Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

รวบสามีภรรยาแดนมังกร ฉ้อโกงประชาชน ชักชวนซื้อเหรียญเว็บพนันออนไลน์ หอบเงินหนีซุกไทย มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท

สืบเนื่องจากได้รับการประสานงานจาก สำนักงานกงสุล(ฝ่ายตำรวจ) ณ นครคุนหมิง และสถานฑูตจีนประจำประเทศไทย กรณีผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนรายสำคัญ ราย   

1. MR.YANG หรือ นาย หยาง (นามสมมติ) อายุ 38 ปี    
2. MS.ZENG หรือ นาง เจิ้ง (นามสมมติ) อายุ 36 ปี    
ซึ่งก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในลักษณะฉ้อโกงประชาชนฯ  มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท แล้วหลบหนีการจับกุมเข้ามายังประเทศไทย 

จึงได้สั่งการให้  พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.อดิศร บุญชุ่ม รองสว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมพวก ทำการสืบสวนติดตามจับกุม MR.YANG หรือนาย หยาง และ MS.ZENG หรือ นางเจิ้ง จนทราบว่า ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ที่คอนโด ในพื้นที่สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และ ผบก.สส.สตม.ได้อนุมัติเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรฯของ MR.YANG หรือนาย หยาง และ MS.ZENG หรือ นางเจิ้ง ไว้แล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 66 เวลาประมาณ 09.00 น. จึงได้เดินทางไปเพื่อตรวจค้น เมื่อไปถึงห้องพัก พบ MR.YANG หรือนาย หยาง ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับประเทศจีน และถูกเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรฯ ออกมาจากห้อง  จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอทำการตรวจค้น โดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจแล้ว โดย MR.YANG สมัครใจพาตรวจค้นห้อง จึงทำการตรวจค้นพบ MS.ZENG หรือ นางเจิ้ง ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับประเทศจีน และถูกเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรฯ อาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวด้วย จึงได้ทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันจริง จึงได้แจ้งทั้ง 2 ราย ถึงการถูกเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวฯ และตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ เงินสดสกุลเงินไทยและสกุลเงินอื่นกว่า 6 สกุลเงิน มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

ผบ.ฉก.นราธิวาส ส่งมอบบ้านตามโครงการ 'หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ซ่อมสร้าง ปันสุข' เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนที่มีฐานะยากจนให้ได้รับความสุข และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

(6 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 1 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ส่งมอบบ้าน ตามโครงการ 'หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ซ่อมสร้าง ปันสุข' ให้กับ นางสาวยุวนี ธยามานนท์ ซึ่งเป็นประชาชนที่มีฐานะยากจน และให้ความร่วมมือกับส่วนราชการ และหน่วยของรัฐเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างขวัญและกำลังใจ เพิ่มพูนความสุข ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมี พันเอก ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ปลัดอำเภอระแงะ นายกเทศมนตรีตำบลมะรือโบตก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อิหม่ามประจำตำบล และประชาชน เข้าร่วมในพิธี

สำหรับ โครงการ 'หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสซ่อมสร้าง ปันสุข' เกิดขึ้นโดยสืบเนื่อง จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ส่งผลกระทบในด้านความปลอดภัย และจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ในการประกอบอาชีพ ทำให้ขาดแคลนรายได้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงกำหนดครอบครัวเป้าหมายที่มีความยากจน หรือเป็นพี่น้องประชาชนครอบครัว ไทยพุทธ และไทยมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่ ซึ่งมีฐานะยากจนและมีจิตสาธารณะ ในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 10 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส โดยได้ดำเนินโครงการการซ่อมสร้างบ้าน ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 12 หลัง ซึ่งหลังนี้ เป็นหลังแรก โดยจะดำเนินการซ่อม หรือสร้างบ้าน ให้กับประชาชนในพื้นที่ ที่มีฐานะยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และสร้างทัศนะคติที่ดี ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ 

ผบ.ตร.สั่งเข้มทุกหน่วย ปฏิบัติตามกฎเหล็กจุดตรวจ ตำรวจแต่งเครื่องแบบ มี bodycam บันทึกข้อมูลด่าน ใช้วาจาสุภาพ แม่นกฎหมาย นำหลักรัฐศาสตร์มาช่วยในการตรวจตรานักท่องเที่ยวเพื่อสร้างภาพลักษณ์บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดี พร้อมสั่งคุมอบายมุขทุกประเภท ห้ามปล่อยปละละ

วันนี้ (6 ก.พ.66) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับ ผบช., ผบก.,รอง ผบก. และ หน.สถานี หน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจการตั้งด่าน จุดตรวจ จุดสกัด การลงข้อมูลในระบบ TPCC การเสริมสร้างทางวินัยคุมเข้มการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และอบายมุขทุกประเภท ในที่ประชุม ผบ.ตร.สั่งการให้หน่วยปฏิบัติตามหนังสือบันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ 0007.22/438 ลงวันที่ 2 ก.พ. 66 เรื่อง กำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด 
 

โดยเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัดทุกนายแต่งเครื่องแบบและติดกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัล (Police Body Camera) ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติ ให้บันทึกภาพและเสียงขณะตรวจไว้ตลอดเวลา แล้วนำไปจัดเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของหน่วยในโอกาสแรกหลังเลิกการปฏิบัติ โดยเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 20 วัน การตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และจุดตรวจเพื่อบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ต้องได้รับอนุมัติจาก ผบก. ขึ้นไปทุกครั้ง

กำชับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ ให้ทุกหน่วยลงข้อมูลในสารสนเทศของ ตร. (Thai Police Checkpoint Control : TPCC) ให้ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. บช. หรือ ภ. และ บก. หรือ ภ.จว. ออกสุ่มตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัดให้เป็นไปตามแนวทางที่ ตร.กำหนด หากตรวจพบให้แนะนำ ตักเตือน ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้ติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขในกรณีดังกล่าวด้วย  พร้อมให้ จต. สุ่มตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ โดยนำข้อมูลจุดบกพร่อง ปัญหาที่พบเข้าที่ประชุมบริหารระดับภาค หรือ ตร. เพื่อแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

หากมีกรณีร้องเรียน ปรากฏเป็นข่าว หรือปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ และผลการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต หรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือเรียกรับสินบน ให้พิจารณาดำเนินการทางวินัย อาญา และปกครอง แล้วแต่กรณีกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และพิจารณาข้อบกพร่องของผู้บังคับบัญชาผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมกำกับ ดูแล จนถึง หน.สถานี หรือ ระดับ บก.หรือ ภ.จว. ที่ปล่อยปละละเลย แล้วแต่กรณีด้วย 

7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ในหลวง ร.9 เสด็จฯ ทรงเปิด ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของไทย

7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จทำพิธีเปิด ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ที่ทำประโยชน์ให้พื้นที่เกษตรภาคกลาง

วันนี้เมื่อ 66 ปีมาแล้ว เป็นวันสำคัญเมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปในการทำพิธีเปิด ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย

กล่าวถึงเขื่อนเจ้าพระยา เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2495 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2500 โดยเป็นเขื่อนทดน้ำ ที่ไม่ใช่สำหรับกักเก็บน้ำ สร้างขวางแม่น้ำเจ้าพระยา ทำหน้าที่ยกระดับน้ำให้สูงขึ้น +16.50 เมตร จากระดับน้ำทะเล เพื่อส่งน้ำเข้าไปยังลำคลอง ในพื้นที่การเกษตร ทั้งฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา

บริษัททัวร์ภูเก็ต 'ทำร้าย-โกง' นักท่องเที่ยวจีน แถมเอามีดฟันแขน คลิปหลุดว่อนโซเชียลจีน

เมื่อวานนี้ (6 ก.พ.66) เพจ 'ลุยจีน' ได้โพสต์เรื่องราวของหญิงชาวจีนท่านหนึ่ง ซึ่งโพสต์คลิปเล่าประสบการณ์ การโดนบริษัททัวร์ในไทยโกงช่วงปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งถูกทำร้ายร่างกาย โดยมีการบันทึกภาพชัดเจนมากๆ ว่า...

มีหญิงคนไทยเสื้อสีน้ำเงินที่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์ด่าทอว่า "มึงจะถ่ายวีดีโอหาพ่อมึงเหรอ?" แล้วเข้ามาถีบหญิงคนที่ถ่ายคลิปแทบจะล้ม จากนั้นก็ควักมีดพับด้ามยาวออกมาฟันที่แขน นทท.จีนคนถ่ายคลิป เห็นแผลสดๆ ที่เลือดไหล...เรื่องราวเป็นมายังไง จากที่แอดไปติดตามในแอคเคาท์หญิงจีนคนดังกล่าวมาจะขอมาสรุปให้ฟังครับ

1. หญิงจีนกับครอบครัวจองทริปมาเที่ยวไทยที่ภูเก็ตวันที่ 30 ม.ค. 2023 เธอบอกอยากมาดูเต่าทะเล จึงไปติดต่อบริษัทแห่งนึงแถวโรงแรมตัวย่อ บ ให้ช่วยจัดหารถมารับไปขึ้นเรือเพื่อไปเกาะสิมิลัน ค่าเหมาทัวร์ทั้งวัน 9000 บาท เธอจ่ายค่ามัดจำไป 5,000 บาท มีภาพใบเสร็จบริษัทที่ออกโดยเจ้าหน้าที่เป็นหลักฐานพร้อม

​2. ช่วงกลางคืนนั้น 2 ทุ่มเธอมีส่งภาพนามบัตรโรงแรมที่เธอเข้าพักเพื่อคอนเฟิร์มกับทาง บ.ทัวร์ทางแชท และคอนเฟิร์มว่าพรุ่งนี้เช้าจะมีรถมารับแน่ๆ ใช่มั้ย? แต่เหมือนทางนั้นอ่านไม่ตอบ

​3. ถึงเวลานัดเช้าวันรุ่งขึ้น เธอบอกว่าตื่นไปรอรถที่หน้าโรงแรมตั้งแต่ 05.50 แต่ก็ไม่มีรถมารับ เธอพยายามโทรติดต่อทางบริษัททัวร์ตั้งแต่ 6 โมงถึง 7 โมงเช้าหลายสิบสายแต่ไม่มีคนรับสาย

​4. เธอเข้าใจว่าโดนบริษัททัวร์โกงเข้าแล้ว จึงโทรแจ้งตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตร.ท่องเที่ยวบอกเค้าไม่รับจัดการเคสแบบนี้ (?) แล้วโยนไปบอกว่ายูต้องโทรหาตำรวจ 191 เธอก็โทรหา 191 ตอนแรก ตร.ท้องที่บอกปัดอีกว่า เธอควรไปเคลียร์กับทางบริษัทเอง อารมณ์ไม่อยากช่วย เธอเลยโทรหาสถานทูต เจ้าหน้าที่สถานทูตก็บอกปัดว่าเรื่องนี้สถานทูตไม่ยุ่ง เธอต้องโทรหาตำรวจ 191 โยนกันไปกันมา เธอเริ่มหมดหวังลองโทรหาศูนย์ช่วยเหลือ นทท.ที่ภูเก็ต ศูนย์ฯ บอกเรื่องนี้ไม่อยู่ในความดูแล (ศูนย์ช่วยเหลือ???) ยูต้องโทรหาตำรวจเอง จนสุดท้ายเธอต้องโทรไปตื๊อให้ตำรวจมา

5. สักพักมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามเธอไปที่บริษัททัวร์ ทางบริษัททัวร์แจ้งว่ารถไปผิดโรงแรม (???) ทางหญิงจีนเรียกร้องให้บริษัททัวร์คืนเงินให้เธอเต็มจำนวน บริษัททัวร์ไม่ยอม สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ ตำรวจพาทั้งสองฝ่ายไปเจรจาต่อที่โรงพัก

แผ่นดินไหว 'ตุรเคีย-ซีเรีย' ตายพุ่ง 3,600 ราย บาดเจ็บอีกมากกว่า 15,600 คน

(7 ก.พ. 66) เจ้าหน้าที่กู้ภัยในตุรเคีย (ตุรกี) และซีเรีย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารที่พังถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 ช่วงเช้ามืดวานนี้ (6 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3,600 ราย บาดเจ็บอีกมากกว่า 15,600 คน

แผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 08.17 น. เช้าวานนี้ (6 ก.พ.) ตามเวลาในประเทศไทย ศูนย์กลางอยู่ทางตะวันตกของเมืองกาเซียนเตป ทางใต้ของตุรเคีย ไม่ไกลจากพรมแดนทางเหนือของซีเรีย ระดับความลึกจากพื้นดิน 17 กิโลเมตร วัดความรุนแรงได้ 7.8 จากนั้นเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาหลายสิบครั้ง ก่อนที่ในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.5 ตามมา ในจังหวัดคาห์รามานนาราสของตุรเคีย

แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้อาคารหลายพันหลังในหลายเมืองใหญ่ทั่วภาคใต้ของตุรเคียพังราบ รวมถึงอาคารจำนวนมากในซีเรียที่อยู่ติดกัน แรงสั่นสะเทือนสามารถรู้สึกได้ไกลถึงไซปรัส, เลบานอน, อิสราเอล และอียิปต์ ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร รวมถึงเกาะกรีนแลนด์ ทางเหนือของเดนมาร์ก ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร

ประธานาธิบดีเรเซฟ เทย์ยิบ แอร์โดอัน ผู้นำตุรเคีย บอกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงที่สุดที่ตุรเคียเคยเผชิญในรอบเกือบ 100 ปี จนถึงตอนนี้ยืนยันผู้เสียชีวิตในตุรเคียอย่างน้อย 2,316 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 13,300 คน อาคารบ้านเรือนกว่า 6,000 หลัง ในพื้นที่ 10 จังหวัด พังถล่มเสียหายยับเยิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร โดยเฉพาะในจังหวัดกาเซียนเตป และดียาร์บาคีร์ ที่เสียหายหนัก ท่ามกลางอุปสรรคจากสภาพอากาศที่หนาวจัด ทำให้มีน้ำแข็งและหิมะปกคลุมตามท้องถนน

ส่วนที่ซีเรีย หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของรัฐบาลบอกว่าเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สร้างความเสียหายมากที่สุดของซีเรีย มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,250 ราย ทั้งในพื้นที่ที่รัฐบาลและกลุ่มกบฏครองอิทธิพลอยู่ โดยเฉพาะเมืองอะเลปโป ลาตาเกีย และฮามา และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2,400 คน

ย้อนตำนาน 'การเลือกตั้งครั้งแรก' ในประเทศไทย จุดเริ่มต้นของการใช้สิทธิ์ ของประชาชนไทย

หายใจอีกไม่กี่ที กะพริบตาอีกไม่กี่หนก็จะถึงช่วงเวลาที่ 'คนไทย' ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กว่า 52 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรก หรือที่เรียกว่า 'นิวโหวตเตอร์' จำนวนกว่า 8.1 แสนคน จะได้ใช้อำนาจทางการเมืองผ่านปลายปากกา เลือกผู้แทนราษฎรเข้าสภาอีกครั้ง 

ไม่ว่าเงื่อนไขที่นำไปสู่การเลือกตั้ง จะเกิดจากการยุบสภา หรือ การสิ้นสุดวาระของสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม หากไม่มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อน หรืออุบัติเหตุเกิดขึ้น คาดว่าห้วงเวลาของการจัดการเลือกตั้งใหญ่ จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ 

แต่ก่อนจะถึงวันเข้าคูหา กากบาทเลือกพรรคที่ชอบ & คนที่ใช่ The State Times ขอหยิบยกเอาเรื่องราวการเลือกตั้งของประเทศไทย นับจากอดีต สู่ปัจจุบัน มาบอกเล่ากัน โหมโรงเรื่องแรก #เลือกตั้งสตอรี่ เราพาย้อนเวลากลับไป ในวันที่คนไทยทุกคน เริ่มต้นเป็น 'นิวโหวตเตอร์' ในการเลือกตั้งครั้งแรก 

กว่า 90 ปีก่อน ห้วงเวลาแห่งการอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน  2475 คือวันที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบอบการเมืองไทย ซึ่งขณะนั้นยังใช้ชื่อสยาม จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเปลี่ยนรูปแบบการปกครองมาเป็นระบบรัฐสภา

กลไกการปกครองแบบประชาธิปไตยถูกประกอบสร้างและเริ่มวางรากฐานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ การจัดการเลือกตั้ง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการเปิดทางให้มีการจัดตั้งพรรคการเมือง

แค่ราว 1 ปี หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 10 ธันวาคม 2475 รัฐบาลคณะราษฎร  ซึ่งมีพระยาพหล พลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 โดยเป็น 'การเลือกตั้งทางอ้อม' ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 

‘ศุภชัย’ ยัน!! ภท. ร่วมเป็นองค์ประชุมซักฟอก 152 ขู่!! หากอภิปรายแบบ 151 จะเสนอนับองค์ประชุม

(7 ก.พ.66) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า พรรค ภท.ยืนยันว่าจะเข้าเป็นองค์ประชุมในการประชุมวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้การอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 รัฐธรรมนูญให้เจตนารมณ์คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาให้รัฐมนตรี ซึ่งประเด็นนี้ต้องทำความเข้าใจว่าไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หากการอภิปรายเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เราก็จะร่วมประชุมด้วย แต่หากพบว่าการอภิปรายไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 มีการอภิปรายเหมือนมาตรา 151 หรือนำเรื่องเดิมมาอภิปรายซ้ำ พรรค ภท. จะแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย และคงจะต้องมีการประท้วง รวมถึงขอให้นับองค์ประชุม โดยเราจะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม 

“วันนี้จะครบวาระสภา 4 ปีแล้ว ปรากฏว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง และการประชุมร่วมรัฐสภาล่มไปแล้ว 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พรรค ภท.ร่วมเป็นองค์ประชุมและสมาชิกอยู่ครบตลอดมา เราไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้องค์ประชุมล่ม” นายศุภชัย กล่าว

โรงเรียนเล็กๆ มีเด็กแค่ 51 คนในนครพนม ชนะเลิศการแข่งขันหนังสั้น 'ระดับชาติ'

(7 ก.พ. 66) นายอรินทร์ ใจแน่น ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสีชมพูมิตรภาพที่ 164 หมู่ที่ 2 บ้านโพนสนุก ตำบลสีชมพู อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 (สพป.นครพนม เขต 1) ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กชื่อ Rong Arin Jainan ว่า....

“ผมคงอดที่จะดีใจและภาคภูมิใจไม่ได้ เมื่อประกาศผล การแข่งขันภาพยนตร์สั้น ระดับ ป.1-6 ระดับชาติ ครั้งที่ 70 จ.ร้อยเอ็ด ที่ภาพยนตร์สั้น เรื่อง Need Phone : #เยาวชนรู้ทันห่างไกลภัยโซเชียล ผลงานของโรงเรียนบ้านสีชมพูมิตรภาพที่ 164 โรงเรียนเล็ก ๆ มีเด็กแค่ 51 คน และบุคลากรรวม 9 คน สามารถ #คว้ารางวัลชนะเลิศ เหนือโรงเรียนอื่น ๆ จาก 61 ทีมตัวแทนเขตพื้นที่ ใน 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน

จริง ๆ แล้วการทำภาพยนตร์สั้น ไม่ใช่ครั้งแรกของ มิตรภาพ 164 เราเคยร่วมแข่งขัน ภาพยนตร์สั้นโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.ระดับเขตพื้นที่ แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้น ที่ผลักให้เราก้าวต่อ

#หายเหนื่อย เป็นคำที่ดีและน่าจะเหมาะสมที่สุดในเวลานี้ ผมในฐานะผู้อำนวยการฯ และยังทำหน้าที่ผู้ฝึกสอน ได้เห็นความตั้งใจของครู บุคลากร และที่สำคัญคือนักเรียน ทั้ง #ทีมสร้าง #ทีมแสดง #ทีมสนับสนุน ความร่วมมือจากชุมชน ผู้ปกครอง ทั้งร่วมแสดง เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายทำ ผลการแข่งขันออกมาแบบนี้ ทุกคนย่อมดีใจ และน่าจะส่งเสริมความร่วมมือที่ดีขึ้นไปอีกระดับ ระหว่างชุมชนและโรงเรียน

ที่ผ่านมาหลายอย่างตัดสินใจทำไปก่อน บอกครูทีหลัง เพื่อให้งานเดิน ซึ่งเกิดมาจากมุมมอง ประสบการณ์ที่พอมีอยู่บ้าง ทั้งหมดนั้นเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด พร้อมที่สุด และแตกต่างจากทีมอื่นที่สุด

สุดท้ายแล้ว คืนนี้ ครู นักเรียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ปกครองทุกคน ชุมชนและคนที่รักเรา คงสุขเล็ก ๆ ในมุมเล็ก ๆ ของพวกเรา #ขอบคุณทุกๆคนครับ”

ทั้งนี้ ภาพยนตร์สั้น เรื่อง Need Phone : #เยาวชนรู้ทัน ห่างไกลภัยโซเชียล เป็นผลงานของ รร.บ้านสีชมพูมิตรภาพที่ 164 อ.นาแก จ.นครพนม เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเด็กนักเรียนแค่ 51 คน และบุคลากรรวม 9 คน แต่ด้วยความวิริยะอุตสาหะจึงสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ เหนือโรงเรียนอื่น ๆ จาก 61 ทีม ตัวแทนเขตพื้นที่ ใน 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน

ซึ่งก่อนจะเดินมาถึงวันนี้ โรงเรียนบ้านสีชมพูมิตรภาพที่ 164 เคยฝึกซ้อมนักเรียนและส่งผลงานเข้าแข่งขัน การทำภาพยนตร์สั้นโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.ระดับเขตพื้นที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้น ที่ผลักดันให้ครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านสีชมพูมิตรภาพที่ 164 ศึกษาแนวทางการสร้างภาพยนตร์สั้น เพื่อแข่งขันในรายการอื่น ๆ จนประสบความสำเร็จในที่สุด

โดยโรงเรียนบ้านสีชมพูมิตรภาพที่ 164 'อนุสรณ์นายสุนันท์ ขันอาสา' ตั้งอยู่ในเขตบ้านโพนสนุก หมู่ 2 ต.สีชมพู อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งในอดีตอยู่ใกล้เทือกเขาภูพานน้อย เป็นพื้นที่สีแดงในการสู้รบระหว่างรัฐบาลไทยกับคอมมิวนิสต์ เดิมนักเรียนในหมู่บ้านต้องไปเรียนกันที่โรงเรียนบ้านเหล่าทุ่ง ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2516 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมในขณะนั้น คือ นายสุนันท์ ขันอาสา ได้มีโครงการออกเยี่ยมประชาชนในเขตตำบลพิมาน ซึ่งจุดนัดพบ ณ โรงเรียนบ้านเหล่าทุ่ง และเป็นโอกาสดีของคณะกรรมการหมู่บ้านเหล่าทุ่ง นำโดยท่านพระครูบุญกิจโกศล ได้นำเสนอโครงการแยกโรงเรียนบ้านเหล่าทุ่งออกเป็น 2 แห่ง เนื่องจากหมู่บ้านโพนสนุกห่างจากโรงเรียนบ้านเหล่าทุ่งมากกว่า 2 กิโลเมตร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top