Thursday, 9 July 2026
TheStatesTimes

'จนท.อุทยานฯ น้ำหนาว' หวิดดับคาป่า หลังดับไฟป่าจนฮีตสโตรก เพื่อนร่วมทีมช่วยหามลงเขาส่ง รพ. ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว

(30 เม.ย. 67) นายสมเกียรติ กาติ๊บ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานดับไฟป่าว่ามีเจ้าหน้าที่เป็นลมหมดสติขณะเข้าดับไฟป่า ชื่อนายสุริยนต์ คันศรี พนักงานราชการ ตำแหน่งคนงาน อายุ 53 ปี ที่เข้าป่าเพื่อตรวจสอบพื้นที่จุดความร้อน (Hotspot) และดับไฟป่าบริเวณห้วยทับโคก ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2567 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าน้ำหนาว กำลังพลจำนวน 20 นาย

ต่อมาวันที่ 28 เมษายน 2567 คณะเจ้าหน้าที่ออกเดินทางต่อจนถึงพื้นที่เป้าหมายบริเวณห้วยทับโคกในเวลา 14.00 น.และเข้าทำการดับไฟป่าท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ประกอบกับมีกลุ่มควันจำนวนมาก ทำให้นายสุริยนต์ คันศรี เกิดมีอาการหน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน และเป็นลมหมดสติ (อาการฮีตสโตรก) เพื่อนร่วมทีมจึงได้นำตัวออกจากพื้นที่ไฟไหม้เพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หลังจากผู้ป่วยได้สติจึงได้แบ่งกำลังพลนำตัวออกจากพื้นที่เพื่อหาจุดที่มีสัญญาณวิทยุสื่อสารติดต่อขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขามีความลาดชัน ทำให้การเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้เกิดความล่าช้า คณะเจ้าหน้าที่จึงได้พักแรมบริเวณลำห้วยหนองข้าวหลาม

จนเช้าวันที่ 29 เมษายน 2567 คณะเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยจนมาถึงบริเวณลานนกแต้ ผู้ป่วยมีอาการทรุดลง ร่างกายอ่อนเพลียมาก ซึ่งจุดดังกล่าวมีสัญญาณมือถือ จึงได้ประสานหัวหน้าอุทยานฯ น้ำหนาวส่งรถกู้ชีพกู้ภัยประจำอุทยานฯ มารอรับตัวผู้ป่วย ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ นน.01 (ถ้ำห้วยประหลาด)

หัวหน้าอุทยานฯ น้ำหนาวได้ประสานประชาชนประจำจุดเฝ้าระวังไฟป่านำรถจักรยานยนต์เข้ารับตัวผู้ป่วยให้ออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมนำตัวผู้ป่วยมาส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจร่างกาย แพทย์ได้รักษาโดยการฉีดยา และเจาะเลือด และให้พักอยู่ในห้องฉุกเฉินเพื่อรอฟังผลเลือด

ล่าสุดเช้านี้ (30 เม.ย. 67) หัวหน้าอุทยานฯ น้ำหนาวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่อาการดีขึ้นตามลำดับ และอยู่ในความดูแลของแพทย์

ทำกันเยอะ!! หาคนจ่ายบิลค่าน้ำ-ไฟ-มือถือ แต่ให้เงินไม่เต็มจำนวน คนรับจ่ายบิลผ่านแอปฯ ช้อปออนไลน์ เพราะต้องการเงินสดไปหมุน

จากกระแสในโลกออนไลน์ที่หลายคนตั้งคำถามว่า ‘ทำไปทำไม’ และ ‘เพราะหตุใด’ หลังมีผู้นำโพสต์จากกลุ่ม ‘Shopee My SPayLater SEasyCash Thailand’ ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมาก โพสต์หาคนจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ แคปภาพไปตั้งคำถามในแพล็ตฟอร์ม X จนมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก 

โดยตัวอย่างของโพสต์จากกลุ่มดังกล่าว เช่น 

-หาคนจ่ายค่าไฟ 3631.12 ให้ 3200 ยอดตัดโอนทันที
-หาคนจ่ายบิลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2,651.43 บาทให้ 2,200 บาท
-บิลโทรศัพท์ยอด 2808.86 ให้ 2400 บาท ยอดตัดโอนทันที
-หาคนจ่ายค่าไฟให้ค่า 567฿ ให้ 470฿

อย่างไรก็ตาม การโพสต์หาคนจ่ายแทนเป็นการจ่ายเงินสดที่ให้แบบ ‘ไม่เต็มจำนวน’ เพื่อที่เจ้าของบิลจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายลง ขณะที่ผู้จ่ายบิลแทนจะจ่ายให้ผ่านแอปพลิเคชันช้อปออนไลน์ที่มีแคมเปญ ‘ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง’ เพื่อนำเงินสดไปหมุนแทนก่อน 

หลังจากนั้นจะนำเงินที่ได้มาไปจ่ายทีหลัง ส่วนเงินที่หายไป 10% ก็เหมือนกับดอกเบี้ย เพื่อแลกเงินสดมาใช้ก่อน ซึ่งการทำงานคล้าย ๆ กับการใช้บัตรเครดิต

โดยหลายคนมองว่าเรื่องนี้สะท้อนว่า ตอนนี้ประชาชน ‘ขาดสภาพคล่อง’ ถึงขนาดที่ว่า คนส่วนมากยอมเสียดอกเบี้ย เพื่อนำเงินจากการจ่ายบิลต่าง ๆ ไปใช้จ่าย หรือหมุนเงินก่อน และก็มีหลาย ๆ คอมเมนต์ออกมาเตือนและไม่แนะนำให้ทำ เพราะนอกจากจะเสียดอกเบี้ยแล้ว ยังอาจจะเจอกับมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาด้วยก็ได้

‘หนุ่มตุรกี’ เกือบขิต!! จากการทำ ‘รากฟันเทียม’ หลังทันตแพทย์ใส่สกรูเจาะลึกเข้าไปถึง ‘กะโหลก’

เมื่อวานนี้ (29 เม.ย. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘World Forum ข่าวสารต่างประเทศ’ โพสต์ข้อความ หลังมีหนุ่มตุรกีรายหนึ่ง เกือบเสียชีวิต จากการใส่รากฟันเทียม โดยระบุว่า…

นายรามาซาน ยิลมาซ วัย 40 ปี จากเมืองบูร์ซา มีอาการฟันโยก ปวดฟัน จึงไปรักษาที่คลินิกทันตกรรมเอกชน ในบูร์ซา

ซึ่งทันตแพทย์บอกว่าเขามีฟันโยกต้องถอนออก ทันตแพทย์จึงแนะนำให้ใส่รากฟันเทียมเพื่อทดแทน

ในระหว่างการผ่าตัดทันตแพทย์พยายามใส่สกรูยึดวัสดุปลูกถ่ายฟันเทียม การเจาะทำให้เจาะเข้าไปถึงกระดูกขากรรไกรของ รามาซาน ยิลมาซ ซึ่งสกรูทะลุเข้าไปในกะโหลกของเขา เขาจึงตะโกนด้วยความเจ็บปวด

ทันตแพทย์ได้พาเขาไปส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ และทิ้งเขาไว้ที่โรงพยาบาล ทันตแพทย์หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

แพทย์ทำการ CT Scan และนำเขาเข้ารับการผ่าตัดทันที การผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมง แต่ศัลยแพทย์ก็สามารถเอาสกรูออกจากสมองของเขาออกได้ โดยเขาออกจากโรงพยาบาลในหลายวันต่อมา และปัจจุบันเริ่มดีขึ้น 

>> เขาติดต่อทันตแพทย์ต้นเรื่อง และถูกปฏิเสธการคืนเงิน เขากำลังดำเนินการทางกฎหมายกับคลินิกดังกล่าว
>> จากข้อมูล ตอนเขาเลือกคลินิกนี้เพราะแพทย์อ้างว่ามีประสบการณ์ 24 ปี และเชี่ยวชาญเฉพาะ
>> ยิลมาซ เล่าว่า ขณะที่ทันตแพทย์ใส่สกรู เขาได้ยินเสียงกระดูกแตก เขาจึงตะโกนออกมา ด้วยความเจ็บปวด

**เพราะเจาะทะลุกระดูกขากรรไกร เข้าไปในบริเวณหลังดวงตาซึ่งเป็นที่ตั้งของสมองและน้ำไขสันหลัง

เขาถูกส่งตัวต่อไปโรงพยาบาล เพื่อผ่าตัดเอาออก ก่อนการผ่าตัด แพทย์เตือนเขาว่าเขาอาจเสียชีวิตได้ ยิลมาซ กล่าว

ขอบคุณภาพ : NTV.tr

'ไทย-จีน' ลงนาม MOU ดึงนักลงทุนจีน ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ใต้กรอบความร่วมมือ 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง - 2 ประเทศ 2 นิคม'

(30 เม.ย.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมาย นายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจฯ (MOU) ระหว่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กับ ไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (China Management Century Group) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำจากมณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน 

นายดนัยณัฏฐ์ ระบุว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดยาวนาน โดยเฉพาะในมิติทางเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายใต้กรอบ 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง' (BRI) ซึ่งนำไปสู่ความร่วมมือทวิภาคีด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และการพัฒนากลไกความร่วมมือด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลไทยและจีนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งไทยมีศักยภาพและได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีบริษัทจีนมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมของไทยเพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ

“ผมมั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนไทยและจีน รวมไปถึงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ด้าน นายเหอ ซีออง นายกเทศมนตรีเมืองเจิ้งโจว กล่าวในการเป็นประธานสักขีพยานร่วมฯ ว่า การจัดพิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ฯ ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการพัฒนาความร่วมมือของจีนและไทยเท่านั้น แต่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการพัฒนาเมืองเจิ้งโจว และจังหวัดระยองอีกด้วย 

สำหรับ เมืองเจิ้งโจว ในฐานะเมืองหลวงของมณฑลเหอหนาน นั้น ปี 2566 มี GDP ของภูมิภาคเกินกว่า 1.36 ล้านล้านหยวน จากจำนวนประชากรเกินกว่า 13 ล้านคน ผ่านตัวชี้วัดหลายประการ เช่น อัตราการเติบโตของมูลค่าเพิ่มทางอุตสาหกรรม อัตราการเติบโตของยอดขายปลีกรวมของสินค้าอุปโภค-บริโภค และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา 

นอกจากนี้ เจิ้งโจว ยังมีทำเลที่ตั้งโดดเด่น เป็นหนึ่งใน 12 ศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างประเทศ และศูนย์กลางการขนส่งโดยสายการบินต่าง ๆ 6 แห่ง เป็น 'เส้นทางสายไหมทั้งสี่' ของทางอากาศ ทางบก ทางออนไลน์ และทางทะเล ขณะที่สนามบินเจิ้งโจว ก็ยังติดอันดับหนึ่งในสนามบินขนส่งสินค้าชั้นนำ 40 แห่งของโลก รถไฟบรรทุกสินค้าจีน-ยุโรป ครอบคลุมมากกว่า 40 ประเทศ และมากกว่า 140 เมือง 

จีนและไทยมีความใกล้ชิดและเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม ซึ่งในระหว่างการเยือนประเทศไทยของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอให้สร้างชุมชนจีน-ไทยที่มั่นคง โดยการบูรณาการ 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง' เปิดตัวศูนย์อาเซียนอย่างเป็นทางการ สร้าง 'เส้นทางสายไหมทางอากาศ' เจิ้งโจว-อาเซียน และบรรลุข้อตกลงเมืองพี่กับจังหวัดระยอง ในประเทศไทย เปิดตัวรถไฟสายเย็นพิเศษสำหรับผลไม้นำเข้าจากประเทศไทย และรถไฟสายเย็นพิเศษสำหรับส่งออกสินค้าเกษตร เปิดเส้นทางการบินให้กับสายการบินนกแอร์เที่ยวบินแรกสู่เจิ้งโจว โดยในปี 2567 เจิ้งโจว ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพเดือนแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน (เหอหนาน)-อาเซียน และจัดเทศกาลอาหารไทย 'Thai Heartbeat' เริ่มก่อสร้างสวนแฝดจีน-ไทย (เจิ้งโจว) 

"ภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 'สองประเทศ สองนิคมฯ' ระหว่างจีนและไทย การทำงานร่วมกัน การพัฒนาอุตสาหกรรม การค้าข้ามพรมแดนและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ในกรอบการดำเนินงาน 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง' เพื่อร่วมกันสร้างบทใหม่ของความร่วมมือแบบ win-win" นายกเทศมนตรีเมืองเจิ้งโจว กล่าว

ด้าน นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นางบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการ (ประจำสำนักผู้ว่าการ) เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ ไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (China Management Century Group) ในครั้งนี้ โดยบันทึกความเข้าใจฯ นี้ สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยี พัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านทำเลที่ตั้ง และเป็นเป้าหมายของนักลงทุนจากหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่เมืองเจิ้งโจว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเมืองที่มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวไปสู่ระดับโลก และมีแผนงานที่จะพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในหลากหลายส่วนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ที่สำคัญ ยังมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานต่าง ๆ อีกด้วย

"กนอ. มุ่งมั่นส่งเสริมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจกับไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (China Management Century Group) ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน ภายใต้กรอบความร่วมมือ BRI มั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะดึงดูดนักลงทุนจีนให้เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมอย่างแน่นอน" นายวีริศ กล่าว

ฟาก นายอู๋ เหวินฮุย ประธานไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (China Management Century Group) กล่าวว่า ไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (China Management Century Group) ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 เป็นกลุ่มบริษัทการลงทุนที่หลากหลาย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองปักกิ่ง และมีศูนย์ปฏิบัติการบริหารจัดการที่ใหญ่อยู่ในเมืองเซินเจิ้น ฉวนโจว เจิ้งโจว ซีอาน และไป๋เซ่อ ดำเนินธุรกิจหลักด้านการลงทุน การก่อสร้าง และเขตอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์ การลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน การฟื้นฟูเหมือง การพักผ่อนหย่อนใจเพื่อสุขภาพ การบินทั่วไป และการก่อสร้างคลังสินค้าโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ มีรายได้รวมต่อปีเกินกว่า 10,000 ล้านหยวน ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลายประเทศทั้งในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือก่อสร้าง 'หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง' และส่งเสริมความร่วมมือในทุกด้านอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้เกิดความเจริญและยั่งยืนร่วมกัน 

"เราคาดหวังว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จะให้การสนับสนุนนโยบายที่เอื้อประโยชน์สูงสุดในด้านต่าง ๆ เช่น การอนุมัติโครงการ การจัดสรรที่ดิน และการพัฒนาของบริษัทที่เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งความร่วมมือที่แข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย จะทำให้ 'สองประเทศ สองนิคม' สามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเปิดดำเนินการได้อย่างราบรื่น เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับนิคมอุตสาหกรรมจีน (เจิ้งโจว) และก่อให้เกิดผลกระทบแบบ 'แกนคู่' โดย China Management Century Enterprise Management Group Co., Ltd. จะใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบที่มีอยู่หลากหลายประการอย่างเต็มที่ ร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ จากทั้งไทยและจีน จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพิ่มการสื่อสาร และร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการลงทุน ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศให้สูงขึ้น ช่วยให้ 'สองประเทศ สองนิคม' ผนวกรวมเข้ากับห่วงโซ่อุตสาหกรรม ห่วงโซ่นวัตกรรม และห่วงโซ่การค้าระหว่างประเทศได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ และการพัฒนาที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้นสำหรับการเปิดกว้างเศรษฐกิจของไทยและจีน" ประธานไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป กล่าว 

สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจการศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ระหว่าง กนอ. และ ไชน่า แมเนจเม้นท์ เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (China Management Century Group จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 ณ กระทรวงอุตสาหกรรม ขอบเขตความร่วมมือ ดังนี้...

1.ทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ สนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมระหว่างกันในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเหมาะสม 

2.ให้ความร่วมมือในการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้  

3.ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุน กฎหมาย ข้อบังคับ นโยบาย และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประเทศของแต่ละฝ่าย และให้คำปรึกษาด้านการลงทุน 

4.ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน การประชุม สัมมนา 

และ 5.จัดสัมมนาสำหรับภาคธุรกิจและการจับคู่ธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น 

นอกจากนี้ กนอ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการลงทุนของนักลงทุนจีน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ภายใต้ระบบ One Stop Services ของ กนอ. และหากมีค่าใช้จ่ายใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ แต่ละฝ่ายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในส่วนของตนเอง และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระเบียบภายในของแต่ละฝ่าย โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกัน

ถอดความหมาย ‘ทศมราชัน’ ชื่อพระราชทาน ‘สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9’ จากในหลวง รัชกาลที่ 10

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 สำหรับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ‘ทศมราชัน’ อ่านว่า ทด-สะ-มะ-รา-ชัน สะกดเป็นภาษาอังกฤษ ‘Thotsamarachan’

ทศม (ทัสสะมะ) แปลว่า ที่สิบ มาจากรากศัพท์ว่า ทส ธาตุ หมายถึง 10 บวกกับ ม (มะ) ปัจจัย ราชัน แปลว่า พระราชา มาจากรากศัพท์ว่า ราช (ราชา) หมายถึง ปกครอง บวกกับ น (นะ) เป็น ราชัน (ราชา-นะ) แปลว่า ผู้ปกครองหรือ พระราชา

เมื่อนำ ทศม (ทัสสะมะ) มาผสมกับ ราชัน (ราชา-นะ) จึงได้เป็น ทศมราชัน (ทดสะมะ-รา-ชัน) ซึ่งแปลว่า พระราชาลำดับที่สิบ

นับว่าเป็นชื่อมงคลและมีความหมายที่ดี เพราะตัวสะพานตั้งทอดเลียบคู่กับสะพานพระราม 9 อันหมายถึง พระรามที่ 9 ซึ่งเป็นพระรามเรียก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาของในหลวงรัชกาลปัจจุบันนั่นเอง

>>สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 (ทศมราชัน) เปิดใช้วันไหน

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เคยกล่าวว่า “สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 เป็นสะพานขึง (Cable Stayed Bridge) แบบเสาคู่ที่สร้างคู่ขนานกับสะพานพระราม 9 ซึ่งถือว่าเป็นสะพานคู่ขนานแห่งแรกของประเทศไทยที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาออกแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานความเป็นไทย ผนวกกับการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมการก่อสร้างทางวิศวกรรมขั้นสูง ทำให้สะพานมั่นคงแข็งแรงสามารถรองรับแรงลมได้มากถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเทียบเท่าความแรงของพายุทอร์นาโด แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงความสวยงาม และเชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศไทย”

ด้านนายชาตรี ตันศิริ รองผู้ว่าการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา กทพ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “สะพานนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความกว้างมากที่สุดในประเทศไทย รองรับการสัญจรถึง 8 ช่องจราจร มีความยาวช่วงกลางสะพาน 450 เมตร ความยาวของสะพาน 780 เมตร ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 41 เมตร (สูงเท่ากับสะพานพระราม 9 เดิม) และหากเปิดให้บริการ”

“คาดการณ์ว่าจะสามารถรองรับปริมาณรถยนต์ได้มากถึง 150,000 คัน/วัน ช่วยลดความแออัดทางจราจรบริเวณทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ช่วงบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ บนสะพานพระราม 9 ถึงด่านสุขสวัสดิ์ บริเวณถนนพระราม 2 จาก 100,470 คัน/วัน เหลือ 75,352 คัน/วัน หรือลดลง 25% และสามารถ เชื่อมต่อกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว (M82) ของกรมทางหลวงอีกด้วย”

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) คาดว่าจะเปิดใช้สะพานขึงใหม่คู่ขนานสะพานพระราม 9 อย่างเป็นทางการ ในเดือนกรกฎาคม 2567

>> เส้นทาง สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ไปยังไง

🔴ทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก
-รถแท็กซี่/รถยนต์โดยสาร ถ้าขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครจากเส้นทางบางนา, แจ้งวัฒนะ สามารถลงทางด่วนที่ด่านบางโคล่

🔴รถเมล์

-รถเมล์สาย 102 ปากน้ำ – สาธุประดิษฐ์
-รถเมล์สาย 3-52 เซ็นทรัลพระราม 3 – หัวลำโพง
-รถเมล์สาย 67 วัดเสมียนนารี – สาธุประดิษฐ์

>>สรุปข้อมูลสะพานทศมราชัน
-วันที่เริ่มการก่อสร้าง : วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020)
-วันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ : วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023)
-บริษัทที่ทำการก่อสร้าง : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)
-ราคาค่าก่อสร้าง : 6,636,192,131.80 บาท
-แบบของสะพาน : สะพานขึงเสาคู่
-ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง : 41 เมตร (135 ฟุต)
-ความยาวของสะพาน : 780 เมตร (2,560 ฟุต)
-รวมความยาวทั้งหมด : 2 กิโลเมตร (1.2 ไมล์)
-จำนวนช่องทางจราจร : 8 ช่องทางจราจร
-ความกว้างสะพาน : 42 เมตร (138 ฟุต)

สืบนครบาลรวบ 'นิค หอยชนะ แอดมินกลุ่มVK ขายคลิปซื้อยาเสพ' เผยแพร่ ขายคลิปสื่อลามก อนาจารเด็ก

จากนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก
โดย กก.สส.3 บก.สส.บช.น. สืบสวนพบ ผู้กระทำผิดขายคลิปโป้ สื่ออนาจารลามกเด็ก ให้แก่ประชนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก เยาวชน และสังคมไทย

วันที่ 29 เมษายน 2567 เวลาประมาณ 07.00 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา 114  ประกอบด้วย ร.ต.อ.เอกชัย เติมพงษ์ รอง สว.สส.สภ.ดำเนินสะดวก, ร.ต.อ.ฤชุวัจน์ ยินดี รอง สว.กก.4 บก.ปคบ., ร.ต.อ.สหรัฐ เติมต่อวัฒนกุล ร่วมกันจับกุมตัว

นายอณิกวิชญ์ ปะวะโข อายุ 40  ปี  ที่อยู่ 330/4 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
พร้อมด้วยของกลาง จำนวน 4  รายการ  ดังนี้
1. คอมพิวเตอร์ DESKTOP-O6CI6KJ ซีพียู AMD Ryzen 9 3900X 12-Core Processor 3.80 GHz        
2. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อออปโป้ รุ่น A12 หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0810362632 IMEI 1 864036046640636 , IMEI 2 864036046640628
3. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อแอปเปิ้ล รุ่น ไอโฟน 11 โปรแม็กซ์ 
4. สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายอณิกวิชญ์ ปะวะโข สาขาเอสพละนาด รัชดาภิเษก (ใช้ในการโอนเงินค่าเข้าร่วมกลุ่ม)
5.ยาเสพติดให้โทษประเภท๑ (ไอซ์) ชนิดเป็นผลึกใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดรูดเปิด-กดปิด จำนวน ๑๒ ถุง น้ำหนักชั่งรวมถุง จำนวน   8.04    กรัม
6.ยาเสพติดให้โทษประเภท๑ (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดรูดเปิด-กดปิด จำนวน 2 เม็ด
7.ยาเสพติดให้โทษประเภท๑ (ยาอี) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดรูดเปิด-กดปิด จำนวน ๔ ถุง รวมมียาอี จำนวน  ๖.๕ เม็ด

กระทำความผิดฐาน พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
1.นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและ ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
2. เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มี
ลักษณะอันลามก ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕0 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 287 ผู้ใด (๑) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(๒) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น
(๓) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287/1 ครอบครองสื่อลามกอนาจารเพื่อแสวงหาประโยนช์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่นประมวลกฎหมายยาเสพติด มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) , (ยาบ้า) และ (ยาอี) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) , (ยาบ้า) และ (ยาอี) โดยผิดกฎหมาย

พฤติการณ์แห่งการจับกุม เมื่อวันที่ 26 เม.ย.67 เวลาประมาณ 17.30 น. สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บช.น.ได้ทำการสืบสวนกรณี การโฆษณา/ประกาศขายสื่อ ลามกอนาจาร/นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ได้พบว่ามีการโพสต์สื่อลามกพร้อมทั้งประกาศขายสื่อลามกอนาจารผ่านแพลตฟอร์ม VK https://vk.com/club212843922  ซึ่งใช้บัญชี VK ชื่อว่า “ไทยนะคะ” มีผู้ติดตาม 25,100 คน มีข้อความโฆษณาดังนี้ “ดูคลิปเต็มในกลุ่มน์ แอดไลน์มา ID : nickytime123 300 บาท ดูได้ทุกคลิป อัพเดทเรื่อยๆ คลิปเยอะมาก 700+” คลิปในกลุ่ม เป็นกรณีการโฆษณา/ประกาศขายสื่อลามกอนาจาร/นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จึงได้ทำการสืบสวนดำเนินการ         

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ให้สายลับทำการแฝงตัวสืบสวนและได้เพิ่มเพื่อนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ไอดี “nickytime123” พบว่าเป็นผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อว่า “ชนะชนะ” จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงได้ส่งข้อความเพื่อสอบถามรายละเอียดในการเข้ากลุ่มไลน์ที่มีสื่อลามก อนาจาร ต่อมาผู้ใช้บัญชีไลน์ “ชนะชนะ” แจ้งว่า “สนใจเข้ากลุ่มดูคลิป 300 บาท (ตลอดชีพ) บัญชี 777-2180-416 กสิกรตรวจสอบพบว่าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 777-2180-416 พบว่าชื่อบัญชีคือ นายอณิกวิชญ์ ปะวะโข สายลับจึงได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชีดังกล่าว จำนวน ๓๐๐ บาท เพื่อทำการเข้ากลุ่มคลิป และได้ส่งสลิปการโอนเงินให้ผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อว่า “ชนะชนะ” เพื่อยืนยันหลักฐานการโอนเงิน ภายหลังผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อว่า “ชนะชนะ” จึงได้เชิญสายลับเข้ากลุ่มไลน์ชื่อว่า “ชนะ” ปรากฏสมาชิกในกลุ่มจำนวน 461 บัญชี และ ผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อว่า “ชนะชนะ” แจ้งว่าคลิปอยู่ในโน้ตของกลุ่มต่อมาสายลับจึงได้ทำการตรวจสอบโน้ต (Notes) ของกลุ่มไลน์ชื่อว่า “ชนะ” พบว่ามีคลิปสื่อลามกอนาจารของผู้หญิงกับผู้ชาย สัญชาติไทยและสัญชาติอื่น จำนวนมาก อีกทั้งยังปรากฏภาพและคลิปสื่อลามกอนาจารของเด็กหญิงอีกด้วย

จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่าผู้ที่ดำเนินการในการจำหน่ายสื่อลามกอนาจารดังหกล่าวคือ นายอณิกวิชญ์ ปะวะโข ซึ่งพักอาศัยอยู่ ชีวาทัย ราชปรารภ คอนโด ห้อง 11/243 ถ.ราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานครจึงทำการขอหมายค้นบ้านเพื่อหาพยานหลักฐาน เอาผิดนายอณิกวิชญ์ ปะวะโข จนวันที่ 29 เม.ย.67 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา ได้ขออนุมัติหมายค้น ศาลอาญาที่ 404 /2567 เข้าค้นคอนโด ตามที่อยู่ดังกล่าว ซึ่งได้พยานหลักฐานดังกล่าวข้างต้นมาดำเนินคดีกับนายอณิกวิชญ์ ปะวะโข จึงได้จับกุม และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมทั้งให้การเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้ขายสื่อลามกอนาจารดังกล่าว เนื่องจากตนเองได้ตกงานช่วงสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ ไม่มีอาชีพ จึงได้หาช่องทางในการหาเงิน และเห็นช่องทางในการผู้ขายสื่อลามกอนาจารผ่านสื่อโซเชี่ยลและได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง จึงได้ใช้เป็นวิธีในการหาเงินแทนงานประจำที่ได้ตกงานไป โดยรายได้ที่ได้รับจะนำมาจ่ายค่าตอนโด ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และซื้อยาเสพติดมาเสพ 

โดยจากการเข้าทำการตรวจค้นจับกุมตามอำนาจของหมาค้นศาลอาญา พบว่ามีคลิปวีดีโอที่เกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารจำนวนมากกว่า 100,000 คลิป ที่เก็บไว้ใน CPU 1 เครื่อง , เอ็กทอลน่อลอีกฮาร์ดดิสจำนวน 3 ลูก (ลูกละ 8 เทราไบต์) และ เอ็กทอลน่อลอีกจำนวน 4 อัน

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกจับกุมและนำผู้ต้องหาส่ง สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า การลักลอบขายคลิปโป๊ เป็นต้นเหตุของอาชญากรรมทางเพศโดยเฉพาะกับเด็ก ซึ่งผู้ซื้อจะนำไปก่อเหตุเพราะเป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศในการกระทำความผิด หากผู้ใดพบเบาะแสโปรดแจ้งผ่านเพจสืบนครบาล เพื่อปราบปรามให้สิ้นซากต่อไป

ตำรวจภาค 4 ทลาย 29 เครือข่าย รวบนักค้ายาเสพติดอีสานเหนือกว่า 22 ราย

ที่ ภ.จว.หนองคาย : เมื่อวันที่ 30 เม.ย.67 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.พงพิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์,  ผบก.ภ.จว.หนองคาย, นายสมภพ สมิตะสิริ ผวจ.หนองคาย, นายภิญโญ โฆสิต ผอ.ปปส.ภาค 4 และหน่วยร่วมบูรณาการในพื้นที่ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ "ขุดรากนักค้ารายย่อยและเครือข่าย" ซึ่งเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.67 ถึงวันที่ 30 เม.ย.67 โดยใช้กำลังตำรวจภาค 4 ทั้ง 12 ภ.จว.ในสังกัด และ บก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยหน่วยงานฝ่ายปกครอง ทหาร และ ป.ป.ส. ในพื้นที่  

ปฏิบัติการในครั้งนี้ ตำรวจภาค 4 ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดทั่วอีสานเหนือทั้ง 12 จังหวัด รวม 29 เครือข่าย จำนวน 101 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ 88 คน เป็นนักค้ารายย่อย 22 ราย ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2,817,878 เม็ด, เฮโรอีน 22,329 กรัม นอกจากนี้ยังตรวจยึดทรัพย์สินเป็นเงินสด อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดิน ทองรูปพรรณ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์ สมุดบัญชีธนาคารและอื่นๆ รวมประมาณ 300 รายการ มูลค่าประมาณ 75,703,558 บาท

สำหรับผลการปฏิบัติที่น่าสนใจมีดังนี้ ภ.จว.อุดรธานี ยึดทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ จยย. รวม 12 รายการ มูลค่า 27,820,000 บาท, ภ.จว.หนองบัวลำภู ยึดเงินสด รถยนต์ จยย. ทองรูปพรรณ รวมมูลค่า 11,533,530 บาท, ภ.จว.ร้อยเอ็ด ยึดรถยนต์ 10 คัน จยย. 2 คัน รวมมูลค่า 4,120,000 บาท, บก.สส.ภ.4 ยึดรถยนต์ 5 คัน ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่า 4,575,000 บาท เป็นต้น 

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ตำรวจภาค 4 ได้เปิดปฏิบัติการ เพื่อกวาดล้างจับกุมนักค้ายาเสพติดรายย่อยและเครือข่ายในทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยได้เปิดปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งนี้ ในเดือนล่าสุด เม.ย.67  มีการจับกุมนักค้ารายย่อย 1,704 คดี  นักค้ารายสำคัญ 13 คดี และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.66 ถึง 28 เม.ย.67 ตำรวจภาค 4 จับกุมนักค้ารายย่อย 10,926 คดี นักค้ารายสำคัญ จำนวน 111 คดี  โดยมีการจับกุมคดียาเสพติดทุกข้อหา รวมทั้งสิ้น 30,268 คดี ซึ่งตนได้กำชับทุกหน่วยให้ถือเป็นนโยบายต่อเนื่องในการเดินหน้าตรวจค้น กวาดล้างจับกุมนักค้ารายย่อยและเครือข่ายทั้งหมด เพื่อตัดช่องทางการจำหน่ายยาเสพติดให้กับประชาชนต่อไป พล.ต.ท.สรายุทธ กล่าวในที่สุด

KFC มาเลเซีย ปิดสาขาชั่วคราว อ้าง!! สภาพเศรษฐกิจไม่ดี ท่ามกลางกระแส 'แบน' แบรนด์ฝรั่งที่หนุนอิสราเอลรบปาเลสไตน์

(30 เม.ย.67) เพจ 'เดือดทะลักจุดแตก' โพสต์ข้อความรายงานกรณีการปิดสาขาชั่วคราวของ KFC ในมาเลเซียว่า...

ถึงขั้นปิดสาขาเลยเรอะ???

ไม่น่าเชื่อนะครับ เราเห็นข่าวเนืองๆ (โดยเฉพาะตอนอุบัติสงครามอิสราเอล-ฮามาสใหม่ๆ) ว่าหลายๆ ประเทศมุสลิม 'แบน' ไม่กินร้านอาหารแฟรนไชส์อเมริกา เหตุเพราะเจ้านั้นๆ มีทีท่าแสดงออก สนับสนุนอิสราเอลประหัตประหารชาวปาเลสไตน์ในกาซา (ซึ่งเพจเดือดฯ เคยโพสต์ไปแล้ว ไม่ขอลงรายละเอียดอีก * ย้ำว่าคนมองกันเองนะครับ แต่ละเจ้าไม่ได้มาประกาศสนับสนุนอะไรแบบนั้นเลย)

รัฐบาลไม่ได้ 'แบน' นะครับ เป็นประชาชนเองที่รณรงค์กัน 'แบน' ไม่กิน

ซึ่งดีกรีไม่รู้กี่มากน้อย และที่สำคัญคือจะนานจะเร็วเท่าไหร่ ไม่ใช่เดี๋ยวก็ซาแล้ว ... รึเปล่า

ที่ไหนได้!!! KFC มาเลเซียถึงขั้นต้องปิดสาขาเชียว แสดงว่าไม่น้อยและไม่เร็วแล้วล่ะครับ

คนเขาเอาจริงแฮะ

สอดส่องรายละเอียด เขาไม่ได้ปิดทั้งหมดนะครับ อ้างว่าสภาพเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก จะต้องปิดสาขาชั่วคราว เพื่อเน้นให้บริการ เฉพาะย่านที่คึกคัก ลูกค้าคับคั่ง

ก็ไม่รู้ว่าปิดเท่าไหร่ แต่สื่อท้องถิ่นของมาเลเซียรายงานว่า ปิดไปเป็นร้อย

ย้ำอีกครั้งว่าปิดชั่วคราวนะครับ ขึ้นกับสถานการณ์
ว่าเมื่อไหร่คนจะลืมเรื่องนี้? ไม่ใช่
ว่าเมื่อไหร่อิสราเอลจะเลิกรบ!
เพราะดูท่าแล้ว คงไม่ลืมกันง่ายๆ ครับ จนกว่าอิสราเอลจะรามือ

เชือด 'ปานปรีย์-ชลน่าน' ใช้บริการ 'มาริษ-สมศักดิ์' สนอง 2 เรื่องใหญ่ 'ดันผลงานอิ๊ง-ชิงปูกลับบ้าน'

ทำไมทำมาปรับครม.เศรษฐา 1/1 ออก 4 เข้า 6...ครม.เต็มแม็ก 36 คน และพรรคเพื่อไทยพรรคเดียวที่เกิดแรงกระเพื่อมมากกว่าที่นึก แถมลึกกว่าที่คิด...เพราะมองกันข้ามช็อต ท้ายสุด...สุดท้าย 'นายใหญ่' เอาอยู่...

ตอบคำถามกรณี ดร.ตั๊ก-ปานปรีย์ พหิทธานุกร 'หลานน้าชาติ' ไขก๊อกทิ้งเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ สักนิดว่าเพราะอะไร?...ในมุมข่าวมุมมองของ 'เล็ก เลียบด่วน'

1) ประเด็นหลัก...เพราะทำใจไม่ได้ ที่โดนริบเก้าอี้รองนายกฯ ซึ่งจะเสริมส่งให้ความเป็น รมว.ต่างประเทศแข็งแกร่งขึ้น และจริง ๆ แล้วตำแหน่งรองนายกฯ จะมีสักกี่ตำแหน่งก็ได้ พอโดนริบ รมว.ต่างประเทศก็ต้องไปอยู่ใต้กำกับของรองนายกฯ คนใดคนหนึ่ง...อาจจะเป็น 'ภูมิธรรม' หรือ 'สุริยะ'...ถ้าคนแรกก็ดีไป แต่ถ้าเป็นสุริยะอาจทำใจลำบาก...

2) ประเด็นอื่น...เมื่อสบโอกาสจากประเด็นแรกคือ โดนริบเก้าอี้ ก็ง่ายที่จะตัดสินใจไขก๊อก ไม่ต้องไปวัดดวงกับงานเสี่ยงภัยในอนาคต เช่น กรณีมีข่าวว่า...การกลับบ้านของอดีตนายกฯ ปู-ยิ่งลักษณ์ อาจต้องใช้สถานทูตไทยในต่างแดนเป็นกึ่ง 'คุกนอกเรือนจำ' ให้วุ่นวาย...รวมทั้งกรณีอื่น ๆ ที่หมิ่นเหม่จะผิดกฎหมาย อาทิ ดิจิทัลวอลเล็ต, กรณีพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา...

ก็นับว่าน่าเสียดาย คนดีมีฝีมืออย่าง ดร.ปานปรีย์ ที่กำลังออกอาวุธหลายเรื่องได้ค่อนข้างดี มีอันต้องจบข่าวซะก่อน...จากนี้ไปก็ต้องตามไปดู 'อดีตทูตปู' มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ (ปานปรีย์) คนที่เคยรับใช้ใกล้ชิดทั้ง 'นายใหญ่' ทักษิณ ชินวัตร และ นายกฯ ปู ยิ่งลักษณ์ ซึ่งน่าจะรับประกันซ่อมฟรีว่า...ตอบโจทย์นายใหญ่และน้องสาว ได้แน่ แต่สุดท้ายจะพากันไปสุดซอยเหาะเหินเดินลงกาหรือไม่...อันนี้ไม่กล้าฟันธง...

ขอแถมท้ายด้วยกรณี 'เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าชลน่าน' สักนิด...สรุปให้ตรงประเด็นที่สุดงานนี้ ก็เพื่อตอบโจทย์ลูกสาวนายใหญ่ ที่จะต้องเร่งโชว์ฟอร์มสร้างผลงาน '30 บาทรักษาทุกที่' ให้บังเกิดทั้งเบี้ยและเม็ดงานที่งอกงาม   

ทั้งนี้ 7 เดือนที่ผ่านมานั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่หอบหิ้ว 'หมออ้อย' ภรรยาไปช่วยงานด้วยนั้น ว่ากันว่าเอาข้าราชการไม่อยู่...หนำซ้ำคล้าย ๆ ที่ชมรมแพทย์ชนบทแถลงออกมานั่นล่ะว่า...หลายครั้งคุณหมอถูกใช้เป็นเครื่องมือคุกคาม สปสช. ที่ดูแล 30 บาท อีกต่างหาก...

ก็ต้องเรียนท่านผู้อ่านว่า...เสือสองตัว ณ กระทรวงสาธารณสุขนั้น ฝั่งหนึ่ง 'ปลัด สธ.' ดูข้าราชการทั้งมวล อีกฝั่ง 'เลขาธิการ สปสช.' เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ดู 30 บาท งบประมาณมหาศาล...ทั้งสองฝั่งมีรัฐมนตรีกำกับดูแล ต้องใช้วิทยายุทธขั้นสูงทีเดียว...

ส่วน แพทองธาร ชินวัตร 'อุ๊งอิ๊ง' นั้น...วันนี้อยากขับเคลื่อน '30 บาทรักษาทุกที่' ให้แวววับจับต้องได้ เพราะคุณเธอนั่งคร่อมเก้าอี้ถึง 2 ตำแหน่ง คือ รองประธานกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ (นายกฯ ประธาน) และ ประธานคณะกรรมการบริหารพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ

งานนี้นายใหญ่และพรรคเพื่อไทยยอมจ่ายแพง...เชือดหมอชลน่าน ถ้า 30 บาทรักษาทุกที่ยังกระดื๊บ ๆ ก็ถือว่าไม่คุ้มค่า...แต่ทีมงานอุ๊งอิ๊งหลายคนมั่นใจว่า 'อาสมศักดิ์' เอาอยู่...ทำได้ 

ก็คอยดูกันต่อไป แต่ยังไง ๆ พรรคเพื่อไทย อย่าลืมเช็ดเลือดและน้ำตาให้คุณหมอด้วยล่ะ!!

6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ‘ในหลวง ร.9’ เสด็จฯ เปิด ‘สระสุวรรณชาด’ ม.เกษตรศาสตร์ โครงการช่วยบำบัด-ฟื้นฟู ‘สุนัข’ ให้พ้นจากอาการเจ็บป่วย

‘สระสุวรรณชาด’ โครงการจากทุนพระราชทานของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อรักษาสุนัขป่วย

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดสระสุวรรณชาด ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ทรงพา ‘คุณทองแดง’ สุนัขทรงเลี้ยง มาร่วมในพิธีด้วย

ทั้งนี้ ‘สระสุวรรณชาด’ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณในล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเป็น สระว่ายน้ำสำหรับการรักษาแบบธาราบำบัด ให้สุนัขที่ป่วยด้วยโรคข้อกระดูก และโรคระบบประสาท จำนวน 2 สระ ซึ่งพระองค์พระราชทานเงินรายได้จากการจำหน่ายเสื้อคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง จำนวน 2,131,351 บาท พร้อมทั้งพระราชทานชื่อสระว่ายน้ำว่า ‘สระสุวรรณชาด’ ตามชื่อของคุณทองแดงด้วย

โดยสระว่ายน้ำสุวรรณชาดเริ่มทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2548 ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานคำแนะนำในการออกแบบตามหลักวิชาการ และได้ใช้สระว่ายน้ำของสุนัขทรงเลี้ยงมาเป็นต้นแบบ ซึ่งการก่อสร้างแล้วเสร็จราวปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 โดยแบ่งโครงสร้างเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนสระว่ายน้ำ ขนาด 15.35 เมตร X 3.80 เมตร มีความลึก 1.50 เมตร สำหรับสุนัขทั่วไปที่ต้องการออกกำลังกาย

และส่วนสระกายภาพบำบัด ขนาด 2.35 เมตร X 3.8 เมตร ลึก 1.50 เมตร ส่วนนี้จะประกอบไปด้วยหัวพ่นฟองอากาศจำนวน 4 หัว เพื่อให้เกิดการนวดตามกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและกระตุ้นระบบประสาทที่มีปัญหา โดยมีรอกที่ใช้ในการพยุงตัวสัตว์ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนนี้สำหรับสุนัขที่เป็นโรคข้อสะโพกหลวม โรคกระดูก หรือสุนัขที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น

ทั้งนี้ การบำบัดและฟื้นฟูสัตว์ที่สระว่ายน้ำแห่งนี้จะมีสัตวแพทย์คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพิจารณาอาการเจ็บป่วยของแต่ละตัวว่าเหมาะสมที่จะรักษาด้วยวิธีธาราบำบัดนี้หรือไม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top