Friday, 17 July 2026
TheStatesTimes

บสย.จัด The 3rd Town Hall Meeting 2023 ปลุกพลังฮีโร่  เชิดชูเกียรติ “พนักงาน” หัวใจองค์กร

บสย. จัดประชุมพนักงานทุกระดับ The 3rd Town Hall Meeting 2023 ส่งท้ายปี 2566 ภายใต้แนวคิด “TCG MULTIKORN”  “จักรวาล บสย. ” ปลุกพลังฮีโร่ เชิดชูเกียรติ “พนักงาน” หัวใจองค์กร ทำงานหนัก เพื่อ SMEs  ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร ดิจิทัล ช่วย SMEs ก้าวข้ามวิกฤต สู่ความยั่งยืน ย้ำชัดพร้อมขับเคลื่อนแผนนโยบาย 2567 เดินหน้าเต็มสูบ สู่บริบทใหม่ บสย.

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นประธานการประชุมพนักงานทุกระดับ (The 3rd Town Hall Meeting 2023)  กิจกรรมส่งท้ายปี 2566  รูปแบบ Hybrid Meeting ภายใต้แนวคิด  “TCG MULTIKORN” หรือ “จักรวาล บสย.”  โดยมีผู้บริหารระดับสูง และพนักงานทุกระดับ และสำนักงานเขตทั่วประเทศ  กว่า 400 คน ร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุม ชั้น 21 อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566

ภาพรวมผลดำเนินงาน บสย. ปี 2566  ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) การเชื่อมโยงดิจิทัล ระหว่าง บสย. และ พันธมิตรสถาบันการเงิน ช่วยเสริมศักยภาพและสมรรถนะองค์กร ด้านการค้ำประกันสินเชื่อ ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น การอนุมัติค้ำประกันที่รวดเร็ว เชื่อมโยงสอดรับกับแนวทาง SMEs Gateway ความสำเร็จที่ เกิดจากพลังความร่วมมือของ “พนักงาน บสย.”  ที่เป็นหัวใจขององค์กร สู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้วยมุมมองใหม่ในการทำงาน ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรใหม่ ตามค่านิยมองค์กร TCG Fast First ที่ส่งผลด้านยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อกว่า 108,896 ล้านบาท เกินเป้าที่วางไว้  95,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้สินเชื่อ 98,014 ราย (80% ของจำนวนราย SMEs เป็นผู้ประกอบการกลุ่ม Micro) สร้างสินเชื่อในระบบ 119,477 ล้านบาท รักษาการจ้างงานรวม 822, 245 ตำแหน่ง

ความท้าทาย ด้านการบริหารจัดการหนี้ ภายใต้มาตรการ 3 สี ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม และได้รับคำชื่นชมจาก “ลูกหนี้ บสย.” และหน่วยงานผู้กำกับดูแล เป็นโครงการที่เข้ามาตอบโจทย์ความด้านการแก้หนี้อย่างยั่งยืน ช่วยลูกหนี้ก้าวข้ามวิกฤต ซึ่ง บสย. ได้ต่อมาตรการนี้ออกไปอีก 1 ปี เพื่อรักษาลูกหนี้ และช่วยพลิกฟื้นให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง

นอกจากการประกาศผลดำเนินงานแล้ว ผู้บริหารระดับสูงยังได้ชื่นชมกิจกรรมขับเคลื่อนบุคลากรและมอบรางวัลให้บุคลากรต้นแบบตามค่านิยมองค์กร ประจำปี 2566 ด้วย เพื่อยกย่องและเชิดชูบุคลากรที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีตามค่านิยมองค์กร TCG FAST FIRST (T - Think Innovatively, C – Connectivity และ G – Good Governance)  พร้อมแสดงความยินดีกับรางวัลต่างๆ ที่ บสย.  ได้รับในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากการขับเคลื่อนองค์กรที่มาจากพนักงาน บสย.  ได้แก่ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น รางวัลรัฐบาลดิจิทัล รางวัลสำเภานาวาทอง รางวัลองค์กรโปร่งใส  รางวัลเลิศรัฐ  เน้นย้ำแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล ภายใต้นโนบาย “No Gift Policy”

ภายใต้วิสัยทัศน์ การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสให้แก่ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ SMEs’ Gateway ตามพันธกิจหลัก 5 ประการของ บสย. ยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือ SMEs ต่อไปในปีหน้า  คือ 1.พัฒนาศักยภาพ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ทั้งระบบ 2.ผลักดัน SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยนวัตกรรมทางการเงิน 3.เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจครบวงจรสำหรับ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย 4.ยกระดับขีดความสามารถองค์กรเพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากอย่างบูรณการ และ 5.ส่งเสริมการดำเนินงานที่โปร่งใสในทุกระดับองค์กรอย่างยั่งยืน

“ในปี 2567 ความท้าทายจะมีมากกว่าปีนี้  ทั้งเป้าหมายการแก้หนี้นอกระบบตามนโนบายรัฐบาล โครงการพักชำระหนี้ โครงการยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อตามเป้าหมายรัฐบาล โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่ตอบโจทย์ SMEs  โครงการให้คำปรึกษาทางการเงิน SMEs  และ โครงการพัฒนาธุรกิจใหม่ ทั้งหมดนี้คือ การบ้านและโจทย์ใหญ่ที่สำคัญในปีหน้า” นายสิทธิกร กล่าว

‘4 ชาติยุโรป’ ยกระดับความปลอดภัยช่วง ‘คริสต์มาส-ปีใหม่’ หวั่น!! ภัยคุกคามจากก่อการร้าย หลังพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

หลายชาติในยุโรปตรึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยเข้มในช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ เนื่องจากหวั่นภัยก่อการร้าย หลังพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และเกิดเหตุทำร้ายชาวยุโรปในกรุงปารีสก่อนหน้านี้ 

(25 ธ.ค.66) ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า สงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ส่งผลให้ยุโรปเสี่ยงภัยก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปก็ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวและได้หารือถึงการยกระดับการรักษาความปลอดภัย

ต่อมามติชนรายงานว่า ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย และสเปน เป็นหนึ่งในชาติยุโรปที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นขึ้นรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภัยคุกคามจากการก่อการร้าย 

ที่ฝรั่งเศส นายเฌราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีมหาดไทยโพสต์บน X เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม สั่งการให้ตำรวจและสารวัตรทหารเพิ่มการรักษาการณ์ตามโบสถ์ต่างๆ ทั่วประเทศ “เพื่อปกป้องชาวคริสเตียนที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองคริสมาสต์ในเย็นวันนี้และเช้าวันพรุ่งนี้”

ขณะที่ทางการเยอรมนีได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นบริเวณมหาวิหารเมืองโคโลญ โดยนายไมเคิล เอสเซอร์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองโคโลญจ์ แถลงว่า ตำรวจจะทำทุกอย่างเพื่อรับรองความปลอดภัย โดยผู้ที่เดินทางมายังโบสถ์ทุกคนจะถูกตำรวจค้นอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ ตำรวจพร้อมสุนัขดมกลิ่มได้ตรวจค้นหา หลังจากมีรายงานกลุ่มติดอาวุธอิสลามิกมีแผนที่จะก่อเหตุโจมตีโบสถ์ในช่วงวันคริสต์มาสอีฟ หรือช่วงปีใหม่

ที่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย ตำรวจได้เพิ่มการวางกำลังรักษาความปลอดภัยช่วงฉลองเทศกาลคริสต์ โดยตำรวจออสเตรีย ระบุว่า ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายทั่วยุโรปเรียกร้องให้มีการโจมตีงานฉลองของชาวคริสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราววันที่ 24 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงได้เพิ่มมาตรการป้องกันที่สอดคล้องในพื้นที่สาธารณะในกรุงเวียนนาและรัฐต่างๆ

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ตำรวจออสเตรียได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ที่ต้องสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับกองกำลังรัฐอิสลามแห่งโคราซาน ซึ่งแตกหน่อมาจากกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง

‘สุริยะ’ แกะกล่องของขวัญคมนาคมรับปีมังกร จ่อเสนอ ครม.พรุ่งนี้ แบบครบจบทุกการเดินทาง

(25 ธ.ค.66) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเตรียมของขวัญปีใหม่ 2567 เพื่อมอบให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการภายใต้แนวคิด ‘Gifts : คมนาคมส่งความสุข 2567’ ให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวอย่างมีความสุข สะดวก ปลอดภัย ทั้งนี้ กระทรวงฯ เตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบรายละเอียดในวันที่ 26 ธันวาคมนี้

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวคิด ‘Gifts : คมนาคมส่งความสุข 2567’ ซึ่งประกอบด้วย…

G = Gift to People คมนาคมส่งมอบความสุข 
I = Infrastructure for Nation คมนาคมสร้างเส้นทางไทย 
F = Facilitation คมนาคมสะดวก บริการประทับใจ 
T = Tourist Promotion คมนาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว
S = Safety Journey คมนาคมใส่ใจปลอดภัยทุกการเดินทาง

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า G = Gift to People ส่งมอบความสุขด้วยการเปิดให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ทางด่วน และรถไฟฟ้าฟรี ประกอบด้วย มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-บ้านฉาง) และมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษกหรือถนนวงแหวนรอบนอก) และรวมถึงเปิดให้บริการฟรีบนทางพิเศษ (ทางด่วน) บูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 24.00 น. อีกทั้งทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) ศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) และอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2566 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 1 มกราคม 2567 เวลา 24.00 น.

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดค่าผ่านทางดอนเมืองโทลล์เวย์ 5% ให้กับผู้ที่ซื้อคูปองผ่านทาง ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2567 และส่วนลดค่าโดยสาร บขส. 20% ทุกเส้นทางให้กับผู้ที่จองตั๋วรถ บขส. ผ่านช่องทางออนไลน์ของ บขส. ที่เดินทางระหว่างวันที่ 18-22 ธันวาคม 2566 และวันที่ 4-8 มกราคม 2567

นายสุริยะ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาจัดกิจกรรมตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เพื่อให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฟรี กว่า 20 รายการ ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้บริการอาหารเช้ากับผู้โดยสารรถไฟในวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2567 ที่สถานีดอนเมือง และแจกถุงรถไฟรักษ์โลกให้กับผู้ที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สามเสน ดอนเมือง รังสิต มักกะสัน วงเวียนใหญ่ และธนบุรี รวมจำนวน 12,000 ใบ

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า สำหรับ I = Infrastructure for Nation คมนาคมสร้างเส้นทางไทย โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้เปิดให้ใช้บริการมอเตอร์เวย์ฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและลดปัญหาจราจรติดขัด ประกอบด้วย มอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงอำเภอปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 77 กิโลเมตร (กม.) ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป จนกว่าระบบเก็บค่าผ่านทางจะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อแบ่งเบาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ)

นายสุริยะ กล่าวว่า ทั้งนี้ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 จะเปิดให้เข้า-ออก 4 จุด ได้แก่ บนถนนมิตรภาพ บริเวณ อ.ปากช่อง และ อ.สีคิ้ว บนถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา บริเวณ อ.ขามทะเลสอ และบริเวณทางเชื่อมต่อกับทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาด้านตะวันตก และมอเตอร์เวย์ หมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางนครปฐมฝั่งตะวันตก ถึงด่านกาญจนบุรี (จุดสิ้นสุดโครงการ) ระยะทาง 51 กม. ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2566 เวลา 16.30 น. – 3 มกราคม 2567 เวลา 24.00 น. โดยสามารถเข้า - ออกได้ 2 จุด คือ ด่านนครปฐม ฝั่งตะวันตก และด่านสิ้นสุดโครงการที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

นายสุริยะ กล่าวว่า ในส่วนของ F = Facilitation คมนาคมสะดวก บริการประทับใจ ได้จัดให้มีบริการด้านต่าง ๆ ของระบบคมนาคมขนส่ง โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขยายเวลาการเดินรถเมล์ในเขตกรุงเทพฯ ในเส้นทางที่ผ่านสถานที่จัดงานสวดมนต์ข้ามปีและงานเคาน์ดาวน์ เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดสระเกศฯ สนามหลวง วัดเบญจมบพิตร เซ็นทรัลเวิลด์ ไอคอนสยาม เมกาบางนา เอเชียทีค ซีคอนสแควร์ เป็นต้น รวมทั้งเปิดเส้นทางใหม่ 5 เส้นทาง เพื่อรองรับประชาชนที่พักอาศัยในเขตชานเมือง

นายสุริยะ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ขยายเวลาให้บริการรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีแดง ถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2567 รวมถึงเปิดให้บริการบัตร EMV Contactless ที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับสายสีแดง โดยชำระค่าโดยสารร่วม 2 สาย สูงสุดไม่เกิน 20 บาท รวมทั้งเปิดให้บริการรถไฟทางคู่สายใต้ ตั้งแต่สถานีบ้านคูบัว จ.ราชบุรี ถึงสถานีสะพลี จ.ชุมพร และจอดรถฟรีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ตด้วย

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า T = Tourist Promotion คมนาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยกระทรวงฯ ได้ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจและมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ให้เดินทางด้วยความสุขและความประทับใจ ด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ประดับตกแต่งไฟสวยงามบริเวณสะพานภูมิพล 1 และ 2 และสะพานมหาเจษฎา บดินทรานุสรณ์ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2566 - 2 มกราคม 2567 ระหว่างเวลา 19.00 – 22.00 น. รวมทั้งจัดกิจกรรมล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ 27 ธันวาคม 2566 เพื่อเสริมสิริมงคลชีวิตให้กับประชาชน

นายสุริยะ กล่าวว่า สำหรับ S = Safety Journey คมนาคมใส่ใจ ปลอดภัยทุกการเดินทาง ได้เน้นย้ำให้กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชนขั้นสูงสุด ปรับปรุงซ่อมแซมถนนและสะพานให้มีความปลอดภัย สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ไร้หลุมบ่อ ติดตั้งเครื่องหมายจราจร ป้ายเตือนต่าง ๆ ให้ชัดเจน ตรวจสอบความปลอดภัยในการปิดเบี่ยงการจราจรบริเวณพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า

นายสุริยะ กล่าวว่า นอกจากนี้ ติดตั้งอุปกรณ์ไฟส่องสว่างอย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นของผู้ขับขี่ หยุดงานก่อสร้างชั่วคราว และคืนพื้นผิวทางและช่องทางจราจรให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางได้ด้วยความสะดวกปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลระบบคมนาคมขนส่ง ได้ตระหนักถึงความสะดวก ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 และขอส่งความห่วงใย ความปรารถนาดีให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยโดยสวัสดิภาพในทุกการเดินทาง และทุกเส้นทาง

‘4 ค่ายยักษ์จากญี่ปุ่น’ จ่อลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าใน ‘ไทย’ รวมมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท หลัง ‘นายกฯ’ ลุยหารือ

(25 ธ.ค.66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีวิสัยทัศน์และนโยบายให้ความสำคัญกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย-ญี่ปุ่น รวมทั้งร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องสันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการขยายการลงทุนในไทย และขับเคลื่อนให้ไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าหลักในภูมิภาคอาเซียน 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น 7 ราย เมื่อครั้งเดินทางร่วมการประชุม ASEAN-Japan ระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคม 2566 โดยจากการหารืออย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างนายกฯ และบริษัทยานยนต์นี้ ทำให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Thailand Board of Investment (BOI) ได้ข้อสรุปว่าภายในระยะเวลา 5 ปี จะมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น 4 รายที่พร้อมขยายการลงทุนสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ได้แก่ โตโยต้า 5 หมื่นล้านบาท ฮอนด้า 5 หมื่นล้านบาท อีซูซุ 3 หมื่นล้านบาท และมิตซูบิชิ 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้บางบริษัทให้ความเห็นว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตรถกระบะไฟฟ้าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

โดยกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นทั้ง 7 ราย ยืนยันใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลไทยที่จะสนับสนุนค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ลดการปล่อยคาร์บอน ใช้พลังงาน EV และไฮโดรเจน ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นยังได้นำเสนอโมเดลของการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Swapping) สำหรับรถเชิงพาณิชย์ ซึ่งไทยพร้อมส่งเสริมสภาพแวดล้อมการลงทุนให้กับผู้ลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น โดยจะดำเนินการออกมาตรการยกเว้นวีซ่าให้นักธุรกิจญี่ปุ่นที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อติดต่อธุรกิจระยะสั้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นมีส่วนสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในระดับภูมิภาคอาเซียน

ไทยจึงพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นที่ต้องการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งสองประเทศ ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้สู่ความสำเร็จ และประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ” นายชัย กล่าว

โรงพยาบาลตำรวจมอบ 3 ของขวัญปีใหม่ให้ตำรวจ และประชาชน เปิดโครงการ "จิตอาสาดนตรีกล่อมใจ" กลับมาอีกครั้ง ตรวจสุขภาพให้ประชาชน และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ตำรวจ 

วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566 ณ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 2 โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ส่งมอบความสุข 3 ของขวัญปีใหม่ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 

โดยมี พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจนายแพทย์ (สบ 8) รพ.ตร. พล.ต.ท. วัชรินทร์พิภพมงคล นายแพทย์ (สบ 8) รพ.ตร. พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ7) รพ.ตร. พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และ ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ กรรมการสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกิจกรรมด้วย 

โดยฟื้นโครงการ "จิตอาสาดนตรีกล่อมใจ" ภายใต้ชื่อวง "PGH Band" ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะดนตรี เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างสรรค์ จรรโลงใจ ไม่ทำร้ายใคร โดยเฉพาะเสียงเพลงจากดนตรี ที่หากใครได้ยินได้ฟังแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลิน สบายใจ ผ่อนคลายความทุกข์ ความเศร้าหมองที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ป่วย ญาติ และผู้มาใช้บริการ ที่มีความกังวล หรือเครียด 


วง "PGH Band" บรรเลงโดยบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจ ที่มีใจรักในเสียงเพลง มาขับร้องให้ผู้ป่วย ญาติ และผู้มาใช้บริการ ที่ตึกอำนวยการเก่า อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ดารา ศิลปินชื่อดัง ที่ขอเป็นจิตอาสา สับเปลี่ยนมาร่วมขับร้องเพลงส่งความสุขให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งสร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับทุกคน โดยจะบรรเลงเพลงในวันจันทร์ กับ วันพุธ เวลา 10.00 -12.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ

ส่วนเสียงเพลงที่ใช้ขับร้อง เน้นเสียงเพลงเบาๆ ฟังแล้วสบายใจ ใช้ดนตรีน้อยชิ้น เพื่อไม่ให้รบกวนผู้ป่วย และรบกวนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ 

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เชิญชวน ศิลปิน ดารา ประชาชาชนทั่วไป และผู้มีความสามารถทางดนตรี ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการ "จิตอาสาดนตรีกล่อมใจ โรงพยาบาลตำรวจ" ติดต่อร่วมโครงการได้ที่ แฟนเพจ เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลตำรวจ หรือ โทร 02-2076000 เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ป่วย

นอกจากนี้โรงพยาบาลตำรวจยังมอบของขวัญปีใหม่ให้ข้าราชการตำรวจ และประชาชน 3 ชิ้น ด้วยกัน 

คือ 1 ออกตรวจสุขภาพให้ประชาชน  4 จุดสถานีขนส่ง คือ  1 หมอชิต 2 บางซื่อ 3 เอกมัย และ สายใต้ 

โดยที่บางซื่อ และ หมอชิต จะมีทีมแพทย์ประจำจุดออกตรวจ ที่หมอชิต ตรวจวันที่ 22 ธันวาคม และวันที่ 28 ธันวาคม ออกตรวจที่บางซื่อ 

ชิ้นที่ 2 คือ ดนตรีจิตอาสา สร้างความสุขให้ประชาชน 

ชิ้นที่ 3 คือ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ให้ข้าราชการตำรวจที่มีความเสี่ยง และมีผลตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งหมด 50,000  dose 


ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"

#PGH
#โรงพยาบาลตำรวจ
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรและโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ

‘ไทยเบฟ’ พร้อมคณะ มอบทุนสนับสนุน-น้ำดื่มตราพึ่งพา แก่ ‘มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย’ 

(25 ธ.ค.66) คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี และคณะผู้บริหารของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เดินทางมามอบทุนสนับสนุน และน้ำดื่มตราพึ่งพา ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ อาคารที่ทำการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยมีศาสตราจารย์ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และนายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ร่วมกันรับมอบในฐานะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ

 

‘ททท.’ เชิญชวนเขียนคำอวยพรผ่าน ‘จอยการ์ด’ ททท. ส่งมอบความรัก-ความปรารถนาดีให้กันช่วงคริสต์มาส

(25 ธ.ค. 66) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเขียนคำอวยพรผ่าน ‘joycard’ ของ ททท. เพื่อส่งคำอวยพรดี ๆ ให้คนที่รักหรือปรารถนาดี ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งถือเป็นการส่งการ์ดอวยพรในรูปแบบออนไลน์ 

โดยจอยการ์ดของ ททท. จะมี 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ การ์ดรูปวัด การ์ดทะเล และการ์ดรูปช้างไทย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสติกเตอร์สุดน่ารักประกอบในจอยการ์ดได้อีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้ามาเขียนคำอวยพรได้ที่ https://joycard.chom.dev/th มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

1.กรอกข้อความในช่อง ‘หัวเรื่อง’
2.กรอกข้อความอวยพรลงในช่อง ‘ข้อความเนื้อหาจอยการ์ด’
3.เลือกรูปแบบพื้นหลัง
4.เลือกรูปแบบสติกเกอร์
5.กด ‘ดูตัวอย่างจอยการ์ด’
6.กดแชร์ ‘จอยการ์ด’ ไปยังโซเชียลมีเดียช่องทางอื่นๆ ได้ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ (X) หรือสามารถคัดลอกลิงก์และส่งให้เพื่อน ๆ ทางช่องทางโซเชียลที่ต้องการ

เพียงเท่านี้ก็สามารถส่งมอบคำอวยพรดี ๆ น่ารัก ๆ ให้แก่คนที่รักได้แล้ว อย่าลืมไปลองเล่นกันนะ!!

‘EEA’ ชี้ ระดับ ‘มลพิษทางอากาศ’ ในยุโรปยังเสี่ยงสูง แถมคร่าชีวิตคน - ทำให้บางโรคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

(25 ธ.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งยุโรป (EEA) เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เตือนว่าปัจจุบันมลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดในยุโรป โดยความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศในปี 2021 ยังคงสูงเกินระดับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำในแนวปฏิบัติเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ

รายงานระบุว่า การลดมลพิษทางอากาศสู่ระดับตามแนวปฏิบัติข้างต้นจะป้องกันการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหภาพยุโรปมีการเสียชีวิตเนื่องด้วยมลพิษทางอากาศหลัก 3 ประเภท ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก โอโซน และไนโตรเจนไดออกไซด์ มากกว่า 320,000 รายในปี 2021

จำนวนการเสียชีวิตข้างต้นแบ่งเป็นการเสียชีวิตเนื่องด้วยมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ราว 253,000 ราย มลพิษจากไนโตรเจนไดออกไซด์ 52,000 ราย มลพิษจากการสัมผัสโอโซนระยะสั้น 22,000 ราย

อย่างไรก็ดี จำนวนการเสียชีวิตเนื่องด้วยมลพิษทางอากาศทั่วยุโรปในปี 2021 จะสูงแตะ 389,000 ราย หากนับรวมตัวเลขของกลุ่มประเทศยุโรปที่อยู่นอกสหภาพยุโรปด้วย

สำนักงานฯ เสริมว่าการสัมผัสมลพิษทางอากาศทำให้เกิดหรือทำให้บางโรคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหอบหืด และโรคเบาหวาน หากพิจารณาจากการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพฉบับใหม่

26 ธันวาคม พ.ศ. 2547  ครบรอบ 19 ปี ‘สึนามิ’ ถล่มไทย หายนะครั้งรุนแรงจากภัยธรรมชาติ

26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 หรือ วันนี้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว ประเทศไทยต้องเผชิญกับหายนะครั้งรุนแรง จากคลื่นยักษ์ที่เรียกว่า ‘สึนามิ’ ที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 2 แสนราย ใน 14 ประเทศในเอเชีย

เหตุการณ์วิปโยคในครั้งนั้น เริ่มต้นเมื่อเวลา 07.58 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ศูนย์กลางอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากจังหวัดภูเก็ต ประมาณ 580 กิโลเมตร ที่ละติจูด 3.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 95.7 องศาตะวันออก ขนาดความรุนแรง 8.9 ริกเตอร์ ส่งผลกระทบเกือบทุกจังหวัดในภาคใต้ รวมถึงอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร

ในเวลา 08.30 น. เกิดแผ่นดินไหวรู้สึกได้อีกครั้ง ศูนย์กลางอยู่บริเวณรัฐฉาน ประเทศพม่า ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 200 กิโลเมตร ที่ละติจูด 20.76 องศาเหนือ 98.04 องศาตะวันออก มีขนาดประมาณ 6.4 ริกเตอร์ ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนในหลายจังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน

แผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางบริเวณเกาะสุมาตรา ที่เกิดขึ้นใต้น้ำ ก่อให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า ‘สึนามิ’ (TSUNAMI) ส่งผลกระทบต่อสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย อาทิ หาดป่าตอง หาดกมลา หาดกะรน รวมถึงหาดในยาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติภูเก็ต รวมถึงประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย อย่างรุนแรง

เหตุการณ์สึนามิถล่มไทย 6 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,400 คน บาดเจ็บกว่า 8,000 คน และสูญหายอีกจำนวนมาก

บ้านเรือนประชาชน รีสอร์ต และโรงแรม ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ถนน มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท

ขณะที่ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากหายนะในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 167,000 ราย หรือใกล้เคียง 200,000 ราย และมีหลายชีวิตมากที่ถูกคลื่นกลืนหายไปในทะเล ไม่มีทางพบร่าง นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดของอินโดนีเซีย รวมถึงไทย ศรีลังกา อินเดีย และอีกหลายชาติ รวม 14 ประเทศ

บช.ปส. เปิด “ยุทธการสยบไพรีปราบสมุทร (Poseidon 1) ตามแผนปฏิบัติการตามล่า100เครือข่าย ยึดทรัพย์ 140 ล้าน”

ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นการใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มุ่งเน้นในการเร่งรัดดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ เนื่องจากปัญหายาเสพติดอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและเป็นภัยสังคม  

ล่าสุด วันนี้ 26 ธ.ค.66 เวลา 09.00 น.  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ  พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์  หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รอง ผอ.ศอ.ปส., พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. และ พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. ร่วมแถลงเปิด“ยุทธการสยบไพรีปราบสมุทร (Poseidon 1) ตามแผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย” ยึดทรัพย์สินเครือข่ายได้กว่า 140 ล้านบาท 

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.66 เวลาประมาณ 20.00 น. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดย บก.ปส.3, บก.ขส., บก.สกส. และ บก.ปส.1 ได้สืบสวนและจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติขณะกำลังขนยาเสพติดจากรถยนต์กระบะตู้ทึบลงเรือศรีมงคลทรัพย์ ที่บริเวณท่าเรือของบริษัทท่าเรือบางประกงจำกัด ต.บางประกง อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา พบยาเสพติดเป็นไอซ์แพ็กอัดแน่นอยู่ในถุงผลไม้อบแห้งใส่ในกล่อง ๆ ละ 24 ถุง รวมจำนวน 52 กล่อง และคีตามีนบรรจุแพ็กอัดแน่นในถุงชาใส่ในกล่อง ๆ ละ 25 ถุง จำนวน 48 กล่อง รวมน้ำหนักทั้งหมดประมาณ 2,200 กก. พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งบนเรือและบนท่าเรือ จำนวน 14 คน จากพฤติกรรมที่พบขณะจับกุมและการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว พบผู้ร่วมกระทำความผิดขณะเกิดเหตุ จำนวน 6 คน แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1)กลุ่มขับรถยนต์ลำเลียง รวม 3 คน จับกุม 2 คน หลบหนีไป 1 คน  2) กลุ่มการ์ดบนเรือ จำนวน 3 คน จับกุมได้ 2 คน หลบหนีไป 1 คน ในส่วนคนที่เหลืออีก 8 คนในที่เกิดเหตุนั้น จากการสอบสวนแล้วทำหน้าที่เป็นกัปตันเรือ ลูกเรือและช่างซ่อมเรือ มีหลักฐานการรับจ้างทำงานถูกต้อง ยังไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

วันที่ 7 ธ.ค.66 จากการขยายผล พนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญา และศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดจำนวน 3 คน ได้แก่ นายชานนท์ฯ หัวหน้าทีมขับรถยนต์ลำเลียง, นายศิริทรัพย์ฯ ทีมการ์ดบนเรือ (ต่อมานายศิริทรัพย์ได้เข้ามามอบตัวแล้ว) และผู้สั่งการคือนายชาญชัยฯ หรือกัปตันตุ้ย อดีตกัปตันเรือเรือที่มีชื่อเสียงระดับท็อปของประเทศไทย ที่ผันตัวมาเปิดบริษัทเดินเรือ โดยเป็นผู้บริหารจัดการลำเลียงยาเสพติดทางเรือ ครั้งนี้ได้เช่าเรือศรีมงคลทรัพย์ไปส่งยาเสพติดในน่านน้ำสากลและพบว่าเคยมีการลักลอบลำเลียงมาแล้วถึง 7 ครั้ง ในช่วงเดือน มิ.ย.-ธ.ค.66 โดยอ้างว่ามี “พ่อเลี้ยง” เป็นคนสั่งการใหญ่ที่จะเป็นผู้สั่งการนายชาญชัยฯ และทีมงานทั้งหมดนี้ และออกหมายจับนายอนุรุตฯ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญอีกคนหนึ่ง โดยเป็นลูกน้องของนายชาญชัยฯ ทำหน้าที่ในการประสานงานกับหัวหน้าการ์ดบนเรือ รวมทั้งกับพ่อเลี้ยงและนายชาญชัยฯ

ต่อมาในห้วงวันที่ 9 - 20 ธ.ค.66 บก.ปส.3, บก.ขส.และสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกันเปิด “ยุทธการสยบไพรีปราบสมุทร(Poseidon 1) ภายใต้แผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย” เพื่อปิดล้อมตรวจค้นจับกุม รวบรวมพยานหลักฐานและยึดทรัพย์ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3 คน มีเป้าหมายจุดปิดล้อมจำนวน 10 จุด ผลการปฏิบัติ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 คนคือนายอนุรุตฯ และยึดทรัพย์สินของนายชาญชัยฯ กับพวกทั้งหมด มีทั้งที่ดินและกิจการของนายชาญชัยฯ เช่น ร้านอาหารตำทะลวงและกิจการเดินเรือและกิจการอื่น ๆ เงินสด ทองแท่งและทองรูปพรรณ พระเครื่อง รถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก  รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ทาง สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ตรวจสอบเพื่อตรวจยึดทรัพย์สินตามมูลค่ารวมประมาณ 140 ล้านบาท 

ด้าน พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. ระบุว่า ภายหลังการจับกุม ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สืบสวนขยายผลกันมาอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มเครือข่ายนี้มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดปริมาณมากออกไปยังต่างประเทศโดยทางเรือมาแล้วหลายครั้ง ปลายทาง ได้แก่ ประเทศไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการลักลอบลำเลียง โดยเครือข่ายนี้มีลักษณะการทำงานเป็นองค์กรอาชญากรรม มีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก  ซึ่งขณะนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดกำลังทำการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมและยึดทรัพย์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งระดับผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในประเทศและต่างประเทศต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top