Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

‘อดีต จนท.ข่าวกรอง’ แฉ!! โครงการลับ UFO ของรัฐบาลสหรัฐฯ จ่อซุกซ่อนสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ หวั่นกระทบความมั่นคงประเทศ

เมื่อไม่นานนี้ คณะกรรมมาธิการควบคุมและตรวจสอบประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้จัดการประชุมติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ ‘UAPs’ ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อของ UFO หรือวัตถุบินไม่ทราบชนิด

โดยอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองประจำกองทัพอากาศที่ร่วมให้ข้อมูลในเรื่องนี้อ้างว่า สหรัฐฯ ได้เก็บซากชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์จากบริเวณจุดตกของวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุชนิดลำหนึ่ง

การเปิดเผยดังกล่าวมาจาก ‘เดวิด กรัช’ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพอากาศที่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมมาธิการควบคุมและตรวจสอบประจำสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งดูแลการตรวจสอบด้านความมั่นคงและกิจการต่างประเทศด้วย

กรัช ระบุว่าสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโครงการลับมาเป็นเวลาหลายสิบปี เพื่อเก็บกู้และศึกษาโครงสร้างของวัตถุบินไม่ทราบชนิดที่ตกลงมา และสามารถเก็บชิ้นส่วนทางชีวภาพที่ไม่ใช่มนุษย์ได้จากจุดตกของวัตถุบินลำหนึ่งที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ ซึ่งเป็นการตอบคำถามจากสมาชิกคณะกรรมาธิการที่ต้องการทราบว่า รัฐบาลมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวหรือสิ่งทรงภูมิปัญญานอกโลกหรือไม่

ขณะที่ ‘ไรอัน เกรฟส์’ (Ryan Graves) อดีตนักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ UAP ที่ถูกรายงานนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เนื่องจากนักบินกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของตัวเอง

เกรฟส์ เตือนว่าหาก ปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้เกี่ยวข้องกับโดรนจากประเทศอื่น ก็นับว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนต่อความมั่นคงของประเทศ แต่หากไม่ใช่ก็เข้าข่ายประเด็นทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเป็นเรื่องของความปลอดภัยภัยด้านการบิน

อีกคนที่เข้าชี้แจงเรื่องนี้ คือ ‘เดวิด เฟรเวอร์’ (DAVID FRAVOR) อดีตนายทหารระดับผู้บัญชาการของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เคยสัมผัสกับปรากฏการณ์ปริศนาด้วยตัวเองเมื่อปี 2004

เฟรเวอร์ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้เหล่านี้ อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงเพราะมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าสหรัฐฯ มาก โดยสามารถนำไปใช้ที่ไหนก็ได้ ไปที่สถานที่ใดก็ได้ รวมทั้งอวกาศ โดยใช้เวลาขึ้นบินหรือลงจอดไม่กี่วินาที และ จะทำอะไรก็ได้

อย่างไรก็ตาม รายงานที่เปิดเผยโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปี 2021 ยืนยันว่า ไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้กับวัตถุจากนอกโลก

โดยหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายงานหลายฉบับเกี่ยวกับการพบเห็นปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ โดยบางส่วนยังไม่สามารหาคำตอบได้ขณะที่บางส่วนได้ข้อสรุปว่าเป็นสิ่งของหรือสัตว์ เช่น บอลลูน โดรน ถุงพลาสติกที่ถูกลมพัดลอยขึ้นสู่อากาศ หรือ นก

เลขาฯ ศอ.บต. นำคณะทูตกลุ่มประเทศมุสลิม 10 ประเทศเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน สร้างความเข้าใจด้านการสนับสนุนของรัฐบาลต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามในพื้นที่ จชต.

ที่ พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน ม.6 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะเอกอัครราชทูต และอุปทูต 10 ประเทศ  ซึ่งเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อร่วมกิจกรรมการทูตเชิงรุก และสร้างความเข้าใจ การรับรู้อันดีเกี่ยวกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แก่นานาชาติ โดยมีเอกอัครราชทูตจากประเทศมาเลเซีย คูเวต โอมาน อียิปต์ อินโดนีเซีย ตุรกี โมร็อกโก ซาอุดีอาระเบีย อุปทูตจากสถานเอกอัครราชทูตกาตาร์ และปากีสถาน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน เพื่อให้คณะทูตได้รับทราบถึงความเข้มแข็งของชุมชนและการสนับสนุนของรัฐบาลต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมต่อเยาวชนรุ่นใหม่และการพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เยาวชนนักเรียนและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ คณะทูตได้รับฟังบรรยายถึงการขับเคลื่อนพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน พร้อมเยี่ยมชมห้องพิพิธภัณฑ์อาคารใหม่ และชมคัมภีร์อัล-กุรอานโบราณ สำหรับพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน ตั้งอยู่ที่โรงเรียนสมานมิตรวิทยา ชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ ม.6 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 โดยมีการรวบรวมประเภทคัมภีร์อัล-กุรอานโบราณที่คัดด้วยลายมือที่เป็นมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมอิสลามที่ตกทอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมคัมภีร์อัล-กุรอาน จำนวน 79 เล่ม คัมภีร์ดังกล่าวส่วนมากได้มาจากคาบสมุทร แหลมมลายูนูซันตาราและบางประเทศในโลกมุสลิมที่เคยมาติดต่อกับประเทศไทยในอดีต 

ซึ่งเริ่มชำรุดจากสภาพอากาศที่มีความชื้นและไม่ได้ดูแลอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงจำเป็นที่จะต้องส่งไปดำเนินการซ่อมแซมที่หอสมุด สุไลมานียะห์ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ของประเทศไทยในการช่วยดำเนินการซ่อมแซมโดยใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์เชิงอนุรักษ์ นอกจากประเภทคัมภีร์อัล-กุรอานแล้ว ทางพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมประเภทเอกสารและอุปกรณ์โบราณ ภาพเขียนโบราณ เรือกอและจำลอง และภาพการแสดงการทำเรือกอและ ภาพบุคคลสำคัญในศาสนาอิสลาม รวมถึงหุ่นจำลองของมัสยิด 300 ปี อย่างไรก็ตามทางกรมศิลปากรได้ทำการต่อยอด เข้ามาขึ้นทะเบียนคัมภีร์และเอกสารโบราณเหล่านี้ พร้อมๆกับเข้ามาช่วยทางโรงเรียนในการเก็บรักษา บูรณะ ซ่อมแซม ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง นอกจากนี้ทางภาครัฐยังอนุมัติงบประมาณให้กรมศิลป์ ดำเนินการจัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน" ขึ้นใหม่ ณ บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสมานมิตรวิทยา งบประมาณทั้งสิ้น 220 ล้านบาท ปัจจุบันตัวอาคารสร้างเสร็จแล้ว เหลือแค่การปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยกำหนดเปิดต้นปี 2567

อย่างไรก็ตาม "พิพิธภัณฑ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้อัล-กุรอาน" แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคัมภีร์อัล-กุรอาน และมรดกวัฒนธรรมอิสลาม และเสริมสร้างจิตสำนึกให้คนท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นคุณค่าความสำคัญ เกิดความรู้สึกหวงแหน ภาคภูมิใจในมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอิสลามที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน รวมทั้งทำให้เกิดผลดีทางด้านเศรษฐกิจและสังคม จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยนักท่องเที่ยวจากทั้งในและทั่วโลก สอดคล้องกับนโยบายชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร  จ.นราธิวาส

สวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมขบวนแห่เเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม

วันนี้  28 ก.ค.66 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำคณะผู้บริหาร พนักงานสวนนงนุชพัทยา ประชาชน นักท่องเที่ยว และช้างแสนรู้ ร่วมขบวนเทิดพระเกียรติ ในพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 71 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณลานกิจกรรมหน้าอาคารวิวัฒน์ สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี     

ภายในงานมีขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ “เฉลิมพระชนน์พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ยิ่งใหญ่ตระการตาจากนั้น นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานวางพุ่มทอง และ พุ่มเงิน เปิดกรวยถวายสักการะ นำกล่าวสดุดีถวายพระพร และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีจอมราชา พร้อมกล่าวทรงพระเจริญดังกึกก้องไปทั่วบริเวณพิธี ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว    

จากนั้น ชมการแสดงถวายพระพร ชุด “อศิรวาทพระราชธิบดีจักรกรีวงค์ ”จบ น้องช้างแสนรู้ จำนวน  2 เชือกถวายพวงมาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้ความสนใจในกิจกรรมถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในโอกาสมหามงคลนี้ เป็นจำนวนมาก

‘ลูกสาวไตรรงค์’ ชำแหละ ‘ก้าวไกล’ แบบหมดเปลือก ปมตั๋วปารีส - แก้ ม.112 - รื้อ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์

(28 ก.ค. 66) ‘เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี’ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย พรรครวมไทยสร้างชาติ ลูกสาวไตรรงค์ สุวรรณคีรี โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งหัวข้อ ‘ก้าวไกล… ฉันสงสัยในตัวคุณ I question YOU’ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งคือวันแรกของการโหวตเลือกนายกหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไป และคุณพิธาได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกคนที่ 30 ของประเทศไทย คนทั้งประเทศจับตาดูการอภิปรายจาก สส. หลากหลายพรรคในสภา และเห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือแทบจะทุกพรรคในสภามีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับนโยบายแก้ ม.112 ของพรรคก้าวไกล มีการตั้งคำถามในทิศทางเดียวกันว่าพรรคก้าวไกลสามารถถอนจุดยืนที่จะดำเนินการตามนโยบายนี้ได้ไหม ขณะที่คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ออกปากว่าหากถอนนโยบายแก้ ม.112 จะยกคะแนนของทั้งพรรคภูมิใจไทยให้… แต่สุดท้ายพรรคก้าวไกลก็ยืนกรานในนโยบายหนึ่งข้อนี้ และมติการโหวตในสภาฯ ก็คือ คุณพิธาไม่ได้เป็นนายก

ในนาทีนั้น เนเน่เชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกันว่า “มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ? อะไรมันค้ำคอพรรคก้าวไกลอยู่หรือ ถึงจะถอยออกจากเรื่องนี้ไม่ได้เลย”

จากคำถามในวันนั้น หากเราย้อนมองกลับไป จะสังเกตได้ว่ามีสิ่งที่น่ากังวล (ปนน่าสงสัย) อยู่หลายส่วนค่ะ มาลองตั้งคำถามไปด้วยกันนะคะ

ใครคือคนจุดประกายไฟ
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน (ที่คุณต๋อม ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เคยเป็นถึงอดีตบรรณาธิการ) ผลิตหนังสือ เช่น ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ และ ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรีย์ เป็นหนังสือที่มีการเผยแพร่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบันกษัตย์ที่สังคม และนักวิชาการหลายท่านตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของข้อมูล ถึงขนาดที่ผู้ที่ถูกอ้างอิงข้อมูล (เช่น นสพ. Bangkok Post และลูกหลานของคนในประวัติศาสตร์ที่ถูกอ้างอิง) ต้องออกมาชี้แจง ฟ้องร้อง ว่าข้อมูลที่หนังสือกล่าวถึงไม่มีจริง (ดูแหล่งข้อมูลจากลิงก์ด้านล่างได้ค่ะ)… แต่อย่างไรก็ตาม หนังสือเหล่านี้กลับเป็นหนังสือที่โปรดปรานประหนึ่งเหมือนกับพระคัมภีร์ให้กับเยาวชนนักต่อสู้ (เช่น รุ้ง เพนกวิน ที่ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นหนังสือเล่มโปรด) ที่เป็นฐานเสียงกลุ่มสำคัญของพรรคก้าวไกล

ใครคือคนเติมฟืนใส่ไฟ
คณะก้าวหน้าเดินสายทำกิจกรรมในรั้วมหาลัย เผยแพร่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถาบันกษัตย์ที่ ถูกตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของข้อมูล ชักชวนเยาวชนต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ (แต่พูดถึงภราดรภาพบ้างรึเปล่าน้าาา) การแยกตัวของรัฐปาตานี และอีกหลากหลายหัวข้อที่สร้างความโกรธ เกลียด ในสังคมไทย และที่สำคัญคือทำให้คนส่วนหนึ่งมีความรู้สีกไม่ดีต่อสถาบัน… นี่พูดแค่เรื่องเติมฟืนใส่ไฟให้เยาวชนนะคะ… ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเติมเงินเข้ากระเป๋านะ… ตอนนี้เรื่อง #ตั๋วปารีส ที่มีคนบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตและชี้ให้เห็นว่าคุณมี “เงินทุนจากต่างชาติ” มาเป็นน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ หากเป็นจริง แสดงว่าประเทศไทยเรามีมหาอำนาจต่างชาติเข้ามาแทรกแซงจริงๆ สินะ… เอ… คนในที่เปิดประตูให้คนนอกเข้ามาเผาบ้านตัวเองนี่ เขาเรียกว่าอะไรน้าาาาา … ยังไงก็รอดูหลักฐานกันต่อไปนะคะ ว่าจริงแท้แน่เท็จขนาดไหน ความจริงมีหนึ่งเดียว รอดูกันไปๆ

ใครเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อม รอโอกาสดำเนินการ
ขอชวนไปลองอ่าน ‘เปิดร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์’ บนเว็บของคณะก้าวหน้าที่นี่ https://progressivemovement.in.th/article/special/5069/ เพื่อเห็นกับตาตนเองว่ามีการเตรียมร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนโครงสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้แล้ว #ใครคือคนสร้างบรรทัดฐานทำชั่วได้ดี คณะ สส. ของพรรคก้าวไกลหลายคนมีคดีติดตัวและมีประวัติพฤติกรรมถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตย์อย่างโจ่งแจ้ง เปิดเผย ชัดเจน แต่พรรคก้าวไกลกลับส่งเสริมให้คนที่ถูกดำเนินคดีกลุ่มนี้ ได้ดิบ ได้ดี ได้เป็น สส. อันทรงเกียรติ มาทำงานขับเคลื่อนฝั่งนิติบัญญัตในสภาฯ

ใครกลืนน้ำลายเก่ง พลิกลิ้นไปเรื่อย
วันนึงคุณก็ขึ้นเวที ติดสติกเกอร์ในฝั่งยกเลิก ม.112 และมาอีกวันคุณบอกว่าจะแก้เฉยๆ และล่าสุดบอกปรับเพื่อยกระดับให้สถาบันกษัตย์มีมาตรฐานที่ดีขึ้นเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ แต่เมื่อดูในรายละเอียดดีๆ การกำหนดโทษลดลงเยอะ ถ้าหมิ่นประมาทกษัตริย์โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ถ้าหมิ่นประมาทราชินี โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน (ต่ำกว่าหมิ่นประมาทเดิมที่คนธรรมดาที่จำคุกไม่เกิน 1 ปีอีก) สิ่งที่สังคมสงสัยว่าคุณจะทำให้เกิดขึ้นคือการเลิกการคุ้มครองพระบารมี และคงเหลือไว้แต่การคุ้มครองชื่อเสียงของกษัตริย์ด้วยกฎหมายหมิ่นประมาทเช่นคนทั่วไป โดยมีความพิเศษเล็กๆ น้อยๆ เช่น ให้ในหลวงไม่ต้องร้องทุกข์เอง ให้สำนักพระราชวังร้องทุกข์แทนได้ เป็นต้น …ถ้าจะขนาดนี้ มันก็ไม่ต่างกับการยกเลิกหรอกค่ะ

ใครเร่งจนสร้างปัญหา
ถ้าคุณจะลดความรุนแรงของบทลงโทษ คุณได้ให้เวลาและความสำคัญกับการปรับพฤติกรรมและความเข้าใจคนในประเทศด้วยแล้วหรือยัง ของญี่ปุ่น โทษการหมิ่นประมาทกษัตย์เทียบเท่ากับการหมิ่นประมาทคนทั่วไป แต่ที่สวีเดนการดูหมิ่นกษัตริย์และสมาชิกราชวงศ์ยังเป็นความผิดทางอาญา โดยมีโทษถึง 4 ปี หรือ 6 ปี… ฉะนั้น ขอถามว่ามาตรฐานของโลกคืออะไร เนเน่ว่าคำตอบคือ “หลากหลายและแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละประเทศ” ไม่ใช่ว่าเราเห็นของเพื่อนดีแล้วต้องซื้อตามเพื่อเสมอใช่ไหมละคะ เราต้องดูความเหมาะสมกับเราด้วย ในเมื่อปัจจุบันนี้สังคมไทยยังแตกแยกกันเพียงแค่หยิบประเด็นนี้มาพูดถึง ก็หมายความว่าเราอาจจะยังไม่พร้อม หรือเราต้องการเวลามากกว่านี้หรือเปล่า …ทำไมคุณต้องเร่งคะ?

ฉะนั้น ก้าวไกลคะ อุดมการณ์อยู่ที่การกระทำไม่ใช่คำพูด ที่คุณพิธาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ และล่าสุดกับ CNN ว่าโดนเกมการเมืองเอา ม.112 มากลั่นแกล้ง กีดกันตนเองที่ชนะมาด้วยเสียงของประชาชน จนไม่ได้รับตำแหน่งนายก… ก่อนจะตีหน้าเศร้า เล่านิทานว่าตนเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้ง และโดนเข้าใจเจตนารมย์ผิด ที่อยากแก้ ม.112 คืออยากยกระดับสถาบันกษัตย์ไทยให้เท่ามาตรฐานโลกคุณมองย้อนหลังสักนิดนะคะ

ในวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมาคุณมีโอกาสเข้ามาทำงานตามที่ประชาชน 14 ล้านเสียงได้เลือกคุณมา (ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดแน่นอนที่อย่างแก้ ม.112 หลายคนหวังพึ่งนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท และเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ 3,000 บาท และอีกหลายๆ นโยบายดีๆ) แต่คุณก็เลือกที่จะทิ้งโอกาสนั้นไป ทิ้ง 299 นโยบาย เพียงเพื่อนโยบายเพียง 1 เดียวของคุณ

การกระทำย้อนหลังไป 20 ปีของพวกคุณ ของกลุ่มที่สังคมสงสัยถึงความเชื่อมโยงกับพวกคุณ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ของคณะก้าวหน้า หรือแม้แต่ของคนในพรรคก้าวไกล และรายละเอียดในนโยบายของคุณเอง…. ทุกสิ่งมัน #ย้อนแย้ง โดยสิ้นเชิง การกระทำของคุณทำให้เรา ‘สงสัย’ เชื่อไม่ลงจริงๆ ว่าคุณมีความบริสุทธ์ใจ อยากทำเพื่อ ‘ยกระดับมาตรฐานให้สถาบันกษัตย์’ จริงๆ  พวกเราจำต้องยืนกรานพูดว่า “ไม่ใช่แค่เรื่อง ม112 แต่ด้วยแนวทางและอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน เราไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลได้” 

หรือให้เราพูดตรงๆ ก็คงต้องพูดเลยว่า…

“ที่คุณบอกว่าตั้งใจเข้ามายกระดับสถาบันกษัตย์ไทยให้เท่ามาตรฐานโลกนั้น #อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อค่ะ”

‘ธนาธร’ นำทัพวิทยากรสานต่อ ‘หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้า ครั้งที่ 3’ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ -11 สิงหาคม 2566 ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

กลับมาอีกครั้งกับ ‘Progressive Academy หลักสูตรเยาวชนก้าวหน้าครั้งที่ 3’ ที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้เราออกแบบหลักสูตรใหม่ที่ครบเครื่องทั้งสาระความรู้ ความสนุกสนาน และการลงมือปฏิบัติที่จะพาคุณทะลุกะลาใบน้อยๆ ที่พวกเขาครอบหัวเราไว้ เพาะเมล็ดพันธุ์ของผู้ไม่ยอมจำนน เพื่อเปิดประตูความเป็นไปได้ใหม่ๆ สู่สังคมที่ดีกว่า

พบกับวิทยากรชั้นนำมากมาย นำทีมโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ I ปิยบุตร แสงกนกกุล I พรรณิการ์ วานิช I กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ I พริษฐ์ วัชรสินธุ I เดชรัตน์ สุขกำเนิด I ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ I ประจักษ์ ก้องกีรติ I ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ I เคท ครั้งพิบูลย์ I ธนวรรธน์ สุวรรณปา I ชัยพงษ์ สำเนียง I คมกฤช อุ่ยเต็งเค่ง I ศุภลักษณ์ กาจญนขุน และวิทยากรรับเชิญพิเศษอีกมากมาย 

นอกจากนี้เรายังมีกิจกรรม Workshop ติดทักษะเพื่อการเปลี่ยนแปลงนำทีมโดยทีมคิด Space I Pud Production x Common School และ Vivi recap 

เพราะเราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือ พลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศ

กระบวนการเรียนรู้ ทั้งหมด 62 ชั่วโมง ประกอบไปด้วย

1.) การบรรยาย (Lecture) : 28 ชั่วโมง
2.) กิจกรรมกระตุ้นการเรียนรู้ (Activity Base) : 12 ชั่วโมง
3.) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) : 13 ชั่วโมง
4.) การทัศนศึกษา (Field Trip) : 9 ชั่วโมง
5.) การค้นคว้าอิสระและลงมือปฏิบัติ (Independent Research)

วันรับสมัคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-11 สิงหาคม 2566 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!
ประกาศผลผู้ผ่านคัดเลือก 12 สิงหาคม 2566 ทางอีเมล
ระยะเวลาหลักสูตร : 6 สัปดาห์ ทุกเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม-23 กันยายน

เงื่อนไขการรับสมัคร
1.) อายุตั้งแต่ 15-25 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
2.) ผู้สมัครต้องเข้าร่วมกิจกรรมตลอดหลักสูตร
3.) ผู้สมัครต้องทำโครงการเมื่อจบหลักสูตร

ลงทะเบียนที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSe0R_AMuAxhJ7aaA8EQxzlv6wFldrMsiBDBcKAxwusz985Wgw/viewform

หนุ่มอารมณ์ดี ‘แน็ก ชาลี’ สลัดลุคหนุ่มมาดเซอร์ แปลงโฉมเป็นบาร์บี้ หวานเจี๊ยบจนแฟนคลับต้องขยี้ตา!!

(28 ก.ค. 66) พูดได้เลยว่าตายหลุด ตาแตกมากๆสำหรับหนุ่ม ‘แน็ก ชาลี’ ไม่เคยหยุดทำให้แฟนๆ ฮือฮาทุกการเคลื่อนไหวของเขา ล่าสุดขอพลิกลุคเป็นสาวสวย หวานเจี๊ยบทรงบาร์บี้ ชนิดที่ว่าต้องขยี้ตา ว่าใช่ ‘แน็ก ชาลี’ ตัวจริงหรือไม่ เรียกว่าสวยหวานทุกมุม ตั้งแต่หัวจรดเท้าในงานถ่ายโฆษาชิ้นใหม่ จนแฟนๆ ถึงกับต้องยอมให้กับลุคนี้ อีกทั้งยังแคปชันภาพว่า “อย่าพยายามกันเลยนะ พวกเธอไม่เหมือนหรอก” สวยขนาดนี้ขออนุญาตยอมแพ้ค่ะคุณ

หรือว่าช่วงนี้ร้อนเงินจนต้องหาค่าทรายแมวหรอกนะเนี่ย ถึงได้เห็นลุคแบบนี้ของหนุ่มแน็ก แฟนๆ เตรียมลุ้นลุคใหม่ของเขาคนนี้ได้เลย

‘ในหลวงรัชกาลที่ 10’ ทรงใจกว้าง ส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ หลังเคย Selfie กับนักการเมือง แล้วมาถ่ายกับในหลวง

เมื่อไม่นานนี้ มีผู้ใช้ติ๊กต็อก ชื่อบัญชี ‘klapandee’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอเมื่อนานมาแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะทรงตรัสกับเด็กวัยรุ่นอย่างเป็นกันเอง โดยในคลิปได้มีเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่งทูลถาม พร้อมกับขอพระราชทานอภัยโทษในหลวง ร.10 โดยกล่าวว่า…

“ที่กระหม่อมมีภาพถ่ายคู่กับท่านนายกฯ ท่านนักการเมืองหลายๆ คนอาจจะทําให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขุ่นเคืองพระราชหฤทัย กระหม่อมขอพระราชทานอภัยโทษด้วยนะครับ”

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสกับเด็กวัยรุ่นด้วยความเมตตาและเป็นกันเองว่า…

“จะถ่ายรูปกับใคร ชอบใครก็ถ่ายได้ เราเป็นวัยรุ่น เราจะไปถ่ายกับใครมันก็เป็นเรื่องของเราที่จะไปถ่ายกับใครก็ได้ ตัวเราเองตอนเด็กๆ ก็ยังอยากถ่ายกับนักแสดง กับดาราเหมือนกัน ถ่ายคนดีบ้างไม่ดีบ้างมันก็ของธรรมดา ไม่เห็นน่าเดือดร้อนอะไรเลย จงสบายใจได้”

เด็กวัยรุ่นชายคนนั้นได้ทูลกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และเต็มไปด้วยความปลื้มปิติว่า “เป็นคําตอบที่ทำให้กระผมน้ำตาไหลเลยครับ ไม่คิดว่าจะได้ยินคําตอบแบบนี้”

‘ผู้ช่วยกรณ์’ เปิดข้อกฎหมายเลือกตั้ง เกี่ยวกับคุณสมบัติ สส.ชี้!! หากผู้สมัครไม่ผ่านเกณฑ์ ‘หัวหน้าพรรค’ อาจโดนคุกถึง 5 ปี

‘ผู้ช่วยกรณ์’ เล่าตอนที่นายกรณ์เป็นหัวหน้าพรรค ชพก. ต้องแบกความรับผิดชอบ ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร มีคนอยากลงสมัครหลายคน แต่ไม่ผ่านเกณฑ์คัดสรร ชี้ กฎหมายเลือกตั้งเขียนไว้โหดมาก ‘หัวหน้าพรรค’ อาจโดนคดีได้โดยไม่ต้องมีใครแกล้ง จำคุกถึง 5 ปี

(28 ก.ค. 66) นายพัสณช เหาตะวานิช ผู้ช่วยดำเนินงานนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อ “สิ่งที่ ‘หัวหน้าพรรค’ ต้องแบก!?” โดยมีเนื้อหาดังนี้

เล่าให้ฟังครับ ตอนที่คุณกรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ เรื่องนึงที่ทีมทุกคนต้องระวังมากที่สุดช่วงเลือกตั้งคือ “การตรวจคุณสมบัติผู้สมัคร”

กฎหมายเขียนไว้โหดมาก และผู้รับผิดชอบหนักสุดคนหนึ่งคือ ‘หัวหน้าพรรค’ โดยเฉพาะหากมีการส่งผู้สมัครที่ ‘ขาดคุณสมบัติ’ หรือมี ‘ลักษณะต้องห้าม’ ลงสนามเลือกตั้ง

เชื่อมั้ยครับว่า มีคนอยากลงสมัครกับเราหลายคน ‘ไม่ผ่านเกณฑ์คัดสรร’ เพราะไม่สามารถนำเอกสารราชการมายืนยันคุณสมบัติของตัวเองได้

ตอนนั้นขั้นตอนพื้นฐานในการตรวจสอบคือ
1.) เช็กกับ กกต.ว่า ผู้สมัครทุกคนใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนหน้าครบถ้วนตามเงื่อนไขหรือไม่

2.) เช็คกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีประวัติอาชญากรรม เคยต้องคดีหรือไม่ เคยถูกพิพากษาจำคุกหรือไม่ เคยเข้าไปอยู่ในคุกจริงมั้ย สำคัญสุดคือ ประเภทคดีเป็นคดีอะไร

3.) นอกจากทางกฎหมาย หลายพฤติกรรมเสี่ยงก็ถูกเช็กและประเมินอย่างเป็นระบบเช่นกัน บูโรเป็นยังไง คบคนแบบไหน วุฒิต่างๆ ได้มาจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

จำได้เลยว่า ผู้สมัครหลายคนต้องไปคัดสำเนาคำพิจารณาคดีจากศาลมาเป็นหลักฐานให้กับพรรคว่า ‘คดีสิ้นสุดแล้วจริง’ ถึงจะได้ลง!!

บางเคสจำได้ว่า ต้องรอสมัครวันสุดท้ายเลย เพราะความเข้มข้นของการตรวจสอบขั้นสุด

หัวหน้าทีมกฎหมายของพรรคทำงานหนักมาก เพราะนอกจากตรวจเอกสารแล้ว ยังมีการ ‘สอบปากคำ’ โดยตรงกับผู้สมัครอีกด้วย

คุณกรณ์เอง ช่วงนั้นต้องนั่งฟังการสอบปากคำ เพื่อความรัดกุมที่สุดด้วยแทบทุกรอบ

สิ่งที่ “หัวหน้าพรรค” แบกไว้นั้นหนักหนามากนะครับ
เพราะนี่คือสิ่งที่พรรคการเมืองต้องทำหน้าที่คัดสรรตัวแทนประชาชนที่ดีที่สุดในพื้นที่นั้นๆ มาให้ประชาชนเลือก

และยิ่งไปกว่านั้นหัวหน้าพรรคอาจจะโดนคดีได้โดยไม่ต้องมีใครแกล้งเลย ไม่ว่าจะเป็น..

พรป.พรรคการเมือง ม.56 ม.120
= จำคุกหัวหน้าพรรค 5 ปี

พรป.พรรคการเมือง ม.52 + ม.117
= จำคุก หัวหน้าพรรค + กรรมการบริหารพรรค 6 เดือน

พรป.เลือกตั้ง ส.ส. ม.151
= จำคุกตัวผู้สมัครเอง 1-10 ปี

หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าตรวจคุณสมบัติมาอย่างดี และเข้มงวดแล้วไปเซ็นรับรองให้ใครต่อใครที่มีคุณสมบัติต้องห้าม ให้ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งล่ะก็ น่าจะรอดยาก…

ทั้งนี้ นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ได้ประกาศลาออกจาก สส. ภายหลังถูกตรวจสอบพบว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 โดยยอมรับเคยต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ขณะที่ กกต.อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และมีคำสั่งให้นายนครชัย พ้นจากตำแหน่ง สส. คล้ายกระบวนการของนายสิระ เจนจาคะ อดีต สส.กรุงเทพฯ และมีคำสั่งให้ กกต.จัดการเลือกตั้งซ่อม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างต่อไป

‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ ใบ้เลขเด็ด 3 ตัวตรง งวด 31 ก.ค.นี้ งานนี้คอหวยห้ามพลาด!! รีบซื้อด่วนก่อนหมดแผง

(28 ก.ค. 66) ใกล้ถึงวันลอตเตอรี่ออกงวดที่จะถึงนี้ วันที่ 31 ก.ค. แล้ว ล่าสุด นายมนต์สิทธิ์ คำสร้อย นักร้องลูกทุ่งเจ้าพ่อใบ้หวย ก็ยังให้เลขเด็ดแฟนๆ ได้เอาไปตามลุ้นกัน ซึ่งโพสต์แคปชัน บอกใบ้เลขเด็ด บอกเลขที่ชอบให้แฟนๆ ที่ติดตามในเพจเฟซบุ๊กไว้ด้วยว่า…

“หวยงวด 31 ก.ค. มีข่าวทะลุออกมาจากวงในไฮโลว่า งวดนี้หวยออก 31 ก.ค. เลข 1 มา จะจริงไหม แต่ผมชอบ 145–418–964 จัดไปลอตเตอรี่เบาๆ นะจ๊ะ (งวดนี้ซื้อน้อยทุนหมด งวดที่แล้วโบ๋ค่ะ ไม่ถูกสักตัวเลย) ระวังมิจฉาชีพมาคอมเมนต์เรื่องหวย อย่าได้เชื่อนะครับ)”

‘ราเมศ’ ยัน!! พรรคไม่เคยมีมติดีล ‘ทักษิณ’ เพื่อร่วมรัฐบาล ย้ำ!! ปชป.มีหลักการพรรค คนใดคนหนึ่งจะตัดสินใจเองไม่ได้

(28 ก.ค. 66) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายเดชอิสม์ขาวทอง ได้เดินทางไปฮ่องกง เพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อเจรจาถึงการร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ ว่า…

ในเรื่องนี้ตนยืนยันได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยส่งใครไปเจรจากับนายทักษิณ เพราะตามหลักการของพรรคโดยเฉพาะเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ไม่ได้เป็นอำนาจการตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพราะการร่วมรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกันในพรรคอย่างละเอียดรอบคอบ อีกทั้งพรรคมีข้อบังคับที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อมีประเด็นการที่จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่าง กก.บห. และ สส. ของพรรคชุดปัจจุบันที่จะต้องร่วมกันพิจารณา แล้วจึงจะมีมติพรรคออกมาว่าจะเป็นไปในทิศทางใด

ส่วนที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคทันต่อการพิจารณาเรื่องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายราเมศกล่าวว่ากก.บห. ชุดปัจจุบันซึ่งทำหน้าที่รักษาการอยู่ ก็มีอำนาจในการร่วมพิจารณา ไม่ใช่เฉพาะกรณีร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลแต่สามารถร่วมพิจารณาได้ในทุกๆ เรื่อง สำหรับการที่มีรายงานข่าวกรณีของนายเดชอิสม์นั้น อยากให้ไปสอบถามเจ้าตัวจะดีกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top