Sunday, 26 July 2026
TheStatesTimes

ผบ.ตร.สั่ง น 1 ส่งทีมสืบสวนนครบาล ลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวไต้หวัน

ผบ.ตร.สั่ง น 1 ส่งทีมสืบสวนนครบาล ลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวไต้หวัน เร่งทำความจริงให้ปรากฎ ยืนยันไม่เข้าข้างใคร ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย  

วันที่ 28 ม.ค.2566 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงประเด็น นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันอ้างถูกตำรวจเรียกรับเงิน ว่า "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ติดตามให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มาโดยตลอด สั่งกำชับให้ตำรวจดำเนินการตรงไปตรงมา โดยวันนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการเพิ่มเติมไปยังผู้บัญชาการกอตำรวจนครบาล ให้ตำรวจกองบังคับการสืบสวนนครบาล (บก.สส.) ลงพื้นที่หาหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนักท่องเที่ยวไต้หวันเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน ทุกประเด็น"

'กองทัพอากาศ' จัดการฝึกบินควบคุมไฟป่า ประจำปี 2566

กองทัพอากาศ จัดการฝึกบินควบคุมไฟป่า ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 ณ พื้นที่กองบิน 46 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และสนามฝึกทางยุทธวิธี ทภ.3 (บ้านด่าน) จังหวัดสุโขทัย โดยมี พลอากาศตรี วชิระพล เมืองน้อย ผู้อำนวยการสำนักยุทธการและการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ เป็นผู้ควบคุมการฝึกฯ สำหรับอากาศยานที่เข้าร่วมการฝึกบินควบคุมไฟป่าในครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130) จากฝูงบิน 601 กองบิน 6, เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จากฝูงบิน 461 กองบิน 46 , เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิตแบบที่ 11 (EC-725) จากฝูงบิน 203 กองบิน 2, เครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศ (DA-42MPP) จากฝูงบิน 402 กองบิน 4 และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) จากฝูงบิน 302 กองบิน 3 โดยการฝึกประกอบด้วย การฝึกแก้ปัญหาสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ (จำลอง) (TTX) และ การฝึกภาคอากาศ (FTX) การฝึกในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อดำรงขีดความสามารถ และทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติของหน่วยเกี่ยวข้อง ตามแผนบรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ โดยยึดหลักการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations : NCO) ในการฝึก รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถร่วมกับหน่วยงานภายนอกกองทัพอากาศ เพื่อให้เกิดการบูรณาการ การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของประเทศไทยในอนาคต ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งครั้งนี้กองทัพอากาศได้เชิญผู้แทนจาก กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาภัยในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมการฝึกด้วย ภาวะไฟป่าและหมอกควันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี กองทัพอากาศจึงมีการเตรียมความพร้อมและร่วมการแก้ปัญหาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน และพร้อมระดมขีดความสามารถทุกด้าน ทั้งกำลังพล อากาศยาน ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี สนับสนุนทุกภารกิจเพื่อประชาชน 

29 มกราคม พ.ศ.2546 จลาจลเผาสถานทูตไทยในเขมร ผลพวง การยุยง ปลุกปั่นให้เกลียดชังไทย

วันนี้ เมื่อ 20 ปีก่อน เกิดเหตุจลาจลเผาสถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ ของกัมพูชา หลังหนังสือพิมพ์รัศมี อังกอร์ ( Rasmei Angkor) ตีพิมพ์บทความปลุกปั่นให้คนคลั่งเกลียดชังไทย

29 มกราคม พ.ศ.2546 เกิดเหตุจลาจลในกรุงพนมเปญ ของกัมพูชา ที่ชาวไทยยังจำได้ไม่ลืม โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องมาจากข่าวแปลก ๆ ออกมาว่า เขมรจะทวงคืนปราสาทตาเมือนธมและสต๊กก๊กธม ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 และบูรณะมาตลอด

กล่าวกันว่า เป็นการปล่อยข่าวจากพรรคฝ่ายค้านของนายสม รังสี ซึ่งต้องการสร้างกระแสชาตินิยมเป็นคะแนนให้พรรคสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคมนั้น ข่าวนี้ทำคะแนนให้พรรคที่เป็นเจ้าของความคิดพอสมควร พรรคการเมืองคู่แข่งจึงต้องหาทางสร้างกระแสทำคะแนนบ้าง

ต่อมาในวันที่ 18 มกราคม 2456 ก็มีข่าวในหนังสือพิมพ์ ‘รัศมีอังกอร์’ ลงข่าวว่าดาราสาวไทย ‘กบ’ สุวนันท์ คงยิ่ง ให้สัมภาษณ์ในทีวีช่องหนึ่ง ตอบผู้สัมภาษณ์ที่ถามว่าเธอเกลียดอะไรมากที่สุดในโลก กบ สุวนันท์ บอกว่า เกลียดคนเขมรเหมือนเกลียดหมา เพราะชาวเขมรขโมยนครวัดไปจากไทย เมื่อถามว่าเธอจะเดินทางไปกัมพูชาหรือเล่นละครที่กัมพูชาเป็นผู้สร้างหรือไม่ ดาราสาวไทยก็บอกว่าจะเล่นก็ต่อเมื่อเขมรยอมคืนนครวัดให้แก่ไทย

นสพ.รัศมีอังกอร์เป็นหนังสือพิมพ์เล็กๆ มีคนอ่านไม่เท่าไหร่ ข่าวนี้เลยจุดไม่ติด ต่อมาในวันที่ 26 มกราคม นสพ. ‘เกาะสันติภาพ เดลี่’ ซึ่งเป็นหนังสือขายดีของเขมร ก็เลยต้องถ่ายทอดจาก นสพ.รัศมีอังกอร์ไปกระพือต่อ ทีนี้เลยได้ผล

ยังมี นสพ.กัมพูชาใหม่ รับลูกเสนอเป็นข่าวใหญ่ต่อมาว่า นักศึกษา 3 มหาวิทยาลัยในกรุงพนมเปญ รวมทั้งมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ประณามดาราสาวไทย รับกับการเสนอข่าวกุของหนังสือพิมพ์ โดยไม่ได้วินิจฉัยความเป็นไปได้ของข่าว

เป็นที่รู้กันว่า สุวนันท์ คงยิ่ง เป็นดาราสาวไทยที่ได้รับความนิยมจากคนเขมรอย่างคลั่งไคล้ และระดับการศึกษาของเธอก็ขั้นปริญญา คงไม่ปัญญาอ่อนไปด่าคนเขมรที่นิยมในตัวเธออย่างท่วมท้นแบบนั้น ตรงกันข้าม เธอจะต้องรักคนเขมรอย่างมากด้วย ที่นิยมในตัวเธอ สนับสนุนความเป็นดาราของเธอ ซึ่ง กบ สุวนันท์ ได้แถลงทั้งน้ำตาว่า เธอไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับคนเขมรแบบนั้นเลย ทั้งยังอยากไปชมนครวัดสักครั้งด้วย ถ้าหากเธอพูดก็น่าจะบอกให้ชัดเจนว่าเธอพูดที่ไหน เมื่อไหร่ จะได้เอาเทปมาพิสูจน์กัน

เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ ในวันที่ 27 มกราคม สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ไปปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดกัมปงจาม บ้านเกิดของนายสม รังสี กล่าวแสดงความไม่พอใจในคำให้สัมภาษณ์ของดาราสาวไทย และว่าเธอไม่มีค่าอะไรมากไปกว่าต้นหญ้าที่ขึ้นรอบนครวัด พร้อมทั้งเรียกร้องให้คนกัมพูชามีความพอใจในวัฒนธรรมของตน โดยระบุว่าชาวบ้านหลายคนไม่ยอมประดับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินีกัมพูชา หรือแม้แต่ภาพพ่อแม่ของตน แต่กลับนำรูปของสุวนันท์ คงยิ่งมาติดแทน ทั้งยังประกาศว่าได้ออกคำสั่งให้งดฉายละครโทรทัศน์ของไทยเรื่อง ‘ลูกไม้หล่นไกลต้น’ ที่มี กบ สุวนันท์แสดงไปแล้ว

ในวันที่ 29 มกราคม นายเหมา อาวุธ ประธานสมาคมโทรทัศน์กัมพูชา ได้แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันที่ผ่านมา คณะของผู้บริหารสถานีโทรทัศน์กัมพูชามีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ทุกสถานีหยุดแพร่ภาพออกอากาศรายการโทรทัศน์ของไทยทั้งหมดไว้ก่อน

จากนั้น ในเช้าวันที่ 29 นั้น มีนักศึกษาประชาชนกว่า 500 คนไปชุมนุมกันที่หน้าสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวุฒิสภา และห่างจากกระทรวงมหาดไทยไม่ถึง 100 เมตร ผู้ชุมนุมซึ่งเชื่อกันว่าเป็นม็อบจัดตั้งได้ชูป้ายด่ากบ สุวนันท์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ต่อมาก็ได้มีการนำธงชาติไทยมาเหยียบย่ำและจุดไฟเผา นายชัชเวทย์ ชาติสุวรรณ เอกอัครราชทูตไทย เห็นว่าเหตุการณ์ไม่น่าไว้วางใจ มีตำรวจยืนดูอยู่ไม่กี่คน จึงโทรศัพท์ไปหาพลเอก เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอกำลังสารวัตรทหารมาคุ้มครอง แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธ อ้างว่าตำรวจคุ้มครองได้

ช่วงบ่ายสถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น มีการงัดป้ายสถานทูตไทยไปเผา ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้เจ้าหน้าที่ไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในสถานทูต จึงได้โทรศัพท์ไปถึงพลเอก เตีย บันห์อีกถึง 3 ครั้ง และนายกฯทักษิณ ชินวัตร ยังได้โทรศัพท์สายตรงถึงสมเด็จฮุนเซนขอให้ช่วยดูแลคนไทย ซึ่งก็ได้รับคำรับรอง แต่ประมาณ 17.00 น. ผู้ประท้วงหลายร้อยคนลุกฮือเข้าไปในสถานทูตและทำลายข้าวของ ท่านทูตได้เรียกเจ้าหน้าที่สถานทูตให้หลบไปอยู่ในบ้านพักด้านหลัง ผู้ชุมนุมก็ตามไปอีก เจ้าหน้าที่สถานทูต 14 คนต่างปีนรั้วหนีตายลงในแม่น้ำ บางคนก็ได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่มีคนไทยเอาเรือมารับไปพักที่โรงแรมรอยัลพนมเปญ ขณะหนีก็เห็นไฟลุกขึ้นในสถานทูตแล้ว ต่อมาผู้ช่วยทูตทหารได้มารับท่านทูตไปพักที่บ้านพัก เจ้าหน้าที่บางส่วนยังพักที่โรงแรมต่อไป แต่ต่อมาทั้งโรงแรมรอยัลพนมเปญและบ้านพักผู้ช่วยทูตทหารก็ไม่รอด ถูกเผาวอดทั้ง 2 แห่ง ต้องหนีตายกันต่อไป

หลังจากเผาสถานทูตไทยโชติช่วงแล้ว ม็อบมอเตอร์ไซค์ก็ตะเวนเผาโรงแรมและบริษัทห้างร้านของคนไทย บรรดาคนไทยต้องหนีตายกันหัวซุกหัวซุน หลายคนถูกปล้นรูดทรัพย์เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่ถูกอาศัยโอกาสไปด้วย พวกโจรได้สมทบเข้าปล้นและงัดแงะทรัพย์สินของคนไทย โดยไม่มีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาดูแล

30 มกราคม พ.ศ. 2491 ‘มหาตมะ คานธี’ ถูกยิงเสียชีวิต ด้วยฝีมือชายชาวฮินดูผู้คลั่งศาสนา

30 มกราคม พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) นาถูราม โคทเส ยิง มหาตมะ คานธี ผู้นำทางการเมือง และ จิตวิญญาณของชาว อินเดีย เสียชีวิต ในเมืองเดลี

ช่วงเย็นของวันที่ 30 มกราคม มหาตมะ คานธี 2491 (ค.ศ. 1948) ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งอินเดียกำลังยืนอยู่กลางสนามหญ้า ในขณะพนมมือสวดมนต์ตามกิจวัตร คานธีถูกนายนาถูราม โคทเส ชาวฮินดูผู้คลั่งศาสนาและไม่ต้องการฮินดู (อินเดีย) สมานฉันท์กับมุสลิม (ปากีสถาน) ใช้อาวุธปืนยิงใส่คานธี 3 นัด จนคานธีล้มลงขณะพนมมือ รายงานส่วนใหญ่บรรยายว่า คานธีเปล่งเสียงแผ่วเบาว่า 'ราม' (บ้างก็ว่า 'เห ราม' ซึ่งมีความหมายว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า) เป็นการปิดฉากบั้นปลายชีวิตของมหาบุรุษผู้ต่อสู้กับมหาอำนาจด้วยสันติวิธีในวัย 78 ปี ภายหลังจากที่อินเดียได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ได้เพียง 6 เดือน

สำหรับประวัติของชายผู้นำการเรียกร้องเอกราชและความเสมอภาค ที่ชื่อ มหาตมะ คานธี ที่เน้นความเป็นสันติวิธี เรียกกันว่าสัตยาเคราะห์ มีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่คานธีเป็นทนายความในวัย 24 ปี โดยเกิดขึ้นบนสถานีรถไฟในประเทศแอฟริกาใต้ครั้งยังอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ

เป็นเหตุการณ์หลังจากที่คานธีเรียนจบกฎหมายจากลอนดอนกลับมาอยู่ที่อินเดียได้ไม่นาน คานธีเดินทางไปแอฟริกาใต้เพื่อไปเป็นนักกฎหมายประจำบริษัท Dada Abdulla ที่ทำการค้าอยู่ที่นั่น ในเดือนเมษายน ปี 1893 คานธีซื้อตั๋วรถไฟชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นตู้รถไฟที่หรูหราสะดวกสบายตามอัตราค่าบริการที่สูง แต่เขากลับถูกไล่ลงจากสถานีแรก ให้ไปอยู่ที่ตู้รถไฟชั้นสาม (ชั้นทั่วไปที่ไม่มีความสะดวกสบายและราคาถูก) โดยพนักงานตรวจตั๋วและผู้โดยสารชาวอังกฤษที่อ้างว่าตู้รถไฟชั้นหนึ่งสร้างขึ้นสำหรับผู้โดยสารผิวขาวเท่านั้น

'อุ๊งอิ๊ง' อ้อนถามชาวหนองคาย จำ 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' ได้ไหม? โว!! หากไม่มีรัฐประหาร คงได้รถไฟความเร็วสูงใช้ไปแล้ว

(28 ม.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.15 น. พรรคเพื่อไทย ได้เปิดเวทีปราศรัย ที่ลานเทศบาลท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยว่า พ่อใหญ่ทักษิณ อายิ่งลักษณ์ จำได้บ่ คุณพ่อฝากความคิดถึงชาวหนองคาย วันนี้ไม่ได้มาด้วย ต้อนรับคนหน้าเหมือนก่อน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ถ้าไม่รัฐประหาร เรามีรถไฟความเร็วสูง ถ้าเพื่อไทยมาจะช่วยพี่น้องล้างหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้พี่น้อง ช่วยเหลือเกษตรกร ขออาสานำสินค้าเกษตรไปขาย ข้าราชการก็จะเงินเดือนเพิ่มแน่นอน

'โพล' ชี้!! นโยบาย 'ภูมิใจไทย' โดนใจคนกรุงเทพฯ ยก 'บี-พุทธิพงษ์' มีผลงาน ไร้ประวัติด่างพร้อย

(28 ม.ค.66) ดร.นพดล กรรณิกา หัวหน้าโครงการวิจัย สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ ประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 2,078 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25-27 ม.ค. เรื่อง 'ใจคน กทม. กับ นโยบาย ภูมิใจไทย' เมื่อถามประชาชนคนกรุงเทพมหานคร ต่อ นโยบายภูมิใจไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.6 ชอบนโยบาย เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ศูนย์เครื่องฟอกไต ผู้สูงอายุ ฉีดวัคซีนฟรีถึงบ้าน 

รองลงมาคือ ร้อยละ 94.0 ชอบนโยบายรักษามะเร็งฟรี ร้อยละ 93.0 ชอบ นโยบาย วัคซีน ป้องกัน ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ โควิดฟรีฉีดถึงบ้าน ร้อยละ 92.9 ชอบ นโยบาย ลดรายจ่าย รถ เรือ เริ่มต้น 15 บาทตลอดวันไม่เกิน 50 บาท ร้อยละ 92.8 ชอบ นโยบาย ลดค่าไฟ ติดโซล่าร์ ลูฟฟรี ทุกครัวเรือน ร้อยละ 92.2 ชอบ นโยบาย ฟอกไตฟรี ร้อยละ 91.8 ชอบนโยบายเครื่องกรองน้ำฟรีทุกชุมชน ร้อยละ 91.7 ชอบ นโยบายลดรายจ่าย พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย ลดภาษี 

ขณะที่ร้อยละ 91.6 ชอบ นโยบาย เพิ่มรายได้คนกรุงเทพ เปิดพื้นที่การค้าขาย กระจายรายได้เพิ่มกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวได้ 24 ชั่วโมง ร้อยละ 90.4 ชอบนโยบาย เพิ่มรายได้คนกรุงเทพ พันธบัตรรัฐบาลที่ประชาชนทั่วไปมีสิทธิก่อน ส่งเสริมการออมประกันเงินฝาก เพิ่มความมั่นคงในการออม ร้อยละ 90.2 ชอบ นโยบาย ลดรายจ่าย รถไฟฟ้า เริ่มต้น 15 บาท ตลอดสาย ไม่เกิน 40 บาท และร้อยละ 88.3 ชอบนโยบาย มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สำหรับวินรับจ้าง คันละ 6,000 บาท ตามลำดับ

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของคนกรุงเทพมหานคร ต่อ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้แถลงข่าวนำเสนอนโยบายพรรคภูมิใจไทยให้คนกรุงเทพมหานคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.7 เชื่อมั่นเพราะ เคยเป็น ส.ส. กทม. รองผู้ว่าฯ กทม. มีผลงานช่วงเป็นรัฐมนตรี ปกป้องสถาบันหลักของชาติ ไม่มีประวัติด่างพร้อย เป็นแกนนำต่อสู้คนโกง เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ควบรวมกิจการสื่อสารโทรคมนาคม ในขณะที่ ร้อยละ 43.3 ไม่เชื่อมั่น

ส่วนผลการประมาณการคะแนนผลการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่าพรรคภูมิใจไทยมีความเป็นไปได้จะได้คะแนนมากถึง 1,007,529 คะแนน โดยมีค่าต่ำสุดจำนวน 779,581 คะแนน และ ค่าสูงสุดจำนวน 1,235,477 คะแนน

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดกิจกรรม Langu Run 2023 เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (28 ม.ค. 66) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยตัวนักกีฬาในกิจกรรมวิ่ง Langu Run 2023 โดยมีนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายชาตรี ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล เขต 1 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล เขต 2 นายจำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน คณะครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป รวมจำนวนกว่า 500 คนเข้าร่วมกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

'บิ๊กตู่' นำทัพ รสทช. ประเดิมปราศรัยเวทีใหญ่ที่ชุมพร เผยไม่ตื่นเต้น ปกติพูดกับคน 70 ล้านคนทุกวันอยู่แล้ว

'บิ๊กตู่' นำทัพ รทสช. ลงชุมพร ประเดิมปราศรัยเวทีแรก เผยไม่ตื่นเต้น เพราะพูดจากใจ เผลอตัวลืมบัตรปชช.ที่เคาท์เตอร์เช็คอินขึ้นเครื่อง ต้องเดินย้อนกลับมาเอา

(28 ม.ค.66) ที่ท่าอากาศยานชุมพร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมคณะเดินทางถึงจังหวัดชุมพร เพื่อประเดิมเวทีปราศรัยแรกในภาคใต้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ทับด้วยเสื้อสูทลำลองสีเทา กางเกงสแลค โดยมี นายสุพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง นำนักการเมืองท้องถิ่นและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดชุมพร และประชาชนในพื้นที่มาให้การต้อนรับ

โดยประชาชนต่างมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้ พล.อ.ประยุทธ์ และตะโกนให้กำลังใจนายกฯ สู้ๆ พร้อมขอถ่ายรูป ก่อน พล.อ.ประยุทธ์เข้าห้องรับรอง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ออกเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ดสีขาว ทะเบียน ฆฉ 1314 กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ก่อนออกเดินทางมายังชุมพร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามสื่อมวลชน โดยสื่อถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ตื่นเต้นเรื่องอะไร ไม่รู้สึกตื่นเต้น 

เมื่อถามว่าขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกมีข่าวว่าจะมีเซอร์ไพรส์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เซอร์ไพรส์อะไร 

เมื่อถามว่ามีปราศรัยจากใจอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ใจฉันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่รบกับใคร

เมื่อถามว่าเตรียมไปพูดอะไรกับชาวชุมพรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็พูดจากใจ 

เมื่อถามว่าได้เตรียมภาษาใต้มาเยอะหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็พอพูดได้บ้าง แต่อย่าไปฝืนให้มากเพราะเราไม่ใช่เจ้าของภาษา คนไทยด้วยกันพูดภาษาอะไรกันก็ได้ 

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตื่นเต้นหรือไม่ เพราะคนที่เวทีปราศรัยเยอะมาก เตรียมเก้าอี้ไว้ 13,000 ที่นั่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปกติตนพูดกับคน 70 ล้านคนอยู่แล้วทุกวัน เพียงแต่ไม่ได้มารวมกันเยอะๆ ที่เดียวกัน เหมือนกันแหละ เมื่อถามว่าเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะใหญ่จะเล็กก็ไม่รู้ตนก็พูดจากใจของตน

นักลงทุนต่างชาติพร้อมย้ายฐานกลับมาลงทุนไทย หลังปัจจัยบวกเอื้อสูง แซงหน้าประเทศเพื่อนบ้าน

นายเอียน แพสโค ประธานกรรมการบริหาร แกรนท์ ธอนตัน ประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงธุรกิจในฐานะบริษัทที่ปรึกษาและให้บริการอย่างมืออาชีพระดับแนวหน้าของประเทศไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในประเทศไทยครึ่งหลังปี 2565 โดยเป็นการสำรวจธุรกิจขนาดกลางทั่วโลก พบว่า...

ธุรกิจไทยเป็นผู้นำของโลกด้านสถานภาพทางธุรกิจ และเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่สภาพธุรกิจของประเทศไทย มีปัจจัยบวกแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นคู่แข่งในกลุ่มที่เป็นฐานการลงทุน เช่น เวียดนาม, สิงคโปร์ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจที่เคยไปลงทุนในประเทศเหล่านั้น ย้ายกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top