นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ฯลฯ

ซึ่งในที่ประชุมมีใจความพอสรุปได้ว่า ขณะนี้ประเทศมาเลเซียได้ประกาศปิดประเทศแบบไม่มีกำหนด โดยยอดผู้หลบหนีเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติในปี 2563 ที่ผ่านมามีจำนวน 434 คน ส่วนปี 64 จากต้นปีถึงปัจจุบันมีผู้ลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติลดลง เหลือเพียง 172 คน จากมาตรการความร่วมมือของชาวบ้านที่ช่วยชี้เบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ โดยพื้นที่ที่มีการลักลอบเข้าเมืองมากที่สุด คือ สุไหงโก-ลก คิดเป็นร้อยละ 75 และมีมาตรการคัดกรองโรคเข้มข้น จนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 จากประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้ มีตัวเลขเป็น 0 และพบว่าที่ระบาดในขณะนี้เป็นการระบาดของกลุ่มบุคคลภายในประเทศเท่านั้น

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทุ่มเทเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ จนทำให้เราสามารถควบคุมบุคคลที่แอบลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติได้ แต่อย่าประมาทการปฏิบัติหน้าที่ต้องมีความเข้มงวด ปล่อยปะละเลยหรือละหลวมเมื่อใดเขาอาจจะจ้องแอบลักลอบเข้ามาในประเทศได้ และยากต่อการควบคุมหากโควิด19 จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาระบาดอีกครั้ง

หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้เดินทางไปยังสะพานด่านพรมแดน โดยมี พ.ต.อ.ศุภชาติ เวชกร ผกก.ตม.จว.นราธิวาส นำชมการจัดกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามช่องทางธรรมชาติ ที่มีแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งมีความกว้างประมาณ 50 ถึง 70 เมตร เป็นเขตแบ่งพรมแดนกับพื้นที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งง่ายต่อการลักลอบเดินทางข้ามมายังพื้นที่ จ.นราธิวาส ซึ่งปัจจุบันที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดควบคุมป้องกันชายแดน ถูกส่งตัวมาปฏิบัติหน้าที่สลับสับเปลี่ยนกันตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งก่อนเดินทางกลับ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า การทำงานนั้นต้องบูรณาการกันและเฝ้าระวัง สิ่งสำคัญถ้าพบเห็นการลักลอบเข้าเมืองนั้น ต้องมีมาตรการในการป้องกันประสานทาง จนท.สาธารณสุข โดยภาพรวมการทำงานมีความเข้มแข็งจากการบูรณาการทั้งจังหวัด

ส่วน ตม.เป็นการเสริมการป้องกันลักลอบเข้าเมือง นโยบายของรัฐบาลที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มีมาตรการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาต้องฉีดยาวัคซีนป้องกันครบโดส และต้องผ่านการตรวจหาเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง ถ้าได้ผลดีผมเชื่อว่าคงขยายไปเมืองท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ ถ้าป้องกันการแพร่ขายได้ก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะว่าต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวก็จะมีการจับจ่ายใช้สอยสร้างรายได้ให้กับคนไทยเรา


ภาพ/ข่าว  กรียา นราธิวาส

นครพนม - องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่ "พระราชมงคลวัชโรดม" พระเกจิเมืองนครพนม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม พระเกจิอายุ 101 ปี

วันที่ 4 กรกฎาคม 2564  ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม หมู่ที่ 4 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม หรือ หลวงปู่แสง จันทวังโส อายุ 101 ปี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดนครพนม โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ชัยธันยาภัทร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม พลตรี สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 พลตำรวจตรี ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชุมชนท้องถิ่นร่วมประกอบพิธี

พระราชมงคลวัชโรดม (แสง จันทวังโส) เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัด เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตา เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอายุ 101 ปี 80 พรรษา มีนามเดิมว่า นายแสงวงศ์ วงษ์ตาผา เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2463 แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 บิดาชื่อนายบุญจันทร์ มารดาชื่อนางสิงห์ เป็นชาวบ้านโพนตูม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก

ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาเป็นสามเณรหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณให้กับคุณตาที่ล่วงลับ เมื่ออายุ 19 ปี ที่วัดศรีสำราญจิต บ้านดอนโทน หมู่ที่ 5 ตำบลก้านเหลือง มีพระครูนาครธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญจิตเป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อเสร็จพิธีอุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณแล้ว เจ้าอาวาสไม่ยอมให้ลาสิกขาและพาเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ตามจังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จนถึงจังหวัดอุบลราชธานี และได้เข้าจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก้ง อำเภอเขมราฐเรื่อยมา

กระทั่งวันที่ 3 ตุลาคม 2482 ท่านอายุได้ 22 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีพระครูบริหารเกษมรัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอุย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระดม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยหลังอุปสมบทได้มุ่งมั่นเล่าเรียนด้วยปฏิภาณไหวพริบที่ดีเลิศจนสำเร็จการศึกษาแผนกธรรม นักธรรมชั้นตรี–โท–เอก ตามลำดับ ทั้งยังได้เล่าเรียนอักขระเลขยันต์และวิทยาคมต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ

ท่านเป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย คอยเทศนาธรรมโวหารโปรดญาติโยมและชาวบ้านในละแวกนั้น

หลายปีต่อมาจึงได้กลับบ้านเกิด มาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม และด้วยเป็นพระที่มีความสมถะ ปฏิบัติดี มีความรู้ลึกซึ้งแตกฉาน ในช่วงที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ชุกชุม ได้นำสมุนไพรที่อยู่ในป่าลึกภูดงน้อย ตำบลก้านเหลือง มาช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านจนหายป่วย จึงมีชาวบ้านและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก แวะเวียนมากราบไหว้และทำบุญไม่ขาดสาย

ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและดูแลการเจ็บป่วยของชาวบ้าน จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร นามพระครูอุดมรังสี และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย รวมทั้งเป็นเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง

และในครั้งนี้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระราชมงคลวัชโรดม พุทธาคม ธรรมพิสิฐ มหาศณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี" พระราชาคณะชั้นราช มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 และพระครูใบฎีกา 1


ภาพ/ข่าว  สุเทพ หันจรัส ผสข.นครพนม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top