Thursday, 30 July 2026
TheStatesTimes

17 มีนาคม ของทุกปี วันนักมวย หรือ วันมวยไทย รำลึกถึงบรมครูมวยไทย ‘นายขนมต้ม’

วันมวยไทย หรือวันนักมวย ตรงกับวันที่ 17 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวันระลึกเหตุการณ์ในอดีตสมัยกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 ที่ ‪ 

วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2317 นายขนมต้ม‬ นักมวยคาดเชือกชาวกรุงศรีอยุธยา ได้ขึ้นชกมวยต่อหน้าพระที่นั่งพระเจ้ามังระ และสามารถชนะได้ถึงสิบคน ทำให้ศิลปะการต่อสู้ การป้องกันตัวของไทยได้เป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาพร้อมกันนี้นายขนมต้มยังได้รับการยกย่องให้เป็นเสมือน 'บิดามวยไทย' อีกด้วย

นายขนมต้ม เกิดที่ตำบล บ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายเกิดและ นางอี มีพี่สาวชื่อ เอื้อย แต่หลังการบุกของทัพพม่าได้ทำให้พ่อแม่และพี่สาวถูกพม่าฆ่าตายทั้งหมด มีเพียงแต่นายขนมต้มคนเดียว ที่รอดชีวิตมาได้ จากการถูกจับเป็นเชลยในระหว่างการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 และได้ไปอาศัยอยู่ในวัดตั้งแต่เล็ก ก็ได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยอย่างต่อเนื่อง จนมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ ดังปรากฏในพงศาวดารว่า

“เมื่อพระเจ้ามังระโปรดให้ปฏิสังขรณ์และก่อเสริมพระเจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้งเป็นการใหญ่นั้น ครั้นงานสำเร็จลงในปี พ.ศ. 2317 พอถึงวันฤกษ์งามยามดี คือวันที่ 17 มีนาคม จึงโปรดให้ทำพิธียกฉัตรใหญ่ขึ้นไว้บนยอดเป็นปฐมฤกษ์ แล้วได้ทรงเปิดงานมหกรรมฉลองอย่างมโหฬาร ขุนนางพม่ากราบทูลว่า “นักมวยไทยมีฝีมือดียิ่งนัก”

พระเจ้ามังระจึงตรัสสั่งให้เอาตัวนายขนมต้ม นักมวยดีมีฝีมือตั้งแต่ครั้งกรุงเก่ามาถวาย พระเจ้ามังระได้ให้จัดมวยพม่าเข้ามาเปรียบกับนายขนมต้ม โดยจัดให้ชกต่อหน้าพระที่นั่ง ปรากฏว่านายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคนก็สู้ไม่ได้

พระเจ้ามังระทอดพระเนตรยกพระหัตถ์ตบพระอุระตรัสสรรเสริญนายขนมต้มว่า

“คนไทยนี้มีพิษสงรอบตัว แม้มือเปล่ายังเอาชนะคนได้ถึงเก้าคนสิบคน นี่หากว่ามีเจ้านายดี มีความสามัคคีกัน ไม่ขัดขากันเอง และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว และโคตรตระกูลแล้ว ไฉนเลยกรุงศรีอยุธยาจะเสียทีแก่ข้าศึก ดั่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ”

18 มีนาคม ของทุกปี ‘วันท้องถิ่นไทย’ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ร.5

18 มีนาคม ของทุกปี เป็น วันท้องถิ่นไทย เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะ ตำบลท่าฉลอมขึ้นเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ถือเป็น 'ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย'

ในปี ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานดำริในการกระจายอำนาจแก่ท้องถิ่นขึ้น โดยทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ 'พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116' ขึ้นจากการที่ทรงมอบหมายให้ไปศึกษาดูงานการปกครองในแถบประเทศพม่า มลายู และยุโรป และได้เริ่มทำการทดลองเพื่อเป็นการศึกษาขึ้นในกรุงเทพมหานคร แต่การบริหารงานของสุขาภิบาลกรุงเทพฯ นี้ดำเนินการโดยข้าราชการทั้งหมด จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 เป็นการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2448) กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีการจัดตั้งสุขาภิบาลแห่งแรกขึ้นที่ตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร อันถือเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของชาติไทย ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่น รากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

19 มีนาคม พ.ศ.2533 วันสถาปนาคณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นับเป็นคณะแพทยศาสตร์ลำดับที่ 9 ของประเทศไทย

วันนี้ เมื่อ 33 ปีก่อน เป็นวันสถาปนา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับเป็นคณะแพทยศาสตร์ ลำดับที่ 9 ของประเทศไทย

นโยบายจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยมี ศ.ปรีดี พนมยงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีขณะนั้น จัดตั้งคณะกรรมการร่างโครงการจัดตั้งขึ้นชุดหนึ่ง และได้ดำเนินการอย่างจริงจังในสมัย ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดี โดยสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 8/2526 ได้ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับนโยบายทางวิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ประยุกต์ โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตแพทย์ และมอบหมายให้อธิการบดีดำเนินการตามนโยบาย

โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินตามแผนโดยการสร้างโรงพยาบาลขึ้น โดยศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มีคำสั่ง ที่ 747/2529 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2529 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาทุนสร้างโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีศาสตราจารย์ สุธี นาทวรทัน เป็นประธานกรรมการ และ นายประมวล สภาวสุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในขณะนั้น เป็นประธานกิตติมศักดิ์ ระดมทุนจากศิษย์เก่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การดำเนินการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ ได้ดำเนินการต่อมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบด้วยตามหนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร.0203/126 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2529 ซึ่งอธิการบดีได้พบปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ขอดำเนินการโรงพยาบาลให้ครบ 1 ปีก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานของคณะแพทยศาสตร์ แล้วจึงจะดำเนินการเรื่องคณะแพทยศาสตร์ โดยมีการสานต่อในสมัย ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในปี พ.ศ. 2531

‘ชัยวุฒิ’ เตือน คนเปิด ‘บัญชีม้า’ โทษหนัก หลัง ‘พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมออนไลน์’ บังคับใช้วันนี้

‘ชัยวุฒิ’ ยินดีคนไทย ‘พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมออนไลน์’ ประกาศใช้แล้ว แนะผู้เสียหายแจ้งธนาคารระงับบัญชีม้าได้ทันที เตือนคนทำผิดรีบไปยกเลิกบัญชีม้าก่อนเจอโทษหนัก

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่ง อยู่ระหว่างการประชุม World Summit on the Information Society Forum 2023 นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวแสดงความยินดีกับคนไทยทุกคน หลัง พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. เป็นต้นไป  ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญ ที่รัฐออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ทั้งหมด ทำให้ปัญหาจะลดลงอย่างแน่นอนหลังจากนี้

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หลังจากนี้หากประชาชนถูกหลอกลวงทางออนไลน์ให้รีบแจ้งไปที่ธนาคารโดยตรง เพื่อที่ธนาคารจะได้ระงับบัญชีไม่ให้เงินถูกโอนออกไปเป็นทอดๆ ซึ่งหลังจากนี้ ธนาคารจะมีอำนาจระงับบัญชีต้องสงสัยได้ทันที จากเดิมต้องรอไปแจ้งความก่อนถึงจะระงับบัญชีได้

เปิดไทม์ไลน์ เลือกตั้ง 66 หลัง ‘ยุบสภา’ แล้ว ไปยังไงต่อ

หลายคนใจจดใจจ่อ ตั้งตารอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เพื่อก้าวเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างเต็มตัว และหากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว จะมีขั้นตอนต่อไปอย่างไรบ้าง ไปดูไทม์ไลน์กันเลย

>> เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว ตามกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องกำหนดและประกาศ ‘วันเลือกตั้ง’ รวมถึงวันรับสมัคร ภายใน 5 วันหลังยุบสภา

>> จากนั้นจึงจะเปิดสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลา 5 วัน และเมื่อปิดรับสมัครแล้ว นับต่อไปอีกไม่เกิน 7 วัน กกต. จะต้องประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งคาดว่าขั้นตอนเหล่านี้จะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน 2566

>> ต่อมา กกต. จะต้องประกาศหน่วยเลือกตั้ง สถานที่ลงคะแนน และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ประชาชนอย่างเราทราบก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน

>> โดย กกต. จะส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ให้เราตรวจสอบรายชื่อก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน ซึ่งเราสามารถเช็กดูได้ว่า ชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านของตนเองครบหรือไม่ มีชื่อใครขาดหรือเกินมารึเปล่า ถ้ามีชื่อใครขาดหรือเกินมา ก็จะมีเวลาทักท้วงแจ้งเพิ่ม-ถอนชื่อ ก่อนถึงวันเลือกตั้งได้ไม่น้อยกว่า 10 วัน

ธนาคารกลางยุโรป เมินวิกฤตแบงก์ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 0.5% สู้เงินเฟ้อ

เพจ World Maker โพสต์ข้อความระบุว่า  ถือว่าผิดคาดนักลงทุนหลายคนไม่น้อย !!! เพราะแม้ว่าจะมีวิกฤต Bank Run ของ SVB เกิดขึ้นและยังเสริมกับความตึงเครียดของ Credit Suisse แต่ล่าสุดธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ยังตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยถึง +0.5% จากเดิม 2.5% กลายเป็น 3% ตามหลัง FED มาติด ๆ เลยทีเดียว !

นั่นทำให้นักลงทุนหลายคนต้องจับตามองว่าทาง FED ซึ่งขึ้นดอกเบี้ยมาถึง 4.75% ในตอนนี้จะยังขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกหรือไม่ ? เพราะถ้าขึ้นต่อไปอีก +0.25% ก็จะอยู่ที่ 5% แล้ว ! โดยนักลงทุนในตลาดต่างพากันคาดการณ์ว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหรือแม้แต่ปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ ! เพราะว่าระดับปัจจุบันเริ่มทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้วไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ ECB ล่าสุดนี้เน้นย้ำให้เห็นว่าธนาคารกลางมีแนวโน้มที่จะ Focus ไปยังเป้าหมายหลักคือการควบคุมเงินเฟ้อ มากกว่าที่จะอุ้มตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจ ทำให้เริ่มมีคนไม่แน่ใจแล้วเช่นกันว่า FED จะหยุดหรือลดดอกเบี้ยในปีนี้จริงหรือไม่ ?

หุ้นสหรัฐฯ และกลุ่มธนาคารในยุโรปเปิดตลาดมาอยู่ในโซนเขียวคืนนี้ หลังมีข่าวว่าหน่วยงานของรัฐบาลและธนาคารกลางกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และยังมีการประสานงานกันเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามเหมือนมะเร็งร้าย

โดยรัฐบาลและธนาคารกลางของสวิสเซอร์แลนด์ก็ประกาศว่ากำลังหารือกับ Credit Suisse, UBS Group ซึ่งเป็น 2 ธนาคารยักษ์ใหญ่ของยุโรป พร้อมกับกล่าวว่าสภาพคล่อง 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (2 ล้านล้านบาท) ที่มอบให้ Credit Suisse ไปนั้นยังไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำ เพราะธนาคารยังมีสภาพคล่องเพียงพอ เพียงแต่เป็นการมอบให้เพื่อรับประกันความเสี่ยงไม่ให้ตลาด Panic !

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเสี่ยงและแรง Panic ยังครอบคลุมตลาดอยู่ไม่น้อย และทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่แห่เทขายหุ้นกลุ่มธนาคารไปเป็นจำนวนมาก โดยทาง Financial Times รายงานว่านักลงทุนเทหุ้น Bank ทิ้งไปเป็นมูลค่าสูงถึง 1.65 แสนล้านดอลลาร์หรือ -5.7 ล้านล้านบาทเข้าไปแล้วนับตั้งแต่เกิดวิกฤต Bank Run ที่ทำให้มีการ Panic Selling ตามมา

ทางด้าน Janet Yellen ขุนคลังสหรัฐฯ พยายามออกมาสร้างความมั่นใจว่าระบบธนาคารของสหรัฐฯ โดยรวมยังคงแข็งแกร่ง แม้จะมีแบงก์ล้มไป 3 แห่งในเวลาไม่ถึง 1 เดือนก็ตาม ซึ่งเธอกล่าวว่าลูกค้าและชาวอเมริกันสามารถมั่นใจได้ว่าเงินฝากจะยังอยู่ดีและสามารถถอนได้เมื่อต้องการ

แต่ก็มีฝ่ายที่ไม่เชื่อคำกล่าวของเธอ ! โดยเฉพาะกลุ่มที่โปรจีน-รัสเซีย ซึ่งกำลังมองว่าระบบการธนาคารของสหรัฐฯ-ตะวันตกจะล่มสลายและเกิดเป็นวิกฤตใหญ่ โดยมีการโหมข่าวโจมตีอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตอนนี้

‘ณัฐชา ก้าวไกล’ เสนอ 5 แนวทางแก้ปัญหา PM2.5 ลดผลกระทบต่อ ปชช. - เศรษฐกิจ - การท่องเที่ยว

(17 มี.ค.66) ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล กทม. เขตบางขุนเทียน กล่าวว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่ไม่มีการแก้ไขแม้ตนได้มีการส่งหนังสือร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยมีข้อเรียกร้องในการแก้ปัญหา 5 ข้อ คือ

1. ให้มอบหมายหนวยงานที่ชัดเจน เพื่อการแก้ปัญหาฝุ่น P.M.2.5 ที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ทั้งนี้อาจจะเป็นการมอบหมายใหกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ใหเป็นหนวยงานหลักที่จะดูแลและแก้ไขปญหาฝุน P.M.2.5 ที่มีอยูในปัจจุบัน

2. ให้กรมควบคุมมลพิษ สร้างระบบการแจ้งเตือน แอปพลิเคชัน หรือข้อความ SMS แจ้งเตือนเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรวมถึงมีการควบคุมแหลงกำเนิดฝุ่น P.M.2.5 ที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ เพื่อใหประชาชนรู้ล่วงหน้าและการวางแผนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว

3. ให้ประกาศมาตรการของการเกิดฝุ่น P.M.2.5 ทั้งในระดับปกติระดับปานกลาง ระดับรุนแรง และระดับวิกฤตว่าในแต่ละระดับ ประชาชนควรมีมาตรการรับมือกับปญหาอยางไร และจะสามารถดำเนินชีวิตอย่างไร เช่น หากค่าฝุ่นอยูในระดับวิกฤต มีการแจงเตือนจากกรมควบคุมมลพิษชัดเจน ประชาชนสามารถใช้เปนเหตุผลในการกรอกใบลาไดโดยไมมีการหักค่าจ้าง

ผบ.ตร.เชิญชวนข้าราชการตำรวจ ครอบครัวและประชาชน ร่วมบริจาคเงินเพื่อทุนการศึกษาแก่บุตร พ.ต.ต.เอกพงษ์ฯ สารวัตรสืบเมืองยโสธร ตำรวจกล้าที่พลีชีพช่วยลูกน้องตามจับคนร้ายคดียาเสพติด จนจมน้ำเสียชีวิต

เมื่อวันที่  16 มี.ค.66 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า “ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.66 พ.ต.ต.เอกพงษ์  ทิปะณี สว.สส.สภ.เมืองยโสธร ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชา ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำแกง อ.เมือง จ.ยโสธร


หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผบ.ตร.ได้เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ได้ชื่นชมในความความกล้าหาญ เสียสละ ด้วยภาวะผู้นำอันเต็มเปี่ยมของ พ.ต.ต.เอกพงษ์ฯ ไม่ได้คำนึงถึงภยันตรายที่อาจเกิดแก่ชีวิตตน อันเป็นแบบอย่างแก่เพื่อนข้าราชการตำรวจและพี่น้องประชาชน อย่างสมเกียรติฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง

 
ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ได้รับทราบว่า ครอบครัวของ พ.ต.ต.เอกพงษ์ฯ เหลือเพียงผู้เป็นพ่อ และ ลูกสาว 2 คน อายุ 7 และ 8  ขวบ ส่วนภรรยานั้นหย่าร้างไปอยู่ต่างประเทศ  ที่ผ่านมา พ.ต.ต.เอกพงษ์ฯ เป็นเสาหลักของครอบครัวมาโดยตลอด การสูญเสีย พ.ต.ต.เอกพงษ์ฯ จึงทำให้ชีวิตครอบครัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะอนาคตทางการศึกษาของบุตรสาวทั้ง 2 คน

เกาหลีใต้ ยัน ไม่มีแบล็กลิสต์คนไทยจากบางภาค แนะ ให้ระมัดระวังรับข่าวเท็จ ก่อนเกิดความเสียหาย

โฆษกรัฐบาล ย้ำ สถานทูตเกาหลีใต้ ยืนยัน ไม่มีการขึ้นบัญชีดำคนไทยจากบางภาค

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.66 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความว่า สาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) ขึ้นบัญชีดำคนไทยที่มีภูมิลำเนาจากบางภูมิภาคในไทย ในการเดินทางเข้าเกาหลีใต้นั้น ไม่เป็นความจริง 

ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ออกประเทศเตือนว่าข้อความดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ดังนี้ “เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการแพร่กระจายข่าวลงสื่อในบางช่องทาง เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีดำคนไทยที่มีภูมิลำเนาจากบางภูมิภาค โดยรัฐบาลเกาหลีนั้น เราขอแจ้งว่าข่าวนั้นไม่เป็นจริง จึงขอความร่วมมือทุกท่านให้ระมัดระวังการรับข่าวเท็จ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายใด ๆ ขอบคุณค่ะ”

นายอนุชา กล่าวว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการรับทราบข่าวสาร โดยขอให้รับข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข่าวสารก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสีย ความสับสน และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ 

‘ครม.’ ไฟเขียว ขึ้นเงินเดือนผู้บริหาร-สมาชิก อบต. ปรับตามรายได้ เริ่มจ่าย 1 ต.ค.66 เป็นต้นไป

(17 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบหลักการร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินค่าตอบแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล

รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และเลขานุการสภาองค์การบริหาร ส่วนตำบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยให้จ่ายค่าตอบแทนตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนใหม่ต้ังแต่ วันที่ 1 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดช่วงอัตราเงินค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับ รายได้ของ อบต. ซึ่งปัจจุบันมี 5,300 แห่ง แบ่งออกเป็น 6 ช่วง ดังนี้

1.) รายได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท
อัตราค่าตอบแทนของนายก อบต. รวม 25,800 บาท/เดือน รองนายก อบต. รวม 15,480 บาท/เดือน ประธานสภา อบต. และรองประธานสภา อบต. 10,880 บาท/เดือน สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และ เลขานุการสภา อบต. 7,080 บาท/เดือน

2.) รายได้เกิน 10-25 ล้านบาท (3,562 แห่ง)
อัตราค่าตอบแทนของนายก อบต. รวม 35,600 บาท/เดือน รองนายก อบต. รวม 21,180 บาท/เดือน ประธานสภา อบต. 15,180 บาท/เดือนและรองประธานสภา อบต. 12,420 บาท/เดือน สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และเลขานุการสภา อบต. 9,660 บาท/เดือน

3.) รายได้เกิน 25-50 ล้านบาท (525 แห่ง)
อัตราค่าตอบแทนของนายก อบต. รวม 40,800 บาท/เดือน รองนายก อบต. รวม 24,840 บาท/เดือน ประธานสภา อบต. 15,840 บาท/เดือน และรองประธานสภา อบต. 12,960 บาท/เดือน สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และเลขานุการสภา อบต. 10,080 บาท/เดือน

4.) รายได้เกิน 50-100 ล้านบาท (166 แห่ง)
อัตราค่าตอบแทนของนายก อบต. รวม 46,000 บาท/เดือน รองนายก อบต. รวม 28,500 บาท/เดือน ประธานสภา อบต. 16,500 บาท/เดือน และรองประธานสภา อบต. 13,500 บาท/เดือน สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และเลขานุการสภา อบต. 10,500 บาท/เดือน

5.) รายได้เกิน 100-300 ล้านบาท (30 แห่ง)
อัตราค่าตอบแทนของนายก อบต. รวม 63,000 บาท/เดือน รองนายก อบต. รวม 38,220 บาท/เดือน ประธานสภา อบต. 24,720 บาท/เดือนและรองประธานสภา อบต. 20,250 บาท/เดือน สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และเลขานุการสภา อบต. 15,750 บาท/เดือน

6.) รายได้เกิน 300 ล้านบาท (8 แห่ง)
อัตราค่าตอบแทนของนายก อบต. รวม 75,530 บาท/เดือน รองนายก อบต. รวม 45,540 บาท/เดือน ประธานสภา อบต. 30,540 บาท/เดือนและรองประธานสภา อบต. 24,990 บาท/เดือน สมาชิกสภา เลขานุการนายก อบต. และเลขานุการสภา อบต. 19,440 บาท/เดือน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top