Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

สตูล ศรชล.จังหวัดสตูล/นก.พตต.ศรชล.ภาค 3 เป็นผู้แทนทัพเรือภาคที่ 3 เยี่ยมทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่

(31 ม.ค.68) พลเรือโท สุวัจ ดอนสกุล ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 มอบหมายให้ นาวาเอกแสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดสตูล /ผบ.นก.พตต.ศรชล.ภาค 3 เป็นผู้แทน ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วย เรือเอกอมรพงศ์ ด่านปาน ผบ.เรือ ต.114 เรือเอกพงศธร พุ่มวงศ์สำเนียง ผบ.เรือ ต.273 และ เรือโทสุโภชน์ ทองย้อย รองผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่งที่ 452 เดินทางไปเยี่ยม จ่าเอกยูสุบ มรรคาเขต อายุ 63 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จังหวัดสตูล

ซึ่งทุพพลภาพร่างกายขาด้านขวาจากการถูกผู้ก่อการร้ายลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจและมอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือให้กับกำลังพลทหารผ่านศึกที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนของกองทัพเรือ 

จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้กำลังพลกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ซึ่งกระทบต่อการดำเนินชีวิตของกำลังพลและครอบครัว แม้ว่ากองทัพเรือได้มอบเงินเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบกองทัพเรือแก่กำลังพลและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของกำลังพล ด้วยเหตุข้างต้น กองทัพเรือจึงได้จัดตั้ง “กองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ” เพื่อช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัวของกองทัพเรือที่บาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ ตลอดจนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างกล้าหาญดีเยี่ยม ทั้งนี้กองทุนน้ำใจไทย ฯ ได้ดำเนินการการช่วยเหลือกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัวอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน โดยการมอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาแก่กำลังพลกองทัพเรือและทายาทของผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้มีความห่วงใย และให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของกำลังพลในกองทัพเรือทุกระดับ จึงได้มอบกระเช้าของขวัญพร้อมกับเงินช่วยเหลือให้แก่ทหารผ่านศึกที่ทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของกองทัพเรือ เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และช่วยเหลือกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเกียรติในสังคม ตลอดจนเพื่อให้บุตรของกำลังพลมีทุนในการศึกษา โดยจัดกิจกรรมเยี่ยมเยียน มอบเงินช่วยเหลือ และสิ่งของให้กับกำลังพลทหารผ่านศึกที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำทุกปีเหตุด่วน เหตุร้าย ภัยทางทะเล ต้องการความช่วยเหลือทางทะเล โทร. 1465 แจ้ง ศปก.ศรชล.ภาค 3 หรือ โทร. 1696 แจ้ง ศปก.ทรภ.3

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส มอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา แก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อำเภอระแงะ 

วันนี้ (31 ม.ค. 68) ที่ ตึกประชารักษ์ ชั้น 1 โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายอำเภอระแงะ ,หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนราธิวาส ,รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ,คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยม อส.ทพ.มะรือซู มะดีเย๊าะ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4511 ซึ่งได้รับบาดเจ็บ จากเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ลอบวางระเบิดศาลาสำนักสงฆ์บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 หมู่ที่ 9 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 23 ม.ค.68 ที่ผ่านมา ทำให้ได้รับบาดเจ็บมีแผลบริเวณขาทั้งสองข้าง แผลที่รักแร้ข้างซ้าย ไม่สามารถเดินได้ โดยรวมรู้สึกตัวดี  

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสและคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 17/2 ม.1 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อมอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจ อส.ทพ.ศรนรินทร์ นันทจันทร์ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4511 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการเดียวกัน ทำให้มีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดบริเวณสะโพกซ้าย, ศรีษะ, ไหล่ซ้าย-ขวา, อวัยวะเพศ  และมีอาการแน่นหน้าอก ล่าสุดอาการโดยรวม ของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย ดีขึ้น ตามลำดับ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เยี่ยมสอบถามอาการและมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาฯ แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายๆ ละ 30,000.- บาท และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความไม่สงบฯ ของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส รายละ 3,000.- บาท ด้วย

ตำรวจหารือร่วมกับทูตนานาประเทศ ตอบรับเข้าร่วมศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ปราบอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ออกมาตรการเข้มป้องกันการลักลอบข้ามแดนของต่างชาติ 

(31 ม.ค.68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนต์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างประเทศปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา แทนซาเนีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย จีน บราซิล สหรัฐอเมริกา โมร๊อคโค อินเดีย เคนยา ยูเครน บังกลาเทศ รัสเซีย และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , กระทรวงการต่างประเทศ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลน์ ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก. ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว รวมทั้งการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวง เช่น กรณีที่ตำรวจไทยช่วยเหลือนายหวังซิง นักแสดงชาวจีน ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออก 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ได้แก่ มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย , มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) ,  มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง , มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน , มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย , มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน และมาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และหน่วยงานระดับสากล เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในการประสานความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเข้าร่วมในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นหัวหน้าศูนย์ประสานงานดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศยินดีอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือกับไทย มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ การบังคับใช้อย่างเข้มงวดต่อการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ประสานงานดังกล่าวจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ ในการเข้าร่วมศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุมติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน ในเวลา 08.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป

รรท.ผบก.ตม.3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ตม.จว.จันทบุรี กำชับ 7 มาตรการ ผบ.ตร.

วันนี้ (31 ม.ค. 68) เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ส.4 รรท.ผบก.ตม.3,พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด., พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 พร้อมคณะฯ ได้เดินทางยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตม.จว.จันทบุรี เพื่อกำชับการปฏิบัติตาม 7 มาตรการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้แก่ กรณีลักลอบเข้าเมือง, ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย, ถูกหลอกลวง และอาชญากรรมข้ามชาติ และนโยบายค่านิยมหลัก 4 ส. (CORE VALUES) : 4 S สะดวก สมดุล สากล สร้างความประทับใจ ของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์
ผบช.สตม. พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด

โดยมี พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.2 รรท.ผกก.ตม.จว.จันทบุรี และข้าราชการตำรวจในสังกัดให้การต้อนรับ ทั้งนี้ พ.ต.อ.พรชัย แช่มช้อย ผกก.ตชด.11, น.อ.นพโรจน์ สิริปริยพงศ์ ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี และ น.อ.สุรศักดิ์ ศรีเผือก หน.ชค.ทพ.นย.4ฯ ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยโดยเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามสั่งการของผู้บังคับบัญชา และให้มีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 

ซึ่งที่ผ่านมา ตม.จว.จันทบุรี และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้ร่วมกันป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม
ที่เกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมือง, ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย, ถูกหลอกลวง และอาชญากรรมข้ามชาติโดยมีผลการจับกุมมาโดยตลอด และจะเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติตามสั่งการของผู้บังคับบัญชาต่อไป

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2568 สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีมะเส็ง

(1 ก.พ.68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 ในวันชิวสี่ หรือวันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน  ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีอัญเชิญ (รับ) เทพเจ้าลงจากสวรรค์ และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา โดยคณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำปี 2568 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง  ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้หลวงปู่ไต้ฮง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ โดยในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดบริการโต้รุ่งให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าสักการะ ทำบุญตลอดคืน

สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์  พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะเส็ง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

** เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทย เกิดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] เกินมาตรฐานอันเป็นวิกฤตการณ์ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนัก และบูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ การติดตั้งเครื่องบอกค่า PM2.5 อัตโนมัติ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม รวมถึงจัดให้มีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน และจัดจุดปฐมพยาบาลเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน **

ชมภาพบรรยากาศ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟชบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ภาค 2 กดดันหนักตัดวงจรโจรออนไลน์ ซีลชายแดนอรัญฯ ช่วยล่าม – หญิงไทยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอสจีน ขัง ซ้อมทรมาน พบอีก 'ช่องทางลับ' ขนบัญชีม้า - แอดมินเว็บพนันข้ามแดน บุกบ้าน 'เจ๊ ม.' คิดค่าหัวผ่านทางเปิดบ้านพาเลาะไปปอยเปต

(1 ก.พ.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยความคืบหน้า ยุทธการ 'อรัญฯ 68 SEAL BORDER' ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพออนไลน์ โดยหลังจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (บก.สส.ภ.2) นำกำลังสืบสวนเกาะติดเส้นทางชายแดนไทย - กัมพูชา ฝั่งอำเภออรัญประเทศอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ได้ทำการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดได้หลายราย อาทิ จับกุมชายชาวกัมพูชาที่ลักลอบขนโทรศัพท์มือถือจำนวนมากจากไทยข้ามแดน ได้ช่วยเหลือล่ามภาษาจีนที่ถูกซ้อมทรมาน และช่วยคนไทยที่ถูกพาข้ามช่องทางธรรมชาติ ไปเป็นบัญชีม้าสแกนหน้า และถูกขังอยู่ฝั่งปอยเปต ส่วนอีกรายสืบภาค 2 ได้แฝงตัวรับงานแอดมินเว็บพนัน ทำให้จับกุมขบวนการนำพาข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติ ผ่านบ้าน 'เจ๊ ม. - ตา ท.' ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าคิดค่าหัวเปิดช่องข้ามแดน หัวละ 7,000 บาท และพบช่องลับที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์นำพาบัญชีม้า และแอดมินหลอกลวงไปทำงานให้บอสคนจีน

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า จากการเปิดยุทธการที่ผ่านมาตรวจพบคนจีนเดินทางเข้าไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ ที่ อ.ตาพระยา อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว ปลายทางต้องการไปทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา โดยผ่านทางชายแดนอีกฝั่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังคุมตัวล่ามแปลให้คนจีน หนีข้ามแดนเข้าทาง อ.โคกสูง จว.สระแก้ว หลังถูกซ้อมทรมานจนหลบหนีออกมา 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า ขณะที่ตำรวจสืบภาค 2 เปิดยุทธการ อรัญฯ 68 SEAL BORDER  พบหญิงบัญชีม้ารายหนึ่งขอความช่วยเหลือหลังถูกกักขัง อยู่ในออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ฝั่งปอยเปต จึงประสานงานทางการฝั่งปอยเปตช่วยเหลือมาได้ มาสอบสวนอย่างละเอียด พบข้อมูลออฟฟิศบัญชีม้าสแกนหน้า และช่องทางลับขบวนการพาคนข้ามแดนทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 

ด้าน พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 กล่าวเพิ่มเติมว่า มีหญิงสาวรายหนึ่ง อยู่ กทม. พบว่าถูกชวนไปทำงานให้เช่าบัญชี เพื่อทำเว็บพนันโดยแจ้งว่าทำงานในตลาดโรงเกลือในฝั่งไทย มีขบวนการมารับจาก กทม. พาไปเปิดบัญชีในห้างดังย่านลาดพร้าว  ก่อนนำพาไป จว.สระแก้ว แต่พอหลวมตัวเข้าไปทำงาน กลับพาข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางลับ เป็นช่องทางธรรมชาติใกล้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง มีขบวนการนำพาเป็นทอด ๆ มีคนกัมพูชามารับพาไป ส่งให้คนอินเดียที่ฝั่งปอยเปต อยู่ระหว่างการขยายผลดำเนินคดี จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเมื่อไปถึงฝั่งเพื่อนบ้านจะพาไปที่ออฟฟิศพักคอย พาไปเปิดบัญชีคริปโต พาไปเป็นม้าสแกนหน้า และถูกกักขัง เมื่อบัญชีถูกนำไปก่อเหตุ หลังถูกผู้เสียหายแจ้งความทำให้บัญชีถูกบล็อก ต้องถูกปล่อยกลับ แต่ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับไม่ปล่อยให้กลับ จนต้องขอความช่วยเหลือ โดยบัญชีม้ารายนี้ได้เงินตอบแทนกลับมาเพียง 10,000 บาท แต่ต้องเปิดบัญชีม้าถึง 4 บัญชี  

ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่า อีกรายพบขบวนการพาพนักงานออฟฟิศไปทำงาน โดยอ้างว่าเป็นแอดมินเว็บพนัน จึงส่งสายลับชุดสืบสวน บูรพา 491 บก.สส.ภ.2 เข้าไป พร้อมกำลังตำรวจสืบสวนติดตาม พบว่ามีขบวนการนำพาช่องทางลับอีกหนึ่งจุด จุดนัดพบใกล้ห้างสรรพสินค้าอีกแห่งหนึ่ง ใน อ.อรัญประเทศ เมื่อพาไปใกล้หน้าด่านพรมแดนคลองลึก จะมีรถเก๋งมารับขับพาไปตามถนนเลาะแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แล้วพาผ่านด่านทหารพรานเข้าไป มาถึงบ้านเจ๊ ม. และ ตา ท. ที่มีพฤติการณ์เปิดช่องทางธรรมชาติให้คนข้าม โดยคิดค่าผ่านทาง หัวละ 7,000 บาท เมื่อเข้าไปจะมีคนเปิดประตูให้ พาเข้าถนนลูกรังมุ่งหน้าทางคลองพรมโหดซึ่งเป็นคลองที่กั้นเขตแดนระหว่างไทย - กัมพูชา ตำรวจภาค 2 จึงบุกเข้าจับกุมได้ทั้งหมด คุมตัวเจ๊ ม. และ ตา ท. ทำประวัติ เพื่อขยายผลต่อไป

“จากการสอบสวนกรณีนี้พบคนขับรถที่พาไปเป็นชายไทย ชาวอำเภออรัญประเทศ จว.สระแก้ว จากการซักถามยอมรับว่า ได้รับว่าจ้างจากชาวกัมพูชา ให้มารับคนพาข้ามแดนที่บริเวณดังกล่าว โดยได้ค่าจ้างหัวละ 50 บาท  บก.สส.ภ.2 อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผลหารายละเอียดและผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรภาค 2 จะปฏิบัติการนี้อย่างเข้มข้นร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจับกุมและขยายผลอย่างเด็ดขาด รวมถึงกดดันและตรวจตราช่องทางธรรมชาติ ไม่ให้เอื้อต่อการลักลอบข้ามแดนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนันต่าง ๆ” ผบก.สส.ภ.2 กล่าว

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568

สิ่งไหนที่ไม่เที่ยง
สิ่งนั้นเป็นทุกข์
สิ่งไหนเป็นทุกข์
สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา
เป็นอนิจจังเป็นของไม่เที่ยง
ให้ปล่อยวางที่ใจ
ไม่ยึดมั่นถือมั่นที่ใจ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนตุสฺสโก

‘สุพิศ’ ผู้สมัครเบอร์ 5 คว้าชัย!! นายกฯ อบจ.สงขลา ยัน!! พร้อมทำงานทันที หลัง ‘กกต.’ ประกาศรับรอง

(2 ก.พ. 68) ที่จ.สงขลา สำหรับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ปรากฏว่า ผู้ที่มีคะแนนนำสูงสุด คือ นายสุพิศ  พิทักษ์ธรรม ผู้สมัครเบอร์ 5 ที่ได้รับการสนับสนุน จากสองแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ คือนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มท.  และนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สธ. ผู้ที่มีคะแนนอันดับ 2 คือ นายประสงค์  บริรักษ์  ผู้สมัครเบอร์ 3 และอันดับ 3 คือนายนิรันดร์  จินดานาค ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เบอร์ 2  

นายสุพิศ  พิทักษ์ธรรม อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงฯพร้อมทีมบริหารได้กล่าว ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนชาวสงขลามอบให้ และไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้นายก อบจ.สงขลาและทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ทีมผู้สมัครส.อบจ.ของทีมเราทุกคะแนนโดยทันทีที่ กกต.ประกาศรับรองก็จะเดินหน้าทำงานทันทีตามแนวทางที่ได้เคยประกาศไว้ขอบคุณครอบครัวและทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

โดยในวันนี้ (2 ก.พ.) ‘ทีมสงขลาพลังใหม่’ มีกำหนดการขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวสงขลาโดยเริ่มจากอำเภอหาดใหญ่และอำเภอเมืองสงขลาและอำเภออื่นๆ

‘ค่ายน้ำเงิน - บ้านใหญ่’ คว้าชัยพรึ่บ!! ผลเลือกตั้งนายกฯ อบจ. อย่างไม่เป็นทางการ ‘เพื่อไทย’ ไม่แลนด์สไลด์ ‘ปชน.’ปักธงลำพูน ‘ชาติไทยพัฒนา’ คว้าสุพรรณบุรี

(2 ก.พ. 68) ผลการเลือกนายก อบจ.อย่างไม่เป็นทางการ เบื้องต้นพบว่าพรรคประชาชนซึ่งส่งผู้สมัครมากถึง 17 จังหวัด กลับได้มาเพียง 1 จังหวัดคือ จังหวัดลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่ง 14 จังหวัด ได้รับเลือก 9 จังหวัด, พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ไป 1 เก้าอี้ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายอุดม โปร่งฟ้า ส่วนที่เหลือเป็นบ้านใหญ่และผู้สมัครที่พรรคภูมิใจไทยให้การสนับสนุน

เป็นที่น่าสังเกตว่า จังหวัดที่นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทยลงไปปราศรัยนั้น หลายจังหวัดผู้สมัครของพรรคสอบตก เช่น ที่จังหวัดเชียงราย นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช พ่ายให้กับนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ที่พรรคภูมิใจไทยสนับสนุน ที่จังหวัดศรีสะเกษ นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ พ่ายให้กับนายวิชิต ไตรสรณกุล กลุ่มฅนท้องถิ่น ที่พรรคภูมิใจไทยสนับสนุน เป็นต้น

มีรายงานว่า ในหลายพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นเป้าหมายของเครือข่ายสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย พบว่าหลายพื้นที่มีแนวโน้มชนะ เช่น ที่ จ.บึงกาฬ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ สตูล เชียงราย ลพบุรี พังงา พัทลุง เป็นต้น ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยประกาศไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคก็ตาม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ภายหลังทราบผลคะแนนว่า 

“เป็นความต้องการของประชาชน ที่ผ่านมา ผมก็ไม่ได้ลงไปช่วยใครหาเสียง เพราะด้วยตำแหน่ง หน้าที่ มันทำไม่ได้ เลยต้องวางตัวเป็นกลาง จะชนะหรือแพ้ก็เป็นการตัดสินใจของประชาชนเอง”

สาวซื้อหมึกย่าง เปิดถุง!! เจอครบเซต ทั้ง ‘สำเนาบัตรปชช.–เอกสารผู้ป่วย’

(2 ก.พ. 68) สาวซื้อหมึกย่าง เปิดถุงเจอสำเนาบัตรปชช.-เอกสารผู้ป่วย ชาวเน็ตถาม ความเป็นส่วนตัวอยู่ไหน

เรียกได้ว่าเจอ บ่อยจนชาวบ้านชักเริ่มชิน กับข้อมูลส่วนตัวจากเอกสารสำคัญที่ไปโผล่บนถุงกล้วยทอด ล่าสุด โผล่อีกบนถุงหมึกย่าง ครบทั้งข้อมูลผู้ป่วย สำเนาบัตรประชาชน

โดยผู้ใช้สื่อโซเชียลรายหนึ่งได้โพสต์ในกลุ่ม ‘พวกเราคือผู้บริโภค’ โดยระบุข้อความว่า 

“ซองปลาหมึกย่าง แถวประชาอุทิศ เอกสารผู้ป่วยเอย สำเนาบัตร ปชช. เอย”

โดยหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็ได้มีผู้ใช้สื่อโซเชียลรายอื่นๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า 

“Privacy อยู่ไหน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top