Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'รสนา' พร้อมยกพลขอบคุณ 'พีระพันธุ์' ถึงทำเนียบ ถ้าราคา LPG ครัวเรือนต่ำสุดที่ 219 บาท ต่อ 15 กก.ได้จริง

(29 ธ.ค. 66) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ข่าวเชียร์พีระพันธุ์สอนมวยก้าวไกลตอบกระทู้ในสภาว่าครัวเรือนได้ค่าก๊าซหุงต้มต่ำสุดที่ถังละ 219 บาท แต่ราคาจริงยังอยู่ที่ 495.75 บาท/ถัง

ดิฉันได้ดูคลิปที่มีคนทำขึ้นมาเชียร์รมว.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สอนมวยก้าวไกลในการตอบกระทู้เรื่องพลังงานในรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ว่าคำถามเรื่องพลังงานของก้าวไกลล้าสมัยหมดแล้ว โดยระบุมีมติ กพช. เรื่องการจัดสรรราคาก๊าซจากอ่าวไทยใหม่แล้ว เมื่อ 7 ธันวาคม 2566 ว่าปิโตรเคมีได้ใช้ก๊าซในราคา 362 บาทเท่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่น (ไม่ได้ระบุว่าราคาต่อหน่วยอะไร)

ส่วนประชาชนในครัวเรือนได้ใช้ LPG เป็นก๊าซหุงต้มในราคาถูกที่สุด ที่ราคา 219 บาท ท่านไม่ได้ระบุเช่นกันว่า 219 บาทเป็นราคาต่อหน่วยอะไร

ดิฉันอนุมานว่า 219 บาทน่าจะเป็นราคาก๊าซหุงต้มต่อถัง 15 กิโลกรัมจากโรงแยกก๊าซที่ยังไม่ได้บวกภาษี และค่าการตลาด เมื่อสันนิษฐานเช่นนี้ แสดงว่าก๊าซหุงต้มราคาต่อกิโลกรัมคือ 14.60 บาท

แต่เมื่อมาดูตารางราคาก๊าซ LPG ในโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มในตารางส้มของวันนี้ (วันที่ 28 ธันวาคม 2566) จะพบว่าราคาเนื้อก๊าซหน้าโรงแยก ที่ยังไม่ได้รวมภาษี และค่าการตลาด ราคายังอยู่ที่กิโลกรัมละ 25.7135 บาท ซึ่งตัวเลขยังไม่ได้ปรับลดลงเป็นกิโลกรัมละ 14.60 บาท (219 บาท/15 กิโลกรัม) ตามที่ท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ในสภา

ราคาก๊าซในตารางส้ม เนื้อก๊าซหน้าโรงแยก ราคากิโลกรัมละ 25.7135 บาท เมื่อบวกภาษี ค่าการตลาด และเอากองทุนน้ำมันมาชดเชยราคา - 7.1826 บาท ทำให้ราคาเนื้อก๊าซปลายทางมีราคากิโลกรัมละ 25.87 บาท ถ้าไม่เอากองทุนฯ มาอุ้มราคา 7.1826 บาท ราคาก๊าซหุงต้มขายปลีกจะมีราคากิโลกรัมละ 33.0526 บาท เมื่อคำนวณราคาต่อถัง 15 กิโลกรัม ราคาขายปลีกจริงคือ 495.789 บาท

ถ้าราคา LPG สำหรับครัวเรือนตามที่ท่านพีระพันธุ์พูดว่าจะได้ราคาต่ำสุดที่ 219 บาทนั้น หากการอนุมานของดิฉันถูกต้อง ราคาเนื้อก๊าซหุงต้มจะเป็นราคากิโลกรัมละ 14.60 บาท เมื่อรวมภาษีและค่าการตลาดแล้วจะเป็นราคากิโลกรัมละ 21.65 บาท ราคาต่อถัง 15 กิโลกรัมจะมีราคาเพียง 324.75 บาท ถูกกว่าราคาปัจจุบันที่ 495.75 บาท/ถัง และไม่ต้องใช้กองทุนน้ำมันมาอุ้มราคา และถูกกว่าราคาที่รัฐบาลจะตรึงราคาที่ถังละ 423 บาทไปถึง เดือนมีนาคม 2567 อีกด้วย

ดิฉันต้องขอให้ท่านรัฐมนตรีกรุณาตอบคำถามให้ชัดเจนว่าตัวเลขที่ท่านบอกว่าครัวเรือนจะได้ใช้ก๊าซอ่าวไทยถูกที่สุดในราคา 219 บาทนั้น เป็นไปที่ดิฉันคำนวณหรือไม่ หากไม่ใช่ ก็ขอให้ท่านกรุณาตอบให้ดิฉันได้ทราบว่าก๊าซหุงต้มตามตัวเลขที่ท่านตอบกระทู้ในสภานั้น จะมีราคาขายปลีกเท่าไหร่กันแน่ ?

ขอคำตอบชัด ๆ ให้กับกระทู้นอกสภาของดิฉันด้วย !!

ถ้าท่านรัฐมนตรีสามารถทำให้ครัวเรือนได้ใช้ก๊าซหุงต้มราคาหน้าโรงแยกที่ 219 บาท/15 กิโลกรัมได้จริง จะถือว่าท่านได้ทำการแก้ไขต้นทุนก๊าซหุงต้มที่เป็นธรรมต่อประชาชนอย่างแท้จริง และถ้าท่านทำได้จริงตามที่พูด ดิฉันจะเชิญชวนประชาชนไปร่วมขอบคุณท่านรัฐมนตรีถึงทำเนียบรัฐบาลเลยทีเดียว 

เปิดใช้รถไฟฟ้า ‘เหลือง-ชมพู’ ส่วน ‘ม่วง-แดง’ ราคาเดียว 20 บาทตลอดสาย

‘รถไฟฟ้า’ ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญสำหรับการเดินทางของคนในกรุงเทพฯ ซึ่งก็มีบริการหลากสาย หลากสี เชื่อมต่อการเดินทางให้เกิดความสะดวกสบาย ทั้ง BTS MRT และ Airport Rail Link ซึ่งในปี 2566 นี้ มีรถไฟฟ้า 2 สายด้วยกันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการ

สายแรกคือ ‘สายสีเหลือง’ หรือที่มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า ‘น้องเยลโล่’ ให้บริการช่วงสถานีลาดพร้าว-สถานีสำโรง จำนวน 23 สถานี ระยะทาง 30.4 กม. เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรี 13 สถานี (แยกลำสาลี-สำโรง) เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 66 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ทั้ง 23 สถานี (ลาดพร้าว-สำโรง) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา

โดยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ได้ เช่น เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าว / เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีสำโรง / เชื่อมสายสีส้ม สถานีลำสาลี และเชื่อมต่อรถไฟฟ้าแอร์ลิงก์ สถานีหัวหมาก

สายต่อมาคือ ‘สายสีชมพู’ หรือที่หลายคนเรียกว่า ‘น้องนมเย็น’ ให้บริการช่วงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี จำนวน 30 สถานี เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรีเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 66 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 66 ที่ผ่านมา

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ได้ เช่น เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี / เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่สถานีหลักสี่ / รถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และในอนาคตเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่สถานีมีนบุรี

นอกจากนี้ยังมี รถไฟฟ้า ‘สายสีส้ม’ ส่วนตะวันออก ให้บริการช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จำนวน 17 สถานี ระยะทาง 22.57 กม. ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% แต่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากสัญญาเดินรถได้รวมอยู่กับสัญญาการจัดหาเอกชนร่วมลงทุนเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และก่อสร้างงานโยธาส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ

โดยปัจจุบันแม้จะมีการเปิดประกวดราคาและได้ตัวเอกชนผู้ยื่นข้อเสนอดีสุดแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงนามสัญญาร่วมลงทุนได้ เนื่องจากปัจจุบันโครงการนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองกลาง กรณีที่มีเอกชนยื่นฟ้องเกี่ยวกับข้อกำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือกเอกชน ส่งผลให้โครงการดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่คาดการณ์ว่าจะเปิดใช้เร็วที่สุดในปี 2569

และแน่นอนว่า นอกจากจะมีการเปิดใช้รถไฟฟ้าทั้งสีเหลืองและชมพู ที่ทำให้การเดินทางครอบคลุมทุกพื้นที่มากยิ่งขึ้น เรื่องการเก็บค่าบริการที่ประชาชนเข้าถึงง่ายก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่รัฐบาลมุ่งมั่นทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนให้ได้มากที่สุด

โดยเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 66 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีแดงและสีม่วงเป็นราคาสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย โดยมีเงื่อนไขดังนี้

กรณีเดินทางข้ามสาย ระหว่าง ‘สายสีแดง-สายสีม่วง’ จะต้องแตะเข้า-ออก และจ่ายค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless หรือบัตรเครดิต-บัตรเดบิตเท่านั้น โดยบัตรที่สามารถใช้งานได้ มีดังนี้

-บัตรเครดิต : รองรับทุกธนาคาร ที่มีสัญลักษณ์ วีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (Mastercard)
-บัตรเดบิต : รองรับเฉพาะบัตรเดบิตของธนาคารกรุงไทย และธนาคารยูโอบี
-บัตรพรีเพด : รองรับทุกธนาคาร ที่มีสัญลักษณ์ วีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) เช่น บัตร Travel Card บัตร Play ของเป๋าตังเปย์

ทั้งนี้ จะต้องใช้บัตรใบเดียวกันในการแตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า เพื่อรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย

สำหรับรายละเอียดการคิดค่าโดยสาร และการใช้บัตรเครดิต-บัตรเดบิต เพื่อรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย กรณีเดินทางข้ามสาย มีดังนี้

1. อัตราค่าโดยสาร กรณีเดินทางข้ามสายระหว่างรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สูงสุดไม่เกิน 20 บาท เริ่มให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น.

2. ผู้โดยสารที่เดินทางข้ามสายผ่านระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ต้องใช้บัตรเครดิต Mastercard และ Visa ของทุกธนาคาร หรือบัตรเดบิต Mastercard และ Visa ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารยูโอบี เข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า ที่ทางเข้า-ออก (Gate) ระบบรถไฟฟ้าที่รองรับการใช้งานระบบ EMV Contactless โดยไม่รับเงินสด หรือระบบตั๋วโดยสารของแต่ละผู้ให้บริการรถไฟฟ้า

3. การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะต้องเปลี่ยนสถานีที่ ‘สถานีบางซ่อน’ เท่านั้น

4. ผู้โดยสารที่เดินทางข้ามสายระหว่างระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง กับรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง จะต้องเดินทางข้ามระบบภายใน 30 นาที และใช้บัตรใบเดียวกัน หากเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด จะคิดตามอัตราค่าโดยสารสูงสุดคือ 42 บาท

ทั้งนี้ ผู้โดยสารควรมีเงินสำรองภายในบัตร ไม่ต่ำกว่า 40 บาท เพื่อรองรับการเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารผ่านบัตร EMV Contactless จากทางธนาคาร โดยหากการเดินทางเข้าเงื่อนไขตามนโยบายอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 20 บาท ธนาคารจะดำเนินการ Cash Back กลับเข้าบัตรให้ภายใน 3 วัน

#เหตุการณ์ที่ต้องจำ

‘นายกฯ’ เกาะติด ‘น้ำท่วมชายแดนใต้’ กำชับทุกหน่วยช่วย ปชช.ให้ทั่วถึง ยัน!! รัฐบาลพร้อมฟื้นฟู-เยียวยาทันที ขอบคุณ จนท.ที่ทำงานเต็มกำลัง

(29 ธ.ค. 66) น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามและรับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ขณะนี้ มวลน้ำไหลไปที่จังหวัดปัตตานีแล้ว ทำให้จังหวัดมีน้ำท่วมสูง โดยนายกฯ ยังเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย โดยสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนในเรื่องอาหาร น้ำ ของใช้จำเป็น และยา กำชับให้ช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และในพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนออกมาไม่ได้ อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน

“นายกฯ ย้ำเรื่องการเตือนภัยและอพยพประชาชน หากจำเป็นก็ต้องทำ ส่วนเรื่องการเยียวยา ให้ความมั่นใจ ประชาชนทุกคนที่ประสบภัยจะได้รับการเยียวยา ฟื้นฟูทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทุกหน่วยงานที่ทุ่มเท เสียสละเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย”

‘เพื่อไทย’ ดับร้อน!! โยก ‘รองตุ๋ย’ คุมยุติธรรม ขยับ ‘รองสมศักดิ์’ แบ่งเบางาน ‘รองอ้วน’

ปริศนาส่งท้ายปีกระต่ายสลายขั้วที่ยังฟันธงกันไม่สะเด็ดน้ำก็คือ กรณีท่านนายกฯ สูงยาวถุงเท้าแดงของ ‘เล็ก เลียบด่วน’ หรือ เศรษฐา ทวีสิน ลงนามคำสั่งวันที่ 25 ธ.ค. 66 โยกย้ายสลับงานรองนายกฯ 3 คน ให้รองตุ๋ย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ไปกำกับดูแลงานกระทรวงยุติธรรม แทนสมศักดิ์ เทพสุทิน ส่วน รองสมศักดิ์นั้น ได้รับมอบหมายให้ไปกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข แทนภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ เจ้าของฉายา ‘รองกอง’ งานอะไร ๆ ต่อมิอะไรก็โยนมาให้ท่านลองกอง เอ๊ย! รองกอง

นี่ล่าสุดนายกฯ โยนตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 มาให้อีก...ก็ขอเตือนท่านรองกองว่าอย่าล้อเล่นกับกฎหมายงบประมาณน่ะครับ...โปรดพกยาหอมยาดมไปเยอะ ๆ นะครับ

กลับมาที่เรื่องกระทรวงยุติธรรม ทำไมต้องเด้งสมศักดิ์แล้วหันไปใช้บริการพีระพันธุ์...ส่วนใหญ่ฟันธงกันว่าเป็นเพราะสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์แบบอัดยับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ว่าล้มเหลวในการทำงาน การชี้แจงเรื่องระเบียบราชทัณฑ์...คุกนอกเรือนจำ เลยโดนโยก…

มีคำถามว่า..อ้าว! คำสั่งนายกฯ ลงวันที่ 25 ธ.ค.นะ แต่ท่านสมศักดิ์พูดวันที่ 26 ธ.ค.น่ะ...ฝ่ายที่เชื่อว่าถูกโยกเพราะเรื่องนี้ก็อธิบายว่า เรื่องวันที่ลงนามคำสั่งนั้นจะลงวันที่เท่าไหร่ก็ได้..แต่เอาเป็นว่าเรื่องนี้นายกฯ ไปกระซิบบอกรองตุ๋ย พีระพันธุ์ให้รับทราบตอนเลิกประชุมครม.วันที่ 26 ธ.ค.แล้ว

การสับขาหลอกลงวันที่ 25 ธ.ค.จึงนับว่าเนียน…

อย่างไรก็ตาม ‘เล็ก เลียบด่วน’ ไม่เชื่อว่าเหตุผลโยกสมศักดิ์ออกจากการดูแลกระทรวงยุติธรรม จะเป็นเพราะสมศักดิ์เริ่ม ‘โอเวอร์ แอ็กชัน’ เท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลสำคัญอื่น ๆ ดังนี้

1.การโยกสมศักดิ์ไปดูกระทรวง สธ. แทนภูมิธรรม เป็นการลดโหลดงานรองอ้วนได้อย่างลงตัว อีกทั้งระยะหลัง ๆ พบว่าสมศักดิ์กับ ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร ที่ไปมีบทบาทเรื่องสุขภาพแห่งชาติ ประสานการทำงานกันได้ดี

2.การโยกสมศักดิ์ออก และเอาพีระพันธุ์เสียบแทน เป็นการลดความเป็น ‘ตำบลกระสุนตก’ ของพรรคเพื่อไทยได้ไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาสมศักดิ์ถูกมองว่าทำเรื่องกฎหมาย กฎกระทรวง เพื่อรองรับวีไอพีชั้น 14

2.1 พีระพันธุ์เป็นนักกฎหมาย เป็นอดีตรมว.ยุติธรรมมาก่อน ภาพลักษณ์ดูตรงไปตรงมา น่าเชื่อถือ จากนี้ไป ‘เผือกร้อน’ ก็จะตกอยู่กับมืออาชีพ

2.2 พีระพันธุ์รู้จักและสามารถพูดคุยกับกลุ่มต่าง ๆ ที่กำลังขับเคลื่อนกรณีนักโทษเทวดาให้เป็นนักโทษธรรมดา..น่าจะหาจุดรอมชอม ลงตัวกันได้โดยไม่เสียหลักการของทุกฝ่าย

2.3 พีระพันธุ์รู้ดีถึงบริบทของบ้านเมืองยุคสลายขั้ว พีระพันธุ์เป็นเพื่อนกับ ‘บิ๊กแดง’ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รู้อุณหภูมิบ้านเมือง ทิศทางลม...เขาคงไม่สุดโต่งถึงขั้นจะทำภารกิจลับแบบ ‘ทักษิณโมเดล’ ในกรณียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่อาจจะมีภารกิจลึกในเชิงกฎหมายที่เขาอาจให้คำแนะนำได้..!!

3. การมอบหมายงานกระทรวงยุติธรรม พร้อมกับตำแหน่งประธานบอร์ดอีก 4 บอร์ด เช่น ประธานกรรมการปราบปรามยาเสพติด ฯลฯ อาจมีเป้าประสงค์แอบแฝงเพื่อลดความร้อนแรงการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานที่เขากำลังทำ อันนี้อาจมีส่วนบ้าง แต่ฟันธงว่าพีระพันธุ์ไม่ยอม…

สรุปสุดท้ายประสา ‘เล็ก เลียบด่วน’ ก็ต้องบอกว่างานนี้พรรคเพื่อไทยขอใช้บริการ’ รองตุ๋ย’ นัยว่า..ดีลลับพิเศษเรื่องการสลายขั้ว การปรองดองสมานฉันท์ ยังไม่จบ ต้องเดินหน้าต่อไป

มองแบบโลกสวยนิดก็ต้องบอกว่ารองตุ๋ยอาจทำให้กระบวนการยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ กลับมาเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิม!! 

สวัสดี

เรื่อง: เล็ก เลียบด่วน

‘YG Ent.’ เผย 4 สาว BLACKPINK ไม่ต่อสัญญาเดี่ยว แต่ต่อสัญญาสำหรับทำกิจกรรมในนามวงเท่านั้น

(29 ธ.ค. 66) สำนักข่าวเกาหลีได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า YG Entertainment กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “สวัสดี นี่คือ YG Entertainment เมื่อเร็ว ๆ นี้ YG ได้ลงนามในสัญญาขยายเวลาสำหรับกิจกรรมกลุ่มของ BLACKPINK และเราได้ตกลงกันที่จะไม่ดำเนินการทำสัญญาแยกต่างหากสำหรับกิจกรรมเดี่ยวของแต่ละเมมเบอร์ เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของ Blackpink และเราจะสนับสนุนกิจกรรมส่วนบุคคลของสมาชิกอย่างอบอุ่น”

ทั้งนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน สาวเจนนี่ หนึ่งในสมาชิกก็เพิ่งคอนเฟิร์มด้วยตัวเองว่าเธอนั้น ขึ้นแท่น CEO เปิดค่ายตัวเอง ชื่อ ‘ODD ATELIER’ โดยแจ้งข่าวให้แฟน ๆ ได้ทราบว่า “สวัสดี นี่คือ เจนนี่ ปีนี้เต็มไปด้วยความสำเร็จมากมาย

และฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับความรักทั้งหมดที่ฉันได้รับ ฉันยังตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในขณะนี้ฉันได้เริ่มต้นการเดินทางในฐานะศิลปินเดี่ยว (โซโล่) ในปี 2024 กับบริษัทที่ฉันก่อตั้งชื่อว่า OA โปรดแสดงความรักอย่างมากมายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของฉันกับ OA (ODD ATELIER) และแน่นอน BLACKPINK ด้วย ขอบคุณ”

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการ “ของขวัญปีใหม่”พ.ศ.2567 ให้แก่ประชาชน และข้าราชการตำรวจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน และเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ในโอกาสเทศกาลสำคัญประจำปี 2567 และเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 14/2567

วันที่ 28 ธ.ค.66 เวลา 10.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “ของขวัญปีใหม่” พ.ศ. 2567 โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับ ในปี พ.ศ.2567 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบของขวัญแก่พี่น้องประชาชน และข้าราชการตำรวจ ตามนโยบายรัฐบาล จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 

1. โครงการแอปพลิเคชันป้องกันการหลอกหลวง “Protect U” โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นในการแจ้งเตือนภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งการเตือนหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้า รวมถึงข้อความที่มีลิงค์ที่ไม่ปลอดภัย เพื่อเป็นการป้องกันมิให้หลงตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ รวมถึงเป็นช่องทางในการอำนวยความสะดวกในการประสานแจ้งขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งความกรณีหลงตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ 

โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก www.thaipoliceonline.com, www.เช็คก่อน.com และ www.ฉลาดโอน.com

2. โครงการพัฒนาช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Channel) โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซึ่งเป็นโครงการในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ
ชาวต่างประเทศในการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย โดยการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้
เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการ อีกทั้งเพื่อเป็นการแบ่งเบาภารกิจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 

3. โครงการ Police Wellness โดยสำนักงานกำลังพล ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และแบ่งเบาภาระของข้าราชการตำรวจ โดยมอบสวัสดิการด้านส่วนลดในการเข้าใช้บริการที่พักสถานตากอากาศ ประกอบด้วย 1. ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ The Cop Seminar & Resort ต.บางละมุง อ.บางละมุงจ.ชลบุรี  2. ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ (ค่ายพระราม 6) Sea Sand Sun ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยคิดอัตราห้องพัก ในอัตราเดียวกับข้าราชการตำรวจ            

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการเปิดโครงการนิทรรศการของขวัญปีใหม่ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 14/2566 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านต่าง ๆ

โรงพยาบาลตำรวจ จัดกิจกรรม 'สุขภาพดี ส่งสุข สู่ภูมิลำเนา' มอบความสุขให้ผู้เดินทางช่วงปีใหม่

โรงพยาบาลตำรวจ จัดกิจกรรม "สุขภาพดี ส่งสุข สู่ภูมิลำเนา" จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจความพร้อมสุขภาพก่อนเดินทาง เพื่อมอบความสุข ความอุ่นใจให้กับประชาชน ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 

วันพฤหัสบดีที่ 28  ธันวาคม 2566 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน ผู้บังคับการอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.หญิง คนึงนิจ สิงห์ไกร พยาบาล (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.หญิง ทัศนีย์ รวีภควัต นายแพทย์ (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลตำรวจ และ พ.ต.อ.ณัฐพล ปิตะนีละบุตร นายแพทย์ (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมโครงการ "ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน" ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งปีนี้ โรงพยาบาลตำรวจร่วมจัดกิจกรรม "สุขภาพดี ส่งสุข สู่ภูมิลำเนา" นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจความพร้อมสุขภาพก่อนการเดินทาง ให้พนักงานขับรถ และประชาชนที่มาใช้บริการ อาทิ

-ตรวจโรคทั่วไปวัดความดัน วัดไข้

-ตรวจคัดกรองผู้มีภาวะเสี่ยงติดเชื้อโควิด (ตรวจ ATK)

-แจกพิมเสนน้ำ

-แจกยาสามัญประจำบ้าน

-มอบความสุขด้วยเสียงดนตรีโดยวงดนตรี PGH Band

นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ยังมอบยาและตู้ยาสามัญประจำบ้าน ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีนายสุขใจ เจริญผล รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านแผนพัฒนาฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ เป็นผู้รับมอบ

การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้สร้างความยินดีให้กับผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก โดยให้ความสนใจมาใช้บริการกว่า 80 ราย พร้อมขอบคุณนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่มาให้บริการตรวจสุขภาพในครั้งนี้ 

จากการตรวจร่างกาย พบผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ มีอาการปวดศรีษะ เป็นไข้ ปวดตามกล้ามเนื้อ และมีภาวะความดันสูง ซึ่งแพทย์ให้การรักษาให้ยาลดอาการในเบื้องต้น พร้อมแนะนำวิธีการบรรเทาโรค 

พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์  นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า โรงพยาบาลตำรวจ ให้ความสำคัญเรื่องความพร้อมของสุขภาพก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยว ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ จึงนำทีมแพทย์มาให้บริการตรวจสุขภาพ และแจกยาที่จำเป็นต่อการเดินทาง เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ผู้เดินทางทุกคน เดินทางไป-กลับอย่างปลอดภัย 

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"

พระราชทานเพลิงศพ 'ตำรวจธาตุพนม' อย่างสมเกียรติ หลังเสียชีวิตจากการเข้าระงับเหตุชายคลั่งก่อเหตุใช้มีดแทงตำรวจเสียชีวิต

เมื่อวานนี้ 28 ธ.ค.66) เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 พร้อม คุณสุทธาสินี สงวนโภคัย ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ท.อิสราวุฒิ  โกพลรัตน์ รอง สว.(ป) สภ.ธาตุพน จ.นครพนม ณ เมรุวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังเข้าระงับเหตุ นายอานุเดช ผู้ป่วยจิตเวชซึ่งมีอาการประสาทหลอนและคลุ้มคลั่งภายในบ้านพักหมู่บ้านโชคอำนวย ระหว่างนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดทำร้าย ร.ต.ท.อิสราวุฒิ จนเสียชีวิต โดยพิธีพระราชทานเพลิงศพถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางข้าราชการตำรวจและผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก

โดยเบื้องต้นครอบครัวของ ร.ต.ท.อิสราวุฒิ  โกพลรัตน์ จะได้รับสำหรับสิทธิประโยชน์ และบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษเบื้องต้น ดังนี้ 
-  ช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เงินช่วยเหลือจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ
- กองทุนสวัสดิการ ช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตฯ ภ.4 
-  กองทุน พล.ต.อ.สันติ เพ็ญสูตร พ.ศ.2553
-  มูลนิธิบุญยะจินดา เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว ว่าด้วยการสงเคราะห์ ข้าราชการตำรวจและครอบครัว พ.ศ.2548
-  มูลนิธิ พล.ต.อ.บุญทิน วงศ์รักมิตร 
- มูลนิธิตำรวจภูธรภาค 4
- กองทุนตำรวจอีสาน   
-  และเงินสิทธิประโยชน์ช่วยเหลืออื่น ๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้านบาท

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวไปแล้วส่วนหนึ่ง พร้อมทั้งให้กำลังใจและแสดงความเสียใจแก่ครอบครัว ร.ต.ท.อิสราวุฒิ สำหรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับต่อไปหลังจากนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 4 จะดูแลสวัสดิการต่าง ๆ แก่ครอบครัวของนายตำรวจที่เสียสละชีวิตอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ หากผู้เสียชีวิตมีทายาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการบรรจุให้เข้ารับราชการตำรวจ เมื่อสำเร็จการศึกษาตามที่เงื่อนไขได้กำหนดไว้ 

‘สรรพากร’ สั่งเข้ม!! ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งข้อมูลรายได้ร้านค้าออนไลน์ เริ่ม 1 ม.ค.67

(29 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2566 เกี่ยวกับภาษีเงินได้ เรื่อง การกำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจัดทำบัญชีพิเศษ เพื่อนำส่งข้อมูลรายรับของผู้ประกอบการให้กับกรมสรรพากร โดยจะมีผลบังคับใช้กับข้อมูลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป

โดยกำหนดเงื่อนไขดังนี้ ให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในไทย และมีหรือเคยมีรายได้ในรอบบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องทำบัญชีพิเศษ หรือ บัญชีที่แสดงข้อมูลรายรับของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่ได้รับจากผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าหรือบริการบนแพลตฟอร์ม โดยต้องนำส่งไปให้กรมสรรพากร ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

นอกจากนี้ จะต้องมีการเชื่อมและนำส่งข้อมูล ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสรรพากรด้วย สำหรับแพลตฟอร์มที่ให้บริการในไทยมีจำนวนมาก อาทิ ธุรกิจ e-Commerce, บริการส่งอาหารและสินค้า อาทิ Shopee, Lazada, Line Man, Grab, Tiktok เป็นต้น

‘CNN’ เลือก ‘วัดอรุณ’ เป็นหนึ่งในจุดถ่ายทอดสดเคาท์ดาวน์ทั่วโลก ขึ้นแท่นแลนด์มาร์กสำคัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567

(29 ธ.ค. 66) ‘CNN International’ ได้ประกาศเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วย ‘New Year’s Eve Live’ การถ่ายทอดสดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ทั่วโลก โดยได้เลือก ‘วิจิตรอรุณ’ เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญและตัวแทนกิจกรรมเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งจะถูกถ่ายทอดสดในครั้งนี้ด้วย

สำหรับกิจกรรม ‘วิจิตรอรุณ’ ถือเป็นไฮไลต์ของกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม 2566 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เนรมิตพื้นที่สวนนาคราภิรมย์ กรุงเทพฯ ให้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยภาพความสวยงามของแลนด์มาร์กของประเทศไทย อย่าง ‘พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร’ คู่กับนวัตกรรมแสง สี เสียง และสื่อประสมที่ทันสมัย ผสมผสานการแสดงทางวัฒนธรรม ปิดท้ายด้วยการแสดงพลุที่สวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ยาวต่อเนื่องกว่า 7 นาที

โดยแบ่งเป็น 9 องก์ ประกอบด้วย อรุณรุ่ง / อรุณแห่งศรัทธา / รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย / ดินแดนแห่งความสุข / สยามเมืองยิ้ม / รุ่งอรุณแห่งการท่องเที่ยว / แสงอรุณแห่งอิสระเสรี / เจริญ รุ่งโรจน์ และ แสงอรุณแห่งความเชื่อ ศรัทธา ก้าวหน้า รอยยิ้มสะท้อนสัญญาณแห่งการเริ่มต้นปีศักราชและส่งมอบความสุขต้อนรับปีใหม่ 2567

กิจกรรมนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของบิ๊กอีเวนต์ ‘Thailand  Winter Festivals’ ซึ่งจัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ ประเภท Festival โดยเฉพาะนโยบายของ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่คาดหวังให้ประเทศไทยมีกิจกรรมพิเศษอันจะเป็นที่จดจำ และกลายเป็นหมุดหมายในการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงดึงดูดชาวต่างชาติผ่านแนวคิด ‘Meaningful Relationship’ ให้นักท่องเที่ยวที่เคยมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยแล้วระลึกถึงความทรงจำที่สวยงามของการท่องเที่ยวไทยและอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง

ททท. คาดว่า CNN ได้เลือกวิจิตรอรุณเป็นตัวแทนประเทศไทยสำหรับการถ่ายทอดสดนั้น เป็นเพราะกิจกรรมนี้ ได้นำเสนอความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมประเพณีไทย ร่วมกับสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญ คือ ‘พระปรางค์วัดอรุณ’ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก และยังคาดว่า ‘New Year’s Eve Live’ จะเป็นที่สนใจของผู้รับชม CNN International กว่า 347 ล้านครัวเรือนทั่วโลก เนื่องจากมีการถ่ายทอดสดจากสถานที่เอกลักษณ์สำคัญของโลก ที่เป็นหนึ่งในใจด้านการเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อาทิ เมืองซิดนีย์ กรุงโตเกียว ไปจนถึง ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ททท. จึงมีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่กิจกรรมวิจิตรอรุณและกรุงเทพมหานครได้รับพิจารณาในครั้งนี้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งจะช่วยส่งต่อภาพความสวยงามของวัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวไทย ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในใจ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะจดจำ ประทับใจ และอยากเดินทางมาเยี่ยมเยือนในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top