Tuesday, 28 July 2026
TheStatesTimes

ผู้ร่วมก่อตั้งอนาคตใหม่ เผย ‘ปิยบุตร’ ที่รู้จัก เลย ‘มือพาย’ ไปไกล แค่หวั่นใจทิศทางวันนี้

(22 ก.พ. 66) นายภูวกร ศรีเนียน หรือ 'จ.เจตน์' หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดพะเยา โพสต์เฟซบุ๊ก Phuvakorn Srinean แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในหัวข้อ 'อ.ปิยบุตร ที่ผมรู้จัก' มีเนื้อหาดังนี้...

"มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ"
ช่วงปี 53 หลัง ทหารสลายการชุมนุมเสื้อแดง
กระแสสังคม คนกรุง ที่มีความรู้ ทันสมัย ส่วนใหญ่
เหยียบย่ำ ซ้ำเติม ผู้ชุมนุม

มีกลุ่มอาจารย์จำนวนหนึ่ง ออกมายืนยันความถูกต้อง ออกมายืนยันสิ่งที่ควรจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

หนึ่งในนั้น มีอาจารย์กฏหมาย ชื่อ ปิยบุตร
นี่คือครั้งแรกในชีวิต ที่ผมรู้จักเค้า 

"มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ"
ช่วงก่อน น้ำท่วม ปี 54  กลุ่มอาจารย์เหล่านั้น
ใช้ชื่อ ว่า นิติราษฏร์ ออกมา พูดดัง ๆ ในสังคม

ล้างพิษรัฐประหาร 49 จนเป็นความหวังของคนในสังคม ที่แสวงหาหลักการประชาธิปไตยอย่างจริงจัง

เป็นการจุดคบเพลิงความคิดที่มีพลัง
แน่นอน หนึ่งในนั้น มีอาจารย์ป๊อก รวมอยู่ด้วย

"มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ"
กฏหมาย มาตรา 112 เริ่มถูกพูดถึง ในยุคที่วัยรุ่น
ยังไม่ตื่นตัวทางการเมือง

ความเสี่ยงต่าง ๆ ในการอธิบายเรื่องนี้ต่อสังคม 
แน่นอน มีน้อยคนที่จะกล้าหาญ
หนึ่งในนั้น มีอาจารย์ป๊อก รวมอยู่ด้วย

"มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ"
ช่วงก่อตั้งอนาคตใหม่ ต้นปี 61 หลายคนต้องตัดสินใจเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเอง  
ในวันที่ไม่มีใครรู้ว่า การตั้งพรรคการเมืองแนวใหม่ จะประสบผลอย่างไร

'ทร.' แจ้ง ผลสอบ 'รล.สุโขทัย' คืบหน้า 90% เริ่มกู้เรือได้ เม.ย.นี้ คาด ไม่เกิน 1 ปี รู้สาเหตุเรือล่ม

(22 ก.พ. 66) พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนเรือหลวงสุโขทัยอับปางในรอบ 2 เดือน ว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หลังจากสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้ง 289 ปาก ข้อมูลที่ได้กำลังอยู่ระหว่างประเมินเพื่อนำมาสรุป และชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ยืนยันว่า กองทัพเรือไม่ได้พยามจะดึงเรื่องให้มีความยืดเยื้อ หรือเชื่องช้า เราพยายามทำอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้มีความรอบคอบ และครอบคลุม เรื่องราวทั้งหมด

นอกจากนั้น ก็ยังมีข้อมูลทางเอกสารในเรื่องการรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงเรื่องวัตถุพยาน ซึ่งขณะนี้ การดำเนินการเตรียมการกู้เรือหลวงสุโขทัย กำลังดำเนินการอยู่ น่าจะได้บทสรุปในเดือนนี้ ขณะนี้ยังติดเรื่องคลื่นลมในทะเลฝั่งอ่าวไทย ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ คาดว่า ภายในเดือนเมษายนเป็นอย่างช้า น่าจะเริ่มดำเนินการกู้เรือได้ ซึ่งระยะเวลาดำเนินการเท่าไหร่นั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องดูว่ามีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน แต่กระบวนการทั้งหมดที่จะได้ข้อสรุปคงไม่เกิน 1 ปี ต้องรอดูสภาพใต้ท้องเรือว่า ตรงกับคำให้การที่สอบไปหรือไม่ แต่ตอนนี้เรา ปะติดปะต่อเหตุการณ์เรื่องราวได้เกือบสมบูรณ์แล้ว ขาดเพียงแค่พยานวัตถุ

“เราพยายามไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกไป แต่ส่วนหนึ่งก็หลุดออกไปบ้าง แต่ตรงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แท้จริง ต้องรอกองทัพเรือชี้แจงอย่างเป็นทางการ 2 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าผลสรุปการสอบพยานด้านบุคคล รวมถึงเอกสารถึงคืบหน้าไป 90% แล้ว

ส่วนพยานวัตถุเราได้แค่ภาพถ่ายใต้น้ำ ซึ่งใช้นักประดาน้ำ และยานซีฟอกซ์ ซึ่งเป็นยานใต้น้ำ ลงไปถ่ายแต่ยังมองไม่ชัดเพราะ สภาพเรือนั่งแท่นบนทรายจึงมองเห็นไม่ชัด ต่างกับกรณีที่เรือเอียงจะถ่ายแล้วเห็นชัดมากกว่า ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่ติดขัดในการถ่ายภาพใต้น้ำนำมาประกอบหลักฐาน จึงยังไม่สมบูรณ์จึงต้องมีการกู้เรือมาเพื่อดูสภาพนั้นอีกครั้ง” พล.ร.อ.ปกครอง กล่าว

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า สำหรับกรอบงบประมาณที่จะใช้ กองทัพเรือ โดยกองเรือยุทธการ และกรมอู่ทหารเรือ กำลังวิเคราะห์ และพยายามพิจารณาลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงให้น้อยที่สุด โดยปัจจุบัน ยังมี 12 บริษัทได้เสนอค่าใช้จ่ายการกู้เรือเข้ามา ส่วนที่เกรงว่า การใช้งบกลางจากรัฐบาลอาจจะล่าช้า เพราะอยู่ในช่วงยุบสภา จึงต้องไปขออนุมัติ กกต.นั้น ก็คงเป็นไปตามนั้น เราจึงพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะให้เสร็จก่อนที่จะมีการยุบสภา

คนใกล้ตัว แฉต้นเหตุ ‘พยาบาลสาว’ คิดฆ่าตัวตาย ที่แท้โดนข่มขู่คุกคาม แถมถูกสั่งให้เข้าเวรกลางคืน

หนุ่มคนใกล้ชิดโพสต์แฉละเอียดยิบ กรณีพยาบาลสาว รพ.ดังเชียงใหม่ เครียดจัดจนเกือบฆ่าตัวตัวตาย ที่แท้โดนคนในกลั่นแกล้งข่มขู่คุกคามหนัก แถมรถถูกยกหายไปนานเกือบ 4 เดือนและแจ้งความแล้ว ไร้ความคืบหน้า จนรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังถูกสั่งให้ขึ้นเวรกลางคืน

ความคืบหน้ากรณีพยาบาลสาวโรงพยาบาลรัฐชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ โพสต์บอกเล่าเรื่องราวตัดพ้อที่ถูกกลั่นแกล้งและดูหมิ่นเหยียดหยามในที่ทำงานจนเกิดความเครียดและกดดันอย่างหนัก พร้อมเขียนจดหมายลาตาย และพยายามที่จะกระโดดตึกเพื่อจบชีวิตแต่มีผู้ช่วยเหลือไว้ได้ทัน ขณะที่ทางผู้บริหารหน่วยงาน ชี้แจงและยืนยันให้ความช่วยเหลือพยาบาลสาวรายนี้อย่างเต็มที่ในทุกด้าน

รายงานข่าวแจ้งว่าล่าสุดในคืนที่ผ่านมา มีชายคนหนึ่งได้โพสต์คลิปใน TikTok จำนวน 3 คลิป ที่เป็นการแฉเรื่องราวเกี่ยวกับกรณีพยาบาลสาวที่ถูกกลั่นแกล้ง กดดัน จนทำให้คิดสั้นดังกล่าว โดยเริ่มต้นว่าไม่ต้องตั้งคำถามว่าตนเองรู้จักน้องพยาบาลได้อย่างไร เอาเป็นว่าเป็นคนที่รู้จักสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ซึ่งเรื่องของการบูลลี่เรื่องหน้าตาชาติพันธุ์ เป็นเรื่องเก่านานแล้วที่มีการทำความเข้าใจกันแล้วในที่ทำงาน และไม่ใช่เหตุหลักในการที่น้องตัดสินใจครั้งนี้

โดยสาเหตุหลักมาจากการถูกลั่นแกล้งในที่ทำงานจากหัวหน้างาน และคนในโรงพยาบาล ซึ่งจากการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องความขัดแย้งจริงๆ ซึ่งน้องมีความขัดแย้งกับหัวหน้าแผนกห้องคลอด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาส่วนตัวของกลุ่มคนในที่ทำงานก็จะมีการแบ่งก๊กแบ่งเหล่ากัน แต่ที่สำคัญได้ยกบุคคลคนหนึ่งเป็นตำแห่งหัวหน้าพัสดุ แฟนมีพฤติกรรมเวลาดื่มเหล้าเมาจะกร่างสามารถเข้าออกโรงพยาบาลได้ และยังทำงานที่สรรพสามิตเชียงใหม่ จึงได้ให้แฟนแกล้งน้องด้วยการขนรถจักรยานยนต์ อ้างจะเอาไปตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าจอดไว้เป็นเวลานาน จนเป็นที่มาของการเข้าไปแจ้งความว่าน้องรถหาย

นอกจากนี้น้องยังพยายามขอความช่วยเหลือจากทางผู้บริหาร แม้แต่จะขอภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายที่ขโมยรถไป แต่กลับอ้างว่าไม่มีภาพ ภาพวงจรปิดที่ได้มานั้นก็ไปได้จากกล้องวงจรปิดบ้านพักของพนักงานในโรงพยาบาล ที่น้องต้องไปขอเอง หลังจากนั้นน้องเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ถูกคุกคาม จึงไปขอร้องผู้บริหารอีกครั้ง ซึ่งได้รับการดูแลโดยให้มาเข้าเวรและทำงานในตอนกลางวันแทนกลางคืน เนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน แต่ได้เพียง 1 เดือน ตอนนี้น้องต้องกลับมาทำงานและเข้าเวรกลางคืนอีกครั้งคราวนี้น้องจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือปกป้อง และหวาดกลัวที่จะถูกคุกคามอีกครั้ง จนน้องคิดมากเป็นสาเหตุที่ต้องคิดสั้น

ส่วนคลิปที่ 2 ได้ย้อนกลับไปพุดถึงเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่นำรถไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 แต่จนถึงขณะจะเข้าเดือนมีนาคมอยู่แล้ว กว่า 3 เดือนนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในคดี ไม่มีหมายเรียกออกมาสักฉบับ ตำรวจทำงานช้ามากจนน้องรู้สึกว่าตำรวจ มีนอกมีในหรือไม่กับคดีนี้ โดยคนโพสต์ยังอ้างว่าทนายความที่ตนเองส่งไปช่วยดูแลคดีให้น้องพยาบาล ยังได้รับการประสานงานจากตำรวจ ว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกับเรื่องนี้ ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ใช่มาถามทางฝั่งผู้เสียหาย ซึ่งตำรวจได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายไปพูดคุยกัน

‘บิ๊กป้อม’ โชว์ฟิต ลงพื้นที่ 3 จว. ก่อนยุบสภาฯ ลุยตรวจน้ำ ‘อุดรฯ-หนองคาย-เลย’ 24 ก.พ.นี้

(22 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่จ.อุดรธานี จ.หนองคาย และจ.เลย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยจะเดินทางไปตรวจติดตามอ่างเก็บน้ำลำห้วยเชียงตอนบน ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ในเวลา 10.30 น. จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามการบริหารการจัดการน้ำ จ.อุดรธานี พร้อมทั้งมอบนโยบายและพบปะประชาชน ที่โรงเรียนภูพานวิทยา ต.ของยูง อ.กุดจับ

จากนั้นเวลา 13.50 น. พล.อ.ประวิตร เดินทางสู่ จ.หนองคายเพื่อตรวจติดตามโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง กรมชลประทาน อ.ท่าบ่อ จากนั้นเดินทางไปตรวจติดตามการบริหารการจัดการน้ำ จ.หนองคาย พร้อมมอบนโยบาย พบปะประชาชนในพื้นที่และผู้นำท้องถิ่น และรับเรื่องแก้ปัญหาน้ำประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภคของ อ.โพธิ์ตาก ที่ลานวัฒนธรรม เทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ และเดินทางไปตรวจติดตามโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบประปาเทศบาลเมืองท่าบ่อ

‘อดีตเพื่อนธร’ ชี้!! ‘พิธา-ปิยบุตร’ แตกคอ!! ความจริงการเมือง แค่วาทกรรมอันสวยงาม

(22 ก.พ. 66) นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และแกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Pichit Chaimongkol’ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตอบโต้และขัดแย้งกันระหว่างนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มีเนื้อหาดังนี้...

ก้าวไกลบอกก้าวไปไกลๆ

ปรากฏการณ์ พิธาสวนปิยบุตร ธนาธรเล่นบทพระเอก พูดหลักการ
บทสะท้อนความเป็นจริงทางการเมือง สังคม ที่ตรงกันข้ามกับความฝันวาทกรรมที่สวยงาม

มันคือการเมืองเรื่องของอำนาจ โดยอ้างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม ทุกพรรคก็เป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องอำนาจที่ต้องกุมสภาพการนำให้ได้ ซึ่ง ปิยบุตร คงอยากกุมอำนาจโดยการกำหนดทิศทางนอกพรรค ก็เหมือนทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นผู้มี อิทธิพลนอกพรรค ทักษิณทำเช่นไร ปิยบุตรก็คล้ายๆ กันเช่นนั้น

เพียงแต่

เพื่อไทยไม่มีใครโต้ทักษิณ
ก้าวไกลกล้าตอบโต้ปิยบุตรแค่นั้นเอง

‘เพื่อไทย’ จี้ รบ. นำ พ.ร.บ.เช็ค ขึ้นพิจารณา ลั่น!! พร้อมร่วมประชุมถก กม. ที่ค้างหลายฉบับ

(22 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และรองหัวหน้าพรรค น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย และนายกฤษดา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย รับหนังสือจาก น.ส.สมหญิง รัตนุ่มน้อย เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร เร่งรัดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 เพื่อให้มูลความผิดของผู้ที่ไม่มีเจตนาทุจริตในการสั่งจ่ายเช็ค มีโทษเพียงทางแพ่ง แต่ไม่มีโทษอาญาที่ต้องถูกปรับ และจำคุกอีกต่อไป

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ประสานงานกับผู้ได้รับผลกระทบมาสักระยะแล้ว โดยประชาชนที่เดือดร้อนได้เรียกร้องผ่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ช่วยเร่งรัดกระบวนการทางกฎหมายที่ค้างในสภาฯ ซึ่งนพ.ชลน่าน ได้นำเรื่องปรึกษาประธานสภาฯ เพื่อหาวิธีการเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ (23 ก.พ.) เป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภาฯ ในสมัยประชุมนี้ ตนจึงหวังว่าจะมีการเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นว่ากฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับเป็นสิ่งสำคัญ พวกเราส.ส.พรรคเพื่อไทย ยินดี และพร้อมทำงาน ซึ่งหากพิจารณาวาระแรกได้ เมื่อรัฐบาลหน้าเข้ามาค่อยว่ากันต่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้วพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะยืนยันกฎหมายฉบับนี้ เพื่อแก้ไขให้ประชนชนที่ได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 5 ล้านราย

‘ภูมิใจไทย’ ลั่น!! ไม่ถอย ‘ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ’ พร้อมเสนอใหม่ รบ.หน้า ฝาก ปชช. ร่วมหนุนต่อ

'ภูมิใจไทย' รับ 'ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ' ถกไม่ทันสมัยประชุมนี้ ฝาก ปชช. กาภูมิใจไทย ช่วยกันป้องไม่ให้กลับเป็นยาเสพติด ลั่น! สู้ต่อ นำกลับมาเสนอใหม่รัฐบาลหน้า

(22 ก.พ. 66) ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจาณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชง กัญชา พ.ศ. .... แถลงถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ในสภาฯ ว่า พรรคภูมิใจไทยยังยืนยันว่า ถึงแม้ว่าจะมีการปลดล็อคกัญชาออกจากยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2565 เราเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีร่างกฎหมายกัญชาเป็นการเฉพาะ เพื่อมาจำกัดการใช้กัญชาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้สังคมมีความปลอดภัย รวมทั้งมีการสนับสนุนเรื่องการปลูก การนำเข้า ส่งออก การจำหน่ายต่าง ๆ รวมถึงการใช้ ซึ่งต้องควบคุมสังคมให้ดี

23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 รสช.ยึดอำนาจ รัฐบาลพลเอกชาติชาย ด้วยเหตุผลหลัก ‘ฉ้อราษฎร์บังหลวง’

เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ได้เกิดรัฐประหารขึ้นโดย คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. (National Peace Keeping Council-NPKC) ภายใต้การนำของ พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ พลเอก สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก พลตำรวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมตำรวจ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ  ร่วมด้วย พลเรือเอก ประพัฒน์ กฤษณจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศ เกษตร โรจนนิล ผู้บัญชาการทหารอากาศ 

โดยคณะ รสช. ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองจาก พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี โดยในแถลงการณ์ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เรื่องคำชี้แจงเหตุผลการเข้ายึดและควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ด้วยเหตุผลหลักที่เป็นเสมือนข้ออ้างในรัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ไว้ 5 ประการ ได้แก่

'ตร.' เปิดช่องทางรับแจ้ง 'เด็กแว้น' แข่งรถ ผู้ให้เบาะแส รับเงิน 3,000 บาทเข้าบัญชี!!

รับ 3,000 บาท!! เมื่อแจ้งเบาะแส 'เด็กแว้น' แข่งรถจนจับกุมได้ ถ่ายภาพ-คลิปเป็นหลักฐาน แจ้ง 191,1599, หรือเฟซบุ๊กศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.

(22 ก.พ. 66) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทาง โดยไม่ได้รับอนุญาตของเด็กและเยาวชน อันเป็นปัญหาที่สร้างอุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนในชุมชนและสังคม มุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูล หรือเบาะแสการแข่งรถในทาง เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ เช่น การแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น หรือรู้ตัวผู้จัด ผู้สนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถ ให้ประชาชนบันทึกภาพและคลิปด้วยตนเอง พร้อมข้อมูลรายละเอียดแล้วแจ้งผ่าน 3 ช่องทาง คือ ศูนย์ 191, สายด่วน 1599 หรือ เพจเฟซบุ๊กศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. (ส่งข้อมูล inbox)

รู้จัก Muhammad Huzaifa ฝ่าชีวิตสังเวชด้วยการศึกษา แม้โอกาสไม่เอื้อเท่าเด็กอื่นที่มีทรัพยากรล้นหัว

เด็กชายคนนี้คือ Muhammad Huzaifa เด็กขายน้ำผลไม้จากเมือง Mutan ในปากีสถาน เรื่องราวของ Huzaifa เป็นเรื่องราวที่อบอุ่นใจที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเคยได้ยินมาจนถึงตอนนี้ เป็นเรื่องราวของความทุ่มเทและการทำงานหนักอย่างแท้จริง

Huzaifa มาจากพื้นที่ชนบทของ Multan ในปากีสถาน Huzaifa รู้อยู่เสมอว่า การศึกษาเป็นเพียงประตูบานเดียวที่จะพาเขาออกจากชีวิตอันน่าสังเวชที่เป็นอยู่

เนื่องจากเขาเป็นเด็กกำพร้า เขาต้องทำงานหลายชั่วโมงต่อวันในโรงกลึงเพื่อให้ได้ทั้งสองเรื่อง 

Huzaifa เป็นเพียงผู้ที่อยู่รอดเพียงคนเดียวของครอบครัวของเขาที่สามารถเหลือรอดได้ในโลกที่โหดร้ายใบนี้

ในการให้สัมภาษณ์ เขาเล่าว่า เขาได้นอนเพียงคืนละสามชั่วโมงเพื่อเรียนเองต่อ และเขายังต้องทำงานที่ร้านผลไม้ของลุงนอกเหนือจากโรงกลึงที่ทำอยู่เป็นประจำเพื่อหาเงินเรียนต่อ

การทำงานอย่างหนักและความทุ่มเทของเขาส่งผลให้มีการสอบเข้าศึกษาที่ยอดเยี่ยม (เทียบเท่ากับการ O Level ของสหราชอาณาจักร) โดยเขาได้คะแนน A++ ด้วยคะแนน 1,050/1,100 คะแนน 

ชะตากรรมของเขานั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพราะต้องการใช้เงินทุนการศึกษาจำนวนมหาศาลสำหรับการเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย ส่งผลทำให้เขาต้องเลิกเรียน แล้วผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายน้ำผลไม้ริมถนน

หลังจากผ่านไป ๖ เดือน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ได้บอกเล่าเผยแพร่เรื่องราวของเขาทางสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องราวของเขาจึงกลายเป็นไวรัล เขาได้รับการยอมรับในหลายแพลตฟอร์มรวมถึง Parhlo.pk ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมที่สุดของปากีสถานด้วย

รองอธิการบดีของ GCU Lahore ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่กวีชื่อดัง Alama Iqbal และ Faiz Ahmed Faiz ยอมรับความกระหายในความใคร่รู้ของเขา จึงมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนให้กับเขา ขณะนี้เขากำลังศึกษาอยู่ที่นั่นโดยไม่ต้องความกังวลใจใดๆ เลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top