Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

'บิ๊กตู่' ขอบคุณ ‘รัฐ - เอกชน’ ทุกภาคส่วน ร่วมช่วยผู้ประกอบการ SMEs รอดพ้นวิกฤติโควิด

นายกฯ ขอบคุณ สมาคมธนาคารไทย-ธปท.-ภาคเอกชน ร่วมมือภาครัฐ หนุน ‘มาตรการสินเชื่อเพื่อการปรับตัว’ ขยายวงเงินกู้สูงสุด 150 ล้านบาท เสริมศักยภาพ SMEs รับธุรกิจโลกยุคใหม่ 

(10 ก.พ. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณในความร่วมมือของสมาคมธนาคารไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคเอกชน ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สมาคมธนาคารไทยได้ร่วมมือกับ ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการในระยะสั้น 

โดยสามารถช่วยเหลือ SMEs ได้ถึง 7.7 หมื่นราย วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู ให้ความช่วยเหลือ 5.9 หมื่นราย คิดเป็นยอดอนุมัติสินเชื่อกว่า 2.1 แสนล้านบาท มาตรการพักทรัพย์พักหนี้ ให้ความช่วยเหลือ 413 ราย คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ที่รับโอนราว 5.8 หมื่นล้านบาท รวมถึงมาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน ที่ช่วยเหลือลูกค้าแก้ไขปัญหาหนี้ได้ตรงจุด ทันการณ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ผ่านวิกฤต มีความพร้อมกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

'รมว.เฮ้ง' แนะคนไทยไปทำงาน ตปท. สมัครสมาชิกกองทุนฯ หากเกิดเหตุไม่คาดคิด มีกองทุนฯ ช่วยดูแล

(10 ก.พ. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานอยากให้คนไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เห็นถึงความสำคัญของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพราะหากเป็นสมาชิกกองทุนฯ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ จะได้รับความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนด อาทิ กรณีประสบปัญหาจากภัยสงคราม, ภัยธรรมชาติ, หรือโรคระบาด, กรณีประสบอันตรายก่อนไปทำงานหรือขณะทำงานในต่างประเทศ, กรณีถูกเลิกจ้างจากสาเหตุประสบอันตราย, กรณีประสบอันตรายจนพิการ, กรณีถูกส่งกลับเนื่องจากเป็นโรคต้องห้าม และกรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศ

โดยผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ ได้แก่ คนหางานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง คนหางานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง และคนหางานที่แจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง

“ผมรู้สึกห่วงใยทุกครั้งที่ทราบว่า คนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ ประสบอันตราย หากประเทศนั้นมีทูตแรงงานประจำอยู่ ผมจะกำชับเสมอให้ดูแล ช่วยเหลือคนไทยอย่างสุดความสามารถ ในส่วนกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ อยากให้คนไทยให้ความสำคัญและสมัครเป็นสมาชิก เพราะมีค่าสมัครเพียง 300, 400 และ 500 บาท ตามแต่ประเทศที่เดินทางไปทำงาน กรณีประเทศตุรกี ถือเป็นการประสบภัยธรรมชาติ และเสียชีวิตในต่างประเทศ หากเป็นสมาชิกกองทุน จะได้รับการสงเคราะห์ 40,000 บาท ” รมว.แรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า คนที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและประสงค์สมัครสมาชิกกองทุนฯ สามารถสมัครผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ (Overseas Employment E-Service) ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ชำระเงินผ่าน Mobile Banking หรือผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน และตรวจสอบบัตรสมาชิกกองทุนฯ ผ่านเว็บไซต์ หรือ Application "Smart TOEA" ทางโทรศัพท์มือถือของสมาชิกกองทุนฯ

นอกจากนี้ สามารถติดต่อได้ด้วยตัวเองที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กลุ่มงานกองทุนและงานสนับสนุนการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ ฝ่ายกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ชั้น 10 อาคารสำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ 3 กระทรวงแรงงาน หรือที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด

สำหรับสิทธิประโยชน์ 9 กรณี ที่ได้รับจากกองทุนฯ มีดังนี้

1.) กรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นให้สมาชิกได้เดินทางกลับประเทศไทยตามที่จ่ายจริง ได้แก่ ค่าพาหนะ, ค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นโดยให้จ่ายตามที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 30,000 บาท

2.) กรณีประสบอันตรายก่อนไปทำงานหรือขณะทำงานในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 30,000 บาท

เปิดใจ 'น้องมิ้นท์' ช่วยเหลือคนเจ็บจากอุบัติเหตุรถชน เผย อยากศึกษาต่อคณะพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นเรื่องราวที่โลกโซเชียลต่างชื่นชม เมื่อแฟนเพจเฟซบุ๊ก 'ท็อปเรารักแปดริ้ว' ได้โพสต์ภาพของเด็กนักเรียนหญิง ขณะเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมระบุข้อความว่า....

"#ฮีโร่ที่แปดริ้วใส่ชุดนักเรียน!!

ขอชื่นชมน้องมิ้นท์ น.ส.สุชานันท์ อินทปัญญา นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนดัดดรุณี จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เธอกำลังจะเดินทางมาโรงเรียนตามปกติ บริเวณแยกดอนสีนนท์ อำเภอบ้านโพธิ์ อยู่ ๆ ได้มีอุบัติเหตุรถชนระหว่างรถจักรยานยนต์กับรถเก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งน้องมิ้นท์ได้ตัดสินใจโทร. เรียกรถพยาบาล และช่วยปฐมพยาบาลให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ จนรถพยาบาลมารับผู้บาดเจ็บไป ทราบมาว่า น้องมิ้นท์มีใจรักในการช่วยเหลือผู้อื่น ได้มาสมัครเป็นอาสาสมัครกู้ภัยฉะเชิงเทรา จุดบ้านโพธิ์ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และกำลังจะสอบเข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ พี่ท๊อปขอชื่นชมน้องมิ้นท์และขอให้น้องได้เรียนคณะพยาบาลตามที่น้องตั้งใจนะครับ"

'ลุงป้อม' ปลื้ม!! แก้ปัญหาที่ดินทำกิน คืบเกือบ 8 หมื่นราย ย้ำ มุ่งหน้าทำต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันนี้ (10 ก.พ. 66) เวลา 09.00 น. ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนา 'สานพลังยกระดับการขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดิน' ในโอกาสครบรอบ 2 ปี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)

รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยเน้นกระจายการถือครองและการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ผ่านการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ในลักษณะแปลงรวม โดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ บนกรอบแนวคิดที่ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ได้มีสิทธิทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้ความมั่นใจในการประกอบอาชีพ สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต ภายใต้การดำเนินการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พอใจการขับเคลื่อนแก้ปัญหาจัดการที่ดิน และขอบคุณ สคทช. ที่ขับเคลื่อนแก้ปัญหาที่ดินมีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยสามารถเข้าถึงพื้นที่เป้าหมายไปแล้ว จำนวน 1,491 พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 5.7 ล้านไร่ ครอบคลุม 70 จังหวัด และสามารถจัดคนเข้าใช้ประโยชน์ให้ได้มีที่อยู่อาศัย มีที่ดินทำกิน เลี้ยงชีพได้แล้ว จำนวน 78,109 ราย

‘โรม’ ย้อน ‘ตู่’ คสช. เคยนิรโทษกรรมตัวเอง แซะ!! เลิกสั่งสอนความสามัคคีจอมปลอมให้ ปชช.

‘โรม’ ย้อน ‘ประยุทธ์’ จำได้ไหม คสช. นิรโทษกรรมตัวเอง เลคเชอร์ความปรองดอง ไม่ใช่สร้างสามัคคีแบบปลอม ๆ แต่ต้องนิรโทษกรรมประชาชน ไม่นิรโทษกรรมผู้มีอำนาจ

(10 ก.พ. 66) รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นการนิรโทษกรรม ระบุทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรม ถ้านิรโทษกรรมให้คนบางกลุ่ม แสดงว่าต้องนิรโทษกรรมให้คนทั้งคุกเลยหรือไม่

รังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องถือเป็นความกล้าหาญของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สอนคนอื่นให้เคารพกฎหมาย ทั้งที่ตัวเองเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ กระทำความผิดที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง แต่ยังลอยหน้าลอยตาเป็นนายกฯ มาได้จนถึงปัจจุบัน เพราะเขียนนิรโทษกรรมตัวเองและพวกลงในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 279 แม้ประชาชนนับแสนคนเคยเข้าชื่อขอแก้รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้มีการดำเนินคดีกับคณะรัฐประหาร แต่ก็ถูก ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ปัดตก จึงไม่รู้ว่าตอนที่พูดประโยคเหล่านั้นออกมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฉุกคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำมาก่อนบ้างหรือไม่

สุดอบอุ่น ผบ.ตร.เปิดโครงการ 'เริ่ม 30 หยิบจานเด่น' ก่อนร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการตำรวจอย่างเป็นกันเอง

วันที่ 10 ก.พ. 66 เวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้เปิดโครงการ “เริ่ม 30 หยิบจานเด่น” (โครงการสวัสดิการอาหารสำหรับข้าราชการตำรวจและลูกจ้าง) ณ อาคารโภชนาคาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.สกพ. เปิดเผยว่า โครงการ “เริ่ม 30 หยิบจานเด่น” เกิดจากความห่วงใยของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ผบ.ตร. ที่อยากจะช่วยลดค่าครองชีพของข้าราชการตำรวจและลูกจ้าง โดยโครงการฯ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการตำรวจและลูกจ้าง ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพในราคาที่ไม่แพง จับต้องได้ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมุ่งหวังพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เปิดงานวันวิชาการ 'ร้อยหัตถาบูรณาการสานสู่วิชาชีพ ปีการศึกษา 2565'

เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 9.00 น. วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ จัดงานวันวิชาการ “ร้อยหัตถาบูรณาการสานสู่วิชาชีพ ปีการศึกษา 2565” โดยมีนางวราภรณ์ ฟูสามป๊อก รองศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และ ผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ บริเวณหน้าอาคาร 7 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ 

นางวราภรณ์ ฟูสามป๊อก รองศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงานวันวิชาการ “ร้อยหัตถาบูรณาการสานสู่วิชาชีพ ปีการศึกษา 2565” ในวันนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นการเปิดโอกาส ให้นักเรียน นักศึกษา ได้แสดงผลงาน ถือว่ามีความสำคัญในการส่งเสริมให้มีเจตคติที่ดี ต่ออาชีพ มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเองต่อการเรียนสายวิชาชีพ การจัดทำโครงงาน การสร้างและพัฒนาผลงานโดยบูรณาการความรู้ทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ ในสาขาวิชาชีพ ที่ศึกษา ตามกระบวนการด้วยความรับผิดชอบ มีวินัย มีคุณธรรม มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ขยัน อดทน สามารถทำงานเป็นรายบุคคลหรือทำงานเป็นกลุ่มให้แล้วเสร็จตามระยะเวลา ที่กำหนด อีกทั้งสามารถนำเสนอผลงานด้วยรูปแบบต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานวันวิชาการ “ร้อยหัตถาบูรณาการสานสู่วิชาชีพ ปีการศึกษา 2565” ในวันนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้สำเร็จการศึกษา ที่มีคุณภาพ ต่อไป 

นายพิทยาธรณ์ แจ่มศรี รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มุ่งเน้นการปฏิบัติจริง และจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย รูปแบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและวิธีการดำเนินงาน มีทักษะการปฏิบัติงาน ตามแบบแผนในขอบเขตสำคัญและบริบทต่างๆ ที่ต้องใช้การตัดสินใจ การวางแผน การแก้ไขปัญหา และการปฏิบัติงานในบริบทใหม่ๆ รวมทั้งรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและกิจนิสัยที่เหมาะสมในการทำงาน

5 หน่วยงานร่วมแถลงข่าวสร้างความชัดเจน 'บุหรี่ไฟฟ้า'

​วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.30 น. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ และกรมควบคุมโรค ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวเพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจกรณีการบังคับใช้กฎหมายกับบุหรี่ไฟฟ้าและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 4 ชั้น ๒ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ​กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ และการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับ “บุหรี่ไฟฟ้า การสูบ - ครอบครอง ไม่ได้นำเข้า - ผลิต - ขาย ผิดกฎหมาย หรือไม่ ” ขอชี้แจงข้อเท็จจริง
เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้​​

​1.) กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีคำสั่งที่  9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหลายชนิด รวมทั้งโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง และมีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ผู้ใดขายหรือให้บริการ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สงคราม 'ข่าวลือ' ว่อน!! ใต้ลมการเมืองเปลี่ยน เกมป่วนประสาทคู่แข่ง ที่ไร้ความสร้างสรรค์

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดข่าวลือมากมาย ข่าวจริงก็เยอะ แต่ก็ยากที่จะกลั่นกรอง ซึ่งข่าวลือที่เกิดขึ้นอาจจะมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน บางคนต้องการสะท้อนมุมมองทางสังคมในเวลานี้ว่าเป็นอย่างไร บางคนต้องการโยนประเด็นเพื่อหาคำตอบ แต่มีบางคนปล่อยข่าวหวังผลทางการเมือง บิดเบือน ทำลาย

ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวออกมาว่า ‘แทน-ชัยชนะ เดชเดโช’ ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ได้ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เนื่องจาก ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่พอใจ ส.ส.แทนในบางเรื่องบางประเด็น

นายหัวไทร ก็ยกหูหาเจ้าตัวโดยตรง แทนบอกว่า มันเป็นไปไม่ได้ ไม่เป็นความจริง จะเป็นไปได้ไง ผมเป็นแกนนำประชาธิปัตย์ในนครศรีธรรมราช และเป็นกรรมการบริหารพรรค

ไม่ใช่แค่นั้น เพียงสองอาทิตย์คล้อยหลังก็มีการปล่อยข่าวออกมาอีกว่า แกนนำคนสำคัญสองคนของพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จะไปลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

“เป็นการปล่อยข่าว บิดเบือน จ้องทำลายของพรรคการเมืองบางพรรค ที่เขาเองยังไม่ลงตัว ผมอยากเรียกร้องให้ยุติการปล่อยข่าวทำลาย บิดเบือน มาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์กันดีกว่า” แทน กล่าว

หลังจากนั้น ส.ส.แทนก็ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืนเดินในการเดินหน้าไปสู่สนามเลือกตั้ง พร้อมว่าที่ผู้สมัครอีก 8 คน และแถลงข่าวย้ำอีกครั้งที่รัฐสภา

นายหัวไทร ยกหูไปหา ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็กล่าวยืนยันเช่นกันว่า เป็นไปไม่ได้ที่แทนจะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ และในพรรคก็ไม่มีการหารือกันถึงเรื่องนี้

ข่าวลือยังมีการปล่อยกันถึงขั้นว่า ‘ชำนิ ศักดิเศรษฐ์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และมีฐานะเป็นน้าของ ส.ส.แทน ได้นำ ส.ส.แทน ไปจับเข่าคุยกับจุรินทร์แล้ว คุยกันรู้เรื่องแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นข่าวลือเกี่ยวกับ ส.ส.แทนกับพรรคประชาธิปัตย์ในนครศรีธรรมราช วงน้ำชา-กาแฟ ถกกันแต่เรื่องนี้เป็นด้านหลัก แม้แทนจะรับบทเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการจัดประชุมว่าที่ผู้สมัครในภาคใต้ทั้งหมดระหว่าง 11-12 กุมภาพันธ์นี้ที่ รร.ทวิลโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ข่าวลือเหล่านี้ก็ยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว

'EA' ร่วมกับ 'มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์' สนับสนุนเครื่องออกซิเจน มอบให้ 'มูลนิธิกระจกเงา' ต่อลมหายใจผู้ป่วยในชุมชน

(10 ก.พ.66) กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ สนับสนุนเครื่องผลิตออกซิเจนจำนวน 100 เครื่อง ประกอบไปด้วย เครื่องขนาด 5 ลิตร จำนวน 50 เครื่อง และเครื่องขนาด 10 ลิตร จำนวน 50 เครื่อง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top