Friday, 31 July 2026
TheStatesTimes

‘นักธุรกิจไทย’ โกยยอดขาย ‘ตลาดนัดกลางคืน’ ในไหหลำ ปักหมุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่ สวรรค์ของนักท่องเที่ยวขาชอป

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, ไห่โข่ว รายงานว่า ยามย่ำสู่ค่ำคืนหลังอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ตลาดนัดวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ‘ไป๋ซา เหมิน’ ในนครไห่โข่ว เมืองเอกของมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน กลับมีบรรยากาศคึกคักด้วยทัพนักท่องเที่ยวเดินจับจ่ายซื้อของกันอย่างเพลิดเพลิน

ตลาดนัดกลางคืนไป๋ซาเหมินตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 60,000 ตารางเมตร เพิ่งเปิดต้อนรับผู้คนเมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนด้วยแผงขายของกินและงานฝีมือทางวัฒนธรรมมากกว่า 600 แผง ซึ่งจากแผงขายของกินทั้งหมด 300 แผง เป็นของพ่อค้าแม่ขายชาวไทยมากกว่า 160 แผง

บรรดาคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาเยือนตลาดนัดกลางคืนแห่งนี้ ที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งใหม่ของไห่โข่วกันอย่างไม่ขาดสาย โดยมีนักท่องเที่ยวตบเท้าเข้าเดินซื้อของสูงถึงราว 800,000 คน ในช่วง 20 วันแรกของการเปิดตลาด

อริณธารัตน์ เทพวรรณ เจ้าของแผงขายอาหารไทยอย่างผัดไท ต้มยำกุ้ง และหมูกรอบ จำนวน 4 แผง สาละวนอยู่กับการทักทายลูกค้ามากหน้าหลายตา โดยเขาเผยว่า ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1,000-2,000 หยวน (ราว 5,000-10,000 บาท) ต่อวันต่อแผง

เดิมที อริณธารัตน์ทำธุรกิจคลินิกเสริมความงามในไทย และธุรกิจนำเข้าสินค้าจากจีนมานานกว่า 18 ปี จนกระทั่งราวสามเดือนก่อน เขาได้ยินข่าวว่า ไห่หนานจะเปิดตลาดนานาชาติสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติ ซึ่งทำให้เขาสนใจและเริ่มพูดคุยกับเพื่อนในไทย

อริณธารัตน์บอกว่า พอรู้จักตลาดจีนมีขนาดใหญ่และคิดว่าเป็นโอกาสดีทางธุรกิจ จึงตัดสินใจมาเปิดแผงขายอาหารที่นี่ โดยแม้เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับไห่หนาน แต่เคยเดินทางไปหลายเมืองของจีน เช่น กว่างโจว เซี่ยเหมิน เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง เลยคิดว่าไห่หนานน่าจะเหมือนและเป็นตลาดใหญ่เช่นกัน

“ผมได้ยินว่า ไห่หนานเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศอื่น ๆ และวันแรกที่มาถึงที่นี่ ผมรู้สึกว่าเหมือนอยู่กรุงเทพฯ เลย ทำให้คิดว่าเลือกถูกแล้ว” อริณธารัตน์กล่าว พร้อมแสดงความหวังว่าตลาดแห่งนี้จะโด่งดังในจีน และทั่วโลกจนกลายเป็นแลนด์มาร์กห้ามพลาด

ด้าน อภิญญา ฉัติทิวาพร วัย 27 ปี ซึ่งทำธุรกิจเบเกอรีในไทย เจ้าของแผงขายชาไทยหลากหลายเมนูที่ตลาดนัดกลางคืนไป๋ซาเหมิน เผยว่าเธอตั้งใจมาสั่งสมประสบการณ์และเสาะหาโอกาสใหม่ในตลาดแห่งนี้ที่มีขนาดใหญ่มาก ทิวทัศน์สวยงาม ผู้คนเป็นมิตร และอากาศดี

กิตติศักดิ์ โอสถานันต์กุล ผู้จัดการกลุ่มผู้ค้าชาวไทยของตลาดนัดกลางคืนไป๋ซาเหมิน เปิดแผงขายอาหารของตัวเอง พร้อมกับช่วยเหลือผู้ค้าชาวไทยคนอื่นๆ ตั้งแต่งานเอกสาร การขอวีซ่า จนถึงหาที่พักอาศัย โดยเขามองว่าการทำธุรกิจที่ตลาดแห่งนี้เป็นโอกาสใหม่ในการบุกตลาดจีน

แม้การท่องเที่ยวของไห่หนานจะผันผวนตามฤดูกาล แต่กิตติศักดิ์ยังคงมองเชิงบวกและเฝ้ารอฤดูท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะแห่แหนกันมาที่นี่ รวมถึงวาดหวังขยับขยายธุรกิจไปยังการเปิดร้านนวดแผนไทยหรือร้านอาหารไทยในอนาคตข้างหน้าด้วย

เจิ้งซือซือ นักท่องเที่ยวจากมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน กล่าวว่าอาหารไทยที่ตลาดนัดแห่งนี้มีรสชาติเหมือนต้นตำรับ พอเจอคนขายที่พูดภาษาไทยก็เหมือนอยู่ประเทศไทย ที่นี่มอบประสบการณ์ยอดเยี่ยม และเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสนุก

ททท. เชียงใหม่ จับมือพันธมิตรกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสงขลา-กระบี่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ผนึกกำลังร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เร่งทำการตลาดเชิงรุกนำสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เสนอขายให้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยวจังหวัดสงขลา และจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2566 โดยกำหนดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ Table Top Sale ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมบุรีศรีภู คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และในวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมปาหนัน กระบี่ รีสอร์ท จ.กระบี่ หวังดึงนักท่องเที่ยวจากจังหวัดสงขลาและกระบี่ เดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคมายังจังหวัดเชียงใหม่ในช่วง Green Season และหน้าหนาวที่กำลังจะถึงนี้ พร้อมกันนี้ยังได้นำสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเชียงใหม่ สงขลา และกระบี่ ภายใต้โครงการ The Link Local to Global ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง Domestic to Domestic ผ่านการนำเสนอเรื่องราววิถีชีวิต สินค้าและบริการที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานบริการ และสอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเป้าหมายของพื้นที่

นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับจังหวัดสงขลา และจังหวัดกระบี่ ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานบริการ โดยจังหวัดสงขลาเชื่อมโยงการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด The Bleisure Route เที่ยวได้งาน นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มประชุม/สัมมนา/Team Building รวมถึงสินค้าและบริการเชิงสุขภาพ Zodiac Spa สปาราศี สำหรับจังหวัดกระบี่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวภายในแนวคิด Green Route นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวตามแนวคิด Sustainable Tourism Goals: STGs และ Low Carbon Tourism เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากเราจะเชื่อมโยงกันด้วยสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว เรายังเชื่อมโยงกันด้วยเส้นทางบิน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงเชียงใหม่ – หาดใหญ่ (สงขลา) โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย วันละ 1 เที่ยวบิน และเชียงใหม่ - กระบี่ โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย จันทร์/พุธ/ศุกร์/อาทิตย์ วันละ 1 เที่ยวบิน อังคาร/พฤหัส/เสาร์ วันละ 2 เที่ยวบิน

สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ เปิดให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ) โทรศัพท์ 0 5324 8604-5 และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวของ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ได้ทาง

14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ยูเนสโก ประกาศให้ ‘ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่’ เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

วันนี้ เมื่อ 18 ปีก่อน ที่ประชุมยูเนสโกประกาศให้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เป็น #มรดกโลก ทางธรรมชาติ ภายใต้ชื่อ ‘ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่’

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รับการประกาศให้เป็น ‘มรดกโลกทางธรรมชาติ’ จากองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อกลุ่ม ‘ดงพญาเย็น-เขาใหญ่’ นับเป็นมรดกโลกแหล่งที่ 5 ของไทย และเป็นอันดับที่ 2 ของมรดกทางธรรมชาติไทย ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลก ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร ถูกเรียกว่าเป็นผืนป่าตะวันออก ซึ่งเปรียบเทียบกับผืนป่าตะวันตก ในเขตจังหวัดตาก และรอบ ๆ

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นผืนป่าอนุรักษ์เชิงระบบนิเวศ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า มีความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนมีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง อยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดนครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี สระบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ ได้แก่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครนายก จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี
อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา และ จ.ปราจีนบุรี
อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี
อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์

ลักษณะภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนของภูเขาใหญ่น้อยแห่งเทือกเขาสันกำแพง โดยในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มียอดเขาสูงสุดของพื้นที่ สลับกับพื้นที่ราบและทุ่งระหว่างหุบเขา สภาพป่าโดยทั่วไปมีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ ชนิดป่า ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่า โดยเฉพาะยังเป็นแหล่งที่อยู่อายของสัตว์ป่าหายากที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลานชนิด เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำสำคัญ ๆ หลายสาย ได้แก่ แม่น้ำนครนายก แม่น้ำประจันตคาม แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำปราจีนบุรี ลำพระเพลิงและลำตะคอง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศในอุทยานแห่งชาติทับลาน ตลอดจนมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่หลากหลาย เช่น การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ การดูนก การดูผีเสื้อ การส่องสัตว์ การล่องแก่ง ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ เป็นต้น

‘มาตาลดา EP.11’ ทำลายสถิติ!! เรตติ้งพุ่งกระฉูด ขึ้นแท่นละครถูกใจคนดู โซเชียลยกเป็นเซฟโซนเอาไว้ฮีลใจ

(13 ก.ค. 66) เดินทางมากันเกือบครึ่งเรื่องแล้วสำหรับละครน้ำดีอย่าง ‘มาตาลดา’ กระแสความนิยมยังคงล้นหลาม ติดอันดับหนึ่งละครฮีลใจของใครหลายคน ล่าสุดในเรื่องของเรตติ้งก็พุ่งกระฉูดสูงขึ้นไม่หยุด ใน ‘มาตาลดา EP.10’ ทำตัวเลขเรตติ้ง Bangkok พุ่งสูงถึง 6.49 เรตติ้งในกลุ่ม (Bangkok and Urban) หรือ 15+ BU ได้ไป 4.78 เรตติ้ง Nationwide ทำได้ถึง 3.01 และยอดดูสดออนไลน์ได้ไป 6.5 แสนคน

จากนั้นยังปังต่อเนื่องไปอีก เพราะเรตติ้ง ‘มาตาลดา EP.11’ ทำลายสถิติเรตติ้ง Bangkok สูงปรี๊ดขึ้นไปถึง 7.13 เรตติ้ง 15+ BU ทำไปได้ 5.62 และเรตติ้ง Nationwide คว้าไป 3.28 แถมยังมียอดดูสดออนไลน์สูงทะลุถึง 6.7 แสนคน ฟากยอดดูย้อนหลังผ่าน 3Plus สูงถึง 36.8 ล้านวิว

ส่วนในโซเชียลคนดูก็พูดถึงละครจนเป็นกระแสร้อนแรง #มาตาลดาEP10 และ #มาตาลดาEP11 ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยแลนด์อันดับต้น ๆ แบบเลิศ ๆ เพราะสองอีพีนี้ได้เสิร์ฟความฟินจิกหมอน เรียกว่าคู่พระนาง ปุริม (เจมส์ จิรายุ) กับมาตาลดา (เต้ย จรินทร์พร) เติมความหวานในใจคุณผู้ชมจนเหนียวหนึบหนับไปหมด ยิ่งตอนนี้ปุริมก็เคลียร์ชัดเจนกับ แพง หรืออรุณรัศมี (อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม) ว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วย พร้อมกับหวงมาตาลดาแบบขั้นสุด ออกตัวปกป้องทั้งจาก แพง และ ไตรฉัตร (ริว วชิรวิชญ์) บอกเลยว่าใครคิดจะมาแย่งหรือว่าร้ายมาตาลดาต้องผ่านด่านปุริมไปก่อนจ้า

แต่ในขณะที่คนดูกำลังฟินกับคู่ปุริมมาตาลดา หนุ่ม ‘ริว วชิรวิชญ์’ กับ ‘ปิง กฤตนัน’ ก็ได้คะแนนสงสารพร้อมกับถูกชมเรื่องสกิลการแสดงที่ถ่ายทอดตัวละครไตรฉัตรคนที่พยายามอยู่เหนือปุริม เพราะมีแม่คอยกดดันตลอด ทำทุกคนเอ็นดูไปตาม ๆ กัน ก่อนจะไปซึ้งตามกันต่อกับซีนที่ พ่อเกรซ (ชาย ชาตโยดม) พร้อมเดอะแก๊งครอบครัวมาตาลดาปกป้องคุณเพื่อนบ้านอย่าง ยวนตา (นุ่น รมิดา) จากแก๊งทวงหนี้นอกระบบ แถมยังมีคำสอนดี ๆ ให้คนดูได้คิดตามอีกด้วย แต่ที่ยืนหนึ่งครองใจแฟน ๆ มาตลอดคงจะหนีไม่พ้นน้องหมา โอลีฟ ป๊อปอาย พลูโต ที่ออกมากี่ทีก็นำความน่ารักน่าเอ็นดูมาขโมยซีนได้ใจคนดู ทำให้ตอนนี้มีแฟนคลับเป็นของตัวเองไปแล้วจ้า

ละครเรื่องนี้ทำให้ใครหลายคนอบอุ่นหัวใจจนทุกคนเอ่ยปากว่าในวันที่วุ่นวายก็ยังมี ‘มาตาลดา’ เป็นเซฟโซนให้กลับมาฮีลใจได้ด้วย หลังจากนี้เรื่องราวจะยิ่งเข้มข้นขึ้นไปในทิศทางไหน ติดตามได้ใน 'มาตาลดา' ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

ตำรวจไซเบอร์จับกุมแอดมิน VK กลุ่ม DARKSIDE อัปคลิปอนาจารและโปรโมตเว็บพนัน

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีตรวจสอบการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์ ต่าง ๆ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนให้ถึงต้นตอของขบวนการอย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้ตรวจสอบพบ แอปพลิเคชัน VK ชื่อกลุ่ม DARK SIDE CLUB ได้มีการโพสต์ภาพลามกอนาจาร แอบแฝงชักชวนเล่นพนันออนไลน์ มีผู้ติดตามกว่า 50,000 คน

ต่อมาวันที่ 12 ก.ค.66 พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทาง อินเทอร์เน็ต บก.ตอท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ขุนพิลึก สว.ฯ, พ.ต.ท.วิเชียร คําชุมภู สว.ฯ, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช อ่อนชูเหมรัต สว.ฯ, พ.ต.ต.ณัฐพงค์ เผือกเนียม สว.ฯ ชุดสืบสวนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี และ กก.สส.ภ.จว.เพชรบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 ต.หนองปรง อ.เขาย้อย จว.เพชรบุรี พบนายอัครนันท์ พร้อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง ซิมการ์ด 2 ซิม จากการตรวจสอบตรวจพบหลักฐานยืนยันว่านายอัครนันท์ฯ เป็นแอดมิน VK ชื่อกลุ่ม DARK SIDE CLUB ซึ่งเป็นกลุ่มสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่มีรหัสป้องกัน หรือต้องได้การรับเชิญจากผู้จัดการ และ กลุ่มอื่น ๆ ที่มีการโพสต์ภาพลามกอนาจาร แอบแฝงชักชวนเล่นพนันออนไลน์ รวมแล้ว 19 กลุ่ม มีผู้ติดตามรวมกว่า 250,000 คน

จึงได้ร่วมกันจับกุม นายอัครนันท์ อายุ 27 ปี ในความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.การพนัน จากนั้นนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นจากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับทำมาแล้วหลายปีเคยได้เงินมากสุดถึง 100,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันได้ผันตัวเป็นเอเย่นคอยส่งงานการโฆษณาชักชวนให้เล่นการพนันไปยังแอดมินกลุ่มอื่น ๆ โดยทำหน้าที่เป็นคนกลางหักหัวคิว

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท., พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทาง อินเทอร์เน็ต บก.ตอท. สั่งการ พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ขุนพิลึก สว.ฯ, พ.ต.ท.วิเชียร คําชุมภู สว.ฯ, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช อ่อนชูเหมรัต สว.ฯ, พ.ต.ต.ณัฐพงค์ เผือกเนียม สว.ฯ พร้อมทีมสืบสวนดำเนินการจับกุม

ผู้ว่าฯพิจิตร สั่งเปิดยุทธการตาเถรกวาดลานทวงคืนวัดหลวงพ่อเงินบางคลานจากแก๊งทรชน

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ความคืบหน้าสถานการณ์ที่ วัดหิรัญญาราม หรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 66 ที่มีชายชุดดำจำนวนนับสิบคน ปลุกระดมชาวบ้านใช้กำลังเข้าทำร้ายกรรมการและคนงานของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เข้าทำลายกล้องวงจรปิดและประกาศยึดวัดหลวงพ่อเงินบางคลานโดยตั้งตัวเป็นกลุ่มซ่องโจรอั้งยี่เข้าบริหารรับเงินทำบุญและเข้าควบคุมวิหารหลวงพ่อเงินจนเป็นข่าวใหญ่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างหวาดผวาไม่กล้าเข้าไปท่องเที่ยว หรือ เข้าไปทำบุญ ส่งผลทำลายภาพลักษณ์ของจังหวัดพิจิตรยืดเยื้อมายาวน่านจากวันนั้นถึงวันนี้นับระยะเวลารวม 97 วัน ที่ไม่มีใครบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทั้งๆที่มีคำสั่งศาล มีคำสั่งบังคับคดี ต่างๆ แล้วก็ตาม

ล่าสุดวันนี้ นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร ได้มอบหมายสั่งการให้ นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม รอง ผู้ว่าฯ พิจิตร , นายสุเมธ เมธีรัตนาพิพัฒน์ นายอำเภอโพทะเล เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เปิดยุทธการตาเถรกวาดลาน โดยใช้กำลัง ทหาร-ฝ่ายปกครอง – อส. ประสานงานกับตำรวจจังหวัดพิจิตรนำกำลังนับร้อยคนพร้อมรถดับเพลิงอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนเพื่อดำเนินการจะพา พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของคณะสงฆ์เข้าวัด

แต่ปรากฏว่าเมื่อกำลังตำรวจ-ทหาร- -ฝ่ายปกครอง- อส. เดินทางไปถึงก็พบว่าประตูทางเข้าวัดหลวงพ่อเงินบางคลานทุกจุดถูกกลุ่มอันธพาลและชาวบ้านปิดประตูสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไป โดยไม่เชื่อฟังคำสั่งของฝ่ายปกครองที่ชี้แจงเหตุผลว่า การกระทำที่ชาวบ้านเข้ายึดวัดหลวงพ่อเงินบางคลานในลักษณะนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย กลุ่มชาวบ้านซึ่งแท้ที่จริงเป็นพวกรับจ้างมาป่วนในวัดหลวงพ่อเงินบางคลานก็เริ่มใช้หนังสติ๊กยิงใส่กำลังของ ตำรวจ-อส.-ฝ่ายปกครอง จนโล่ที่ใช้กำบังควบคุมฝูงชนแตกเสียหาย รวมถึงได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน เมื่อการเจรจาไม่ได้ผลกำลัง ตำรวจ-อส.-ฝ่ายปกครอง จึงต้องใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำใส่ฝูงชนที่มีประมาณเกือบ 100 คน  ที่เฝ้าประตูในแต่ละจุด 

การปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายของวันนี้ กองกำลัง ตำรวจ-ทหาร- -ฝ่ายปกครอง- อส. ก็ยังไม่สามารถตีฝ่าวงล้อมของพวกชายฉกรรจ์และชาวบ้านที่ยึดวัดหลวงพ่อเงินบางคลานเพื่อจะนำพา พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เข้าไปในวัดได้

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ มีรายงานว่าฝ่ายปกครองและฝ่ายบ้านเมืองจะลงมือตามลำดับความหนักเบาของสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายต้องเข้าวัดหลวงพ่อเงินบางคลานเพื่อคืนความสงบสุขให้กับพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาเข้ามาสักการะบูชาหลวงพ่อเงินให้ได้เป็นปกติสุขตามกฎหมายต่อไปให้จงได้

‘นริศโรจน์’ ซัด!! เหล่าดารา-คนดัง หลังแห่เปิดหน้าแขวะ กกต. ฟาดแรง!! “คงเล่นละครมาก ไปจนไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

(13 ก.ค. 66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…

“รู้ว่าเป็น ‘ดารา’ แต่ถ้าดาราไม่รู้ว่า กกต.มีไว้ทำไม อันนี้คนทั่วไปคงตอบแทนเขาได้ คงเล่นละครมาก ไปจนไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

15 กรกฎาคม พ.ศ. 2410 ประเทศไทยสูญเสียดินแดน ครั้งที่ 7 ยกเขมรและ 6 เกาะ ให้ฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม

เมื่อ 156 ปีก่อน ประเทศไทยสูญเสียดินแดนเขมรและเกาะ 6 เกาะ ให้ฝรั่งเศส ในยุคล่าอาณานิคม อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่คนไทยทุกคนต้องศึกษาและจดจำ

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2410 เป็นอีกวันที่คนไทยทั้งชาติควรศึกษาและจดจำไว้เป็นบทเรียน กับเหตุการณ์หน้าประวัติศาสตร์ที่อันสำคัญในการรักษาอำนาจอธิปไตย ให้รอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นในยุคล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก กับความเจ็บปวดที่แลกมากับการต้องสูญเสียดินแดน เขมรและเกาะ 6 เกาะ เป็นพื้นที่ 124,000 ตร.กม. ให้แก่ฝรั่งเศส ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 เป็นการเสียดินแดนครั้งที่ 7 จากทั้งหมด 14 ครั้ง นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2325 จวบจนปัจจุบัน

สำหรับการเสียดินแดนเขมรและเกาะ 6 เกาะ นั้น สืบเนื่องจากการทำสงครามระหว่างไทยกับญวนหลายปี เพื่อแย่งชิงเขมรส่วนนอก หรือที่เรียกว่า 'อานามสยามยุทธ' ซึ่งภายหลังได้มีการตกลงกันว่า จะให้เขมรเป็นประเทศราชของสยามต่อไป แต่ก็ต้องส่งบรรณาการไปให้ญวนเสมือนประเทศราชของญวนด้วย แต่ไทยมีสิทธิ์ในการสถาปนากษัตริย์เขมรดั่งเดิม

โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาให้ นักองด้วง เป็นกษัตริย์แห่งเขมร สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี หรือ สมเด็จพระหริรักษ์รามสุริยะมหาอิศวรอดิภาพ แต่ในปี 2397 เขมรได้แอบส่งสารลับไปยังฝรั่งเศส ขอให้ฝรั่งเศสช่วยกู้ดินแดนที่เสียให้ญวณกลับมาอยู่กับเขมรอีกครั้ง และมาช่วยคุ้มครองเขมรให้พ้นจากทั้งอำนาจของสยามและญวน

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ รัชการที่ 4 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นักองราชาวดี หรือ สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ ขึ้นเป็นกษัตริย์เขมรองค์ต่อจาก สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี ที่เสด็จสวรรคต โดยในช่วงก่อนปี 2406 นั้น ฝรั่งเศสได้เข้ามามีอำนาจในดินแดนแถบอินโดจีนหรือญวนมากขึ้น และได้เข้ามาบีบบังคับโดยใช้กำลัง ทั้งทางกองเรือและทางการทูต

ทำให้สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ยอมให้อำนาจแก่ฝรั่งเศส ในการเข้ามาปกครอง และให้เขมรเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส โดยมีพระองค์ยังคงเป็นกษัตริย์อยู่ และได้ทำสัญญากันในปี 2406 ฝรั่งเศสเข้ามาเอาผลประโยชน์ โดยเอาเปรียบทางการค้าไทย และต้องการดินแดนเพื่อเข้าไปใกล้กับแม่น้ำโขง เพราะต้องการจะล่องเรือเข้าไปยังจีนผ่านทางนั้น

อย่างไรก็ตาม สยามได้พยายามรักษาสิทธิของตนเหนือกัมพูชา โดยทำสนธิสัญญาลับสยาม - กัมพูชา เมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ.2406 เพื่อยืนยันสิทธิของสยามเหนือกัมพูชา พระนโรดมยินยอมลงนามในสนธิสัญญานี้เช่นกัน แต่เมื่อฝรั่งเศสทราบถึงการทำสนธิสัญญาลับสยาม-กัมพูชา ก็ได้เข้ามาคัดค้านและเจรจาเพื่อขอยกเลิกสนธิสัญญา

ทั้งนี้เมื่อฝ่ายสยามประเมินแล้วเห็นว่า ไม่มีทางจะต่อสู้กับฝรั่งเศสได้ จึงต้องยอมไปใน พ.ศ.2410 (ค.ศ.1867) โดยสยามจำต้องยอมลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศส รับรองให้เขมรส่วนนอกด้านติดกับโคชินไชนา รวมเกาะอีก 6 เกาะ เป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส หลังจากฝรั่งเศสบังคับกษัตริย์นโรดมพรหมบริรักษ์แห่งเขมร ให้ยอมยกดินแดนดังกล่าวไปอยู่ใต้การปกครอง

ร้านอาหารอิตาเลียนกลางกรุง บรรยากาศอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนู จากฝีมือเซฟชาวอิตาลี

ใครชอบรับประทานอาหารอิตาเลียน หรือกำลังมองหาอาหารตะวันตกมาลิ้มลอง ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ THE STATES TIMES ขอแนะนำร้าน ‘House of Tango’ ร้านอาหารอิตาเลียนที่บรรจงสร้างสรรค์หลากหลายเมนู โดยเน้นสีสันและรสชาติ ให้ถูกปาก ติดใจผู้คนที่ได้ลิ้มรส

ขอบอกก่อนว่า ‘House of Tango’ เกิดขึ้นจากฝีมือ คุณชัยยศ เพชรดาษดา (คุณยศ) นักออกแบบแห่งแบรนด์ TANGO ที่ตัดสินใจผันตัวมาทำร้านอาหาร แรกเริ่มจะเปิดแค่เล็ก ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นร้านอาหารเต็มรูปแบบ แถมยังได้ Chef Frederic Farina เชฟหนุ่มใหญ่ชาวอิตาเลียนที่เคยเป็น Head Chef จากโรงแรมแกรนด์ฮแอทเอราวัณแบงค็อก (Grand Hyatt Erawan Bangkok) ผู้มีประสบการณ์มาเกือบ 30 ปี มาเป็นผู้วาง Concept ให้กับร้านด้วย

ภายในร้าน ‘House of Tango’ จะตกแต่งด้วยของที่ระลึกของคุณยศที่สะสมจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก โดยวางไว้ที่มุมต่าง ๆ ของร้าน คล้ายเป็นแกลอรีให้ลูกค้าได้ชื่นชม นอกจากนี้ยังตกแต่งร้านให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่น เสมือนอยู่ที่บ้านกับครอบครัว แต่ก็แฝงไปด้วยความหรูหรา สวยงาม เหมือนหลุดเข้าไปในมุมหนึ่งของอิตาลีด้วย

และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อมาถึง ‘House of Tango’ ก็คือ ‘อาหาร’ ที่เป็นพระเอกนางเอกของร้าน ซึ่งมีหลากหลายเมนูขึ้นชื่อ เช่น

-Mixed Tomatoes Salad สลัดมะเขือเทศ เพิ่มเติมรสชาติให้กลมกล่อมมากกว่าเดิมด้วยแตงโม และทับทิม ปรุงรสเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ จุดเด่นคือมะเขือเทศ สายพันธุ์ดั้งเดิมจากอิตาลี นำมาปลูกในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

-Blue Mussel หอยแมลงภู่จากชิลีนึ่งซอสไวน์ขาว อร่อยกลมกล่อม

-Sweet Pumpkin Ravioli, Truffle Cream Sauce ราวิโอลีแป้งสดทำเอง แต่เติมสีสันชวนลิ้มลองด้วยลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากแพตเทิร์น แพทเวิร์ค ใช้สีธรรมชาติจากผัก เสิร์ฟพร้อมซอสทรัฟเฟิล ได้รสหวานเล็กน้อยจากไส้ฟักทอง

-Thai River Prawn สปาเกตตีกุ้งแม่น้ำ ได้กลิ่นและรสชาติจากกระเทียม น้ำมันมะกอก ไวน์ขาว เส้นหมึกดำจากแป้งซีโมลินาที่นำเข้าจากอิตาลีตอนใต้ 

-Beef Wellington เนื้อสันในจากออสเตรเลีย ห่อด้วยสมุนไพรและแป้งพัฟ หั่นโชว์เนื้อนุ่มในระดับ Medium Rare ชุ่มฉ่ำด้วยซอสไวน์แดง

นอกจากอาหารคาวรสชาติอร่อยที่ยกตัวอย่างไปแล้วบางส่วน ทางร้าน ‘House of Tango’ ก็ยังมีของหวานให้รับประทานตบท้าย เช่น Milles Feuilles ขนมอบรสชาติหวานกำลังดี หรือจะเป็น Waffle with Chalongbay Cherry Jubilee วาฟเฟิลกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยซอสเชอร์รี่ตุ๋นโฮมเมดเปรี้ยวหวานสุดลงตัว

สำหรับใครที่อยากตามไปลิ้มลอง ร้าน ‘House of Tango’ ตั้งอยู่ที่ ซอยเจริญกรุง 107 แยก 44 บางคอแหลม กรุงเทพฯ ร้านเปิดเวลา 17.00 -23.00 (อ.-อา) และ 12.00 - 15.00 (ส.-อา) ปิดทุกวันจันทร์ หรือโทรจองได้ที่เบอร์ 063-141-0999

'ส.ว.สมชาย' แฉ!! เจตนาก้าวไกลเรื่อง ม.112 ลั่น!! ดึงฟ้าลงดิน แต่ยังอ้างว่าแก้เพื่อปกป้อง

(13 ก.ค. 66) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้พูดอภิปรายในรัฐสภา วาระการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าจะไม่โหวต เลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมยกกรณีการเสนอร่างแก้มาตรา 112 ที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็น ว่า...

ผมอยากนำเสนอเอกสารจากทางพรรคก้าวไกล ซึ่งได้เสนอร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ตัวจริง ซึ่งพรรคร่วมทั้ง 7 ไม่เคยเห็น ประชาชนก็ไม่เคยเห็น ร่างที่บอกไม่เคยเสนอเข้าสู่สภาฯ ลงเลขที่ 27/2564 ของสภาฯ วันที่ 25 มีนาคม 2564 และลงเลขรับอีกครั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 

ทำไมถึงมีเลขรับ 2 ครั้ง และเหตุใด ส.ว.จึงไม่ไว้วางใจให้ก้าวไกลให้แก้ไข/ยกเลิกมาตรา112 และรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวข้องกับชาติและสถาบันฯ ลองมาดูกันจะจะอีกครั้งครับ

ร่างกฎหมายดังกล่าว ถูกเสนอโดยพรรคก้าวไกลเข้าสภาผู้แทนราษฎร แต่ถูกท่านประธานสภาให้ไปปรับแก้ไข แต่ก้าวไกลก็ไม่ยอมแก้ไข และยืนยันจะเอาเข้าสภาฯ ให้ได้นั้น โดยในสาระสำคัญของร่างนั้น ได้แยกมาตรา 112 ที่ป้องไม่ให้ผู้ใดหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท ออกจากกัน 

พร้อมทั้งลดโทษจำคุกลงเหลือแค่ไม่เกิน 6 เดือนไม่เกิน 1ปี และปรับลดโทษลงโดยไม่ต้องรับโทษเลย หากอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือหากเป็นความจริง 

ทั้งนี้ หากแยกดูในบางรายละเอียดจะพบข้อความระบุโทษที่มีการปรับลดกฎหมายซึ่งถือเป็นกฎหมายคุ้มครองประมุขของแผ่นดินไว้ดังนี้… ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ จะระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดหมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระราชินีรัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

>> ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ใดติชม แสดงความคิดเห็นหรือแสดงข้อความใดโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะ >> ‘ผู้นั้นไม่มีความผิด’ เพราะมองว่า ความผิดในลักษณะนี้ เป็นความผิดอันยอมความได้

หรือบางมาตราก็มีตัดโทษจำคุกทิ้งหมดเหลือแค่โทษปรับเล็กน้อย เช่น มาตราที่คุ้มครองพระราชอาคันตุกะ เจ้าพนักงาน ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้มีหลักฐาน เป็นลายลักษณ์อักษรในร่างกฎหมายที่พรรคก้าวไกลพยายามที่จะนำเข้าสู่สภาในสมัยที่แล้ว เพื่อที่จะแก้ไขถึง 2 ครั้งและก็ยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

ผมจึงไม่ขอสนับสนุนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตของก้าวไกล ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top