Wednesday, 29 July 2026
TheStatesTimes

12 พ.ศ. 2553 ‘จ่าเพียร’ วีรบุรุษแห่งเทือกเขายูโด เสียชีวิต จากเหตุลอบวางระเบิด และกราดยิง

ครบรอบ 13 ปี จ่าเพียร’ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ถูกลอบวางระเบิดและกราดยิง เสียชีวิตพร้อมลูกน้องขณะลาดตะเวน

วันที่ 12 มีนาคม 2553 ในขณะที่ พล.ต.อ.สมเพียร นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์วีโก้ 4 ประตู สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กข 9302 ยะลา พร้อมลูกน้อง 3 นาย และอส.คนสนิท อีก 1 นาย คือ ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ โรมา รองสว.สส.สภ.บันนังสตา, ด.ต.โสภณ อินทรบวร,ส.ต.ท.ระวิกรณ์ สังข์ศิริ และอส.อับดุลอาซิ กาจะลากี ออกไปติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หลังทราบข่าวว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้ออกมาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายครั้งใหญ่ เมื่อขับรถยนต์มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน 5-8 คน กดระเบิดที่ฝังไว้ และใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่ จำนวนหลายชุด เกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที เมื่อกำลังเสริมเข้าไปกลุ่มคนร้ายได้ล่าถอยเข้าไปในป่า ทั้งหมดถูกลำเลียงทั้งทางรถยนต์ และทางเฮลิคอปเตอร์เป็นการด่วน แรงระเบิดและคมกระสุนส่งผลให้ พล.ต.อ.สมเพียร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลา สิริอายุ 59 ปี ส่วนลูกน้องคนสนิท 4 นาย บาดเจ็บสาหัสส่วน ด.ต.โสภณ อินทรบวร เสียชีวิตในเวลาต่อมา

‘มูลนิธิปวีณา’ ขอบคุณ ‘CEO พฤกษา-รพ.วิมุต’ หลังช่วยเหลือหญิงถูกสามีติดยาทำร้ายร่างกาย

(10 มี.ค. 66) ที่ จ.ราชบุรี มูลนิธิปวีณาฯ ขอบคุณ คุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ CEO พฤกษา โฮลดิ้ง และรพ.วิมุต ช่วยรักษาสาวเก็บของเก่าวัย 28 ปี ฐานะยากจน ถูกสามีติดยาเอามีดฟันแขนและแผ่นหลัง ไม้ตีแขนกระดูกแตก แถมเอาน้ำร้อนราดใบหน้า ตามตัวเป็นแผลเหวอะ กักขังให้อยู่แต่ในกระต๊อบ หลังสามีเผลอรีบหนีตายมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ พาเข้ารักษา รพ.วิมุต ส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดวางยาสลบทันทีเพื่อทำการลอกแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกตามใบหน้าแขนและลำตัว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ รพ.วิมุต ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. จนถึงปัจจุบัน สำหรับเรื่องคดีหลังจากออกจาก รพ. มูลนิธิปวีณาฯ จะได้พาไปแจ้งความดำเนินคดีกับสามีเสพยาเสพติดต่อไป

สืบเนื่องจากวันที่ 2 มี.ค.66 น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เดินทางมากับยายเข้าร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ในสภาพสะบักสะบอม ตามร่างกายมีบาดแผลถูกน้ำร้อนลวกที่บริเวณใบหน้าและแขนทั้งสอง อีกทั้งมีแผลจากการถูกมีดฟันที่แผ่นหลัง และที่แขนซ้ายถูกไม้ตีจนกระดูกแตกต้องผ่าตัดดามเหล็กไว้ 

น.ส.หนึ่ง แจ้งว่า ตนเองอยู่กินกับ นายเอ้ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี สามี ชาวจ.ราชบุรี มา 9 ปี นายเอ้ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทำอาชีพรับจ้างทั่วไปและขายไก่ชน พอช่วงโควิดไม่มีงานและขายไก่ชนไม่ได้ จึงถูกไล่ออกจากห้องเช่าและถูกยึดรถกระบะ ช่วงเดือนพ.ย.65 ได้พากันย้ายมาปลูกกระต๊อบอยู่ข้างหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และหากินโดยการเก็บของเก่าขาย

ตั้งแต่นั้นนายเอ้ก็มีอารมณ์รุนแรงหาเรื่องด่าทอทำร้ายร่างกายตนเองเป็นประจำ อ้างว่าเครียดไม่มีเงิน เสพยาและดื่มเหล้าเมาแทบทุกวัน วันที่ 18 ม.ค.66 ทะเลาะกัน นายเอ้ได้ใช้ไม้ตีที่เเขนข้างซ้ายของตนจนกระดูกแตก ซี่โครงข้างซ้ายหัก 1 ซี่ ตนต้องไปนอนรักษาตัวอยู่ รพ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผ่าตัดแขนซ้ายดามเหล็กและเย็บถึง 26 เข็ม 

จากนั้นนายเอ้ก็มาง้อขอคืนดีตนจึงกลับไปอยู่ด้วยเพราะคิดว่าคงจะดีขึ้น แต่นายเอ้ก็ยังทำร้ายร่างกายตนอยู่เป็นประจำ จนวันที่ 27 ก.พ.66 นายเอ้ หาว่าตนเอากุญแจบ้านไปโยนทิ้งก่อนจะด่าทออย่างรุนแรงทำร้ายร่างกาย และต้มน้ำร้อนมาราดที่ใบหน้าและตามตัว ทำให้นอนซมเป็นไข้ปวดแสบปวดร้อน เอาไม้ตีแขนกระดูกแตก อักเสบทั้งตัว

‘จาตุรนต์’ ซัด!! สาเหตุที่ ‘บิ๊กตู่’ ไม่รีบยุบสภา เหตุหวัง ‘หาคนเข้าพรรค - หาเสียงให้ รทสช.’

(10 มี.ค. 66) นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวภายหลังพบหนังสือรายชื่อรัฐมนตรีที่เดินทางไปตรวจราชการพร้อม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่จังหวัดฉะเชิงเทราว่า ใครดูรายชื่อผู้ร่วมคณะนายกฯ ไปตรวจราชการที่จังหวัดฉะเชิงเทราแล้วก็จะเข้าใจทันทีว่าทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ยุบสภาสักที แต่จะรอจนนาทีสุดท้ายก่อนสภาฯ จะครบเทอมโน่นเลย ไม่ทราบว่า นายกฯ และคณะจะไปตรวจราชการเรื่องอะไร

ทั้งนี้ จ.ฉะเชิงเทรา มีอาชีพทางการเกษตรหลายอย่างที่เจอปัญหาต่างกัน เช่น ข้าว มะม่วงหมู และกุ้ง เป็นต้น มีอุตสาหกรรมอยู่พอสมควรและยังเป็นส่วนหนึ่งของอีอีซีด้วย แต่ไม่เห็นมีรัฐมนตรีหรือข้าราชการประจำของกระทรวงเกษตรฯ อุตสาหกรรมหรือสภาพัฒน์ไปด้วยเลย มีแต่รัฐมนตรีในโควตา พล.อ.ประยุทธ์และข้าราชการการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งตั้งก่อนที่คนเหล่านี้จะมาเป็นกำลังสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เท่านั้น

‘บิ๊กตู่’ บุกแปดริ้ว ไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธรฯ ด้านแฟนคลับอธิฐานขอให้ลุงตู่กลับมาเป็นนายกฯ

(10 มี.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงวัดโสธรวรารามวรวิหาร โดยมี นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.เขต 2 ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งจะย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ มาต้อนรับ และมีจ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ฉะเชิงเทรา พรรครวมไทยสร้างชาติ และนายมติชน ชูทับทิม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้การต้อนรับด้วย

ทันที่ลงจากรถ พล.อ.ประยุทธ์ได้โบกมือทักทายประชาชน พร้อมรับพวงมาลัยดอกมะลิจากบรรดาแฟนคลับ ขณะที่ประชาชนให้กำลังใจนายกฯ จากการรักษามืออักเสบให้หายไว ๆ สุขภาพแข็งแรง ให้นายกฯ สู้ ๆ และให้มาเป็นนายกฯ อีก

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มือยังเจ็บอยู่ แต่หมอบอกไม่เป็นอะไรแล้ว จากนั้น ได้ชูมือให้ประชาชนดู ซึ่งมือด้านขวายังใส่เฝือกอ่อน ขณะที่มือซ้ายใส่ที่พยุงข้อมือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณรอยที่ถอดท่อใส่ยาฆ่าเชื้อออก อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่ามือด้านขวาของนายกฯ มีอาการบวมลดลง

จากนั้น นายกฯ ได้ถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา (YEC Chachoengsao : Young Entrepreneur Chamber of Commerce) ที่มาต้อนรับ ก่อนเข้าไปสักการะหลวงพ่อพระพุทธโสธร และกราบนมัสการพระราชภาวนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ ซึ่งคณะทำงานระบุว่า ขอให้เป็นการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ พระราชภาวนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ได้เจริญพระพุทธมนต์และให้ศีลให้พรกับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางมา และได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อพระพุทธโสธรจำลองปี 2566 รุ่น 1 ขนาดหน้าตัก 7 นิ้ว และเหรียญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากน้ำ ปีที่ 250 พ.ศ.2563 รุ่น 10

‘จีน’ ส่งดาวเทียมแฝด ‘เทียนฮุ่ย-6’ ขึ้นสู่อวกาศสำเร็จ ใช้สำหรับภารกิจสำรวจพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

(10 มี.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า จีนประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมแฝดเทียนฮุ่ย-6 (Tianhui-6) ขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมไท่หยวน มณฑลซานซีทางตอนเหนือของประเทศ ตอน 06.41 น. ของวันศุกร์ (10 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น

ระบุว่า ดาวเทียมเทียนฮุ่ย-6 เอ (Tianhui-6 A) และเทียนฮุ่ย-6 บี (Tianhui-6 B) ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศโดยจรวดขนส่งลองมาร์ช-4ซี (Long March-4C) และเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดแล้ว

ดาวเทียมแฝดดังกล่าวจะถูกใช้ในการสำรวจทางภูมิศาสตร์ การสำรวจทรัพยากรที่ดิน การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และภารกิจอื่น ๆ

‘ศุภชัย’ ตอกกลับ ‘ธีระชัย’ ปมพักหนี้ 3 ปี ใครแบกภาระ ชี้ เป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องดูแลประชาชนอยู่แล้ว

(10 มี.ค. 66) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งถามเรื่อง ‘ภูมิใจไทยพักหนี้ ใครแบกภาระ?’ ว่า นโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นว่าประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากคนจนที่เป็นหนี้เป็นสิน มีความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 และอุทกภัย จึงต้องการให้ประชาชนหยุดพักหายใจบ้าง ผ่อนแรง มีโอกาสในการฟื้นตัวเองเพื่อทำมาหากิน ได้อย่างสะดวกมากขึ้น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้ประชาชน

“อันที่จริง คุณธีระชัย น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ เพราะตอนที่คุณธีระชัยเคยทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน 56 ไฟแนนซ์ล้ม ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เข้ามารับประกันผู้ฝากเงินทุกบัญชี ก็ด้วยเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีอากรของประชาชน แต่นโยบายของภูมิใจไทยไม่ได้ทำแบบมักง่ายแบบนั้น กล่าวคือ เงินที่นำมาเพื่อการนี้ นำมาจากพันธบัตรรัฐบาล ที่นำออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนผู้มีกำลัง แทนที่จะฝากกับธนาคารที่ดอกเบี้ยต่ำ มาซื้อพันธบัตรที่มีผลตอบแทนสูงกว่ามาก ซึ่งถ้ามองอีกมุมหนึ่งการที่มีนโยบายนี้ออกมาก็เป็นการสร้างการบริโภคของประชาชนที่มีเงินจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายศุภชัย กล่าว

‘วิรัช’ แจ้ง พปชร. เลื่อนปราศรัยเชียงราย 12 มี.ค.นี้ เลี่ยงพายุฤดูร้อนถล่ม ขอ ปชช.เฝ้าระวังความปลอดภัย

(10 มี.ค. 66) นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า จากการที่พรรคได้กำหนดแผนการเปิดเวทีปราศรัยที่จังหวัดเชียงราย ของพรรคพลังประชารัฐ ที่นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 12 มี.ค.นี้นั้น ล่าสุด จากการติดตามสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ในขณะนี้ การปราศรัยดังกล่าวจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จะมีพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย กินพื้นที่ตั้งแต่ จังหวัดเชียงราย, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์

ซึ่งส่งผลให้การทำกิจกรรมปราศรัย ไม่สามารถดำเนินการได้ ในช่วงระหว่างวันที่ 12 - 14 มีนาคม 2566 ทำให้ทางพรรคต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชน เป็นไปด้วยความเหมาะสม

นักกฎหมาย ชี้ ‘ณัฐวุฒิ’ ไม่เข้าลักษณะ ‘ผู้ช่วยหาเสียง’ ส่อ!! เข้าข่ายครอบงำพรรค หวั่นเข้าเงื่อนไขยุบพรรค

(10 มี.ค. 66) สืบเนื่องจากกรณีนายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยปราศรัยบนเวทีพรรคเพื่อไทย แม้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ‘ดร.ณัฎฐ์’ นักกฎหมายมหาชน ได้แสดงความเห็นทางกฎหมายว่า…

“โครงสร้างพรรคการเมือง ตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ไม่ได้บัญญัติกำหนดตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ตำแหน่งดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับ เป็นเพียงตั้งกลุ่มขึ้นมาทำกิจกรรมทางการเมืองโดยใช้เทคนิคเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หากพรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรค หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ให้ตั้งข้อสังเกตว่า ตามริมถนนสาธารณะทั่วไป แผ่นป้ายนโยบายของพรรคเพื่อไทย เป็นรูปภาพ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แต่กลับไม่มีภาพการนำเสนอนโยบายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมาเสนอต่อประชาชน จึงตั้งข้อสังเกตว่า ค่าใช้จ่ายของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยจะนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายเป็นเกณฑ์ชี้แจงค่าใช้จ่ายต่อ กกต.หรือไม่” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่าปัญหาเกี่ยวกับระเบียบ กกต.ว่า ด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ. 2561 ได้ให้คำนิยามคำว่า ‘ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง’ หมายถึง ‘ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามกฎหมาย’ ซึ่งบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองถูกจำกัดสิทธิ์ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งจนกว่าที่จะพ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ถึงจะเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ. 2561 ดังนั้น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยและถูกตัดสิทธิ์การเลือกตั้ง จึงไม่อาจเป็นผู้ช่วยหาเสียง ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ. 2561 ได้

ส่วนรัฐธรรมนูญ หมวด 3 ให้สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 34 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาและการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติแห่งกฎหมาย เมื่อพิจารณาถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองและไม่ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียง เพราะขาดหลักเกณฑ์ในการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงมีลักษณะเป็นการควบคุมครอบงำหรือชี้นำกิจการของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ตามความในมาตรา 29 แห่ง พรป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รับจ้างเป็น ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย สามารถกระทำได้หรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่าหากเป็นสัญญาจ้างทำของ มุ่งถึงความสำเร็จของงานเป็นหลัก สามารถกระทำได้ แม้ไม่ได้มีสัญญาว่าจ้าง แต่ต้องแจ้ง กกต.ประจำจังหวัดในพื้นที่ในวันที่หาเสียงหรือปราศรัย แต่เงื่อนไขสำคัญหลัก ต้องพิจารณาถึงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่พรรคเพื่อไทย ชี้แจงต่อ กกต.เป็นการจ้างทำของหรือไม่

นอกจากนี้ จะต้องพิจารณาถึงคำปราศรัยจ้างในการหาเสียง เป็นผู้กำกับ ควบคุมเองหรือไม่อย่างไร เท่าที่ติดตามข่าว เห็น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย จ้างหลักร้อย เล่นหลักล้าน ต้องมาถอดคำปราศรัยว่า การปราศรัยหรือหาเสียง ครอบงำพรรคหรือไม่ แม้ไม่ผิดระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 โดยอาศัยช่องจ้างทำของ แต่ติดเงื่อนไขห้ามมิให้ผู้ใดมิใช่สมาชิกกระทำการใดควบคุม ครอบงำพรรค

“พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า ระหว่างคุณเต้น ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สถานะทางกฎหมายพรรคการเมืองไม่ต่างกัน เมื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงไม่ได้ ออกช่องรับจ้างทำของ แต่ติดกับดัก มาตรา 28 มาตรา 29 แห่งกฎหมายพรรคการเมือง เป็นอันตรายแก่พรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 28 ห้ามไว้โดยชัดแจ้งห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคครอบงำพรรค ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) ตรงนี้ ผมพูดตามหลักกฎหมาย เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า กระแสวันประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยวานนี้ (9 มี.ค. 66) กระแสปั่น 310 ที่นั่ง จะเป็นพรรคการเมืองตั้งรัฐบาลพรรคการเมืองเดียว มีความเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า กระดานการเมืองของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่อยู่ที่ได้จำนวนเท่าไหร่ แต่จำนวนที่คาดหมายเป็นการปั่นกระแส หากเป็นรัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ 2550 อาจเป็นไปได้ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ออกแบบ สว.จำนวน 250 เสียงและลงมติเห็นชอบร่วมตามมาตรา 272 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลพรรคการเมืองเดียว ยืนยันว่าโอกาสน้อย หรือว่า แทบไม่มีโอกาสเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top