Saturday, 18 July 2026
TheStatesTimes

'มือเศรษฐกิจจุลภาค' ห่วง!! 'การบ้านการเมือง' ไม่ใช่ของเล่น ปล่อยคนขาดประสบการณ์ แต่เรียนเก่งมาทำงาน อาจเสียหาย

(20 ต.ค. 66) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ มือเศรษฐกิจจุลภาค อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Ta Plus Sirikulpisut' ระบุว่า...

คุณไหม ศิริกัญญา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ปะทะกับ 2 คุณหมอ ที่ผมเคารพท่านเป็น อาจารย์ 

ปะทะ หมอเลี้ยบ, คุณไหม มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพต่ำ การกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐไม่ส่งผลมาต่อ GDP คุณหมอเลี้ยบบอกว่า เราไม่ได้เป็นลา แต่เป็นแค่ม้าป่วย ที่รักษาแล้วก็เป็นม้าที่แข็งแรง

หากเทียบกับ (สิงค์โปร์ที่ไม่มีทรัพยากร เขาก็พัฒนาจนก้าวหน้าได้ ไทยดีกว่านั้นเยอะ พัฒนาได้ อันนี้ผมเสริม)

ปะทะหมอมิ้ง, คุณไหม บอกว่าเงิน Digital สร้างภาระการคลัง ดอกเบี้ยจ่ายอย่างน้อย 50,000 ล้านบาท คุณหมอมิ้งสอนมวยว่า 30,000 ล้านเท่านั้นเพราะแผนการจะนำเงินงบประมาณมาชำระต้นและดอกเบี้ยทุกปี จะต้องมีการลดเงินต้นดอกเบี้ยก็ลดลง แถมโดนว่าเก่งบัญชีนิ

แต่มีผู้อ้างว่าตนเก่งการเงินไปย้อนคุณหมอว่า Bond fixed ดอกเบี้ย คุณไหมถูกแล้ว

ผมก็ขอเรียนว่า คนตอบแบบนี้ส่วนใหญ่เก่งแต่ในตำราเรียน ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานชั้นสูง คุณไหมเอง เป็นนักวิชาการเป็นแค่ที่ปรึกษา ไม่เคยทำงานจริง

การออก Bond นั้นเราสามารถกำหนดอายุ Bond และหากเรามีรายได้เพื่อชำระหนี้ก็สามารถกำหนดอายุชำระเงินต้นก่อน และดอกเบี้ยจ่ายก็ลดลง

หรือ หากไม่แน่ใจ เราก็ตั้งเงื่อนไขใน Bond ให้ผู้ออก Bond สามารถ Call ได้เพื่อลดภาระ

ถ้าหากมาถกเถียงเพื่อเกิดปัญญาก็ดี แต่หากมาบริหารราชการแล้วมีความรู้แค่ระดับนักวิชาการหรือ ที่ปรึกษามันจะทำให้ประเทศเราเสียหายมากนะครับ

ลองกลับไปทำงานประจำ แล้วค่อย ๆ ฝึกหัดเลื่อนตำแหน่งเป็น CFO บริษัทใหญ่ ๆ มียอดขายสัก แสนล้านก่อนค่อยมาอาสาเป็น ว่าที่ รมว.คลัง

การทำงานการเมืองไม่ได้เป็นของเล่นให้คนขาดประสบการณ์แต่เรียนเก่งมาทำงานครับ 

ต๊ะ พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์

‘YG’ ปล่อยโปสเตอร์เปิดตัว ‘แพร ภริตา’ เด็กไทยวัย 18 ปี หนึ่งใน 'BABYMONSTER' อวดความสวยออร่ากระจาย

(20 พ.ย. 66) แฟนคลับฮือฮาอีกรอบเมื่อค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง YG Entertainment ของเกาหลีใต้ เปิดตัวแล้วอีกหนึ่งเมมเบอร์ของ 'BABYMONSTER' อย่าง 'PHARITA' หรือ แพร ภริตา ชายคง เด็กไทยคนที่ 2 ที่เดบิวต์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ YG ได้เปิดตัว 'ชิกิต้า' หรือ แคนนี่ ริรชา โดยทันทีที่ทีเซอร์เปิดตัว 'PHARITA' ออกมานั้นเธอได้รับความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลกถึงออร่าความสวยของเธอ

ซึ่งหลังจากที่ทางค่ายได้เปิดเผยว่า BABYMONSTER เตรียมปล่อยซิงเกิลอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก็ทำให้พวกเธอได้รับความสนใจจากแฟน เค-ป็อป ทั่วทุกมุมโลก เรียกได้ว่า 'PHARITA' เตรียมแจ้งเกิดตามรุ่นพี่ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

‘นายกฯ เศรษฐา’ ร่วมเวที APEC 2023 ดึง 15 บริษัทยักษ์ใหญ่ ‘ลงทุนในไทย’

เมื่อวานนี้ (20 พ.ย. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘พรรคเพื่อไทย’ โพสต์ข้อความระบุว่า… นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งปฏิบัติภารกิจเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) ระหว่างวันที่ 12-17 พฤศจิกายน 2566 ได้เดินสายเชิญชวนและดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกากว่า 15 บริษัท เพื่อมาลงทุนยกระดับเศรษฐกิจไทยและส่งเสริมความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ไปพร้อมกัน

บริษัทต่าง ๆ แสดงความสนใจในการขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้เผยผลสำเร็จการเจรจาดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่เกิดขึ้นแล้ว 3 บริษัทคือ Google, Microsoft และ AWS (Amazon Web Services) รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท รวมถึง Western Digital ผู้ผลิต Hard Disk Drive (HDD) ยักษ์ใหญ่ของโลกได้ยืนยันจะขยายการผลิตชิ้นส่วนในไทยแล้ว

15 บริษัทที่นายกรัฐมนตรีได้พบหารือ ได้แก่

1. Tesla ได้พานายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบริษัท ณ เมืองเฟรมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด นายกรัฐมนตรีหวังว่าความร่วมมือในวันนี้จะตอกย้ำถึงความเป็นศูนย์กลาง EV และพลังงานทดแทนของไทยในอนาคต พร้อมเชิญชวน Tesla ลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทยมากยิ่งขึ้น

2. HP - โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนบริษัทขยายการลงทุนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิต และตั้งสำนักงานภูมิภาค ซึ่งไทยมีความพร้อมในด้านระบบสาธารณูปโภคและมีมาตรการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

3. Analog Devices, Inc. (ADI) เป็นบริษัทผลิตวงจรรวม (Integrated Circuit: IC) รายใหญ่ระดับโลก โดยนายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้ ADI ขยายการลงทุนในไทย ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดพร้อมการอำนวยความสะดวกแก่บริษัท อีกทั้งสถาบันการศึกษาในไทยพร้อมที่จะทำงานกับบริษัทเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะกับทักษะความสามารถที่เกี่ยวกับการออกแบบวงจรที่ ADI ต้องการ

4. Google ได้พิจารณาจัดตั้ง Data Center ที่ไทยเป็นประเทศที่ 11 จากทั่วโลกแล้ว และได้มีการลงนามใน MOU ระหว่าง Google และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

5. Microsoft ศึกษาแผนการลงทุน Data Center กับไทยและได้มีการลงนามใน MOU ระหว่าง Microsoft และรัฐบาลเพื่อร่วมกันปรับปรุงการให้บริการสาธารณะของรัฐด้วยเทคโนโลยีและการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลของไทย

6. Amazon Web Services กำลังจะลงทุนเทคโนโลยีเกี่ยวกับคลาวด์ ผ่านการตั้ง Data Center ที่ไทยหรือ AWS Asia Pacific (Bangkok) Region ในไทย ด้วยงบประมาณกว่า 1.9 แสนล้านบาท (US$5 พันล้านบาท)

7. Walmart บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของโลก มองไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบที่มีศักยภาพ โดยคาดว่าจะเดินทางมาเพื่อหาวัตถุดิบใหม่ต่อไป นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนพิจารณาตั้งศูนย์กระจายสินค้าในไทย

8. Western Digital ผู้ผลิต Hard Disk Drive (HDD) รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกซึ่งมีฐานการผลิตหลักที่ไทย จะย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มเติมที่ไทย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นที่จะขยายการลงทุนในไทยและพิจารณาที่จะย้าย Headquarter มาตั้งที่ไทย

9. Open AI เจ้าของ ChatGPT ได้พานายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมบริษัท พร้อมโน้มน้าวให้เข้ามาตั้งศูนย์วิจัยในไทย โดยมองว่าทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมคือจังหวัดเชียงใหม่หรือภูเก็ต

10. Apple ได้ชื่นชมโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่พร้อมในการขยายการผลิตสินค้าและเปิดเผยว่ากำลังพยายามจะลดการปล่อยคาร์บอนลงให้ได้ในปี 2030 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าไทยมีไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและเชิญชวนให้เดินหน้าขยายฐานการผลิตในไทย ทั้งสองฝ่ายยังได้พิจารณาศูนย์พัฒนาบุคลากรในไทยสำหรับการสร้างแอปพลิเคชันร่วมกันที่จะเดินหน้าโดยเร็ว

11. TikTok พบนายกรัฐมนตรี พร้อมหารือเกี่ยวกับการโปรโมตบริการของไทยและส่งเสริมการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรองของทุกภูมิภาคของไทยที่มีสินค้าท้องถิ่น (OTOP) ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด นายกรัฐมนตรีเชิญชวน TikTok สร้างศูนย์ฝึกอบรมในไทยและเสนอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อจูงใจด้วย

12. Booking.com เจ้าของแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ของโลก อาทิ booking.com และ Agoda ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในไทย พร้อมร่วมมือกับไทยอย่างเป็นรูปธรรมในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองและนโยบายส่งเสริมให้ไทยเป็น World Festival Destination ที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

13. Citi บริษัทด้านการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ชื่นชมนโยบาย EV และแบตเตอรี่ของรัฐบาลและพร้อมร่วมกับไทยจัด Roadshow โครงการ Landbridge เพื่อชักชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการ อีกทั้งยังจะสนับสนุนการออกตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond)

14. Meta ยินดีร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลเนื้อหามิจฉาชีพ (scam) ต่าง ๆ พร้อมร่วมมือกับภาครัฐในการสนับสนุน ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

15. Nvidia ต้อนรับและพานายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ นายกรัฐมนตรีมองว่าเทคโนโลยี AI ของบริษัทนั้นทรงพลัง โดยหวังว่าจะสามารถร่วมมือกับบริษัทในการประยุกต์เทคโนโลยี AI ในการให้บริการภาครัฐสำหรับประชาชน

ผบช.ตชด.สั่งช่วยเหลือครอบครัวคนไทยที่เดินทางไปใช้แรงงานในประเทศอิสราเอล เสียชีวิต"จากภัยสงครามพร้อมร่วมงานบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2566 ที่กองบัญชาการตำรวจชายแดน(บช.ตชด.) พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด.เปิดเผยว่า ถึงกรณีการช่วยเหลือครอบครวัของคนไทยที่เดินทางไปใช่แรงงานในประเทศอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีรายชื่อ ดังนี้

1.นายอนุชา โสภากุล ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24
ลงไปช่วยเหลือโดยได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อภิสิษฐ์กรณ์ นุ่มมีชัย สว.จอส.,กร.กก.ตชด.24 และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายอนุชา โสภากุล ในวันที่ 21-22 ต.ค.ที่ ผ่านมา และมอบหมายให้ พ.ต.ท.จารุบุตร เรืองศรี รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณฌาปนกจิสถาน บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 23,ต.ค.ที่ผ่านมา 

2.นายชัยรัตน์ สุนาสันต์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 บ้านโนนสูง ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ ร.ต.อ.โกญจนารถ ชาวยาม รอง ผบ.ร้อย ตชด.245 และข้าราชการตํารวจ ร้อย ตชด.245 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายชัยรัตน์ สุนาสันต์ในวันที่ 22-23 ต.ค และมอบหมายให้ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ ป่าช้า บ้านหยวก ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 23.ต.ค.66

3.นายพิรุฬ ทานนพิมพ์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่6 บ้านนาทัน ตําบลท่าลี่ อําเภอกุมภวาปี จังหวัด อุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ไดม้ อบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายพิรุฬ ทานพิมพ์ ในวันที่ 27-28ต.ค.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดสว่างนาทันบ้านนาทัน ตําบลท่าลี่ อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 30 ต.ค.66

4.ธีระพงษ์ กลางสุวรรณ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ 5 บ้านหนองบัวแดง ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24,ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ ธีระพงษ์ กลางสุวรรณ ในวันที่ 27 ต.ค.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดป่าหนองปิงตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 28'ต.ค.66

5.นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 92,หมู่ 3 บ้านดงแสนสุข ตําบลบ้านดงเย็น อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ในวันที่ 27 ต.ค.88 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดป่าบ้านดงแสนสุขตําบลบ้านดงเย็น อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 28!ต.ค.66

6.นายจักรพงษ์ จันทรเสนา ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายจักรพงษ์ จันทรเสนา ในวันที่ 2 พ.ย 66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุป่าช้าบ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พ.ย.66

7.นายบัญชา ดัชถุยาวัช ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 6 บ้านวังแสนสุข ตําบลวังทอง อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายบัญชา ดัชถุยาวัช ในวันที่ 2 พ.ย.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดป่าประชารังตําบลวังทอง อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พ.ย.66

8.นายเกียรติศักดิ์ พาที ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 63,หมู่ที่ 13 บ้านแดง ตําบลบ้านแดง อําเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายเกียรติศักดิ์ พาที ในวันที่ 9-10 พ.ย.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดป่าสามัคคีสันติธรรม ตําบลบ้านแดง อําเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 11 พ.ย.66

9.นายไกรสร อรัญถิตย์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 115หมู่ที่ 4บ้านหนองบัวแดง ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายไกรสร อรัญถิตย์ ในวันที่ 10-12 พ.ย.และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุสํานักสงฆ์ป่าช้าวัดหนองปิงน้อย ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 13,พ.ย.66

10.นายไชยยา รักษานนท์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 52/2 หมู่ 12 บ้านนาแค ตําบลเชียงเพ็ง อําเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.จรัส รองสวัสดิ สว.กบ.กก.ตชด.24?และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้มอบเงินช่วยเหลือและนําพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัยให้กับ ครอบครัว นายบัญชา ดัชถุยาวัช ในวันที่ 17 พ.ย.66

11.นายศักดิ์สิทธิ์ จําปาสิม ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 บ้านโคกกลาง ตําบลข้าวสาร อําเภอบ้าน ผือ จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อภิสิษฐ์กรณ์ นุ่มมีชัย สว.จอส.,กร.กก.ตชด.24 และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้มอบเงินช่วยเหลือและนําพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัย ให้กับครอบครัว นายศักดิ์สิทธิ์ จําปาสิม ในวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา  เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ตร. ที่ต้องการให้ตำรวจเป็นที่พึ่ง ได้ รับความศรัทธาจากประชาชน ยามมีภัยและได้รับทุกข์ จากการสูญเสียจากกรณีดังกล่าว "ผบช.ตชด.กล่าว"

‘รมช.คลัง’ เล็งพักหนี้เอสเอ็มอีทั้งระบบ ภายใต้กรอบภาระรัฐบาล ย้ำ!! พักหนี้ครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา ป้องกันเกิด ‘Moral Hazard’

(20 พ.ย. 66) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังศึกษาเรื่องการพักหนี้ของภาคเอสเอ็มอีทั้งระบบ แต่ก็ต้องดูให้อยู่ในกรอบที่รัฐบาลรับภาระไหว และยังต้องดูว่าการเข้าไปช่วยต้องไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และไม่ให้เกิด ‘Moral Hazard’ ด้วย

“ยอมรับว่ามีเม็ดเงินค่อนข้างสูง หนี้ของเอสเอ็มอีเฉลี่ยต่อรายไม่ใช่แค่หลักแสนบาท ถือเป็นภาระที่หนัก ซึ่งก่อนหน้านี้โจทย์ของการช่วยเหลือเรื่องการพักหนี้เอสเอ็มอี ช่วยตามรหัส 21 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งคำอธิบายของกลุ่มนี้ มีแค่เอสเอ็มอีที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แล้ว ซึ่งรัฐบาลให้ช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ยังมีเอสเอ็มอีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้มีปัญหาหนี้สิน ยังไม่ถึงขั้นเป็นเอ็นพีแอล เราจึงต้องดูส่วนนี้ด้วย”

ทั้งนี้ ยอมรับว่า จากมาตรการพักหนี้ต่างๆ นั้น กังวลเรื่อง ‘Moral Hazard’ แต่ว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ที่มีแรงกดดันทางเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องโยกแรงกดดันเหล่านี้ออก ให้ประชาชนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ การพักหนี้ครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เหมือนพักหนี้ครั้งก่อน เพราะเรามีกลไกอื่นเข้าไปช่วยด้วย

“ผมไปลงพื้นที่ตรวจงาน ได้ถามชาวบ้าน เกษตรกร ว่าพักหนี้มา 13 ครั้งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนก็บอกว่า ไม่ได้ดีขึ้น มันเป็นเพียงแค่การประวิงเวลาเท่านั้น แต่กลไกครั้งนี้ ประกอบกับนโยบายอื่นๆ ที่รัฐบาลใส่เข้าไป มันจะสามารถให้ประชาชน พลิกฟื้นกลับมาแข็งแรงได้”

ส่วนกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแถลงมาตรการแก้ไขหนี้สินประชาชนรายย่อย ในช่วงปลายเดือน พ.ย. 66 นี้ เป็นมาตรการแก้หนี้คนละส่วนกับการมาตรการพักหนี้เกษตรกรที่เคยออกมาแล้ว โดยการพักชำระหนี้เป็นเพียงการต่ออายุ ต่อลมหายใจให้พี่น้องเกษตรกร

ทั้งนี้ มาตรการแก้ไขหนี้สินประชาชนรายย่อยนั้น เป็นการของอีกส่วนงาน โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งเมื่อ 14 พฤศจิกายน ได้มีการประชุมนัดแรก และเห็นชอบแนวทางการแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไปแล้ว

‘สมาคมนักเรียนไทย-จีน’ จัดค่าย ‘Young BRI 2023’ แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ หนุนความร่วมมือด้านเทคโนโลยี

เมื่อไม่นานนี้ ‘สมาคมนักเรียนไทย-จีน’ (TCSA) ร่วมกับ ‘สำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน’ (CAS-ICCB) จัดกิจกรรมโครงการ ‘Young BRI 2023 (Winter) มิติใหม่สัมพันธ์ไทย-จีน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม’ รวมนักเรียนนักศึกษาไทย-จีนกว่า 60 คน เข้าค่าย 3 วัน 2 คืน ณ โรงแรม Holiday Inn Silom กรุงเทพฯ โดยโครงการกิจกรรมดังกล่าวนั้น ได้รับการสนับสนุนโดย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย และร่วมจัดโดยสมาคมนักศึกษาและนักวิชาการจีนแห่งประเทศไทย (CSSAT)

ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืนของค่าย Young BRI 2023 (Winter) นั้น อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ผ่านการบรรยายโดยวิทยากรพิเศษ กิจกรรมสันทนาการเพื่อการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่ กิจกรรมประกวดแสดงความสามารถด้านการร้องเพลง และกิจกรรมนำเสนอผลงานกลุ่ม

สำหรับกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ผ่านการบรรยายนั้น ได้รับเกียรติจากกูรูตัวจริงอย่าง ‘ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร’ ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายในหัวข้อ ‘การพัฒนาของจีนยุคใหม่กับโอกาสของเยาวชนไทย’ และ ‘ดร.อรสา รัตนอมรภิรมย์’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ CAS-ICCB บรรยายในหัวข้อ ‘การทูตวิทยาศาสตร์ในความสัมพันธ์ไทย-จีน’

โดยในส่วนของกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่นั้น ทางคณะผู้จัดได้พาไปดูความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ไทย-จีน ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เรียนรู้การทำงานของเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน TT-1 (Thailand Tokamak l) ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์แห่งแรกในอาเซียน

นอกจากนี้ ยังไปที่สวนนวัตกรรม ‘Summer Lasalle Innovation park’ กทม. รับฟังประสบการณ์จากตัวแทนบริษัท Ocean Sky Network Co.,Ltd. : Online Marketing Analysis , Mettler-Toledo (Thailand) Co.,Ltd. : Production and service for measuring instruments for lavatories, Cosmax (Thailand) Co.,Ltd. : ODM Manufacturer for K-beauty and health products และเดินชมพื้นที่ของสวนนวัตกรรมในบรรยากาศสบายๆ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมนำเสนอผลงานกลุ่ม และกิจกรรมสันทนาการเพื่อละลายพฤติกรรม และสานสัมพันธ์มิตรภาพของนักเรียนนักศึกษาไทย-จีน ซึ่งออกแบบโดย ‘นางสาวธนธร ศิระพัฒน์’ อุปนายกสมาคมนักเรียนไทย-จีน และกิจกรรมแสดงความสามารถผ่านการประกวดร้องเพลงจีนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ ‘พระจันทร์’ อันเป็นกิจกรรมที่สืบเนื่องมาจากเทศกาลวันไหว้พระจันทร์

กิจกรรม 3 วัน 2 คืนผ่านไปด้วยดี บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ไทย-จีน และภาพรวมของ ‘ความคิดริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง : Belt and Road Initiative’ (BRI) ที่สำคัญ ยังเป็นพื้นที่ให้เหล่านักเรียนนักศึกษาชาวไทยและชาวจีนได้มารู้จักกัน แลกเปลี่ยนและสร้างมิตรภาพกันผ่านกิจกรรมที่ออกแบบโดยสมาคมฯ และเครือข่ายผู้ร่วมจัด

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ เจ้าของฉายา ‘ซ้ายทะลวงไส้’ คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท WBA มาครอง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน ‘สุระ แสนคำ’ หรือ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ได้คว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครอง ซึ่งได้สร้างความปลื้มปีติให้แก่ชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ยอดนักมวยขวัญใจชาวไทย ชนะน็อก ยูเซปิโอ เอสปินัล นักมวยชาวโดมินิกัน ซึ่งเป็นรองแชมป์โลก WBA อันดับ 2 ในรุ่นซูเปอร์ ฟลายเวท ในขณะนั้นได้สำเร็จ ทำให้ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ คว้าตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท WBA มาครอง โดยเป็นตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกของเขาทราย และเป็นแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

หากพูดถึงชื่อ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ฉายาที่คุ้นหูคนไทยคงไม่พ้น ‘ซ้ายทะลวงไส้’ อันมีที่มาจากการเป็นนักมวยถนัดซ้าย ที่มาพร้อมกับหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกตัดลำตัวที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่ฉายาที่สื่อต่างประเทศมอบให้ คือ The Thai Tyson หรือ ไมค์ ไทสัน เมืองไทย

นอกจากนี้การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการนักมวยไทยของเขานั้น ยังดังไกลในระดับโลก เพราะหลังจากการครอบแชมป์ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 เขาก็ได้ป้องกันแชมป์ไปถึง 19 ครั้งด้วยกัน ทุบสถิติแซงหน้านักชกเอเชียคนไหน ๆ และเทียบเท่ากับ เอวเซบิโอ เปรโดซา อดีตแชมป์โลก WBA รุ่นเฟเธอร์เวท

จากการบันทึกข้อมูลสถิติการชกของเขาทรายโดย Boxing Writers Association of America (BWAA) และนักประวัติศาสตร์มวยโลกได้บันทึกข้อมูลว่า เขาทรายทำสถิติการชกไว้ทั้งหมด 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง แพ้คะแนนเพียง 1 ครั้ง และในการป้องกันแชมป์ 19 ครั้ง เป็นการชนะน็อกถึง 16 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ชนะคะแนน

ซึ่งในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เขาทรายได้ประกาศแขวนนวมในฐานะแชมป์โลกผู้ไม่เคยแพ้ใคร ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่ง 2,628 วัน หรือ 7 ปี 2 เดือน 30 วัน เหตุนี้เองจึงทำให้เขาทราย ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเข้าสู่หอเกียรติยศ International Boxing Hall of Fame ประเภท Modern ในปี พ.ศ. 2542 จากการพิจารณาของ Boxing Writers Association of America (BWAA)

อีกทั้งได้รับการบรรจุชื่อในหอเกียรติยศนักมวยโลก ณ เมืองคานาสโตตา รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับว่าเป็นหอเกียรติยศอันทรงเกียรติ ที่จารึกชื่อบุคคลสำคัญในวงการสังเวียนผ้าใบและมีความยิ่งใหญ่ของวงการมวยโลก

‘โซดาสิงห์’ แท็กทีม ‘Rubber Killer’ แบรนด์ไทยรักษ์โลก เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ 'ซ่าได้ไม่ทำร้ายโลก’

(20 พ.ย. 66) ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล Chief Marketing Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า Singha Soda Collection 2023 ของโซดาสิงห์ในปีนี้ เป็นการร่วมงานกับ 'Rubber Killer' แบรนด์แฟชันของไทยที่มีจุดเด่นในการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้คอนเซ็ปต์ 'ซ่าได้ไม่ทำร้ายโลก Less Waste, Recycle more' 

สอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์โซดาสิงห์ ที่ตระหนักในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า กระบวนการผลิตต่างๆ มีการนำของเหลือใช้มาหมุนเวียน ใช้ซ้ำตามแนวทาง Circular Economy เช่น บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาใช้ซ้ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึง Brand Personality ของโซดาสิงห์ ซึ่งเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

สำหรับ คอลเลกชัน Singha Soda Collection 2023 ร่วมกับ Rubber Killer เป็นการนำจุดแข็งของโซดาสิงห์ เรื่อง 'ความซ่า' ซึ่งมีจุดยืนในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย กับการทำตลาดที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมเชื่อในพลังความคิดสร้างสรรค์ ครีเอทสิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาดและผู้บริโภคอยู่เสมอ ผนึกกับ Rubber Killer แบรนด์แฟชันแอ็กเซสซอรีที่มีจุดยืนเรื่องสิ่งแวดล้อมร่วมกันต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ดีไซน์เป็นแฟชันไอเท็มเอาใจคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

‘ไทย’ หนุนเส้นทางท่องเที่ยว-โชว์มนต์เสน่ห์ ‘ภาคอีสาน’ ชูวัฒนธรรม-ยกระดับผลิตภัณฑ์-งานหัตถศิลป์สู่ตลาดจีน

(20 พ.ย. 66) สำนักข่าวซินหัว, คุนหมิง รายงานว่า คุณสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำคณะผู้แทนบริษัทผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยมากกว่า 20 แห่ง เข้าร่วมงาน ‘ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล ทราเวล มาร์ต’ (China International Travel Mart) ปี 2023 ซึ่งจัดขึ้นที่นครคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 17-19 พ.ย. ที่ผ่านมา

คุณฐาปนีย์ กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ มุ่งนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่สู่ตลาดจีน ภายใต้แนวคิด ‘ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ยิ่งเที่ยวยิ่งสนุก’ โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนสามารถโดยสารรถไฟจีน-ลาว มาท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของไทย ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวฯ ยังจัดการแสดงรำไทย การนวดแผนโบราณ และการทำงานหัตถศิลป์ ที่พาวิลเลียนไทย เพื่อนำเสนอขนบธรรมเนียมและมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมภาคอีสานด้วย

คุณสุดาวรรณ เผยว่า ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับจีน ในด้านการลงทุนทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการท่องเที่ยว ขณะที่งานนี้ถือเป็นนิทรรศการจัดแสดงขนาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีน รวมถึงเป็นเวทีสำหรับบริษัทผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ได้ติดต่อสื่อสารกับบรรดาผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีน ส่งเสริมผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของไทยแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน และขยายส่วนแบ่งในตลาดจีน

ทั้งนี้ คุณสุดาวรรณ เสริมว่า ไทยดำเนินมาตรการฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน ระยะ 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. เป็นต้นมา พร้อมกับพยายามยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการทางการท่องเที่ยว ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างแข็งขัน เพื่อรับประกันความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีนในไทย ช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจที่ดีแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน

การท่องเที่ยวฯ ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเยือนไทยในปีนี้รวมอยู่ที่ 2.86 ล้านคน เมื่อนับถึงวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคนหนุ่มสาวที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยการท่องเที่ยวฯ จะเดินหน้าสร้างสรรค์ภาพลักษณ์เชิงบวกของการท่องเที่ยวไทย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนได้ดียิ่งขึ้น

‘กระทรวงแรงงาน’ ตั้งเป้าปี 67 ส่งออกแรงงานไทย 1 แสนคน เผย ‘ไต้หวัน-อิสราเอล-เกาหลีใต้’ ติด 3 อันดับจัดส่งมากที่สุด

(20 พ.ย. 66) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบนโยบายสำคัญให้กับกระทรวงแรงงานไว้ว่า ให้ส่งเสริมและขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ จำนวน 100,000 อัตรา ภายในปีงบประมาณ 2567

โดยรายชื่อประเทศกลุ่มเป้าหมายจัดส่งแรงงานไทยไปทำงาน 100,000 คน ในปีงบประมาณ 2567 พบส่งไปทำงานแถบเอเชียมากที่สุด รวมทั้งสิ้น 72,000 คน อันดับ 1 ไต้หวัน เป้าหมาย 20,300 คน ขณะที่ อิสราเอล ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายจัดส่งแรงงานไทยไปทำงาน ในอันดับที่ 2 เป้าหมาย 7,700 คน ตามด้วย สาธารณรัฐเกาหลี เป้าหมาย 7,500 คน

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ตนได้มอบให้กรมการจัดหางาน เตรียมแผนการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว เน้นส่งเสริมรักษาการจ้างงานในตลาดแรงงานเดิม ควบคู่กับการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีความต้องการจ้างแรงงานในตำแหน่งที่กำลังขาดแคลน หรือประเทศที่มีแนวโน้มการจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้น

ในปีงบประมาณ 2567 ตั้งเป้าหมายจัดส่งไปทำงานแถบเอเชียมากที่สุด รวม 72,000 คน รองลงมาคือแถบยุโรป 14,000 คน ตะวันออกกลาง 10,500 คน อเมริกาเหนือ 1,800 คน แอฟริกา 1,100 คน และอเมริกาใต้ ออสเตรเลียและโอเชียเนีย 600 คน

ขณะที่เป้าหมายอันดับหนึ่ง ในการจัดส่งยังคงเป็นตลาดแรงงานในไต้หวัน จำนวน 20,300 คน รองลงมาคือ อิสราเอล จำนวน 7,700 คน สาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 7,500 คน ญี่ปุ่น และสวีเดน เป้าหมายจัดส่งจำนวนเท่ากันที่ 6,000 คน และมาเลเซีย 4,000 คน หากดูจากตัวเลขประมาณการ คาดว่าจะจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ ทั้งในตลาดแรงงานเดิมและตลาดแรงงานใหม่ได้รวม 100,000 อัตราแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top