Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

‘อนุชา’ โชว์ผลงาน ‘ลุงตู่’ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พาไทยพัฒนารุดหน้า-ก้าวข้ามวิกฤต จนต่างชาติซูฮก

(18 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้พูดถึงผลงานรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2562-2566) ในรายการคุยนอกเวลากับอนุชา บูรพชัยศรี โดยระบุว่า

การระบาดของโควิด 19 ถือเป็นปัญหาและความท้าทายที่สำคัญของรัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลก นับตั้งแต่การแพร่ระบาดในปี 2563 รัฐบาลภายใต้แกนนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อร่วมมือกันต่อสู้กับวิกฤตครั้งนี้ ตั้งแต่วินาทีแรก ด้วยการควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัดแบบ Single command การจัดหาวัคซีนและยารักษาโรค ตลอดจนการช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟู ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้แรงงาน เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย 

การบริหารจัดการของรัฐบาลไทย ได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ให้เป็นต้นแบบของการรับมือกับโควิด 19 ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

โดยประชาชนได้รับวัคซีนในระดับความครอบคลุมสูง ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง การตั้งเป้าหมายเชิงรุกให้ประชาชนอยู่กับโควิดได้อย่างปลอดภัยและดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ประกาศยกเลิกโควิดออกจากการเป็นโรคติดต่ออันตราย ควบคุมไปกับการยกเลิกกฎหมายที่เข้มงวดและเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่เพียงเท่านั้นประเทศไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่มาจากปัจจัยภายนอก 

โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างรัซเซียและยูเครน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นและมีเงินเฟ้อ รัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อประคับประคอง ให้ทุกกิจกรรมเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อุดหนุนเงินโครงการคนละครึ่ง ตึงราคาน้ำมันดีเซล ช่วยเหลือค่้าก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำ ค่าไฟ เยียวยาผู้ใช้แรงงานนายจ้างและผู้ประกอบการ การประกันราคาสินค้าเกษตร ส่งเสริมธุรกิจ SME และ Start up ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รวมทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน

รัฐบาลได้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศ และตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนานาชาติ โดยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APEC 2022 ในช่วงปลายปี 2565 ได้สำเร็จ ราบรื่นและได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก โดยได้ต้อนรับผู้นำและผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจ แขกพิเศษและสื่อต่างชาติกว่า 4,000 คน ผู้นำเขตเศรษฐกิจได้ร่วมลงนามรับรองเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy เพื่อขับเคลื่อนนโยบายระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีการประเมินว่าการประชุมครั้งที่ผ่านมา สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากถึง 20,000 ล้านบาท ช่วยตอกย้ำบทบาทและยกระดับความเชื่อมันทุกด้านของไทยในเวทีโลก 

และอีกผลงานที่สำคัญ คือ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ในรอบ 30 ปี ส่งผลให้เกิดความร่วมมืออย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง การค้า การลงทุนแรงงาน การศึกษา การท่องเที่ยว และด้านอื่นๆอีกมากมาย

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพลิกโฉมประเทศไทย เพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 และการเป็นประเทศชั้นนำของโลก ก็คือการปฏิรูปกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและทุกภาคส่วนของประเทศ ตลอดจนการลงทุนเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆ เช่น EEC การพัฒนาชุมชนสู่เมืองอัจฉริยะ การสร้างเกษตรอัจฉริยะ และการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในอนาคตอันใกล้ รวมทั้งการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตร ส่งเสริมการขึ้นทะเบียน GI จัดสรรที่ดินทำกิน ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่แก้ปัญหาความยากจน จัดสวัสดิการชุมชนแก้ไขปัญหาหนี้สิน ผลักดัน Soft Power สู่ระดับโลก และยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ 12 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

ด้านความมั่นคง รัฐบาลปกป้อง เชิดชู สถาบันพระมหากษัตริย์ สืบสานรักษาต่อยอดงานตามพระบรมราโชบาย สร้างเครือข่ายความมั่นคงชุมชน ปรับปรุงกฎหมายยาเสพติด เน้นยึดทรัพย์ และทำลายเครือข่าย ปราบปรามการค้ามนุษย์ สร้างตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนใต้ บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง 

ด้านสังคม อุดหนุนเงินเด็กแรกเกิด ปฏิรูปการเรียนรู้ทุกระดับเพื่อเตรียมพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 พัฒนาโรงเรียนคุณภาพและจัดทำโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย พัฒนาระบบสาธารณะสุขถูกมิติ สานต่อโครงการการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายเงินสวัสดิการสังคมผ่านระบบออนไลน์และปรับเบี้ยความพิการแบบถ้วนหน้า 

ด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลประกาศเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ส่งเสริมเศรษฐกิจภายใต้ BCG Model ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสร้างอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพ ชีวมวล และไฟฟ้า

ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ ‘สมัยใหม่’ ยกระดับการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ทางอิเล็กทรอนิกส์จัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ พัฒนา Platform Digital ของรัฐ ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลและอำนวยความสะดวก ในการประกอบธุรกิจ สำหรับในระยะยาวรัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แล้ววางรากฐานการพัฒนาประเทศเพื่ออนาคต ตามแนวทาง 3 แกน คือการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดและบูรณาการมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดให้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน และการใช้ประโยชน์จากภาคการธนาคาร เพื่อกระตุ้นความมั่งคั่ง รุ่งเรือง 

เศษเสี้ยว 'คำตอบประเทศ' จากพื้นฐานบุคลากรในพรรคการเมือง 'ลุงชัช' ผู้ลัดเส้นทางให้ใช้ฟรี vs แสนสิริ ผู้หาวิธีโกย 10-20 บาท ก็เอา!!

เห็นแล้วก็อดไม่ได้!! ที่อยากจะเขียนถึง หลังจากไม่กี่วันมานี้ มีการนำเรื่องดี ๆ ที่น้อยคนจะรู้ของ 'ชัช เตาปูน' หรือ นายชัชวาลย์ คงอุดม, นายประสิทธิ์ จิตราธนวัฒน์ และบริษัทบางซื่อพลาซ่า ที่เปิดเส้นทางลัดไป 'ถนนเตชะวณิช' ให้ใช้ฟรี แถมเปิดเส้นทางลัดไปถนนพระราม 6 (ตัดใหม่) ให้ใช้ฟรีด้วยเช่นกัน 

ขอบอกก่อนนะหนูๆ ไอ้ที่ที่แชร์กันเนี่ย มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งจะเริ่มเกิด แต่ถนนเส้นลัดนี้ ลุงชัชแกเปิดให้ใช้มานานร่วม 40 ปีแล้วเห็นจะได้ แต่ถ้าคิดจะหยิบมาเป็นเรื่องชื่นชมในตอนนี้ก็ไม่ว่ากัน...

อันที่จริง ถ้านอกจากเรื่องการเป็นเจ้าของบ่อนที่ถูกสังคมตราหน้าในทางลบ ลุงชัชแกก็ทำหน้าที่ผู้ใหญ่ใจดีแก่คนในชุมชนย่านเตาปูน-บางซื่อ มาตลอดชั่วชีวิต

เอ่อ...เท่าที่พอจะรวบรวมได้ก็เช่น...
ส่งเด็กเรียนหนังสือ เกือบ 200 คน ปั้นอนาคตของชาติให้มาช่วยประเทศ ผ่าน 40 ปีแล้ว จบปริญญาเอก มาแล้ว 4 คน มีท่านหนึ่งเป็นรองคณบดีสัตวแพทย์ มหาวิทยาลับเกษตรฯ ซึ่งเป็นนักเรียนทุนจบจากเยอรมัน บ้างก็จบแพทย์แล้วมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล บ้างก็จบวิศวะ บ้างก็จบพยาบาล ซึ่งไม่ต้องชดใช้ทุนคืนสักบาทแต่เงื่อนไขต้องจบมาเพื่อช่วยเหลือประเทศ

แจกข้าวมากว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี 22 จนราคาข้าวขึ้นสูงมาก จึงต้องหันมาปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อเอามาแจกคนจน

เคยช่วยหม่อมคึกฤทธิ์หาเสียง ในสมัยท่านเป็นนายกฯ และได้นับถือกันเป็นพ่อ-ลูก ในบั้นปลาย มรว.คึกฤทธิ์ได้มอบสยามรัฐให้ดูแลกิจการต่อและบอกว่า "อย่าให้สยามรัฐตายตามพ่อไปนะลูก"

ช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบีย กว่าหมื่นคน เพื่อให้กลับเข้าประเทศเราได้ ซึ่งแต่ละคนที่กลับมาไม่ได้มีความเป็นที่อยู่ที่ลำบากมาก นายจ้างเอารัดเอาเปรียบ บ้างก็ต้องนอนในโรงเพาะเห็ด ผิวหนังติดเชื้อ ขาดสารอาหารหลายราย ให้หากินวันละมื้อ จนต่อสู้ช่วยขอวีซ่านายจ้างกลับมาได้

เคยเป็นอดีต ส.ว. ปี 43 จากการเลือกตั้ง และ ผลงานผลักดัน...ตรวจสอบ หน่วยงาน ขสมก. ซึ่งทำให้รัฐเสียหายเป็นหมื่นล้าน จนผู้บริหารต้องลาออกจากราชการและบางท่านถูกพิพากษาจำคุก และกรณีปิดโรงงานถ่านหิน เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและธุรกิจประมง ชาวประมง เกษตรกร

เกิดและเติบโตในสลัมย่านเตาปูน และปัจจุบันก็ยังอยู่ที่เดิม และคอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยากที่มาร้องขอเกือบทุกวัน

สำเร็จการศึกษาจาก นิติศาสตร์ รามคำแหง ใช้เวลาแค่ 3 ปีครึ่งและสำเร็จปริญญาโท สาขา เศรษฐศาสตร์และการบริหาร

วันหนึ่งไปมอบรั้วโรงเรียน เห็นเด็กดื่มน้ำขุ่นๆ กลัวจะเป็นนิ่ว จึงสร้างโรงกรองน้ำดื่ม ปัจจุบันได้บริจาคเพื่อสร้างโรงกรองน้ำดื่มกว่า 200 โรงเรียนแล้ว

ปลูกบ้านให้คนจนอยู่กว่า 200 หลังคาเรือน เพราะสาเหตุจากที่ชาวบ้านถูกไล่ที่ แล้วก็เรื่องการเปิดถนนส่วนบุคคลให้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรฟรี มากว่า 40 ปี ตรงเส้นทางลัด 'เตชะวนิช-พระราม 6' แม้จะสามารถเก็บค่าผ่านทางได้ก็ตาม (หากวันนึงๆ ท่านเก็บค่าผ่านทางคงได้เยอะเลย)

แน่นอนว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการเลือกตั้ง แล้วลุงชัช แกก็มีสังกัดเป็นตัวเป็นตนร่วมกับ รวมไทยสร้างชาติ ที่มีลุงตู่ร่วมขบวนอยู่ จะเรียกว่ากองเชียร์ เอามาอวยช่วยกัน ก็คงเป็นปกติวิสัย

***แต่บังเอิญ ไอ้เรื่องการเมือง มันก็มักมาพร้อมมากับเรื่องน้ำเน่า เพราะถ้ามีคนหนึ่ง 'ดี' มันก็ต้องมีอีกหนึ่งองค์ประกอบ 'เลว' โผล่ออกมาให้เกิดความสมดุลกัน...

ที่ว่าเช่นนี้เพราะ...พลันที่ชาวเน็ตบางส่วนดันเอา 'น้ำใจ' ส่วนนี้ของลุงชัชมาเผย ก็มีชาวเน็ตปากมากไม่น้อยมาเฉลยเชิงเปรียบกับ 'น้ำจิ้ม' ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ที่มียอดขายระดับแสนล้าน และกำไรเป็นหมื่นล้านต่อปี แต่กลับเรียกเก็บเงินค่าผ่านทางสะพานข้ามคลองพระโขนงจากประชาชน แม้แต่ผู้ซื้ออาคารชุดในโครงการของบริษัท ยังไม่เว้น!!

ตำรวจรวบแล้วคนร้ายแต่งชุดบุรุษไปรษณีย์ควงอาวุธปืนบุกเดี่ยวเข้าชิงร้านทองย่านอำเภอสามพราน

ที่แท้เป็นพ่อค้าขายสินค้าออนไลน์ลอกเลียนแบบไปรษณีย์ส่งจดหมาย ประวัติก่อคดีในเขตกรุงเทพฯเกี่ยวกับร้านทอง2ครั้ง 

คืบคดีเมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 16 มี.ค.66 คนร้ายใช้ปืนจี้ชิงทอง ร้านจำหน่ายทองเยาวราชเอ็มโกลด์ ถนนเข้าอำเภอสามพราน 27/22 หมู่ 1 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยคนร้ายแต่งกายสวมใส่เสื้อแขนยาวชุดบุรุษไปรษณีย์ สวมหมวกกันน็อคแบบบุรุษไปรษณีย์ ถือจดหมายพร้อมกล่องพัสดุเดินมาอยู่หน้าร้าน ทำทีจะมาส่งจดหมาย ก่อนมีพนักงานร้านทองออกไปรับ คนร้ายได้ผลักประตูและดันพนักงานเข้ามาในร้าน และคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาขู่ และบอกพนักงานให้หยิบทองเส้นละ 10 บาทจำนวน 10 เส้น พร้อมโยนถุงผ้าให้พนักงานและคนร้ายได้ขู่ว่า “มึงอย่ากดสัญญาณถ้ากดกูจะยิงจริงๆจนพนักงานร้องว่าอย่ายิง” และพนักงานอาศัยจังหวะวิ่งเข้าไปหลบหลังร้าน จนคนร้ายเห็นว่าไม่ได้สร้องทอง  จึงรีบวิ่งหนีออกจากร้านไป และไปขึ้นรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ สีดำไม่ติดทะเบียน ที่จอดอยู่ห่างจากจุดเกิดหตุ ประมาณ 100 เมตร ไม่ทราบเส้นทางหลบหนี

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.สามพรานได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ทั้งขาย้อนกลับที่คนร้ายมุ่งมาก่อนเหตุที่ร้านทองและเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ จนพบว่ารถยนต์ของคนร้ายก่อนมาก่อเหตุได้จอดเปลี่ยนสลับแผ่นป้ายทะเบียนที่ซอยข้างโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ตำรวจได้ตรวจสอบเช็คทะเบียนรถยนต์จึงทราบที่มาของรถยนต์คันดังกล่าว และสามารถจับกุมนายธีรพล เส็งสมวงศ์ อายุ40ปี คนร้ายที่ก่อเหตุได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.เมื่อเวลา17.00น.วันที่17มีค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางอาวุธปืนปลอม1กระบอก, เสื้อคลุมไปรษณีย์ไทย1ตัว, กางเกงวอร์มสีดำ1ตัว ,หมวกนิรภัยไปรษณีไทย1ใบ, ถุงมือสีดำ1คู่, หมวกแก๊ปสีน้ำเงิน1ใบ, แว่นตา1อันและรถยนต์ ทะเบียน 1กย306กทม.ที่ใช้ก่อเหตุ1คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในห้อหา “ พยายามในห้อหาชิงทรัพย์ (ลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ หรือการพาทรัพย์นั้นไป) ” 

ต่อมาเวลา 09.00น.วันที่18 มี.ค.66 ที่สภ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ผบช.ภ.7 ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวชยเดช ผกก.สภ.สามพราน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เผยว่า นายธีรพล เส็งสมวงศ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ประวัติเคยต้องคดีที่ลักทรัพย์ สน.จักรวรรดิ และสน.ประเวศ เมื่อ2565 ซึ่งทั้งสองคดีอยู่ระหว่างอุธรณ์ โดยทั้ง2 โดยสน.จักรวรรดิเมื่อวันที่9สค.65 สน.ประเวศเมื่อวันที่12 ส.ค. 65 โดยนายธีรพลผู้ต้องหาใช้ทองปลอมสับเปลี่ยนทองจริงของร้านทองหลบหนีไป

‘ชัยวุฒิ’ ไม่ลงชิง ส.ส.ตาก อีกสมัย เผยไม่ทิ้ง ‘ปชป.’  ปัดได้รับคำชวนจาก ‘รทสช.’ ยันแจ้งไว้นานแล้ว

‘ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์’ ไม่ลงชิงส.ส.ตากอีกสมัย แต่ไม่ทิ้งปชป. ยันแจ้งไว้นานแล้ว เผยให้กก.บห.หาคนลงสมัครแทน

(18 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคเหนือ ได้ทำจดหมายถึงผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ลงวันที่ 23 ก.พ.2566

โดยมีใจความว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งชุดปัจจุบัน แสดงเจตจำนงการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งต่อไปแล้วนั้น ตนขอแจ้งเจตจำนงว่าไม่มีความประสงค์ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ขณะที่นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้แจ้งความจำนงไม่ลงสมัครส.ส.อีกจริง โดยตนคิดไว้นานแล้ว และเคยเกริ่นนานแล้วว่าจะไม่ลงสมัครส.ส.อีก ตอนนี้ตนยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับการส่งจดหมายดังกล่าวนั้น มาจากการที่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ได้แจ้งถึงส.ส.ปัจจุบันทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อให้แต่ละคนแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่ายืนยันลงสมัครส.ส.ต่อไปหรือไม่ ซึ่งตนส่งจดหมายตอบกลับว่าไม่ประสงค์ลงสมัครส.ส.

ส่วนเหตุผลที่เขียนด้วยลายมือ เป็นเพราะตนทำแบบฟอร์มของพรรคฯหาย และเห็นว่าไม่ใช่เรื่องซับซ้อน จึงเขียนด้วยลายมือแทนการพิมพ์

ตร. ล่าโจ๋พัทยา!! ก่อเหตุปาระเบิดขวดเผา ‘คู่รัก’ ก่อนขี่ จยย. หลบหนี ผู้เคราะห์ร้ายยันไม่เคยรู้จักคนร้าย

ล่าแก๊งโจ๋พัทยาดุ ปาระเบิดขวดเผาคู่หนุ่มสาว ไฟคลอกเกือบทั้งร่างเจ็บสาหัส

(18 มี.ค.66) เมื่อเวลา 02.30 น. พ.ต.ต.พัฒนนันท์ สมนวล สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกปาระเบิดขวดใส่ ถูกไฟเผาร่างกายเกือบทั้งร่างได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยโพธิสาร ด้านฝั่งถนนสุขุมวิท ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้ว พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา รีบรุดไปทำการตรวจสอบ ไปถึงที่เกิดเหตุพบ พบ ร่างคู่หนุ่มสาว อยู่ในสภาพเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ถูกไฟไหม้เกรียมเกือบทั้งตัว อีกทั้งเนื้อตัวมีแต่กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิง ที่บริเวณช่วงต้นขาไปถึงกลางหน้าอก พบบาดแผลถูกไฟคลอกผิวหนังเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา ต้องรีบปฐมพยาบาล แล้วนำตัวส่ง รพ.เมืองพัทยา ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนกรณ์ อายุ 22 ปี และ นางสาว วรกานต์ อายุ 22 ปี

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุ พบว่า มีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เบื้องต้น พบว่ามี รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ เวสป้า สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็นของคนเจ็บ ที่บริเวณตัวรถด้านขวา มีร่องรอยถูกไฟไหม้ และ คราบรอยน้ำมันเชื้อเพลิง ได้รับความเสียหาย ใกล้ๆ กัน บนพื้นถนน พบ เศษขวดแก้ว สภาพแตกละเอียด จำนวนหนึ่ง และ เทปกาวพันสายไฟ ที่ใช้พันปากขวดแก้วตกอยู่ ตำรวจจึงทำการเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ผู้เห็นเหตุการณ์ อายุ 21 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขี่รถจักรยายนต์กลับที่พัก พอมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6 – 7 คน ขี่จักรยานยนต์มากันประมาณ 4 คัน กำลังเลี้ยวเข้าซอยโพธิสาร จากนั้น รถจักรยานยนต์ของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีผู้ชายเป็นคนขี่และผู้หญิงซ้อนท้าย ได้ขับขี่สวนทางกันกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว

ในจังหวะที่กำลังขี่สวนทางกัน จากนั้น จู่ ๆ หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น จำได้ว่าสวมใส่หมวกกันน็อคสีขาว ได้ก่อเหตุปาระเบิดขวดใส่คู่หนุ่มสาวดังกล่าว โดยปาใส่เข้าที่ตัวของคนเจ็บอย่างจัง แล้วก็มีไฟลุกพรึบตามทันที

‘ชลน่าน’ แง้มข่าววงใน ‘ครม.’ รอเทกระจาดอังคารนี้ คาดเตรียมวันประกาศยุบสภาแล้ว รอแค่ประกาศ

(18 มี.ค.66) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยุบสภาว่า จริง ๆ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เตรียมที่จะประกาศยุบสภาแล้ว เท่าที่ตนทราบมา ขณะนี้พระราชกฤษฎีกามีแล้ว เพียงแต่รอลงนามรับสนอง และประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น เวลาที่เหลืออยู่ คือวันที่ 20-22 มี.ค. แต่ก็มีหลายกระแสข่าวบอกว่าเป็นวันที่ 20 มี.ค.

‘จุรินทร์’ นำทัพ ‘ปชป.’ ปราศรัยใหญ่ ‘นราธิวาส’  ประกาศจุดยืน ไม่เห็นด้วยใช้ศาสนาหาประโยชน์ทางการเมือง 

ปชป.เปิดปราศรัยใหญ่ นราธิวาส พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 5 เขต เปิดนโยบาย ”สร้างสันติภาพ สู่สันติสุข” ไม่เห็นด้วยแบ่งแยกดินแดน  ลั่นถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรบ.จะให้การเมืองนำการทหารแก้ปัญหาความขัดแย้ง

(18 มี.ค.66) เวลา 17.00น.ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม L Soccer Park อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดปราศรัยใหญ่ โดยมีนายจุรินทรร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ในฐานะหัวหน้าพรรคปชป. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เตรียมการเลือกตั้งปชป. และคณะ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักมีประชาชนรวมฟังการปราศรัยจำนวนมาก 

โดยนายจุรินทร์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 5 เขต ของจ.นราธิวาส คือนายวัสสันต์ ดือเร๊ะ นายก อบต.บางปอ ว่าที่ผู้สมัครเขต 1 นายเมธี อรุณ นักร้องนำวงลาบานูน ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 นายสุไลมาน มะโซ๊ะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 นายไซดี เจ๊ะหามะ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครเขต 4 และ นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส 5 สมัยของพรรคปชป. 5 สมัย ว่าที่ผู้สมัครเขต 5

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า วันนี้พูดไม่อายว่ามาหาเสียง หลายคนหลบ ๆ ซ่อนๆ ยึก ๆ ยัก ๆ ไม่กล้าพูด แต่ปชป.บอกตรง ๆ มาหาเสียงขอเสียงจากคนนราธิวาส เที่ยวหน้าการเลือกตั้งไม่เหมือนคราวที่แล้ว คราวนี้ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค และเขตต้องได้ที่หนึ่งเท่านั้นถ้าได้ที่สองสอบตก เที่ยวหน้าปชป.จะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 คน400 เขต และวันนี้ปชป.พร้อม พร้อมก็หลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา พร้อมทั้งคนทั้งนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายสำหรับใช้เป็นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ที่เรื้อรังมานานหลายทศวรรษ คือนโยบายสร้างสันติภาพ สู่สันติสุข เพื่อนำจังหวัดชายแดนใต้ไปสู่การพัฒนาและเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต ซึ่งสันติภาพและสันติสุข คือหัวใจ จิตวิญาณ สิ่งที่คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ใฝ่หามาเนิ่นนาน ดังนั้นถ้าปชป.ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล ปชป.พร้อมที่จะนำสันติภาพ และนำสันติสุขมาสู่จังหวัดชายแดนใต้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สันติภาพจะเกิดได้อย่างน้อยปชป.พร้อมจะนำ 2 ข้อคือ 

1.เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการพูดคุยไม่ใช่เผชิญหน้า ไม่ใช่ชักปืนมายิงกัน เพราะะการพูดคุยคือหนทางเดียวที่ตะนำสันติภาพมาสู่จงหวัดชายแดนภาคใต้ของเราได้ ซึ่งตนยืนยันได้ว่าปชป. มีวิธี และวันนี้เดินหน้าไปไกลพอสมควรแล้ว ขออย่างเดียวให้ปชป.ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาลเราพร้อมที่จะเดินหน้านำสันติภาพมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทันที ทำไมตนถึงพูดอย่างนี้เพราะตนเป็นหัวหน้าปชป. และอดีตหัวหน้าปชป.เคยทำสำเร็จมาแล้ว ตั้งแต่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯปี 43 และถ้าปชป.มาเป็นรัฐบาล เราจะไม่ย้อนรอยหลังนายชวนพ้นตำแหน่งนายกฯอีก 

2.ปชป. จะเดินหน้านโยบายการเมืองนำการทหาร เพราะมีแต่การเมืองเท่านั้นที่จะตัดสินใจในการนำสันติภาพมาสู่จังหวัดชานแดนใต้ได้ ด้วยกรรมวิธีปชป. ด้วยนักการเมืองอย่างพวกตน และเมื่อชายแดนใต้มีสันติภาพเราก็จะพาชายแดนใต้ไปสู่สันติสุข 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สันติสุขจะเกิดได้ก็ต้องนโยบายที่เดินหน้าในการพัฒนาจังหวัดชยแดนภาคใต้ พัฒนาด้วยนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของปชป.คือนโยบายสร้างเวิน สร้างคน และสร้างชาติ รวมกันสร้างจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป จังหวัดชานแดนใต้ต้องเดินหน้าพัฒนาด้วยเศรษฐกิจฐานเกษตร คือพืช ปศุสัตว์ ประมง ปชป.มีนโยบายประกันรายได้ และผลไม้ตั้งแต่ตนมาเป็นรมว.พาณิชย์ เร่งรัดการส่งออกกระจายไปทุกประเทศในโลกยังไม่มียุคไหนผลไม้ราคาดีเท่ายุคที่ตนเป็นรมว.พาณิชย์ ตนกว่าประกาศเพราะทำมากับมือ ราคาดีที่สุดคือทุเรียน ถ้าปชป.เป็นแกนตั้งรัฐบาล ซึ่งได้สั่งการไปแล้วให้ ศอ.บต.เตรียมที่ไว้ปลูกทุเรียน ตอนนี้ศอ.บต.เตรียมไว้แล้วสองแสนไร่ในจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสร้างเงิน ส่วนปศุสัตว์ ปชป.พร้อมสนับสนุนให้ตนจังหวัดชายแดนใต้ เลี้ยงโค ไก่ แพะ ทำปศุสัตว์คุณภาพ เพื่อสร้างเงินให้ครอบครัว ไม่จำเป็นต้องเป็นมุสลิมอย่างเดียว ชาวพุทธก็ทำได้ 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่าปชป. ยืนหยัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถ้าในอนาคตจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับปชป.ก็ไม่ขัดข้องเพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แต่ประชาธิปัตย์มีข้อแม้ 2 ประการ คือ ต้องไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2 และต้องไม่ยกเลิกมาตรา 112 เพราะในรัฐธรรมนูญ หมวด 1 เป็นหมวดที่ว่าด้วยความเป็นรัฐของประเทศไทย บัญญัติไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแบ่งแยกไม่ได้ ใครจะมาแบ่งแยกประเทศไทยเป็น 2 ส่วน 3 ส่วนปชป.ไม่ยอม และหมวด 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง ทำให้ความผาสุกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราเกิดขึ้นนับเนื่องมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเพราะทิศทางการเมืองที่ผิดพลาด และเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายที่ต้องแก้ไข สำหรับมาตรา 112 มีไว้เพื่อคุ้มครองประมุขของประเทศ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่มีบทบัญญัติมาตราไว้ในกฎหมายเพื่อคุ้มครองประมุขประเทศ เพราะฉะนั้นใครก็ตามบอกว่าจะยกเลิก จะแก้มาตรา 112 ประชาธิปัตย์ไม่เอา 

‘เศรษฐา’ พร้อมยุติทวิตขายบ้าน หลังเกิดดรามา ลั่น!! จะไม่มีข้อความชวนเชิญซื้อบ้านในโครงการอีก

(18 มี.ค.66)  ที่ร้าน WHEELER BED & BIKE อ.เมือง จ.ชลบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการแชร์ข้อความจากทวิตเตอร์ ที่นายเศรษฐาได้ทวีตแนะนำให้ประชาชนซื้อบ้านในโครงการบ้านจัดสรร จนกลายเป็นประเด็นดรามา ว่า เป็นคนทวีตจริง เพราะเห็นว่าตนเองยังเป็นพนักงานของบริษัทแสนสิริอยู่

เพชรบูรณ์-ฮือฮา พบพ่อเฒ่า5แผ่นดิน อายุ 110 ปี เดินทางไปทำบัตรประชาชน เผยเคล็ดลับอายุยืน ชอบกินผักต้ม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เบียร์ดี นายอำเภอวังโป่ง ได้เดินทางลงพื้นที่ นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไปมอบให้พ่อเฒ่า 5 แผ่นดิน เพื่อให้กำลังใจและขอพรผู้สูงอายุ หลังทราบข่าวว่า นายใส ดำมะดา อายุ110 ปี เกิดปี พ.ศ.2456 อาศัยอยู่เลขที่ 51 หมู่ 6 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาที่ว่าการอำเภอวังโป่ง เพื่อติดต่อขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ แทนใบเก่าที่หมดอายุ จนสร้างความฮือฮา แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาติดต่อราชการ ต่างพากันสอบถาม เคล็ดลับอายุยืนถึง 110 ปี ซึ่งพ่อเฒ่า 5 แผ่นดิน ก็ไม่ปิดบัง เผยชอบกินผัก ผลไม้ และเป็นคนชอบเล่นดนตรี ชอบร้องหมอลำ ทำให้อารมณ์ดีอยู่เสมอ

เมื่อเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบกับ นายใส ดำมะดา อายุ110 ปี กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้าน โดยมี นางสาววาสนา ดำมะดา อายุ 44 ปี ลูกสาวคนสุดท้อง เป็นคนดูแล พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เป็นพ่อ มีลูกทั้งหมด 7 คน เป็นผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 3 คน  ลูกๆทุกคนยังอยู่กันครบ แต่แยกย้ายไปมีครอบครัว  จะกลับมาเยี่ยมเยียนพ่ออยู่เสมอ ปัจจุบันผู้เป็นพ่อ ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง   มีเพียงดวงตาที่เสื่อมสภาพจนมองไม่เห็น มานานกว่า 3 ปีแล้ว ส่วนเคล็ดลับอายุยืนถึง 110 ปีนั้น ปกติพ่อเป็นคนชอบทานผักต้ม และผลไม้กับข้าวเหนียว และชอบเล่นดนตรี ร้องหมอลำเป็นประจำ ทำให้อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส โดยในทุกเช้า ก็จะมักออกมานั่งเล่นหน้าบ้าน ทำให้ได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้าน และไม่รู้สึกเหงา   

สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ เข้าตรวจสุขภาพช้าง ปางช้างสวนนงนุชพัทยา ตามมาตรฐานปางช้างประเทศไทย

ในวันที่ 18 มี.ค. 66 สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ โดย นางสาวภัทร เจริญภัณฑ์  นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษปฎิบัติหน้าที่ราชการในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ เข้าตรวจเยี่ยม พร้อมทั้งให้บริการตรวจสุขภาพ ทำทะเบียนประวัติช้างเก็บตัวอย่างเลือด โดยมีกำหนดเข้าปฎิบัติงานที่ปางช้างสวนนงนุชพัทยาในวันที่ 18 ถึง 20 มีนาคม 2566 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า ต้องขอบคุณสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ. สุรินทร์ เป็นอย่างมากที่เข้ามาให้บริการตรวจสุขภาพช้าง ณ ปางช้างสวนนงนุชพัทยา ปัจจุบันทางปางช้างสวนนงนุชพัทยาดูแลช้างกว่า 60 เชือก  และในวันเดียวกันนี้ทางสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ กองสวัสดิภาพสัตว์ สัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์  และโรงพยาบาลช้างลำปาง สถาบันคชบาลแห่งชาติในพระอุปถัมภ์ ได้มอบเวชภัณฑ์ พยาธิเพื่อพัฒนาสุขภาพ และเวชภัณฑ์สำหรับประถมพยาบาล ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นสำหรับช้าง ไว้ให้กับปางช้างสวนนงนุชพัทยา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top