Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

'ปดิพัทธ์' จี้ 'กกต.' แจงให้ชัด กรณีแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ ขาดความชัดเจน ทำคนไม่ไว้ใจ ย้ำ จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส

(14 ก.พ. 66) นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณีมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือในวันนี้ ประเด็นการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส. ที่แต่ละจังหวัดพึงมีและแบ่งเขตเลือกตั้ง เนื่องจากมีหลายฝ่ายในสังคมทักท้วง โดยประเด็นหารือรวมถึงอาจพิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องนี้ด้วย

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลเคยแสดงความกังวล ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจน อาจนำไปสู่เลือกตั้งโมฆะเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต รวมถึงตั้งคำถามว่า การนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยนั้น เป็นสิ่งที่ กกต. เคยทำมาก่อนหรือไม่ หากเคยทำมาก่อน ก็ไม่น่าต้องกังวลว่าจะมีปัญหา แต่หากไม่เคยทำมาก่อน ครั้งนี้ก็ไม่ควรทำเช่นกัน"

หลังจากนั้น กกต. ออกมาชี้แจงว่า การประกาศจำนวนราษฎรในอดีต ก็ทำเป็นประกาศรวมที่นับทั้งคนสัญชาติไทยและคนที่ไม่มีสัญชาติไทย เพิ่งจะมาแยกคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกันในประกาศจำนวนราษฎร วันที่ 31 ธันวาคม 2557 แต่ กกต. ยังไม่ได้ตอบคำถามของพรรคก้าวไกล ว่าแล้วการเลือกตั้งที่ผ่านมาเช่นปี 2562 ได้คิดรวมคนที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณด้วยหรือไม่ ดังนั้น ในเมื่อ กกต. จะประชุมวันนี้ ก็ควรมีคำตอบเรื่องนี้ รวมถึงคำตอบว่าถ้า กกต. จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะกระทบต่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งหรือไม่

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ตามกฎหมาย การเลือกตั้งควรมีขึ้นไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ทั้งที่ประชาชนมีความหวังให้การเลือกตั้งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่จากการทำงานของ กกต. ปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งที่ทะเบียนราษฎรออกมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 แต่ตอนนี้หลายจังหวัดเริ่มพบกลไกที่ย้ายเขตเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางคะแนน เช่น พิษณุโลกเขต 1 มีความพยายามตัดพื้นที่ที่ตนทำงานอย่างต่อเนื่องออกไป และเอาพื้นที่ของนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นฝ่ายรัฐบาลมาเติมแทน นอกจากนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระบบรายงานผลเลือกตั้งแบบ real time ทั้งที่ กกต. ได้รับงบประมาณจัดเลือกตั้งถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท

เหตุผลที่ความมั่นคงทางพลังงานในไทยต่ำมาก เพราะ ‘เกินครึ่ง’ ต้องพึ่ง 'เอกชน-เพื่อนบ้าน'

จากข้อมูล 'กำลังผลิตรวมในระบบไฟฟ้า' โดย กฟผ. รัฐบาลสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 34.46% จากความต้องการ ส่วนอีก 65.54% เราซื้อจากเอกชน และจากเพื่อนบ้าน ไทยเรามีความมั่นคงทางพลังงานต่ำมาก

(อ้างอิง: https://www.egat.co.th/home/statistics-all-latest/)

ประชากรบางส่วนเราหูเบา ถูกชักจูงจาก NGO ได้ง่าย จะสร้างอะไรก็ต้าน ก็ด่าไปหมด...

- โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ต้าน 
- ผลิตจากพลังงานเขื่อนต้าน
- ผลิตจากขยะต้าน
- ผลิตจากเตาถ่านหินต้าน
- ผลิตจากพลังงานลมต้าน
- แม้แต่พลังงานแสงอาทิตย์ยังด่า

'ผบ.ทบ.' ปลื้ม​ พิธีไหว้ครูมวยไทย​ ถูกบันทึกสถิติโลก สั่ง 'ยศ.ทบ.' นำศิลปะมวยไทยบรรจุหลักสูตรทางทหาร

(14 ก.พ. 66) ที่กองบัญชาการกองทัพบก​ พล.ต.หญิง​ ศิริจันทร์​ งาทอง​ รองโฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประชุมติดตามการปฏิบัติงานประจำวัน โดยกล่าวถึง​ ความสำเร็จความภาคภูมิใจในการจัดพิธีไหว้ครูมวยไทยบันทึกสถิติโลก (Guinness world records) ของกำลังพลกองทัพบก จำนวน​ 3,660 นาย เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์บูรพกษัตริย์ในงาน Amazing Muaythai Festival 2023 ณ พื้นที่อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการรักษามรดกของชาติ ส่งเสริมศิลปะการป้องกันตัว หรือแม่ไม้มวยไทย

ที่สำคัญเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มเเข็งของกำลังพล ทั้งนักเรียนนายสิบทหารบกและทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นกำลังหลักของกองทัพบก สะท้อนให้เห็นถึงระบบการคัดเลือกกำลังพลที่มีความเข้มแข็ง ให้มาปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงของชาติอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกองทัพบกในการพัฒนาและเสริมสร้างบุคลากร ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกมอบหมายให้กรมยุทธศึกษาทหารบก นำศิลปะแม่ไม้มวยไทยเป็นหลักสูตรหลักในการเรียนการสอน ของสถาบันการศึกษาทางทหารของกองทัพบก

‘พปชร.’ เมืองคอนส่อวุ่น ปมแย่งพื้นที่เลือกตั้ง ‘ข่มเหง-ไล่เจ้าที่เดิม’ จากเขต 1 ให้ไปลงเขต 2

มีรายงานว่า ร.ศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช ยืนยันกับทางพรรคพลังประชารัฐไปแล้วว่า ยังประสงค์จะลงเขต 1 เหมือนเดิม แต่มีนางสุภาพ ขุนศรี ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกคนประสงค์จะลงเขต 1 เช่นกัน เนื่องจากทำพื้นที่เขต 1 มาตลอด และในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นางสุภาพลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แข่งกับ รศ.ดร.รงค์มาแล้ว และแพ้ให้กับ รศ.ดร.รงค์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปทำกิจกรรมทางการเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ไม่ได้เชิญ ไม่ได้แจ้ง รศ.ดร.รงค์ ในฐานะ ส.ส.ในพื้นที่ให้เข้าร่วมด้วย แต่ที่น่าสนใจบนเวทีมีการกล่าวพาดพิงและวิจารณ์ รศ.ดร.รงค์อย่างรุนแรงต่อหน้า ดร.นฤมลที่นั่งอยู่ในฐานะประธานและยังมีการพูดทำนองว่า รศ.ดร.รงค์ควรจะไปลงเขต 2 เพราะบ้านอยู่ในพื้นที่เขต 2

ช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ) มีรายงานข่าวว่า นางสุภาพ ขุนศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยสุนทร รักษ์รงค์ ว่าที่ผู้สมัครอีกคนของพรรคพลังประชารัฐในจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปยื่นรายชื่อสนับสนุนให้ใช้รูปแบบที่ 3 ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง

ความทราบถึงนักข่าวแล้วว่า รศ.ดร.รงค์ มีปัญหาพื้นที่เลือกตั้งทับซ้อนกับนางสุภาพ ขุนศรี เมื่อสุภาพเจอกับนักข่าวคำถามเรื่องความขัดแย้งพื้นที่เลือกตั้ง จึงถูกยิงเข้าใส่สุภาพทันที

ชัดเจนครับ สุภาพยืนยันว่า ตนไม่ขอลงเขต 2 เนื่องจากไม่เคยเดินมาก่อน และเขตที่ตนเดินและคุ้นชินคือ พื้นที่ เขต 1 ที่เป็นของ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ซึ่งเป็นคู่แข่งของตนสมัยที่แล้ว

ตนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พปชร. และ ประสงค์ลงสมัคร สส.ในนาม พปชร.แต่ยังไม่ชัดเจนในเขตเลือกตั้ง ถ้าจะให้ดี ควรให้ รศ.ดร.รงค์ ไปลงเขตอื่นแทน เพื่อที่ตนจะลงเขต 1 แต่หาก รศ.ดร.รงค์ ยังลงเขตเดิมตนก็จะไม่ลงสมัคร ส.ส.อย่างแน่นอน

เปรียบเทียบค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

เงินบาทยืนหนึ่ง!!

ปัจจุบันเงินบาทอยู่ที่ราว ๆ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับปลายปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่เกือบ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา เงินบาทแข็งค่าแล้วกว่า 5% แข็งค่าที่สุดในเอเชีย ภายใต้ 3 ตัวแปร ได้แก่…

‘หวัง อี้’ พบปะ ‘ดอน ปรมัตถ์วินัย’ หารือสายสัมพันธ์ ‘จีน-ไทย’

(14 ก.พ. 66) สำนักข่าวซินหัว เผยว่า เมื่อวันจันทร์ (13 ก.พ.) ‘หวัง อี้‘ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) พบปะกับ ‘ดอน ปรมัตถ์วินัย‘ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ณ กรุงปักกิ่งของจีน

‘หวัง‘ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ กล่าวว่า จีนและไทยใกล้ชิดกันดังครอบครัว โดย ‘สีจิ้นผิง‘ ประธานาธิบดีจีน ได้เดินทางเยือนไทยในปีก่อนและบรรลุฉันทามติสำคัญกับฝ่ายไทยในการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความยั่งยืนยิ่งขึ้น

หวังเสริมว่า ฝ่ายจีนพร้อมทำงานร่วมกับไทยเพื่อดำเนินการตามผลลัพธ์จากการเดินทางเยือนไทยของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง คุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของสองประเทศ และพิทักษ์สันติภาพและเสถียรภาพระดับภูมิภาค

'สมศักดิ์' ยัน ไม่แยกวง 'สุริยะ' ยังอยู่ 'พปชร.' ทั้งคู่ ย้ำ ตนไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ร่วมงานได้กับทุกคน

(14 ก.พ. 66) เมื่อเวลา 09.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวการย้ายกลับพรรคเพื่อไทย (พท.) แม้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. จะยืนยันว่าทั้งคู่ยังอยู่กับพรรค พปชร. ว่า ตนกับนายสุริยะ ทำการเมืองด้วยกันมาเกือบ 30 ปี เรามีแนวทาง วิธีคิดต่าง ๆ เหมือนกัน นายสุริยะประกาศแล้ว ประกาศอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ส่วนที่สื่ออยากรู้ คือเรื่องทีมงานในจังหวัดสุโขทัย จะย้ายไปพรรคอื่นหรือไม่นั้น ตนขอบอกว่าไม่เคยหวงห้ามใครทั้งสิ้น

ก่อนหน้านี้ทีมงานในกลุ่มสามมิตรก็ย้ายไปพรรคอื่น และพาพวกไปด้วย 7-8 คน โทรไปเป็นเรื่องของคนที่จะต้องเติบโต เพื่อหาแนวทางเดินต่อไป ประกอบกับเรามีเรื่องเส้นเวลา คือเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าเราอยากเป็น ส.ส. ก็จำเป็นต้องสังกัดพรรคตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เขาทนไม่ไหวเลยต้องหาที่อยู่ใหม่ ในกรณีที่มีพื้นที่เลือกตั้งยาก เราก็ต้องปล่อย ซึ่งเราก็ต้องหาคนใหม่มาเสริม คิดว่าสามารถหาได้ ไม่มีปัญหา เพราะเวลายังมีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ว่าจะไม่ย้ายแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายสุริยะได้คุยกับ พล.อ.ประวิตรทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แต่เราจะพัฒนากลุ่มที่อยู่ด้วยกัน ไม่เป็นหัวหน้ากลุ่มรอง ๆ ให้มีสิทธิ์มีเสียงที่จะเสนอตัวขึ้นมาเป็นผู้บริหารในวันข้างหน้า

“ผมยืนยันว่า ตัวผมเองและท่านสุริยะไปด้วยกัน ทิศทางเดียวกัน ท่านสุริยพูดอย่างงั้น ก็โอเค” นายสมศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ส.ส.สุโขทัย พรรค พปชร. 2 คน จะย้ายไปพรรค พท.หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอนแรกก็บอกอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ก็หายไป ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

กูรูระดับโลกชื่นชมศักยภาพของ ‘เงินบาท’ ‘แข็งแกร่ง-มีเสถียรภาพ’ แม้เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ

รูชีร์ ชาร์มา (Ruchir Sharma) นักลงทุนผู้มากประสบการณ์ ประธานบริษัทการเงินระดับโลก Rockefeller Capital Management ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวของเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลกมานานเกือบ 30 ปี ได้กล่าวถึง ‘เงินบาท’ ของไทยด้วยความชื่นชม ผ่านคอลัมน์ของ Financial Times (12 ก.พ. 2566) เนื่องด้วย เดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ จะครบรอบ 25 ปี ที่เขาเคยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ในวันที่ไทยกำลังเผชิญวิกฤติ ‘ต้มยำกุ้ง’ อย่างหนักและลุกลามไปหลายประเทศในเอเชีย

ในช่วงเวลานั้น ค่าเงินบาทของไทยลดค่าลงอย่างรุนแรงกว่า 40% ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่หดตัวลงถึง 20% ในพริบตา ตลาดหุ้นดิ่งเหวกว่า 60% สถาบันการเงินหลายแห่งเข้าสู่ภาวะล้มละลาย หนี้สาธารณะพุ่งสูงจนรัฐบาลไทยต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากกองทุน IMF 

ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2541 มานั้น แทบไม่มีนักลงทุนต่างชาติคนไหนกล้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เงินบาทเป็นสกุลเงินที่มองไม่เห็นอนาคต เป็นหนึ่งในวิกฤติการเงินที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของไทย

แต่สุดท้าย เงินบาทก็สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาเป็นหนึ่งในเงินสกุลหลักของภูมิภาคอาเซียน สามารถรักษามูลค่าไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ กลายเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่ง มั่นคง กว่าเงินสกุลอื่นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ และดูดีกว่าเงินสกุลของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ชาติ หากไม่นับ รวม Swiss Franc ด้วยซ้ำไป นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

หนึ่งในข้อดีของวิกฤติค่าเงินในครั้งนั้น ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโต เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกลงมาก จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยว และ ภาคบริการรองรับที่ดี ซึ่งช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันของไทย แม้ว่าค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นแล้วก็ตาม จากประเทศที่เคยเป็นศูนย์กลางของวิกฤติค่าเงินกลับขึ้นมาเป็นหนึ่งในเสาหลักของอาเซียนและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อีกหลายๆ ประเทศ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง

วันนี้ (14 ก.พ.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) ได้เป็นประธานในพิธีการเปิดโครงการอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีนายวุฒิทัต ตันติเวส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน, นายมงคล สุดโต ผอ.ส่วนควบคุมระบบปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต และ นางนันทวดี วีระวัฒน์เดช ผอ.ส่วนมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต ร่วมการพิธีเปิดดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ.66

การฝึกอบรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวน ตรวจสอบ และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธุรกิจพลังงาน และกรมสรรพสามิต เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทั่วประเทศเข้ารับการอบรมจำนวน 143 นาย

AOT เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจ The Route Development Forum for Asia 2023

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจ The Route Development Forum for Asia 2023 ซึ่งเป็นงานประชุมเจรจาธุรกิจด้านการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมี พลอากาศเอก ภานุพงศ์ เสยยงคะ กรรมการ AOT เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ พร้อมด้วยนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT รวมถึงผู้บริหาร AOT ผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้พันธมิตรเครือข่ายทางการบิน และการท่องเที่ยวจากทั่วโลกร่วมงานประชุมฯ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 16 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 (ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่) จังหวัดเชียงใหม่

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้จํานวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ลดลงจาก 142 ล้านคนในปี 2561 เหลือเพียง 72 ล้านคนในปี 2562 ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วระหว่างปี 2563 - 2565 ปริมาณผู้โดยสารลดลงในอัตราร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสารรวมในปี 2562 ก่อนเกิดสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 การเดินทางของผู้โดยสารมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากการที่หลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยมีนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ รวมถึงปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนสายการบินกลับมาทำการบินในเส้นทางบินเดิม และเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจการบินและธุรกิจท่องเที่ยวให้สามารถฟื้นตัวและดำเนินกิจการได้ดีขึ้น ดังนั้น การจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจ The Route Development Forum for Asia 2023 ซึ่งเป็นงานประชุมเจรจาธุรกิจด้านการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะเป็นเวทีเจรจาธุรกิจระหว่างท่าอากาศยาน สายการบิน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวในธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จำนวนกว่า 800 ราย ได้มีโอกาสพบปะ เจรจา แลกเปลี่ยนมุมมอง และแลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice) อันจะนำไปสู่การปรับปรุงเครือข่ายทางการบินและการดำเนินธุรกิจ ทำให้เกิดการพัฒนาการบริการในอนาคตที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ งานประชุมฯ ยังเป็นการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายทางการบิน (Route Networks) และการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึ่งจะส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น การจ้างงาน การแสดงความเชื่อมโยงของระบบขนส่ง การแสดงความพร้อมในการรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า AOT ในฐานะผู้บริหารสนามบินหลัก 6 แห่งของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นประตูสู่ประเทศไทย มีความยินดีที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจ The Route Development Forum for Asia 2023 ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเสนอศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทยสู่ระดับสากลให้แก่นานาประเทศ โดยมุ่งหวังสร้างเครือข่ายทางการบิน และการท่องเที่ยว ตลอดจนการทำการตลาดเชิงรุกด้วยการเจรจาธุรกิจให้สายการบินสนใจเปิดเส้นทางการบินใหม่ หรือ
 
เพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางที่ทำการบินอยู่เดิม ณ สนามบินทั้ง 6 แห่งของ AOT รวมทั้งเจรจาธุรกิจร่วมกับสนามบินเป้าหมาย (City Pair) โดยมุ่งเน้นสนามบินที่มีศักยภาพในการรองรับสายการบินใหม่ และเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน เพื่อส่งเสริมตลาดด้านการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งสร้างและกระตุ้นรายได้ให้ AOT ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top