Monday, 22 June 2026
TheStatesTimes

ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่าย 'ตาต้าท่าขี้เหล็ก'

สืบเนื่องจากการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร ชินวัตร แถลงต่อรัฐสภาว่า ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน ที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด ครบวงจร ตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย เน้นการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นลำเลียงยาเสพติด ปราบปรามและยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญ และข้อสั่งการของ พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ที่เน้นการปราบปรามแหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลางที่จะส่งมายังกรุงเทพมหานคร ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ซึ่งกำชับการปราบปรามยาเสพติด อย่างเร่งด่วน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.

สำนักงาน ป.ป.ส. โดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส.

บช.ปส. โดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ เข้ามาซุกซ่อนในพื้นที่ตอนในเพื่อรอกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.67 บก.ปส.1 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด“ตาต้าท่าขี้เหล็ก” จำนวน 2 คน และทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ต่อมาทราบว่าเครือข่ายตาต้าท่าขี้เหล็ก ยังมีความเคลื่อนไหวใน การลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และปริมณฑล โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการส่งออกไปต่างประเทศ จึงได้ทำการสืบสวนกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 พบพฤติการณ์กลุ่มผู้ถูกจับมีการเดินทางจากภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และมีการใช้ยานพาหนะรถยนต์กระบะตู้ทึบในการบรรทุกยาเสพติด โดยอำพรางเป็นรถขนส่งสินค้าทั่วไป ใช้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงบูรณาการ สภ.มหาราช ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ดังกล่าว ผลการตรวจสอบ พบยาเสพติด(ไอซ์) ของกลาง จำนวน 2,464 กิโลกรัม ซุกซ่อนมาในรถยนต์กระบะตู้ทึบจำนวน 2 คัน และรถยนต์ โตโยต้า รุ่นแคมรี่ จำนวน 1 คัน จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ยึดรถยนต์ของกลาง จำนวน 3 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดบริเวณทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย กม.46+600 ป้อมตำรวจมหาราช ต.ท่าตอ อ.มหาราช ต่อเนื่อง กม.37+500 ต.ตานิ่ม อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

ทรัมป์เผยแผนตั้ง 'External Revenue’ เก็บภาษีต่างชาติแทนเงินจากคนอเมริกัน

(21 ก.พ.68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมยกเลิกกรมสรรพากรของสหรัฐฯ (IRS) และมีแผนจัดตั้ง External Revenue Service (ERS) ซึ่งจะมุ่งเน้นการจัดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากรและธุรกรรมจากต่างประเทศ แทนการเก็บภาษีจากประชาชนและธุรกิจภายในประเทศ

โฮเวิร์ด ลัทนิค (Howard Lutnick) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ของทรัมป์ เปิดเผยกับ Fox News ว่า “เป้าหมายของทรัมป์คือการยกเลิก IRS และให้คนนอกเป็นผู้จ่ายภาษีแทน”

รัฐบาลทรัมป์ต้องการให้ ERS ดูแลการจัดเก็บภาษีศุลกากรและกำจัดช่องโหว่ทางภาษี โดยทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะสามารถสร้างรายได้ 1 ล้านล้านดอลลาร์ จากมาตรการนี้ พร้อมทั้งมอบหมายให้ "DOGE Task Force" ของอีลอน มัสก์ ค้นหาการทุจริตและความสูญเปล่าในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้อีก 1 ล้านล้านดอลลาร์

ทรัมป์เคยกล่าวถึงแนวคิดนี้ตั้งแต่ต้นปี 2024 แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า IRS จะถูกยกเลิกทั้งหมดหรือเพียงแค่ลดบทบาท

แม้ว่าทรัมป์จะกล่าวว่าภาษีศุลกากรเป็นรายได้จากต่างชาติ แต่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าภาษีเหล่านี้มักถูกผลักภาระให้กับบริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐฯ เอง 

ตามรายงานของ Axios หน่วยงานที่ดูแลการจัดเก็บภาษีศุลกากรในปัจจุบันคือกรมศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ไม่ใช่ IRS ขณะที่ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า "Tariff เป็นคำที่ไพเราะที่สุดในพจนานุกรมของผม"

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ทรัมป์เสนอให้เก็บภาษีศุลกากร 25% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากเม็กซิโกและแคนาดา และ 10% สำหรับสินค้าจากจีน อย่างไรก็ตาม เขายอมระงับมาตรการกับเม็กซิโกและแคนาดาชั่วคราวเพื่อลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ อาจทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นถึง 272,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

ทรัมป์ยังเสนอให้ ERS ดูแลภาษีจาก เรือสำราญต่างชาติ เรือบรรทุกน้ำมัน และผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ต้องเสียภาษีในสหรัฐฯ โดยลัทนิคยืนยันว่า 'ภาษีเหล่านี้จะถูกเก็บภายใต้รัฐบาลทรัมป์'

ในขณะที่ทรัมป์ผลักดัน ERS เขายังเคยกล่าวถึงแนวคิดการยกเลิกภาษีเงินได้ ซึ่งอาจทำให้ IRS หมดบทบาท อย่างไรก็ตาม IRS ยังเป็นผู้จัดเก็บภาษีเงินเดือน ภาษีประกันสังคม และภาษีมรดก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาล

แม้ว่าทรัมป์จะมุ่งเปลี่ยนแปลงระบบภาษีให้พึ่งพารายได้จากภายนอก แต่ในทางปฏิบัติ ภาษีศุลกากรยังคงเป็นภาระของภาคเอกชนและประชาชนสหรัฐฯ การปฏิรูปครั้งนี้อาจเผชิญแรงต้านจากภาคธุรกิจและนักเศรษฐศาสตร์ที่มองว่าเป็นนโยบายที่เสี่ยงต่อเศรษฐกิจของประเทศ

โป๊ปฟรานซิสป่วยหนัก ตรัสชัด ‘อยู่ได้อีกไม่นาน’ ทหารสวิสการ์ดซ้อมพิธีการรับมือ กรณีสิ้นพระชนม์

(21 ก.พ.68) นครรัฐวาติกันอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม หลังสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส วัย 88 ปี ทรงมีปัญหาสุขภาพรุนแรง โดยก่อนหน้านี้พระองค์ตรัสว่า "ข้าพเจ้าอยู่ได้อีกไม่นานจากปัญหาสุขภาพโรคปอดบวม" ทำให้หน่วยสวิสการ์ด ซึ่งเป็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยของวาติกัน เริ่มซักซ้อมพิธีศพเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การเตรียมความพร้อมเกิดขึ้นหลังจากสมเด็จพระสันตะปาปาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงโรมอย่างเร่งด่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง แพทย์วินิจฉัยว่าพระองค์ทรงติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างซับซ้อน ส่งผลให้นครรัฐวาติกันต้องยกเลิกหรือเลื่อนการเข้าเฝ้าหลายรายการในสัปดาห์นี้

วาติกันออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเป็นโรคปอดบวมและมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลอดลมอักเสบจากอาการหอบหืด ทำให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะประเภทคอร์ติโซน ทั้งนี้ พระองค์เคยผ่านการผ่าตัดเอาปอดบางส่วนออกเมื่อหลายปีก่อน ทำให้การติดเชื้อในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล

ล่าสุด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ (ตรงกับ 02.00 น. วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ตามเวลาไทย) สำนักวาติกันแถลงอัปเดตอาการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสว่า "อาการมีพัฒนาการดีขึ้นเล็กน้อย พระองค์ไม่มีไข้ และค่าการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตยังคงที่ ในช่วงเช้า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงรับศีลมหาสนิทและปฏิบัติพระภารกิจตามปกติ"

มัตเตโอ บรูนี่ ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน ระบุว่า พระอาการของพระองค์เป็น 'ปอดอักเสบเฉพาะที่' หมายถึงการติดเชื้อในปอดที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณจำกัด ไม่ใช่การติดเชื้อที่แพร่กระจาย นอกจากนี้ การหายใจของพระองค์เป็นปกติและพระหทัยเต้นเป็นจังหวะปกติ สร้างความหวังว่าพระองค์จะทรงฟื้นตัวได้ในเร็ววัน

จีนส่งตัว 200 ผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงกลับจากเมียนมา เปิดฉากล่าต่อเนื่องขบวนการโกงข้ามพรมแดน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้นำตัวพลเมืองจีน 200 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง กลับสู่จีนเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.68) หลังจากถูกส่งตัวจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา  

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างจีน เมียนมา และไทย โดยผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกส่งตัวมายังประเทศไทยก่อน จากนั้นจึงขึ้นเที่ยวบินเช่าเหมาลำหลายเที่ยวเพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหนานจิงลู่โข่ว ในนครหนานจิง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน  

กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยว่า การส่งตัวครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางโทรคมนาคม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาระดับภูมิภาคและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายประเทศ  

PETA UK เล่นใหญ่!! บุกสถานทูตไทย เทน้ำกะทิใส่ตัวเอง สร้างภาพดึงดรามาใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

เมื่อวันที่ (13 ก.พ.68) กลุ่มนักเคลื่อนไหวจาก PETA UK จัดการประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน โดยราดตัวเองด้วยของเหลวที่ดูเหมือนน้ำกะทิ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านอุตสาหกรรมกะทิของไทยที่ใช้แรงงานลิง พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์จากการบังคับใช้แรงงานสัตว์

PETA Asia อ้างการเปิดเผยผลการตรวจสอบที่พบว่า ลิงถูกล่ามด้วยเชือกสั้นจนแทบขยับตัวไม่ได้ บางตัวถูกขังในกรงแคบและต้องเดินวนไปมาอย่างสิ้นหวังจนเกิดความเครียดรุนแรง "ลิงเหล่านี้ควรได้ใช้ชีวิตอิสระในธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกจับมาทรมานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ" เจ้าหน้าที่ PETA Asia กล่าว

PETA ระบุว่า พวกเขาเรียกร้องให้บริษัททั่วโลกหยุดสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานลิง และให้ประเทศไทยดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

🌍✈️ อัปเดตล่าสุด! สายการบินที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025

ใครที่มีแพลนเที่ยวต่างประเทศหรือบินใกล้ๆ ต้องไม่พลาด!  
เช็กเลย 5 อันดับสายการบิน Full Service และ Low Cost ที่ดีที่สุดในโลก จะมีสายการบินในใจของคุณติดโผหรือเปล่า?  

🔥 5 อันดับสายการบิน Full Service ดีที่สุดในโลก
1️. Korean Air — ครองแชมป์ด้วยบริการเหนือระดับ 
2️. Qatar Airways — ความหรูหราและความสะดวกสบายขั้นสุด 
3️. Air New Zealand— บินสบายสไตล์นิวซีแลนด์
4️. Cathay Pacific — บริการดีเยี่ยมจากฮ่องกง
5️. Singapore Airlines — ความหรูหราและอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ 
6. Thai Airways — ภูมิใจไทยแลนด์! ติดอันดับที่ 17 พร้อมบริการแบบไทยๆ 

💸 5 อันดับสายการบิน Low Cost ดีที่สุดในโลก
1️. AirAsia — แชมป์สายการบินราคาประหยัดที่ครองใจคนเอเชีย 
2️. Jetstar — บินคุ้มค่าในราคาประหยัดจากออสเตรเลีย 
3️. AirBaltic — สะดวกสบายสไตล์ยุโรป 
4️. HK Express — สายการบินราคาประหยัดจากฮ่องกง   
5️. EasyJet — สายการบินยอดฮิตในยุโรป 

สายเที่ยวต้องรู้!
วางแผนการเดินทางล่วงหน้า เลือกสายการบินที่ใช่ เพื่อประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด!  

กองทุนดีอี อนุมัติงบ 2 พันล้านบาท หนุนพัฒนาดิจิทัล 3 ด้านสำคัญ การใช้เทคโนโลยี – ความปลอดภัย – พัฒนาบุคลากรดิจิทัล

บอร์ดกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อนุมัติวงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีศักยภาพสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในโลกดิจิทัลและเตรียมบุคลากรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ภายใต้กรอบนโยบาย 3 ด้าน ได้แก่
📌 Digital Technology (High Impact & Scalability)
เน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจและสังคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และบริการสาธารณะ โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง

📌 Digital Trust & Security
เสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในโลกไซเบอร์ ด้วยการพัฒนาระบบป้องกันข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามดิจิทัลและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน

📌 Digital Manpower
มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับกำลังคนในยุคดิจิทัล ครอบคลุมทั้งทักษะเชิงเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมพิเศษ!
📅 วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
กองทุนดีอี จัดกิจกรรม "คลินิกกองทุน"
เพื่อให้คำแนะนำและปรึกษาสำหรับผู้ที่สนใจยื่นขอทุน โดยจะแนะนำวิธีการดำเนินการและการเขียนข้อเสนออย่างไรให้มีประสิทธิภาพและน่าสนใจ

เปิดรับข้อเสนอโครงการ ปี 2568
ยื่นได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 มี.ค. 2568
เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการดิจิทัล ร่วมส่งข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพดิจิทัล และต่อยอดไอเดียให้เป็นจริง

🔗 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม:
https://defund.onde.go.th
🔗 ระบบยื่นคำขอ ขอรับทุน:
https://defund-rt.onde.go.th/

ร่วมต่อยอดไอเดียสู่ความสำเร็จ ด้วยโอกาสพัฒนาดิจิทัลที่คุณไม่ควรพลาด!
มาร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไปด้วยกัน!

‘พีระพันธุ์’ คืนความเป็นธรรมให้ ‘เอกชัย ชาญประโคน’ หนุ่มพิการอดีตสตั๊นแมนตกยาก ซ้ำถูกบีบออกจากราชการ

สังคมนี้ยังมีความเป็นธรรม...อีกกรณีตัวอย่างที่ ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ สามารถใช้กลไกภาครัฐผลักดันแก้ไขปัญหาเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือ การให้ความช่วยเหลืออดีตนักแสดงคิวบู๊ที่พิการจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก และถูกบีบให้ออกจากงานราชการอย่างไม่เป็นธรรม

ย้อนเรื่องราว ‘เอกชัย ชาญประโคน’ อายุ 39 ปี อดีตนักแสดงคิวบู๊หรือสตั๊นแมน ซึ่งประสบปัญหาพิการทางการเคลื่อนไหวจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก เขาสอบติดพนักงานราชการตำแหน่งนักวิชาการอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อปี 2560 แต่ทำงานได้เพียง 4 เดือน ก็ถูกหัวหน้าบีบบังคับให้เซ็นใบลาออกทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่แจ้งเหตุผล 

หลังจากถูกบีบให้ออกจากราชการ เอกชัย อาศัยเบี้ยคนพิการยังชีพ  และพยายามดิ้นรนหางานทำ แต่ไปสมัครทำงานที่ไหนก็ได้รับค่าจ้างในจำนวนที่น้อย ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ซ้ำยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสถานที่ทำงาน จึงยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องก็เงียบหาย จนกระทั่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้รับมอบหมายให้มารับหน้าที่ประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการในขณะนั้น

‘พีระพันธุ์’ ได้เร่งรัดให้มีการช่วยเหลือด้วยการประสานงานผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมอบหมายให้การเคหะแห่งชาติดำเนินการช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเขาได้เล่าถึงแนวทางการช่วยเหลือนายเอกชัยไว้ว่า 

“คุณเอกชัยเขาก็ประสบกับปัญหาชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ  ขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะความพิการ แล้วเขาก็โดนอะไรที่ไม่เหมาะสมมาหลายครั้ง เขาถูกเลิกจ้าง พูดง่ายๆ คือถูกบังคับให้ลาออกจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาก็เลยยื่นเรื่องไปที่สำนักนายกฯ นานแล้ว ระหว่างนั้นเขาก็สู้ชีวิตมาตลอด ท่านนายกฯ (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) มอบหมายให้ผมมาดูปัญหาเรื่องพวกนี้ ผมก็ได้พยายามติดต่อ  แล้วก็ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ และท่านประธานบอร์ดการเคหะแห่งชาติ เราอยากจะให้เขามีงานทําที่มั่นคง แล้วมีบ้านพักอาศัยที่ราคาถูก  ซึ่งทางการเคหะแห่งชาติก็มีตรงนี้พอดี” 

การเคหะแห่งชาติได้ให้ความช่วยเหลือ เอกชัย ด้วยการพามาสมัครทำงานที่บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของการเคหะแห่งชาติ ได้รับเงินเดือน 15,000 บาท และพักอาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า โดยเสียค่าเช่าเพียงเดือนละ 999 บาท ตามนโยบายรัฐบาล  

ปัจจุบัน เอกชัย ได้งานและที่อยู่ใหม่ที่เอื้ออำนวยกับสภาพร่างกายและการใช้ชีวิตมากกว่าเดิม  ชีวิตของเขาดีขึ้น และสามารถเชื่อมั่นได้ว่า ‘สังคมนี้ยังมีความยุติธรรม’ เพราะมีผู้คอยอำนวยความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นได้จริง! กล่าวได้ว่าเป็นการ มอบชีวิตใหม่ ให้กับเขาอีกครั้ง

“ผมคิดว่าสังคมต้องเป็นอย่างนี้ สังคมต้องช่วยกันดูแล คนเราแต่ละคนไม่รู้อนาคตหรอก ตัวเราเองวันหนึ่งเราอาจจะเจออะไรลําบากอย่างนี้บ้างก็ได้ วันนี้เราไม่เจอ ก็ต้องช่วยคนที่เขาเจอ ต้องขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันนะครับ”

นี่คือคำพูดจากใจของ ‘พีระพันธุ์’ ผู้มุ่งมั่นอยากให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและไม่ทิ้งกัน 

เผยตัวจริงผู้บริหาร DeepSeek เหลียง เหวินเฟิง นักพัฒนา AI จีน ผู้อยู่เบื้องหลังคู่แข่งตัวฉกาจของ ChatGPT

(21 ก.พ.68) โลกกำลังจับตามอง 'DeepSeek' ปัญญาประดิษฐ์จากจีนที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ระดับโลก ถึงขั้นทำให้หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ร่วงระนาว และถูกพูดถึงในระดับ 'Talk of the World' บางฝ่ายถึงกับกังวลว่าอาจเกิด 'AI War' ระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ชื่อของ DeepSeek ถูกพูดถึงอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสัมมนาด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่กรุงปักกิ่ง โดยมีบรรดาผู้นำจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, BYD, Huawei, CATL, Xiaomi, Tencent, Meituan และแน่นอน DeepSeek

บุคคลที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในงานนี้คือ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) นักพัฒนา AI ชาวจีนวัย 40 ปี ผู้ก่อตั้ง DeepSeek และกลายเป็นบุคคลที่สื่อเทคโนโลยีทั่วโลกจับตามอง ในฐานะซีอีโอหนุ่มที่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับผู้นำสูงสุดของประเทศเคียงข้างเจ้าของธุรกิจระดับแนวหน้า

เหลียงเกิดเมื่อปี 1985 ที่เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง มีความหลงใหลในคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก แม้ไม่ได้ศึกษาจากมหาวิทยาลัยในตะวันตก แต่เขาจบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) หรือ 'เจ้อต้า' เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และต่อปริญญาโทในสาขาวิศวกรรมข้อมูลและสื่อสาร ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของจีนในสาขาวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมข้อมูลและการสื่อสาร

หลังจากเรียนจบ เขาเริ่มต้นทำงานในแวดวงเทคโนโลยีที่หางโจว ก่อนขยายเส้นทางสู่เฉิงตู และก่อตั้งสตาร์ตอัปของตัวเอง ในช่วงชีวิตการทำงาน เหลียงตั้งรกรากอยู่ในหางโจว ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของจีน และเคยทำงานในนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญด้านเทคโนโลยีของประเทศ 

ในปี 2015 เหลียงเข้าสู่โลกสตาร์ตอัปอย่างเต็มตัวด้วยการร่วมก่อตั้ง High-Flyer กองทุนเฮดจ์ฟันด์ประเภท Quantitative Hedge ที่ใช้ AI วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและซื้อขายหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ ความสำเร็จจากธุรกิจนี้ทำให้เขาสั่งซื้อ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ Nvidia นับพันชิ้น ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อพัฒนา AI ของตัวเอง

DeepSeek ไม่ใช่แค่ AI ทั่วไป แต่มันสามารถแข่งขันกับ ChatGPT ได้อย่างสูสี โดยใช้ต้นทุนเพียง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 200 ล้านบาท) ตามที่รายงานข่าวระบุ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่บริษัท AI ตะวันตกใช้ไปหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่ทำให้ DeepSeek เป็นที่จับตามองคือความสามารถในการพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพสูง แม้จีนจะถูกสหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงชิปประมวลผลระดับสูงของ Nvidia แต่ทีมของเหลียงสามารถ "ปลดล็อกศักยภาพ" ของ GPU รุ่นเก่าให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

"วิศวกรของ DeepSeek รู้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ที่มีอยู่ แม้ว่าจะไม่ใช่เทคโนโลยีล่าสุดก็ตาม" นักวิจัย AI ที่ใกล้ชิดกับบริษัทกล่าว

DeepSeek ยังเลือกใช้ โมเดลแบบเปิด (Open-Source) ซึ่งต่างจาก OpenAI ที่เน้นการปกป้องเทคโนโลยีของตัวเอง โดยเหลียงเชื่อว่าการแบ่งปันความรู้จะช่วยดึงดูดคนเก่งและสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมในวงการ AI

การที่เหลียงเป็นผู้บริหารด้าน AI เพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกับสีจิ้นผิง พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สุขภาพ และกีฬา เพื่อนำเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานของรัฐบาล

การเข้าร่วมประชุมระดับสูงของเหลียงตอกย้ำ เขาถือเป็นบุคคลสำคัญในยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีน ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ตลาด AI ของจีนคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 5.6 ล้านล้านหยวน (765 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 ตามการคาดการณ์ของ China International Capital Corp (CICC)

"ผมเชื่อว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ" เหลียงกล่าว "จีนเคยขาดความมั่นใจในการพัฒนา AI ระดับแนวหน้า แต่เราต้องกล้าที่จะลองและผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า ผมอยากแสดงให้โลกเห็นว่าจีนสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากศูนย์ได้"

ฟิลิปปินส์บุกรังสแกมเมอร์กลางมะนิลา รวบผู้ต้องหากว่า 400 คน พบคนไทยเอี่ยว 2 ราย

(21 ก.พ.68) เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์บุกตรวจค้นศูนย์ปฏิบัติการพนันออนไลน์ในกรุงมะนิลา จับกุมผู้ต้องหากว่า 400 คน โดยพบว่ามีชาวจีนเป็นผู้ควบคุมเครือข่าย  

คณะกรรมการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมแห่งฟิลิปปินส์เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.) ว่า ผู้ต้องหาประกอบด้วยชาวฟิลิปปินส์ 307 คน ชาวจีน 137 คน รวมถึงชาวเวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวันอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีคนสัญชาติไทย 2 รายที่ถูกจับกุมจากปฏิบัติการนี้  

ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก การสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้แพลตฟอร์มการพนันกีฬาและการลงทุนเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อชาวจีนและอินเดีย  

แม้ว่าฟิลิปปินส์จะสั่งห้ามธุรกิจพนันออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังชาวจีนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยอมรับว่ายังคงมีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวตกค้างอยู่ในประเทศเป็นจำนวนมาก และกำลังอยู่ในกระบวนการเนรเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top