Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

'กรณ์' พบ 'ศศิน-อดิศร์' หารือแนวคิดการใช้ 'พันธบัตรป่าไม้' กลไกเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจยั่งยืน - สร้างรายได้เกษตรกร

(5 ก.พ.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยทีมงาน เดินทางไปยัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าพบ นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ ดร. อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษานโยบายทรัพยากรธรรมชาติและการลดก๊าซเรือนกระจก TDRI และ อนุกรรมการพันธบัตรป่าไม้ เพื่อหารือถึงแนวคิดการใช้ 'พันธบัตรป่าไม้' ที่จะเป็นความหวังในการแก้ปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าอันเกิดจากการบุกรุก ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนแล้ว ยังมีป่าเศรษฐกิจไว้ใช้อย่างยั่งยืนด้วย

นายกรณ์ กล่าวว่า ถือเป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์ศศิน นักอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่มีชื่อเสียง หลายท่านรู้จักเป็นอย่างดี และ ดร.อดิศร์ นักวิชาการที่มีความคิดแหลมคม ท่านได้ออกหนังสือมาหลายเล่มแล้ว และอาจารย์ศศิน ได้แนะนำให้ตนไปศึกษา สุดท้ายได้ออกมาเป็นนโยบาย 'พันธบัตรป่าไม้' ของพรรคชาติพัฒนากล้าในเฉดสีเขียว ซึ่งเป็น 1 ในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสี เพื่อเป็นเครื่องมือใช้ในการส่งเสริมการปลูกป่า 

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เป้าหมายของการออกพันธบัตรป่าไม้ คือ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าในประเทศให้ได้ 40% ของพื้นที่โดยรวม ซึ่งหมายถึงเราต้องปลูกป่าเพิ่ม 26 ล้านไร่ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูนโยบายของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่ามีการส่งเสริมให้มีการปลูกป่า ด้วย 2 วิธีหลัก คือ 

1. ใช้กฎหมายควบคุมการบุกรุกป่า ซึ่งก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากพื้นที่ป่าลดลงทุกปี 

และ 2. การจัดสรรงบประมาณ ซึ่งที่ผ่านมาใช้งบประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี เมื่อมาคำนวณดูในแง่ของต้นทุนการปลูกป่าพบว่า ถ้าใช้ 500 ล้านบาทอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถปลูกป่าได้ไม่เกิน 2 แสนไร่ต่อปี และถ้าจะให้ได้ตามเป้าหมาย 26 ล้านไร่ ต้องใช้เวลาประมาณ 130 ปี 

นายกรณ์ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรเอาจริงเอาจังกับการเพิ่มพื้นที่ป่า เพราะจะส่งผลโดยตรงในเรื่องของการบริหารจัดการแหล่งน้ำ การลดภาวะโลกร้อน การไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยตามเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศไว้ต่อหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งถ้าเราทำได้ดีก็จะสามารถได้พื้นที่กลับคืนมาจากการบุกรุกและแปลงสภาพป่าดั้งเดิมเป็นไร่ข้าวโพด ที่มีการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง และการเผาป่าจนเกิดมลพิษ ฝุ่น ควัน และ PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ 

กาฬสินธุ์จัดใหญ่หนึ่งเดียวในโลกงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ

อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับทุกภาคส่วน จัดงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ “โฮมรากเหง้าเผ่าผู้ไท” โดยเนรมิตสวนเฉลิมพระเกียรติ อ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง เทศบาลกุดสิม เป็นจุดรวมชนเผ่าผู้ไททั่วภาคอีสาน รวมทั้ง สปป.ลาว และเวียดนาม แสดงอัตลักษณ์และรวมชาติพันธุ์ผู้ไทหนึ่งเดียวในโลก ขานรับนโยบายเปิดบ้านเปิดเมือง และหลักการทำงาน เพื่อพัฒนากาฬสินธุ์ไปสู่เมืองแห่งความร่ำรวย และเมืองแห่งความสุขของผู้ว่าราชการจังหวัด

ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ อ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง เทศบาลกุดสิม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานจัดงานมหกรรมผู้ไทนานาชาติ “โฮมรากเหง้าเผ่าผู้ไท” โดยมีนายประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ นายธวัช พรมโสภา นายอำเภอเขาวง นางสาววิภาวี บุญเรือง นายก ทต.กุดสิม พร้อมด้วยส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนชาวผู้ไท ใน จ.กาฬสินธุ์ ชาวผู้ไทจาก สปป.ลาว และชาวผู้ไทจากประเทศเวียดนาม ร่วมงานพร้อมแสดงศิลปะวัฒนธรรมประจำชนเผ่าของตน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น ด้วยมิตรไมตรีที่เปี่ยมล้นของชาวผู้ไท

'พิธา' ลั่น!! คืนที่ดินนายทุนให้ประชาชน พร้อมปฏิรูปที่ดิน ภายใต้รัฐบาลก้าวไกล

(5 ก.พ.66) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ร่วมเปิดเวทีนำเสนอนโยบายของพรรคก้าวไกลและรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่วัดแม่ตืน อ.ลี้ จ.ลำพูน และที่บ้านห้วยงิ้ว อ.จุน จ.พะเยา โดยผู้สนใจเข้าร่วมเวทีส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินทำกิน ในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ป.ก. ซึ่งมีข้อจำกัดในการทำกินที่ทำให้ไม่สามารถต่อยอดได้

พิธา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีปัญหา '3 ท.' คือ ทัศนคติ, เทคโนโลยี และทุน การแก้ปัญหาทั้ง 3 ท. นี้ จะเกิดขึ้นได้ภายใต้รัฐบาลก้าวไกล เพราะเรามีทัศนคติที่ต่างออกไป ว่าเราต้องปลูกคนไปปลูกป่า ให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่า ทำกินกับป่า และรักษาป่าไปพร้อมกันได้ ให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการสนับสนุนการกระจายที่ดิน เช่น การข้อบัญญัติท้องถิ่นแบบในต่างประเทศ ที่อนุญาตให้ประชาชนตัดไม้ได้ แต่ต้องปลูกทดแทน เช่น ตัด 1 ต้นต้องปลูก 3 ต้นมาทดแทน เป็นต้น

ในเรื่องของเทคโนโลยี วันนี้เรามีเครื่องมือในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ นั่นคือเทคโนโลยี One Map ที่มีอัตราส่วนละเอียดขึ้นเป็น 1 : 4,000 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ถูกนำมาใช้เนื่องจากหน่วยงานรัฐทั้ง 8 กระทรวงต่างคนต่างไม่ยอม แต่ถ้าตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ ตนจะบูรณาการนำเทคโนโลยี One Map ที่มีอยู่แล้วมาใช้ทันที

สุดท้ายคือเรื่องของทุน รัฐบาลก้าวไกลจะเพิ่มงบประมาณในการพิสูจน์สิทธิจาก 300 ล้านบาทเป็น 10,000 ล้านบาท ให้เกิดการพิสูจน์ได้ทันทีทั่วประเทศ

พิธากล่าวอีกว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราจะทำการปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เพื่อจบปัญหาคาราคาซังด้านที่ดินที่ตกอยู่ในมือของนายทุนขุนศึกศักดินามาเป็นเวลานานเกินไปแล้ว โดยจะดำเนินการทั้งหมด 5 ข้อ อันประกอบด้วย...

‘ลุงหนู’ กำชับ ‘สธ. - คมนาคม - ท่องเที่ยว’ อำนวยความสะดวก - ดูแลมาตรการโควิดทัวร์จีน

(5 ก.พ.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) จะเป็นวันแรกที่ทางการจีนจะเริ่มอนุญาตให้ชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวแบบหมู่คณะหรือกรุ๊ปทัวร์ได้ใน 20 ประเทศซึ่งรวมถึงประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้กำชับหน่วยงานในกำกับ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ตรวจความพร้อมในด้านต่างๆ สำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมโรค

ทั้งนี้ หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนประเมินสอดคล้องกันว่านักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะแม้จะมีการอนุญาตให้เดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ไปต่างประเทศ แต่บริษัทท่องเที่ยวที่หยุดดำเนินการมานานเกือบ 3 ปี จะต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดยบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ประเมินว่าปริมาณเที่ยวบินจากจีนมายังประเทศไทยตลอดปี 66 จะอยู่ที่ 36,896 เที่ยวบิน เพิ่มจากปี 65 ร้อยละ 227.6% หรือ 2 เท่า โดยเที่ยวบินจะเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปและจะมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และคาดว่าจะกลับมาเท่ากับปี 62 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้ในปี 67

'น้องเนย' ลูกสาว 'กวาง กมลชนก' โชว์แสดงโขน รับบท 'นางสุพรรณมัจฉา' ลีลางดงามอ่อนช้อย

ปลื้มอก ปลื้มใจแบบสุด ๆ กันเลยทีเดียว สำหรับสมาชิกครอบครัวเขมะโยธิน หลังมีโอกาสเดินทางไปชมการแสดงโขนของโรงเรียน ชุด หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา ซึ่ง น้องเนย ลูกสาวคนเล็กของบ้าน ได้รับหน้าที่ให้สวมบทบาทเป็น นางสุพรรณมัจฉา

โดย กวาง กมลชนก นักแสดงสาวรุ่นใหญ่ ได้นำเอาบรรยากาศการแสดงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มาโพสต์แบ่งปันให้แฟน ๆ ได้รับชมผ่านอินสตาแกรม @kwang.kamolchanok

พร้อมกับระบุแคปชันบอกเล่าความภูมิใจจากหัวอกคนเป็นแม่ หลังได้เห็นฝีมือการแสดงของลูกสาวในครั้งนี้ ซึ่งมีใจความว่า "ภูมิใจในตัวน้องเนยมาก ขอบพระคุณคุณครูเล็กที่ถ่ายทอดวิชาโขนให้น้องเนยนะคะ", "ดีใจนะคะที่โรงเรียนเรียนนานาชาติร่วมฤดี (RIS) สนับสนุนให้เด็กมีความเป็นไทย อนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย กวางภูมิใจที่ลูกยอมรับและซึมซับมาได้เป็นอย่างดี"

‘อารี ไกรนรา’ ถกแกนนำชาวบ้าน 4 ตำบล ในอำเภอหัวไทร อ้อน!! หากยังไม่มีพรรคในใจ ‘ภูมิใจไทย’ คือคำตอบ

เมื่อวานนี้ (4 ก.พ. 66) นายอารี ไกรนรา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประธานยุทธศาสตร์พรรคภูมิใจไทย นครศรีธรรมราช นัดประชุมแกนนำชาวบ้านทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ในสี่ตำบลของอำเภอหัวไทร ประกอบด้วยตำบลแหลม ต.บ้านราม ต.เขาพังไกร และ ต.ควนชะลิก ประมาณ 30 คน

นายอารี ได้เล่าประวัติตัวเองให้ฟังตั้งแต่การทำงานในรั้วรามคำแหง ความผูกพันกับอดีตนักศึกษากิจกรรม การช่วยเหลือน้องๆ (เด็กใต้) ในบางครั้ง ทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องเงินลงทะเบียน ตลอดจนการตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัยมาทำงานการเมือง พร้อมกับตำแหน่งต่างๆ ทางการเมืองที่เคยทำมา

นายอารี กล่าวว่า ตนได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อชาติ และลาออกจาก ส.ส.เพื่อมาร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย

'สื่อไต้หวัน' แฉพฤติกรรม '4 นักแสดงซีรีส์ไทย' มาสาย - กินขนมตอนสัมภาษณ์ - หน้าตาบึ้งตึง

ทำเอาแฟนๆ ซีรีส์ไทยถึงกับตกใจไปตามๆ กัน พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงไปทั่วทั้งสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้ ภายหลังจากที่หลังสื่อไต้หวันหลากหลายสำนัก ได้ลงข่าวเกี่ยวกับ '4 นักแสดงซีรีส์ไทย' ที่ทำตัวนิสัยไม่น่ารัก

โดยมีรายงานว่า สำนักข่าวต่างประเทศของไต้หวัน ได้ลงข่าวเกี่ยวกับงานมีตติ้ง ของ 4 นักแสดงซีรีส์ไทย ที่ได้เดินทางไปยังไต้หวัน โดยในระหว่างการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชวน ได้เกิดปัญหาขึ้นหลายอย่าง ทั้งการที่ นักแสดงทั้ง 4 คน มาให้สัมภาษณ์สายเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง เมื่อมาถึงก็ไม่มีการขอโทษแต่อย่างใด มีเพียงผู้จัดบอกว่า ที่มาสายเพราะมีปัญหาการแต่งหน้าและผมเท่านั้น

'เทมส์ ชาติพัฒนากล้า' ชู 'เศรษฐกิจสีรุ้ง' โอกาสของ ศก.ไทย ชี้!! สังคมเปิดกว้าง-ยอมรับ ดึงดูด นทท.LGBTQ+ มหาศาล

(5 ก.พ.66) นายเทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ภูเก็ต พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยว ที่เป็นกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เมื่อเปรียบเทียบกับคนในวัยเดียวกัน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์ แบบ Work hard, Play hard มีแนวโน้มในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากและบ่อยกว่าคนทั่วไป มีค่านิยมการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเฟ้นหาสิ่งดีมีระดับผ่านสินค้าและบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลงทุนกับเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี ของแบรนด์คุณภาพดีราคาสูง เป็นต้น ที่สำคัญคือ ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายทางครอบครัวมากเท่ากับครอบครัวพ่อแม่ลูก ฯลฯ 

“พรรคเราเห็นโอกาสนี้และพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น จึงเสนอยุทธศาสตร์ Rainbow Economy (เรนโบว์อีโคโนมี) หรือเศรษฐกิจสีรุ้ง ที่ส่งเสริมและเปิดกว้างสำหรับการสร้างเศรษฐกิจรองรับ LGBTQ+ ทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ ทั่วโลก 1 ล้านล้านบาท การดึงคนเหล่านี้ให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ สร้างกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจและเทศกาลอย่างที่ทั่วโลกนิยมกัน โดยภาครัฐเป็นแกนใหญ่สนับสนุน ไม่ปล่อยแค่ให้เอกชนทำกันอย่างที่ผ่านมา และไม่เพียงแต่มิติในด้านความเท่าเทียมของความหลากหลายทางเพศ รัฐจะต้องส่งเสริมจริงจังสร้างสภาพแวดล้อมทุกด้านรองรับเศรษฐกิจสีรุ้งด้วย” นายเทมส์ กล่าว 

'อุ๊งอิ๊ง' แจง 'สุรเกียรติ์ เสถียรไทย' ไม่เคยดีลกับเพื่อไทย ย้อนถามคนให้ข่าว แคนดิเดตนายกฯ ตัวย่อ 'ส.' คือใคร?

(5 ก.พ.66) เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ จ.ภูเก็ต น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ออกมาระบุว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีตัวย่อ 'ส.' ส่วน น.ส.แพทองธาร และ นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจชื่อดัง เป็นตัวหลอก ว่า เขาคือใคร และฝากขออักษรตัวต่อไปด้วย เพราะตนไม่ทราบจริง ๆ และตนก็เพิ่งได้ยินเรื่องนี้ ส่วนที่ระบุว่าเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลไทยรักไทย (ทรท.) ซึ่งมีคนทายว่าเป็น นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.ต่างประเทศ นั้น ไม่ใช่ เพราะไม่ได้มีการพูดคุยด้วย ขณะนี้เขาไม่ได้มีการเข้ามาพูดคุยกับพรรค เพื่อไทยเลย

เมื่อถามว่า การเมืองลักษณะนี้เป็นการบอนไซพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนเรื่องแคนดิเดต 2 คนแล้ว และมีการคาดว่าคนที่ 3 จะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ความจริงเกิดกระแสในทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะหาเสียงแบบแลนด์สไลด์หรือจับมือกับใครก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีจุดยืนที่มั่นคง และยังเดินหน้าหาเสียงกับประชาชนต่อไป ยื่นนโยบายสู่มือประชาชน และสัญญาว่าจะทำได้ และที่สำคัญพรรคเพื่อไทยจะเลือกคนที่มีคุณภาพให้กับประชาชนอย่างแน่นอน ส่วนแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 จะเป็นคนในพรรคหรือนอกพรรคนั้น เมื่อถึงเวลาจะบอกอย่างแน่นอน

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้ไม่เป็นการบอนไซที่มีการปล่อยตัวย่อ 'ส.' ออกมา เพราะกระบวนการพิจารณาแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยมีคณะกรรมการ มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกอย่างเพื่อประชาชน ตนในฐานะที่ป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ไม่จำเป็น เพราะไม่มีข้อบังคับใดที่เขียนไว้ หรือกฎหมายใดที่บันทึกไว้ เช่นพรรคอื่นที่มีการระบุว่าหัวหน้าพรรคต้องเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ของพรรคเพื่อไทยเปิดกว้าง ดังนั้นจึงไม่ถือว่าเป็นการบอนไซ แต่จะเป็นการหาเสียงที่ดีที่สุด

'ลุงหนู' มั่นใจ!! ได้ ส.ส.พื้นที่ กทม. แน่นอน โว!! 'ภูมิใจไทย' มีทีมงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด

(5 ก.พ.66) เมื่อเวลา 17.05 น. ที่ศูนย์เยาวชนคลองเตย กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งพื้นที่ กทม. ว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะทีมงานพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่กทม. ตอนนี้ถือว่าสมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่มีพรรคมา นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. และทีม ส.ส.กทม. ที่มาลงในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งก็ต้องมั่นใจ เพราะเราได้มีการพูดคุยถึงนโยบาย และวิธีการทำงานจนทำให้ได้ ส.ส.เหล่านั้นมาร่วมงาน ตนเชื่อว่าจะทำให้มีความต่อเนื่องในการทำงานของ ส.ส. เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าทีม กทม.เป็นหัวใจสำคัญของพรรค และตลอดเวลา 4 ปี เราไม่มีส.ส.ใน กทม. แต่ก็ทำประโยชน์ได้มาก ในส่วนนี้ก็อยากจะทำให้ได้มากขึ้นไปอีก พร้อมเปิดเผยว่าตั้งใจจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบทุกเขตทั่วประเทศ

เมื่อถามว่า เขตคลองเตย ถือว่ายากหรือไม่ เพราะมีนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายพงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. ลงสมัครด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ยากทุกเขต ไม่ใช่เฉพาะกทม. แต่ยากทุกเขต ทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้น คนที่สมัครจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่างรวมกัน ทั้งขยัน เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ต้องอยู่กับพรรคที่มีนโยบายเป็นประโยชน์กับประชาชน และสนองนโยบายเหล่านั้นได้ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมมากๆ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top