Monday, 27 July 2026
TheStatesTimes

‘ศักดิ์สยาม’ คิกออฟรถเมล์ EV สาย 38 และ 48 เติมอากาศบริสุทธิ์ ช่วยสังคม กทม.ไร้มลพิษ

‘ศักดิ์สยาม’ เปิดตัว รถโดยสารพลังงานไฟฟ้าสาย 38 และสาย 48 ช่วยคนกรุงใช้บริการทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังกลุ่มบริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป จับมือกับ สมาร์ทบัส เปลี่ยนรถเมล์ NGV เป็น EV 100%

(30 ม.ค. 66) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด ให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าสาย 38 เส้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสาย 48 เส้นทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา – ท่าช้าง ภายใต้แนวคิด Thai Smile Bus Change For The Better เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ณ ไทย สมายล์ บัส สาขา รามคำแหง 2

ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แสดงความเชื่อมั่นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบขนส่งมวลชนไทย ทั้งการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV ของบริษัท สมาร์ทบัส จำกัด มาเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ของกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป พร้อมทั้งเปลี่ยนระบบการเก็บค่าโดยสารจากตั๋วแบบกระดาษ มาเป็น HOP CARD ซึ่งเป็นบัตรโดยสารอิเล็คทรอนิคส์ สำหรับใช้ในโครงข่ายรถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของ ไทย สมาย กรุ๊ป ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่าปัจจุบัน ไทย สมายล์ กรุ๊ป กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า (Change For The Better) ประการแรก คือ ไทย สมายล์ กรุ๊ป ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด และจะทำการเปลี่ยนรถโดยสาร NGV ของสมาร์ทบัส ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ให้กลายเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 100% และประการที่สอง คือ ไทย สมายล์ กรุ๊ป จะยกเลิกการใช้ตั๋วแบบกระดาษ เปลี่ยนไปใช้ HOP Card ชำระค่าโดยสารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนด้วยระบบสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ผู้โดยสารที่ใช้ HOP Card ยังสามารถใช้แพ็คเกจ เดลิ แมกซ์ แฟร์ (Daily max fare) ทั้ง 2 แพ็คเกจ คือ แพ็คเกจที่หนึ่ง เหมาจ่ายค่าโดยสารไม่เกิน 40 บาทต่อวัน โดยไม่จำกัดสาย และไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ในโครงข่ายรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ไทย สมายล์ กรุ๊ป กว่า 120 เส้นทาง แพ็คเกจที่สอง เหมาจ่ายค่าโดยสารไม่เกิน 50 บาทต่อวัน โดยไม่จำกัดสาย และไม่จำกัดจำนวนเที่ยวต่อวัน ในโครงข่ายรถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ไทย สมายล์ กรุ๊ป 

JD CENTRAL ประกาศหยุดให้บริการ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566

(30 ม.ค. 66) ยกธงขาวอีกรายสำหรับ JD CENTRAL ซึ่งล่าสุดได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า…

เรียน ลูกค้าทุกท่าน ทางเราขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่า แพลตฟอร์ม JD CENTRAL จะหยุดการให้บริการโดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้…

#การสั่งซื้อสินค้า: ร้านค้าอย่างเป็นทางการ ของ JD CENTRAL (JD CENTRAL Official Store) จะปิดการสั่งซื้อสินค้าเวลา 23.59 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566

ตลาดกลาง: แพลตฟอร์ม JD CENTRAL (ร้านค้าอื่น ๆ) จะปิดการสั่งซื้อสินค้าเวลา 23.59 น. วันที่ 3 มีนาคม 2566

#การจัดส่งสินค้า: JD CENTRAL จะจัดการคำสั่งซื้อสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์ ก่อนและภายในวันที่ 3 มีนาคม 2566 โดยเวลาการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับการดำเนินการของบริษัทขนส่งภายนอกและผู้ขาย

#การบริการหลังการขาย: ศูนย์บริการหลังการขาย (Customer Services) ของเรา จะยังคงดำเนินการให้บริการหลังการขายสำหรับคำสั่งซื้อที่เสร็จสมบูรณ์ โดยจะเปิดให้บริการถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 18.00 น. ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

‘ลุงหนู’ จ่อชง ครม. แก้กฎกระทรวงเพิ่มโทษยาบ้า หวังแก้ปัญหายาเสพติดเกลื่อนเมือง

‘ลุงหนู’ จ่อชง ครม. แก้กฎกระทรวงเพิ่มโทษยาบ้า หวังแก้ปัญหายาเสพติดเกลื่อนเมือง 

‘อนุทิน’ จ่อชงครม.แก้กฎกระทรวง ครอบครองยาบ้า 1 เม็ด เป็นผู้เสพ 2 เม็ด เป็นผู้ค้า หวังแก้ปัญหาผู้ค้าเลี่ยงกม. ลั่น ต้องมีมาตรการ จัดการเด็ดขาด

(30 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.20 น. ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์กำหนดการครอบครองยาบ้าเกิน 1 เม็ดเป็นผู้ค้าว่า ตนได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่ากำลังจัดเตรียมประกาศอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากคณะกรรมการการบำบัดรักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และจะมีการนำเสนอให้ตนได้ลงนาม ขณะนี้กำลังเตรียมเอกสารอยู่ ซึ่งมาตรการนี้เป็นร่างของกฎกระทรวง ซึ่งจะต้องนำเสนอให้ครม.เห็นชอบด้วยก่อนประกาศในราชกิจานุเบกษาฯ

สิทธิเหล่านี้จะเสียไป หากไม่ไปเลือกตั้ง | THE STATES TIMES Y WORLD EP.59

หน้าที่ของคนไทย คือต้องไปเลือกตั้ง ใครที่นอนหลับทับสิทธิ์ ระวังจะเสียสิทธิเหล่านี้ไปแบบไม่รู้ตัว
จะเสียสิทธิอะไรบ้าง ไปชมกันเลย....

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES Y World x ELECTION TIME
และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ : https://youtube.com/playlist?list=PLvNTQ_fOAFugvfiWfiUXJ8JJYho1ADnG8

#THESTATESTIMES
#THESTATESTIMESYWORLDxELECTIONTIME
#ไปเลือกตั้ง
#นอนหลับทับสิทธิ์
#หน้าที่เลือกตั้ง

‘เพื่อไทย’ อัด ‘ประยุทธ์’ ทำลาย ศก.ไทยพังยับ ชี้!! ที่ผ่านมาเอื้อแต่นายทุน - ไม่ช่วยเกษตรกร

(30 ม.ค. 66) นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ได้รับเสียงสะท้อนถามกลับมาว่าเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง อยากเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว เพราะหากยังเป็นรัฐบาลนี้ประชาชนคงอดตายแน่ ๆ ทั้งนี้ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมาก โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือก ขายข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม ซื้อมาม่ากินไม่ได้ ราคาข้าวเปลือกที่โรงสี รับซื้ออยู่ที่ 6,500-7,000 บาทต่อตัน ขณะที่ต้นทุนการเพาะปลูกพุ่งเกิน 6,500 บาทต่อไร่ ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนตั้งแต่ขาย ปัจจัยสำคัญมาจากการที่รัฐบาลปล่อยให้ต้นทุนสินค้าจำเป็นในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวปรับขึ้นไปหลายเท่าตัว โดยเฉพาะราคาปุ๋ยจาก 600 บาทต่อกระสอบปรับราคาขึ้นไป 3 เท่าตัวไปอยู่ที่ราคา 1,800 บาทต่อกระสอบ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปีไหนเลยที่เกษตรกรมีความสุข  เพราะรัฐล้มเหลวในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร 

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล บริหารแบบข้าเก่งที่สุด ไม่ฟังใคร ผลที่ออกมาคือเศรษฐกิจพังพินาศ นโยบายของรัฐบาลไม่สามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้เลย เอสเอ็มอีปิดกิจการนับหมื่นราย หลายพื้นที่ถูกขายให้ต่างชาติ จนไม่เหลือผู้ประกอบการ ความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้น เพราะนายทุนตักตวงผลประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลที่ประกาศออกมา ระบบการเงินหมุนเพียงรอบเดียว ส่งผลให้กระแสเงินสดในประเทศไหลเข้าสู่นายทุนเจ้าสัว ไม่หมุนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผิดหลักการเศรษฐศาสตร์มาก ยิ่งหมุนน้อยค่าของเงินก็ลดลง

‘กลุ่มจิตอาสา 904’ ร่วมกำจัดวัชพืช เก็บผักตบชวา ปรับปรุงภูมิทัศน์ ขจัดน้ำท่วม ร่วมแก้แล้ง ที่จ.ลพบุรี

เมื่อวานนี้ (29 ม.ค. 66) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการจิตอาสาพัฒนา ‘คลองสวยน้ำใส’ ปรับปรุงภูมิทัศน์ กำจัดวัชพืชเก็บผักตบชวา ณ คลองส่งน้ำชลประทาน ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ภายใต้การร่วมมือของ ‘กลุ่มจิตอาสา 904’ หลากหลายภาคส่วน โดยโครงการนี้เป็นการร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหาคลองตันจากวัชพืชที่ส่งผลต่อต้นน้ำที่ติดขัดในการใช้บริโภคของชาวบ้าน อีกทั้งยังช่วยสร้างความคล่องตัวให้ทางน้ำไม่เกิดการท่วมขังไปในตัว

สำหรับโครงการดังกล่าว ทาง ว่าที่ร้อยตรี อดิศักดิ์ วิโสรัมย์ นายอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า…

“กิจกรรมที่อำเภอท่าวุ้งในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต่อยอดมาจากกิจกรรมอาสาพัฒนา ซึ่งตั้งแต่ที่ผมย้ายมาเป็นนายอำเภอที่นี่ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ก็ได้มีการพูดคุย ปรึกษาหารือกับผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานราชการต่าง ๆ ถึง จุดแข็ง-จุดอ่อน ของพื้นที่อำเภอท่าวุ้ง โดยพบว่ามีหลายจุดที่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำ เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นต้น”

ว่าที่ร้อยตรี อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า “ทางท่านกำนันบางคู้ และทีมงานของท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคู้ และภายในพื้นที่ จึงได้มีการกำหนดร่วมกันกับสำนักงานชลประทานที่ 10 ว่า เขาควรทำอย่างไร ที่จะทำให้ปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้งหมดไป จึงได้ทำการมาลงสำรวจพื้นที่จริงกัน

“ปรากฏว่า ปัญหาสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจาก คลองส่งน้ำของเรามีวัชพืชขวางทาง เช่น ผักตบชวา จึงทำให้น้ำส่วนล่างจากในคลองส่งไปได้ไม่ดี และทำให้พี่น้องประชาชนได้รับน้ำเพื่อนำมาใช้ในการเกษตร หรืออุปโภค บริโภคได้อย่างไม่ทั่วถึง จึงเป็นที่มาที่ทางเราได้ทำการปรึกษาหารือกับทุกภาคส่วน ดำเนินการด้วยแนวคิดจิตอาสาในโครงการคลองสวยน้ำใส ในพื้นที่ของท่าวุ้งครับ”

นอกจากในส่วนของนายอำเภอแล้ว อีกหนึ่งบุคคลที่ถือว่าเป็นกำลังสำคัญ คือ นายอนิรุตติ์ กระแสลาภ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช โดยนายอนิรุตติ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายที่ดูแล รับผิดชอบในเขตบางคู้ ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี และในกิจกรรมนี้ผมก็เป็นตัวแทนของทางสำนักงานชลประทานที่ 10 กรมชลประทาน จึงได้มาสนับสนุนด้านเครื่องจักร มีรถแบคโฮ จำนวน 2 คัน เพื่อมาช่วยกำจัดวัชพืชในคลองเส้นนี้ ความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร”

นายอนิรุตติ์ กล่าวอีกว่า “วันนี้ทุกคนร่วมใจกันอย่างมาก เราได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในท้องที่ รวมถึงหน่วยงานทหาร มาช่วยเป็นอาสา ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้มามีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่นในครั้งนี้”

‘ลุงหนู’ ลั่น ‘บุญจง’ พร้อมชิงพื้นที่โคราช มั่นใจ!! นโยบายพรรคเรียกความเชื่อมั่น ปชช. ได้

(30 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กลับมาร่วมงานกับพรรค ภท. ว่า นายบุญจง จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.นครราชสีมา แทนนายอภิชา เลิศพชรกมล ที่ลาออกไป โดยนายบุญจง ถือเป็นผู้ที่ร่วมก่อตั้งพรรค ภท. มาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว เคยเป็นรมช.มหาดไทย สมัยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคคนเก่า เป็นรมว.มหาดไทย และในพื้นที่นครราชสีมา ตนเป็นหัวหน้าทีมเองร่วมกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภท. จะช่วยกันดูแล เนื่องจากนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หัวหน้าทีมคนเดิมแจ้งว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ และลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี ในโควตาของพรรคภท.

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรค ภท. พร้อมรับมือกับคู่แข่งในพื้นที่ดังกล่าว หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปมองว่าใครเขาจะส่งหรือไม่ส่งลงสมัคร เพราะในทางการเมืองยังไม่เคยเจอเขตพื้นที่เลือกตั้งไหนที่ไม่มีคู่แข่ง หากคนนี้ไม่ลงแข่งก็ต้องลงแข่งกับคนนั้น เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่สำคัญคือทำอย่างไรให้คนของเราแข็งแรงมากที่สุด และลงไปใกล้ชิดทำความเข้าใจกับชาวบ้าน แม้แต่ตนยังเดินทางตลอดเวลา หมดเวลาราชการวันศุกร์ วันเสาร์ อาทิตย์ ก็ต้องอยู่ต่างจังหวัด เพราะการเลือกตั้งใกล้เข้ามาเต็มทน

เมื่อถามว่ากฎหมายลูกสองฉบับประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว พรรค ภท.จะมีการปรับแผนอะไรในการหาเสียง หรือทำงานการเมืองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า การหาเสียงเลือกตั้งมีแผน มีกำหนดการ มีวิธีการนําเสนอนโยบาย มีการประชุมวางกลยุทธ์ทุกอย่างตลอดเวลา และช่วงนี้พรรคได้นำเสนอทีมงานใน กทม.ที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับชาวกทม. สมัยก่อนเราเอาผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครมาสมัคร ส.ส. แต่ในครั้งนี้ทีมงานที่พรรคนําเสนอ เป็นอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี ที่ทำงานได้ต่อเนื่อง เป็นบุคคลที่ลาออกแล้วย้ายมาอยู่กับพรรคภท.แสดงว่าเขามีความมั่นใจในพรรคและนโยบาย จึงลาออกจากส.ส.มาอยู่กับเรา เป็นมาตรการวัดให้เห็นว่านโยบายของพรรค ที่ทำให้คนระดับส.ส.เชื่อมั่นและตัดสินใจมาร่วมงานด้วย

รทสช. เนื้อหอม บิ๊กเนม จ่อซบเพียบ หลังกระแสนิยมพุ่งสวนทาง พปชร.

(30 ม.ค. 66) รายงานข่าวจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แจ้งว่า หลังจากที่ พรรคสร้างอนาคตไทย ที่มี นายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค ตอบรับการกลับไปร่วมงานกับ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้กลุ่มการเมือง และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่เคยร่วมงานกับพรรคสร้างอนาคตไทย กำลังพิจารณาในการหาสังกัดเพื่อร่วมงานทางการเมืองใหม่ เพราะมองว่ากระแสความนิยมของพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ไม่ดีนัก ตรงข้ามกับพรรครวมไทยสร้างชาติที่มีกระแสความนิยมดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรค ตลอดจนกระแสตอบรับหลังการปราศรัยใหญ่ที่ จ.ชุมพร

โดยเฉพาะในส่วนของ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ที่มีแนวโน้มมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากมาร่วมสังเกตการณ์เวทีปราศรัยใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติที่ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา โดยในส่วนกลุ่มของ นายกูเซ็ง ยังอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงในรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

‘เพื่อไทย’ ซัด ‘บิ๊กตู่’ ใช้อำนาจเล่นงานเยาวชน แต่กลับไม่ตรวจสอบ ‘ทุนจีนสีเทา’ บ่อนทำลายชาติ

(30 ม.ค. 66) นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านายทุนจีนสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย สร้างความเสียหายทั้งสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง แต่น่าประหลาดใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กลับไม่ให้ความสำคัญ ไม่เคยสั่งการให้ดำเนินการกับกลุ่มทุนผิดกฎหมายอย่างจริงใจ ทั้ง ๆ ที่กลุ่มทุนนอกกฎหมายกลุ่มนี้ทำลายเศรษฐกิจ ทำลายประเทศชาติ ทำลายเกียรติภูมิประเทศชาติมาก เพราะกลุ่มทุนนี้ขนเงินผิดกฎหมายมาฟอกขาวในประเทศไทย ผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซื้อร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว รถทัวร์ 

นอกจากนี้ที่น่าเป็นห่วงคือมีเว็บไซต์ในประเทศจีน ลงเกี่ยวกับการเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทย หากต้องการความสะดวก ได้สิทธิพิเศษ ต้องติดต่อผ่านช่องทางไหน แต่พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าส่วนราชการ สามารถที่จะหยุดยั้งความเสียหายได้ แต่เลือกที่จะเพิกเฉยกับกรณีดังกล่าว

เปลวสีเงิน แนะ ‘หมอฮา’ ลงพรรค ‘ก้าวไกล’ ได้นั่ง ‘รมว.สธ.’ เมื่อไร ย้ายได้ทุกตำแหน่ง

(30 ม.ค. 66) เปลวสีเงินในนำเสนอบทความ ในหัวข้อ ในคราบ 'แพทย์ชนบท' ความว่า…

‘นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ คุณอยู่แก๊ง ‘แพทย์ชนบท’ ตอนนี้เป็น ‘ประธานแก๊ง’ ก็ต้องบอกว่า…

‘ดี-เด่น-ดัง’ ใน ‘คราบหมอ’ อย่างที่คุณเป็น มันก็สุด ๆ ตามประสาที่คุณเป็นอยู่แล้ว อย่าทระนงตนถึงขั้น ‘หมอเทวดา’ อยู่เหนืออำนาจบริหารกระทรวงสาธารณสุข จนใคร ‘แตะต้อง-สั่งย้าย’ ไม่ได้แบบนั้้นเลย เห็นบอก อยู่โรงพยาบาลจะนะ พัฒนาจนโรงพยาบาลจะนะก้าวหน้า มีความพร้อมทุกอย่าง ก็ดีนี่ อนุโมทนาด้วย

ในเมื่อสถิตอยู่จะนะจนรากงอกใกล้จะหุ้มโรงพยาบาลมิดเหมือน ‘ปราสาทตาพรหม’ ที่เขมรอยู่แล้ว เขาอยากให้หมอสุภัทรหรือที่เรียกกันในขบวนการเอ็นจีโอ, ในขบวนการสามนิ้วล่มชาติด้วยกัน ว่า ‘หมอฮา’ นั่นไม่ใช่ย้ายด้วยกลั่นแกล้ง หรือย้ายด้วยการเมือง

เป็นการย้ายด้วยยกย่อง ให้เกียรติหมอฮา ตรงตามปรัชญา ‘แพทย์ชนบท’ โดยตรง ที่มุ่งอุทิศตนเพื่อชาวบ้านตามชนบทที่ห่างไกล อยู่สร้างความเจริญ ความก้าวหน้า ให้โรงพยาบาลจะนะและนำชุมนุมต่อต้านโครงการต่าง ๆ จนเป็นเอ็นจีโอแถวหน้าระดับ ๕ ดาวแล้ว เขาให้ไปใช้ศักยภาพ ๕ ดาว พัฒนา ‘โรงพยาบาลสะบ้าย้อย’ ให้เจริญ ด้วยพัฒนาให้เหมือน ‘โรงพยาบาลจะนะ’ บ้าง

แล้วมันไม่ดี ผิดหลักการ ‘แพทย์ชนบท’ ตรงไหน?
เป็นการย้ายผิดปกติ เป็นเรื่องการเมือง ตรงไหน?
หรือหมอฮามีอะไร ‘นั่งทับ’ ไว้ที่จะนะ จึงไม่อยากลุก?

อย่าทำตัวเป็น ‘หมอเทวดา’ เลย หมอฮา! เห็นมาหลายต่อหลายหมอแล้วในแก๊งชนบทที่เป็นแบบนี้ สุดท้าย ‘ลายหมอลอก’ ก็ไปไหนไม่รอด ต้องเป็น ‘เหลือบอีแอบ’ อยู่ในคราบ ‘หมอคนดี’ เกาะสังคมกินแบบทุเรศไปจนแก่ตาย!

ถามจริงๆ เถอะ หมอฮา...
คุณคิดว่า ทุกวันนี้ คนไทยทั้งประเทศโง่เป็นควาย จนไม่รู้ว่า ฉากหลัง ‘นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ ทำอะไรอยู่กับแก๊งเอ็นจีโอ แก๊งสามนิ้ว และพรรค ‘ก้าวไกล’ เลย อย่างนั้นใช่มั้ย?

ขอถามอีกคำ...
ระหว่างที่จะนะกับที่กรุงเทพฯ เดือน ๆ ตัวคุณอยู่ที่ไหนมากกว่ากัน? ยิ่งตอนแก๊งสามนิ้ว ‘จลาจลกรุง’ ในปฏิบัติการ ‘ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์’ เชี่ยวจัด ตอนปักหมุดคณะราษฎรที่ท้องสนามหลวง เมื่อกรกฎา.๖๓ ธนาธรฮึกเหิม ถึงขั้นประกาศ ‘ประตูบานแรกเปิดแล้ว’! นั่นน่ะ ช่วงบู๊ล้างผลาญ-ละเลงเมือง ที่เรียกว่า ‘จุดติด’

ผมเห็นหน้าหมอฮาผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่กับแก๊งแดงส้ม ‘สามนิ้ว’ ล่มชาติ-ล้มสถาบัน แทบไม่เว้นแต่ละสัปดาห์
นั่นคือการ ‘ลา-มาราชการ’ หรือบังหน้ามาร่วมขบวนการ หรือกลั้นปัสสาวะจากจะนะ...นั่งเรือบินมาปัสสาวะที่กรุงเทพฯ แล้วบังเอิญเดินผ่านหน้ากล้องของพวกช่างภาพหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จึงมีเงาหมอฮาติดประจำ?

ที่ผมคุยมาทั้งหมด ไม่ต้องไปสน เพราะเป็นเพียง ‘ภาพจำ’ ของผมเกี่ยวกับหมอคนนี้ ‘เท่าที่เห็น’ เท่านั้น แต่นี่...กับ ‘หมอด้วยกัน’ น่าสนใจกว่า…

เมื่อ ๒๘ มกรา ‘นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ’ ที่ปรึกษากมธ.สาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซทีเดียว ๒ โพสต์รวด ผมว่า หมอฮา น่าจะอ่านนะ

หมอเอก Ekkapob Pianpises
คนบาปในคราบนักบุญ !!!
ตอนที่องค์การเภสัชกรรมจัดซื้อ ATK เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน ซึ่งสุดท้ายการจัดซื้อในครั้งนั้น ได้กระจายการเข้าถึงชุดตรวจ ATK สำหรับประชาชน และได้กดดันให้ตลาดลดราคา ATK จาก 200-300 บาทต่อชุด มาเหลือเพียง 30-40 บาทในปัจจุบัน

จากข้อมูลที่องค์การเภสัชกรรมนำเสนอต่อกรรมาธิการการสาธารณสุขน่าสนใจมากๆ...

มีผู้สังเกตการณ์จาก สปสช. (แพทย์ชนบท 2 ท่าน) ได้ให้ข้อมูลที่ดูเหมือนตั้งใจจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทบางบริษัท ที่ต้องการขายในราคา 120 บาทต่อชุด มีความพยายามที่จะปรับรายละเอียด TOR เพื่อล็อกสเปกให้กับบริษัทนี้ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ เพราะองค์การเภสัชฯ และกระทรวงสาธารณสุขไม่เล่นด้วย

จุดที่น่าสงสัยต่อไป ซึ่งกรรมาธิการการสาธารณสุขขอให้ ผอ.โรงพยาบาลจะนะส่งรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างชุดตรวจ ATK ของโรงพยาบาลมาให้ตรวจสอบ แต่ทาง ผอ.ปฏิเสธที่จะส่งมาให้ตรวจสอบ เท่ากับว่า ยอมรับข้อกล่าวหา โดยไม่โต้แย้ง ว่ามีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ด้วยอำนาจของ ผอ.แบบพิเศษ ในราคาและยี่ห้อที่น่าจะเป็นยี่ห้อเดียวกับทางกลุ่มเครือข่ายนั้นได้พยายามผลักดัน และการจัดซื้อนั้น ถูกนำมาใช้ในการคัดกรองในกรุงเทพฯ เพื่อให้ได้มีจำนวนการจัดซื้อที่มาก

‘ชาวจะนะ’ จึงควรตั้งคำถามกับการใช้งบประมาณในตอนนั้นว่า ทั้งการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ที่มาตรวจในกรุงเทพฯ แทนที่จะใช้กับคนในพื้นที่ และการใช้เวลาราชการ ‘ทิ้งพื้นที่’ ซึ่งกำลังประสบปัญหาการระบาดของโควิด นั้น สมควรแล้วหรือไม่?

เครือข่ายกลุ่มผลประโยชน์ที่เกาะกินฝังรากลึก ในกระทรวงสาธารณสุข จะต้องถูกกำจัด เพื่อให้งบประมาณของสาธารณสุขเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top