Friday, 10 July 2026
TheStatesTimes

‘ปลัดคลัง’ เผย จะใช้แอปฯ ‘ทางรัฐ’ รองรับดิจิทัลวอลเล็ต ย้ำ!! ประชาชนเตรียมลงทะเบียนรับสิทธิ์ ไตรมาส 3 ปีนี้

(11 เม.ย. 67) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า คณะกรรมการโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต ได้กำหนดให้ประชาชนจะต้องเข้ามาลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนในการรับสิทธิ โดยโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะเริ่มเปิดลงทะเบียนในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2567 และประชาชนจะสามารถใช้จ่ายได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 ส่วนช่องทางในการใช้จ่ายนั้น จะใช้แอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือดีจีเอ

“สาเหตุที่ไม่เลือกใช้แอพพ์เป๋าตัง เนื่องจากแอพพ์ทางรัฐ เป็นแอพพ์ของรัฐจริง ๆ แต่เป๋าตังเป็นของแบงก์ อย่างไรก็ตาม เป๋าตังก็อาจจะยังต้องใช้ แต่เป็นระบบข้างหลัง ไม่ได้เป็นด้านหน้า เนื่องจากเป็นระบบควบคุมแบบเปิด หรือ Open Loop ซึ่งหมายความว่า เป็นวอลเล็ตของสถาบันการเงิน ทั้งแบงก์และนอนแบงก์สามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งเป๋าตังอาจจะไปเชื่อมต่อตรงนั้น เช่นเดียวกันกับ เคพลัส และแม่มณี เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคที่ดีจีเออยู่ระหว่างการพัฒนา” นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะต้องมีขนาดเล็ก เช่น ร้านค้าโชห่วย และร้านสะดวกซื้อ อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ก็สามารถเข้าร่วมได้ ทั้งนี้ หลักการได้รับเงินของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คือรอบแรกมีเงินอยู่ที่ประชาชน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิจะต้องใช้ในร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น ที่อยู่ในเขตอำเภอ เพื่อให้มีเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งถือเป็นรอบที่ 1

นายลวรณ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อร้านค้าขนาดเล็กได้รับวงเงินมาแล้ว ต้องเอาไปใช้ต่อเป็นรอบที่ 2 ในร้านค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นการซื้อขายร้านค้ากับร้านค้า โดยหากร้านค้าที่มีขนาดใหญ่ดังกล่าวอยู่ในระบบภาษี ร้านค้านั้น ๆ จะสามารถเอาออกจากระบบได้ โดยเกณฑ์โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต กำหนดให้ร้านค้าที่สามารถนำเงินออกจากระบบได้ ต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

“การกำหนดร้านขนาดเล็กในรอบแรก มองว่า จะต้องเป็นร้านโชห่วย ขึ้นมาได้มากที่สุด คือร้านสะดวกซื้อ อาทิ เซเว่น ร้านในปั๊ม แต่ยังไม่ถึงแม็คโคร ค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ที่ทำให้มีรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เพราะเราอยากให้เกิดการหมุนเวียน เพราะหากเงินในระบบออกได้เร็ว แรงส่งต่อเศรษฐกิจก็จะมีน้อยลง”นายลวรณกล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า วงเงินจากดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ประชาชน 50 ล้านคนได้รับ จะต้องใช้จ่ายผ่านร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น โดยมีระยะเวลาการใช้จ่าย 6 เดือน ซึ่งมั่นใจว่า วงเงิน 5 แสนล้านบาท จะลงสู่ร้านค้าขนาดเล็กทั้งหมด โดยรัฐจะมีระบบบล็อกร้านค้าที่ 2 ไม่ให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ เพื่อกำหนดให้ประชาชนซื้อในร้านค้าขนาดเล็กก่อน

นายลวรณ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวมีระบบป้องกันเรื่องเงินทอน และทุจริตการใช้จ่าย ซึ่งโครงการในอดีตที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้น แต่ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิในการใช้จ่าย ทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายจะต้องมีการยืนยันตัวตนในรูปแบบตัวต่อตัว และยังมีตำรวจไซเบอร์ที่จะเข้ามาดูเรื่องเงินทอน และการซื้อของผิดประเภท โดยมีโทษสูงสุดถึงจำคุก

'ธอส.' ขานรับ 'กฤษฎา รมช.คลัง' ลดอัตราดอกเบี้ย MRR 0.105% ต่อปี  มอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ไทยให้ลูกค้าและประชาชน

(11 เม.ย.67) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขานรับนโยบาย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและประชาชน เพื่อมอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ไทยให้กับลูกค้าและประชาชน ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR 0.105% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

ด้าน นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายให้ ธอส. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและประชาชน นั้น ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ ‘ทำให้คนไทยมีบ้าน’ พร้อมดำเนินการดังกล่าว

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และการเงิน (ALCO) ของ ธอส. ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) 0.105% ต่อปี จากเดิม 6.90% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.795% ต่อปี โดยให้มีผลบังคับใช้ดั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2567 เป็นต้นไป เพื่อเป็นของขวัญเนื่องในวันปีใหม่ไทยให้กับลูกค้าและประชาชน ให้มีภาระค่าใช้จ่ายลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้มีเงินเหลือเพียงพอในการดำรงชีพได้มากขึ้น ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ในครั้งนี้ของ ธอส. ถือว่าต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงินในปัจจุบัน

'สุริยะใส' ยก 'สมณะโพธิรักษ์' ผู้บุกเบิกสังคมการเมืองแนวบุญนิยม ปลุกการเมืองที่เสียสละ จิตอาสา ถือเป็นแนวการเมืองใหม่ที่แท้จริง

(11 เม.ย. 67) นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าพ่อท่านโพธิรักษ์ ผู้บุกเบิกสังคมธรรมาธิปไตย การเมืองแนวบุญนิยม

ข่าวเศร้าวันนี้เมื่อพ่อท่าน (พระครูสมณะโพธิรักษ์) ได้ละสังขารด้วยโรคชราในวัย 90 ปี ผมทราบจากชาวโศกมาสักระยะแล้วว่าพ่อท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ผมมีโอกาสได้รับฟังเทศนาธรรมล่าสุดเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2566

ครั้งนั้นได้พาคณาจารย์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต จัดกิจกรรมโครงการวิจัยเชิงปฎิบัติการกับนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอกกว่า 30 คน ของชาวแพทย์วิถีธรรม สันติอโศกที่ราชธานีอโศก จ.อุบลราชธานี เป็นโครงการวิจัยร่วมกันหลายโครงการทั้งเรื่องสุขภาพ อาหาร ดนตรี เศรษฐศาสตร์ (สาธารณโภคี) การศึกษา สังคมธรรมาธิปไตย

โดยเฉพาะหลักการสาธารณโภคี เป็นความ ภาคภูมิใจและความ สำเร็จของพ่อท่านเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักการของ การกินร่วมกันการใช้ร่วมกัน เพื่อรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ท่านพ่อนำมาใช้ในที่ชุมนุมทุกครั้งซึ่งหลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับครัวกลางนั่นเอง

แม้ทราบดีว่าพ่อท่าน ไม่สบายชราภาพตามอายุขัยใกล้วัย 90 ปี แต่การเดิน การนั่ง การเทศนาธรรมยังคงสัมผัสได้ถึงพลังแห่งปัญญา น้ำเสียงสดใส หน้าตายิ้มแย้มเบิกบาน ทักทายสนทนากับพวกเรา โดยไม่คิดมาก่อนว่าพ่อท่านจะจากไปเร็วแบบนี้ แม้เข้าใจได้ว่าท่านอายุมากแล้วก็ตาม

สำหรับพ่อท่านผมเริ่มรู้จักตั้งแต่มีข้อพิพาทกับมหาเถรสมาคม เพราะเป็นคดีความที่สังคมสนใจ จากนั้นมาผมก็เข้าใกล้และรู้จักมากขึ้นผ่านบทบาทของลุงจำลอง ศรีเมืองและพรรคพลังธรรม ที่พยายามสร้างนวัตกรรมการเมือง จนสามารถสร้างผลสะเทือนทางการเมืองในช่วงหลังปี 2535 ต่อมาก็คุ้นเคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องชาวกองทัพธรรมในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

จนมาใกล้มากขึ้นและได้สนทนากับพ่อท่านบ่อยขึ้น ในช่วงที่มีการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อเนื่องมาแม้กระทั่งขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะพ่อท่านถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยกันแต่ศาลยกฟ้องในที่สุด

สำหรับพ่อท่านถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่มีลูกศิษย์ลูกหา ผู้ศรัทธานับถือจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ สมัยการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพูดเรื่องการเมืองสะอาด การเมืองใหม่ผมจำได้ว่า พ่อท่านบอกกับผมว่า

“จริงๆ แล้วการเมืองใหม่ที่เราพูดกันอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่ไปประดิษฐ์ประดอยเสกสรรค์ปั้นแต่งกลไกใหม่ๆ หรือออกกฎหมายมากมายอย่างที่เข้าใจ แต่มันคือการเมืองเก่าหรือการเมืองดั้งเดิม คือการเมืองที่เป็นเรื่องของส่วนรวม การเมืองที่เสียสละ จิตอาสา นี่แหละสร้างแบบนี้ให้ได้นี่แหละคือการเมืองใหม่ที่แท้จริง”

ด้วยเหตุดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นบทบาทและวัตรปฎิบัติของพ่อท่านและชาวอโศกที่ผสมผสานทั้งทางโลกและทางธรรมเข้าด้วยกันยึดสัจจะ ความดี ซื่อสัตย์เสียสละ ความถูกต้องชอบธรรม เพราะความชอบธรรมคืออำนาจ อำนาจมิใช่ความชอบธรรม หรือที่เรียกกันว่า “วิถีสังคมธรรมาธิปไตย” ที่ไม่ใช่โลกาธิปไตย (เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จ และอัตตาธิปไตย (ตนคือศูนย์กลางจักรวาลความถูกต้อง)

วันนี้ถือว่าสังคมไทยเราสูญเสียท่านผู้มีคุณูปการแก่ประเทศชาติสังคมไทย ตลอดจนสังคมโลกผู้หนึ่ง ชีวิตและผลงานของพ่อท่านน่าจะเป็นบทเรียนและจดจำเพื่อดำเนินชีวิตในแนวทางที่พ่อท่านได้แสดงเป็นตัวอย่างไว้มากมาย ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายและท้าทายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดโลกบุญนิยมสู้กับโลกทุนนิยมแบบลงมือค้นคว้า ลงมือทำ ลงมือพิสูจน์อย่างจริงจัง

ในวาระโอกาสนี้ขอน้อมกราบส่งพ่อครูสมณะโพธิรักษ์สู่สรวงสวรรค์ครับ🙏

‘ชาวเนปาล’ ประท้วงให้ ‘สถาบันกษัตริย์’ กลับมา หลังรัฐสภามีมติให้ยกเลิกไปเมื่อปี 2008

(11 เม.ย.67) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เกิดการประท้วงขึ้นในเมืองหลวงกาฐมาณฑุของเนปาลเมื่อวันอังคาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำกับกลุ่มผู้ประท้วงที่รุกล้ำเข้าในพื้นที่ที่ถูกปิดล้อม ด้านโฆษกตำรวจระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ประชาชนชาวเนปาลเริ่มเห็นด้วยกับการนำระบอบกษัตริย์กลับมาใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังเรียกร้องให้มีการสถาปนาศาสนาฮินดูเป็นศาสนาประจำชาติ

ทั้งนี้ ประเทศเนปาล ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐมาตั้งแต่ปี 2008 ในเวลานั้นรัฐสภาได้ลงมติให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์ การเปลี่ยนแปลงการปกครองของรัฐบาลในครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพที่กินเวลานานนับทศวรรษ เพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 16,000 คน

การชุมนุมประท้วงเมื่อวันอังคารจัดขึ้นโดยกลุ่มชาตินิยมฮินดูและระบอบกษัตริย์ พรรครัสตรียาประชาตันตรา ซึ่งปัจจุบันก่อตัวเป็นพรรคที่ใหญ่เป็นอันดับห้าในรัฐสภา โมฮัน เชรษฐา-โฆษกพรรคสรุปข้อเรียกร้องของพรรค นั่นคือ ‘การรื้อฟื้นสถาบันกษัตริย์ รัฐฮินดู และการยกเลิกระบอบสหพันธรัฐ’

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรครัสตรียาประชาตันตรา ได้ให้คะแนนสำนักนายกรัฐมนตรีเนปาล 40 คะแนน พร้อมนำเสนอบันทึกข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ซึ่งพวกเขายังได้แถลงประเด็นชี้ขาดเพิ่มเติมด้วย อีกทั้งยังเรียกร้องให้มีการต่อต้านการคอร์รัปชันและดำเนินมาตรการเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล

อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระราชาธิบดีชญาเนนทระ กษัตริย์องค์สุดท้ายของเนปาล เสด็จขึ้นครองราชย์ครั้งที่สองเมื่อปี 2001 จนถึงขณะนี้ทรงยังไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการเรียกร้องให้มีการนำสถาบันกษัตริย์กลับคืนมาอีกครั้ง

18 เมษายน พ.ศ. 2498 รำลึก ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ผู้ค้นพบ ‘ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป’ หรือ ‘แรงโน้มถ่วง’

‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิสและอเมริกัน (ตามลำดับ) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา และเขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก ‘การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี’

หลังจากที่ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาก็กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยธรรมดานักสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ในปีต่อ ๆ มา ชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ โดยในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขาทำให้มีการใช้ชื่อไอน์สไตน์ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ ให้เป็นเครื่องหมายการค้า

ตัวไอน์สไตน์เอง มีความระลึกถึงผลกระทบทางสังคม ซึ่งมีผลมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เขาได้เป็นปูชนียบุคคลแห่งความบรรลุทางปัญญา เขายังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ทุกการสร้างสรรค์ของเขายังคงเป็นที่เคารพนับถือ ทั้งในความเชื่อในความสง่า ความงาม และความรู้แจ้งเห็นจริงในจักรวาล (คือแหล่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่) เป็นสูงสุด ความชาญฉลาดเชิงโครงสร้างของเขาแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของจักรวาล ซึ่งงานเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านผลงานและหลักปรัชญาของเขา ในทุกวันนี้ ไอน์สไตน์ยังคงเป็นที่รู้จักดีในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุด ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์และนอกวงการ

อย่างไรก็ตาม ไอน์สไตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ด้วยโรคหัวใจ

สำหรับผลงานของไอน์สไตน์ในสาขาฟิสิกส์มีมากมาย อาทิเช่น…

- ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ซึ่งนำกลศาสตร์มาประยุกต์รวมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
- ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นไปตาม equivalence principle
- วางรากฐานของจักรวาลเชิงสัมพัทธ์ และค่าคงที่จักรวาล
- ขยายแนวความคิดยุคหลังนิวตัน สามารถอธิบายจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของดาวพุธได้อย่างลึกซึ้ง
- ทำนายการหักเหของแสง อันเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วงและเลนส์ความโน้มถ่วง
- อธิบายการเกิดปรากฏการณ์ของแรงยกตัว
- ริเริ่มทฤษฎีการแกว่งตัวอย่างกระจาย ซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่ของบราวน์ของโมเลกุล
- ทฤษฎีโฟตอนกับความเกี่ยวพันระหว่างคลื่น-อนุภาค ซึ่งพัฒนาจากคุณสมบัติอุณหพลศาสตร์ของแสง
- ทฤษฎีควอนตัมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอะตอมในของแข็ง
- ริเริ่มโครงการทฤษฎีแรงเอกภาพ

ทั้งนี้ ไอน์สไตน์ ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น ปี พ.ศ. 2542 นิตยสารไทมส์ ยกย่องให้เขาเป็น ‘บุรุษแห่งศตวรรษ’ และความสำเร็จทางปัญญาและความคิดริเริ่มของเขาส่งผลให้ ไอน์สไตน์ กลายเป็นคำพ้องที่มีความหมายตรงกับคำว่า ‘จีเนียส’ (อัจฉริยะ)

‘Tiktok’ มุ่งเน้น ‘รักษาความปลอดภัย’ ของผู้ใช้งานบนออนไลน์ ครอบคลุมในด้าน ‘ความเป็นส่วนตัวข้อมูล-การกลั่นกรองเนื้อหา’

(11 เม.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ติ๊กต็อก (TikTok) แอปพลิเคชันคลิปวิดีโอขนาดสั้น กล่าวย้ำถึงความทุ่มเทในการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้งานขณะใช้งานทางออนไลน์

ด้าน ฟอร์จูน แมกวิลี-สิบันดา ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและนโยบายสาธารณะของติ๊กต็อก ประจำภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา กล่าวว่า ติ๊กต็อกพัฒนาหลักเกณฑ์สำหรับชุมชน นโยบายผู้ใช้งาน และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมเชิงบวกที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

แมกวิลี-สิบันดา ระบุว่า เราจะจัดอบรมวิธีการทำงานของติ๊กต็อกสำหรับผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานกำกับดูแล โดยมุ่งเน้นที่ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และวิธีการกลั่นกรองเนื้อหาบนแพลตฟอร์มนี้

แมกวิลี-สิบันดา เน้นย้ำว่า ศูนย์รักษาความปลอดภัยของติ๊กต็อกยังมอบทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้งานเดิมและผู้ใช้งานรายใหม่ ครอบครัว และผู้ดูแล เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์บนโลกออนไลน์ที่เหมาะกับผู้ใช้งาน

ปัจจุบันติ๊กต็อกมีผู้เชี่ยวชาญด้านความไว้วางใจและความปลอดภัยมากกว่า 40,000 คนทั่วโลก ที่ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อคุ้มครองชุมชนบนโลกออนไลน์ โดยติ๊กต็อกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ๆ ในการจัดทำแพลตฟอร์มซึ่งมีส่วนจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และนำความสุขมาสู่ผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก

‘สุกฤษฏิ์ชัย-ปชป.’ แนะ!! ลดใช้แคดเมียม พัฒนาวัสดุทดแทน ชี้!! แม้มีประโยชน์มาก แต่โทษมหันต์ต่อมนุษย์ ถ้าคุมได้ไม่ดี

(11 เม.ย. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ปัจจุบันแคดเมียมถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยแร่แคดเมียมเป็นโลหะหนัก ได้มาจากการถลุงแร่สังกะสี ตะกั่วและทองแดง แคดเมียมสามารถนำไปทำประโยชน์ได้ อาทิ การชุบโลหะ เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน การสึกหรอ ป้องกันสนิม เป็นสารเคลือบ ใช้ในชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ทางทะเล เม็ดสี ทำแบตเตอรี่ ปุ๋ยและอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนแคเมียมจะมีประโยชน์ต่อการผลิตสิ่งต่างๆที่พวกเราต้องใช้งานกันชีวิตประจำวันของทุกคน

แต่เมื่อมีประโยชน์มาก โทษก็เยอะตามมาด้วย หากการบริหารจัดการแร่หรือกากแคดเมียมไม่ดีพอ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในปัจจุบันมักใช้วิธีฝังกลบกากลงดินในการทำลาย ก็เป็นเหตุให้สามารถปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศในบริเวณโดยรอบได้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำยังเกิดกรณีการลักลอบขุดกากขึ้นมาขายต่ออีกที่กำลังเป็นข่าว และเกิดขึ้นในหลายจังหวัดรวมถึงเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นศูนย์กลางของประเทศ การลักลอบดังกล่าว ก็กระทำโดยผิดกฎหมาย ขาดองค์ความรู้และหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง ตลอดจนการเก็บในโกดังหรือคลังสินค้าก็ไม่ได้มาตรการ จึงเป็นความอันตรายและเป็นภัยต่อสังคมโดยองค์รวม

ในส่วนของความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากแคดเมียมนั้น มีหลายผลกระทบมาก ไม่ว่าจะเป็น การปนเปื้อนในดินและน้ำ หากยิ่งใกล้แหล่งน้ำไม่ว่าจะเป็นห้วย หนอง คลอง แม่น้ำ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ลดความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดความหลากหลายทางชีวภาพ ปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของสัตว์และสุขภาพของประชาชนในบริเวณโดยรอบ มลพิษทางอากาศ ที่อาจเกิดขึ้นจากการขนย้ายกากอย่างไม่ได้มาตรฐานอาจปล่อยฝุ่นละออง เกิดการฟุ้งกระจาย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนได้ การสัมผัสหากมีปริมาณเกินไป ร่างกายจะสะสมพิษได้นานหลายปี มีผลร้ายต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่น มีปฏิกิริยากับระบบไต ปอด กระดูกพรุน ก่อให้เกิดมะเร็ง ระบบสืบพันธุ์รวมถึงโรคอิไต อิไตด้วย

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ควรมีการลดใช้แคดเมียม ด้วยการเร่งพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาทดแทน ภาครัฐควรออกมาตรการควบคุมให้ธุรกิจรับซื้อของเก่า เศษเหล็ก, เศษพลาสติก, พอลิเมอร์ เพื่อนำไปรีไซเคิลหรือผ่านกระบวนการเพื่อนำกับมาใช้ซ้ำใช้ใหม่ รวมถึงโรงงานหลอมโลหะในทุกที่ทั่วราชอาณาจักร มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย มีกฎหมายออกมาบังคับเฉพาะ เพื่อเป็นการป้องปรามผู้กระทำความผิดในอนาคต ภาคเอกชนต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม บำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่สาธารณะ ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคประชาชนร่วมกันสอดส่องดูแลความเป็นไปในพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือให้ความรู้แก่ประชาชน ทางสาธารณสุข สุขอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัส การอยู่ใกล้ หากมีความจำเป็นต้องเข้าใกล้ ควรใส่หน้ากากป้องกันสารพิษ หลีกเลี่ยงอาหารที่มาจากแหล่งที่มาไม่ชัดเจน เพราะแคดเมียมเป็นโลหะหนักที่ขยับเข้าใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที อาจปนเปื้อนในอาหารที่เรากำลังรับประทาน ในน้ำที่เรากำลังดื่มหรือในอากาศที่เรากำลังหายใจอยู่ก็เป็นได้

'นิชา' ภรรยาพลเอกร่มเกล้า ทำบุญครบ 14 ปี  โพสต์ยอมเป็น 'คนแพ้' เสียสละชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย 

(11 เม.ย.67) นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระ องค์ (พล.ร.21 รอ.) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ระหว่างการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ คนเสื้อแดง บริเวณแยกคอกวัว เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. 2553 โพสต์เฟซบุ๊กว่า….

10 เมษายน 2567 ปีนี้อากาศร้อนเหลือเกิน ต้องพยายามเรียกสติไม่ให้หลงไปกับความร้อน

‘ความพยายามนิ่ง’ ก็เป็นอีกหนทางที่หลายคนเลือกใช้ ในการรักษาจิตให้เย็นใจ

การนิ่ง ไม่ได้แปลว่า ไม่เจ็บ ไม่ร้อน ไม่คิด ไม่รู้สึก หากแต่ไม่ซ้ำเติมเพิ่มอุณหภูมิให้สิ่งต่าง ๆ ยิ่งร้อนไปมากกว่านี้

ตลอด 14 ปี ที่ผ่านมา ชีวิตประสบเรื่องราวมากมาย สิ่งใดพูดแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ต้องพยายามนิ่ง พยายามอดทนอดกลั้น พยายามอยู่อย่างสงบ ประคับประคองชีวิตให้ก้าวเดินไปได้ จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

จุดหมายชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ฝันของแต่ละคนก็ต่างกัน ไม่มีใครจะคิดแทนกันได้ สำหรับตัวเอง แค่ขอชีวิตไม่สุข-ไม่ทุกข์ ก็เป็นบุญนักหนาแล้ว แค่ขอใช้เวลาที่เหลือน้อยลงทุกวัน ทำหน้าที่อันพึงมี ตราบจนสิ้นชีวิต อาจได้พบความสงบสุขอีกครั้ง ถ้าทำบุญไว้มากพอ ฝันมีแค่นี้เอง

แต่ชีวิตเราก็มิอาจกำหนดได้ดั่งใจปรารถนา ตราบใดยังอยู่ในกระแสสังคมของมนุษย์ปุถุชนที่ให้ค่าการแพ้-ชนะในเกมส์ มากกว่าการให้เกียรติและให้คุณค่าความเป็นคน มนุษย์ที่อ่อนแออย่างเรา ก็จำเป็นต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัว รักษาจิต นับเป็นโชคดีที่พี่ร่มเกล้าให้คาถาป้องกันตัวไว้ว่า
จิตเดิมนั้นใสสว่างสะอาดและสงบ แต่กิเลสที่ห่อหุ้มทำให้มืดมัว

พี่ร่มเกล้าให้คาถาวิเศษนี้ไว้ จนอยากมอบให้กัลยาณมิตรทุกท่านที่อาจมีโอกาสได้ใช้ในยามชีวิตคับขันบ้างไม่มากก็น้อย

ท่ามกลางความทุกข์ยาก มีสิ่งหนึ่งที่เป็นความดีงามที่ดิฉันกับพี่ร่มเกล้าถือว่ามีบุญมหาศาลที่ได้รับ คือ ไมตรีอันบริสุทธิ์จากเพื่อนพี่น้องผู้เป็นกัลยาณมิตรที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ท่านได้ให้กำลังใจยิ่งใหญ่เสมือนญาติ

มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งเพิ่งบอกกับดิฉันว่า ไม่คิดว่าพี่ร่มเกล้าจากไป 14 ปีแล้ว แต่ยังคงมีพี่น้องที่เดินเข้ามาทักทายให้กำลังใจดิฉันด้วยน้ำตาแห่งความอาลัยคิดถึงพี่ร่มเกล้า พร้อมบอกว่า ยังคงทำบุญ ใส่บาตร อุทิศให้พี่ร่มเกล้าในศาสนาพุทธ หรือบางท่านก็ทำมิสซาในศาสนาคริสต์ หรือ บางท่านก็ขอพระเจ้าในศาสนาอิสลาม ดิฉันมักรำพึงในใจกับพี่ร่มเกล้าว่า พี่ทำให้เห็นว่าความตายไม่น่ากลัว และความตายที่งดงามเป็นอย่างไร

ในภาวะที่โลกเรากำลังแปรปรวน สงครามมีรูปแบบต่าง ๆ ที่มนุษย์เราไม่รู้ว่าจะเผชิญกับภัยใด ๆ อีก

วันที่ 10 เมษา สำหรับดิฉันก็เป็นอีกวันที่นอกจากทำบุญให้กับสามีผู้จากไปแล้ว ในปีนี้อยากขออนุญาตให้รำลึกถึงคำว่า ‘ความเสียสละ’

ในโลกนี้ มีคนอยากชนะ ไม่อยากแพ้ มีคนอยากเป็นฝ่ายได้ ไม่อยากเป็นฝ่ายเสีย แต่ถ้าเราหนึ่งคน ยอมที่จะแพ้ ยอมที่จะเสีย หรือที่เขาเรียกกันว่า เสียสละ อาจทำให้ธรรมชาติปราณีไม่ลงโทษให้อุณหภูมิโลกมนุษย์ร้อนระอุไปกว่านี้

ดิฉันกับพี่ร่มเกล้า เป็นสองคนที่ยกมืออาสายอมเป็นคนแพ้ ยอมเป็นฝ่ายเสีย

ยอมแบกทุกข์ ยอมสละชีวิต ยอมได้ทุกอย่าง เพื่อแผ่นดินไทยของเราร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารสืบไป

‘แพ้’ ไม่ทำให้เราตายหรอก แต่ต่อให้ต้องตายอย่างพี่ร่มเกล้า ใจเราก็ไม่เคยแพ้
พลเอกร่มเกล้า-นิชา ธุวธรรม

10 เมษายน 2567
ทำบุญครบรอบ 14 ปี
ณ วัดบวรนิเวศฯ

เพชรบูรณ์ เตรียมจัดงาน“ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน”

วันที่ 10 เมษายน 2567 เวลา 15.00 น. ที่ หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์  นายจิรวัตร์ มณีโชติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานแถลงข่าว  จัดกิจกรรม “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และคุ้มครองแหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์  โดยมี   นายอภินันท์ มุสิกพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์  นายณรงค์ศักดิ์ หอมมาลัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวไอลดา ยาท้วม ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวปิยะดา  วัชโรทยางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานพิษณุโลก ร่วมแถลงข่าว

สำหรับการจัดงาน “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน”  กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567 ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าและความสำคัญแหล่งมรดกโลกเมืองโบราณศรีเทพ เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ คุ้มครองแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าและความสำคัญแหล่งมรดกโลก เมืองโบราณศรีเทพ เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ คุ้มครองแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมที่สำคัญภายในงานประกอบด้วย ในวันที่ 26 เมษายน 2567 จะมีพิธีรับมอบใบประกาศการขึ้นทะเบียนมรดกโลก โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดตลาดสีเขียวเมืองโบราณศรีเทพ ที่เน้นสินค้าของชุมชน ในพื้นที่ สนับสนุนให้ยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชน พร้อมรักษาสิ่งแวดล้อม โดยงดใช้โฟม ลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ลดปริมาณขยะ รณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก  ชมนิทรรศการ “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน”  พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม  ชุด “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ เมืองมรดกโลก แห่งศรัทธา”

ทั้งนี้ ยูเนสโก ได้ประกาศให้ เมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม  ซึ่งถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 4 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 7 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566  จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมงาน “ย้อนอดีตเมืองโบราณศรีเทพ สู่อนาคตแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายน 2567  ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
 

เชียงใหม่-"มช. เชื่อมพลัง โรงพยาบาลลำพูน บูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ โดยมี รากฐากมาจากงานวิจัยในรั้วมหาวิทยาลัย"

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน 2567 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดย อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับโรงพยาบาลประจำจังหวัดอย่างโรงพยาบาลลำพูน เพื่อร่วมกันสร้างความร่วมมือการวิจัยและพัฒนา โดยมุ่งนำองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี งานวิจัยและนวัตกรรมภายใน มช. ไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ ผ่านการถ่ายทอดและบูรณาการความรู้สู่การใช้งานจริง โดยมี รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และ แพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน กล่าวรายงาน จากนั้น จึงเป็นการร่วมลงนามฯ ของทั้งสองฝ่ายร่วมกัน พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติกล่าวแสดงความยินดี และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว อีกทั้งผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ NSP Exhibition Hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)

ผศ.ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดี มช. กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี งานวิจัยและนวัตกรรมของ มช. สู่การประยุกต์ใช้ในระบบการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ โดยหวังให้เกิดการบูรณาการและพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นรากฐานในการการสร้างเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อวงการทางการแพทย์และยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข ตลอดจนขยายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยแก่ประชาชนทั่วไปได้อย่างกว้างขวางต่อไป

ด้าน แพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน กล่าวว่า โรงพยาบาลลำพูนให้ความสำคัญกับสิทธิและการเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อหาโซลูชั่นที่จะช่วยยกระดับระบบการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนที่ครบวงจร อันสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล คือ "โรงพยาบาลคุณภาพคู่ใจประชาชน" ซึ่งการสร้างความร่วมมือกับมช. ในครั้งนี้ ได้มีการนำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีรากฐานมาจากการวิจัยและการศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการของโรงพยาบาล โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งการประยุกต์ใช้ในการให้บริการ อาทิ การนำนวัตกรรมพลาสมาอากาศรักษาแผลเรื้อรังมาทดลองใช้ โดยเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาแผล และช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งการนำนวัตกรรมดังกล่าว มาใช้จะช่วยปรับปรุงการบริการของโรงพยาบาล นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังคาดว่าในอนาคตจะสามารถขยายผลการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูน ได้เข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) เผยว่า การลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลลำพูนในครั้งนี้ สะท้อนถึงนโยบายของ มช. ในการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย เครื่องมือวิจัย องค์ความรู้ และงานวิจัยต่าง ๆ ให้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง ไม่เพียงแค่ในระดับการศึกษา แต่ครอบคลุมถึงการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ ทั้งพัฒนาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยปัจจุบันได้มีการนำร่องด้วยการนำนวัตกรรมพลาสมาอากาศรักษาแผลเรื้อรัง ผลงงานวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มช. ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรียดื้อยา และกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ อีกทั้งช่วยลดระยะเวลาในการรักษาแผล ผู้ป่วยกลุ่มเรื้อรังและผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสามารถช่วยร่นระยะเวลาของแผลปิดได้เร็วขึ้นอย่างน้อย 50 วันเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะเวลาแผลปิดด้วยวิธีการโดยทั่วไป ที่ทดลองการใช้งานในโรงพยาบาลลำพูนอีกด้วย

นภาพร/เชียงใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top