Sunday, 26 July 2026
TheStatesTimes

พิษณุโลก ตำรวจภาค 6 กวดล้างอาชญากรรม ยึดปืน ยาบ้า อาวุธสงคราม

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 66 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรภาค 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พลตำรวจโท อัคราเดช พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมรองผู้บัญชา และผู้บังคับการตำรวจภูธรในสังกัดภาค 6 ร่วมกันแถลงข่าวผลงานการกวาดล้างอาชญากรรม และยาเสพติด ในช่วงระหว่างวันที่ 15-24 ม.ค. 2566 ตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญกรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 'ป้องราษฎร์ ปราบภัย หัวใจคือประชาชน' 

สำหรับการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ เป็นกลุ่มเป้าหมายในภาพรวมของหน่วยอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ปรากฏผลเป็นรูปธรรม โดยใช้ผลวิเคราะห์ข้อมูล สถานภาพอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และนาฬิกาอาชญากรรม เป็นข้อมูลในการวางแผนปฏิบัติ ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค 6 และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค ได้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม เน้นความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม การพนัน ยาเสพติด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง อาวุธปืน ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และบุคคลตามหมายจับ บังเกิดผลการปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ 

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2566 เปิดมณฑลพิธีสถาน สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีกระต่ายทอง

วันนี้ (วันพุธที่ 25 มกราคม 2566) เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2566 ในวันชิวสี่ หรือวันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีอัญเชิญ (รับ) เทพเจ้าลงจากสวรรค์ และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา โดยคณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

และในวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2566 เวลา 23.00 น. มูลนิธิฯ กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ศิษยานุศิษย์และสาธุชนประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ปวงชนอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮง ๆ ตลอดปีเถาะ 

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21- 30 มกราคม 2566 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน 'สักการะหลวงปู่ไต้ฮง' ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ 'พะเก่ง' เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี พร้อมรับประทาน 'สาคูสิริมงคล' เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข  อัญเชิญ 'ฮู้' (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง 'เคาะระฆังทอง' ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และร่วม "พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์" รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 29 มกราคม 2566 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้หลวงปู่ไต้ฮง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 21 และ 29 มกราคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สายการบินแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในฤดูกาลท่องเที่ยว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สายการบินส่งข้อความสั้น (SMS) และโทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชนแจ้งว่าเป็นผู้โชคดีได้รับคูปองเที่ยวบินฟรี ดังนี้

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้เสียหายหลายรายถูกมิจฉาชีพส่งข้อความสั้น (SMS) มายังโทรศัพท์มือถือของตน แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สายการบินต่างๆ เช่น สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) พร้อมกับข้อความในลักษณะว่า “ ขอบคุณที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ท่านได้รับบินเที่ยวฟรี ” โดยให้กดลิงก์ที่แนบมากับข้อความดังกล่าวเพื่อเป็นการเพิ่มเพื่อนสายการบินทางแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้เสียหายสอบถามข้อมูลต่างๆ และหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันของสายการบินที่ส่งให้ทางไลน์อีกครั้ง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าว มิจฉาชีพจะหลอกให้เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงิน หรือให้ตั้งรหัส PIN 6 หลัก รวมถึงการให้สิทธิ์แอปพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนต่างๆ ทำให้มิจฉาชีพสามารถเชื่อมต่อระบบเข้ามา และควบคุมหน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อเมื่อใดก็ได้ โดยจะทิ้งระยะเวลาให้เหยื่อตายใจ ระหว่างนี้มิจฉาชีพจะสังเกตพฤติกรรมของเหยื่อ เช่น ใช้ธนาคารใด มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ และจดจำรหัสผ่านจากที่เหยื่อกดเข้าระบบของแอปพลิเคชันธนาคาร กระทั่งเวลาผ่านไปจนเหยื่อเผลอ เมื่อได้โอกาสมิจฉาชีพจะเชื่อมต่อแล้วโอนเงินออกจากบัญชีไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ ไปหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ

มหากาพย์ เลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 กกต.ถูกจำคุก-จ้างพรรคเล็ก-ยุบพรรคไทยรักไทย

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนทำให้ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจยุบสภา ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกตั้งอีกครั้ง โกำหนดให้วันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป

แต่ทว่า ก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 2 เมษายน 2549 ฝ่ายค้านในห้วงนั้นประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย พรรคมหาชน ได้ทำหนังสือถึงพรรคไทยรักไทย เรียกร้องให้ทำสัตยาบันร่วมกันว่า หลังการเลือกตั้งจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 313 เพื่อตั้ง ‘คนกลาง’ ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่พรรคไทยรักไทยประกาศไม่ลงสัตยาบันร่วมกับฝ่ายค้าน แต่เชิญหัวหน้าพรรคทุกพรรคให้มาทำสัญญาประชาคมร่วมกันว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างการเลือกตั้ง จากนั้นค่อยมาตั้ง ‘คนกลาง’ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฝ่ายค้านจึงประกาศคว่ำบาตรไม่ส่งผู้สมัคร

การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 จึงเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายมากมาย มีการฉีกบัตรเลือกตั้งเพื่อแสดงอารยะขัดขืน เช่น รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร, มีการกรีดเลือดมาเป็นหมึกกาบัตรเลือกตั้ง, คูหาเลือกตั้งหันหลังออก, มีผู้สมัคร ส.ส. หลายสิบเขตได้รับคะแนนเสียงน้อยกว่าคะแนนโนโหวต มีการใช้ตรายางประทับบัตรเลือกตั้ง และมีบัตรเสียเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความเคลือบแคลงใจในความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งนั้นอย่างหนัก

ส่วนผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ มีผู้มาใช้สิทธิ 29 ล้านคนเศษ จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 44.9 ล้านคน คิดเป็น 64.77% มีบัตรเสีย 1,680,101 ใบ หรือ 5.78% มีผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน หรือ โนโหวต สูงถึง 9,051,706 คน คิดเป็นสัดส่วน 31.12%

และผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต มีผู้มาใช้สิทธิเกือบ 29 ล้านคน หรือ 64.76% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีบัตรเสีย 3,778,981 ใบ 13.03% มีผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนน 9,610,874 คน 33.14%

หลังจากนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพิกถอนการเลือกตั้ง และให้มีการเลือกตั้งใหม่

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 และคำพิพากษาศาลปกครองกลางที่ 607-608/2549 วันที่ 16 พฤษภาคม 2549 วินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการจัดคูหาที่อาจส่งผลให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และให้จัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549

นอกจากนี้ ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ศาลอาญา ได้พิพากษาให้ กกต. ที่จัดการเลือกตั้งมีความผิดเนื่องจากการจัดการเลือกตั้งที่ไม่เที่ยงธรรม โดยให้ลงโทษจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี แต่ต่อมา เมื่อปี 2556 หลังจากที่ กกต. (สามคนในเวลานั้น) ผ่านการติดคุก/ต่อสู้คดีแล้ว ศาลกลับได้มีคำสั่งยกฟ้อง กกต. ทั้งสาม

หลังจากนั้นก็มีการสรรหา กกต.ใหม่ และกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ แต่ยังไม่ทันได้เลือกตั้ง ก็ถูก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ทำการปฏิวัติเสียก่อนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

แต่ผลพวงจากการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสในครั้งนั้น ยังตามหลอนพรรคไทยรักไทยไม่จบสิ้น เมื่อ ‘สุเทพ เทือกสุบรรณ’ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน กกต.ว่า พรรคไทยรักไทย จ้างพรรคการเมืองขนาดเล็ก อย่างพรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทยลงสมัคร ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อหนีเกณฑ์ร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.ปลอมแปลงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคเล็กเมื่อปี 2549

บิ๊กตู่ แนะ ผู้บังคับบัญชา ต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างใกล้ชิดในการทำงาน ชี้!! คนดี ต้องให้กำลังใจ คนไม่ดีก็เอาออกไป

วันที่ 25 มกราคม 2566 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2566 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ตำรวจทุกนายประพฤติปฏิบัติตน อยู่ในกรอบวินัยอันดีงาม ปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับทุกคนผู้บังคับบัญชาต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดในการทำงาน คนดีต้องให้กำลังใจ คนไม่ดีก็เอาออกไป

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าว ถึงกรณีตำรวจไทยรับงานขับรถนำขบวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ว่า ก็ผิด ซึ่งตนบอกไปแล้วและเตือนไปแล้ว ผิดก็ต้องลงโทษ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ใช้รถราชการได้หรือไม่ พฤติกรรมเหมาะสมหรือไม่ ผิดก็ต้องลงโทษ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!! ครอบครัว 'พาณิชย์พิศาล' ไหว้เทพเจ้ารับตรุษจีนทำบุญ แจกทานต้อนรับปีกระต่าย

ที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล พร้อมด้วย นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล นายธนิตพงษ์ วรัณวงศ์เจริญ และ นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ ครอบครัวเศรษฐีผู้ใจบุญเดินทางไปกราบไหว้เทพเจ้ารับเทศกาลตรุษจีน ปีกระต่าย ประจำปี 2566 ยังมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ ตามประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน

เพื่อขอพรต่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่สิ่งเอี๊ย และกราบขอพรหลวงปู่ไต้ฮงกงเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยเป็นความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีนเพื่อให้สิ่งที่ขอนั้นสมหวังทุกประการ

รวมถึงทางครอบครัวพาณิชย์พิศาลยังได้ร่วมทำบุญบริจาคเงินอีกจำนวนหนึ่งมอบให้กับทางมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่สังคม นอกจากนี้ ยังได้ทำบุญแจกทานมอบเงินให้แก่ทางเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการทุกคน  อีกคนละ 500 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในเทศกาลตรุษจีน

26 มกราคม พ.ศ. 2448 ค้นพบ ‘โคตรเพชรคัลลินัน’ เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลกที่แอฟริกาใต้

วันนี้ เมื่อ 118 ปีก่อน มีการขุดพบ เพชรคัลลินัน ( Cullinan diamond ) เพชรดิบเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ประเทศแอฟริกาใต้

เพชรคัลลินัน ( Cullinan diamond ) เป็นเพชรดิบขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบกันมา โดยมีน้ำหนัก 3,106.75 กะรัต หรือ 621.35 กรัม มีความยาวประมาณ 10.5 ซม. ถูกพบเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2448 (ค.ศ.1905) ที่เหมืองพรีเมียร์ หมายเลข 2 ในเมืองคัลลินัน ใกล้กับกรุงพริทอเรีย ของแอฟริกาใต้ โดยโธมัส อีวาน พาวเวลล์ นักขุด ซึ่งนำมันขึ้นมาจากเหมือง และมอบให้กับผู้จัดการเหมืองคือ เฟรเดอริก เวลส์ เพชรถูกตั้งชื่อตามโธมัส คัลลินัน ประธานของเหมือง 

เซอร์วิลเลียม ครุกส์ เป็นผู้วินิจฉัยเพชรดิบ และพบว่าเพชรนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่ความสว่างใส แต่พบจุดสีดำอยู่ตรงกลาง สีสันของเพชรบริเวณรอบ ๆ จุดดำนั้นสวยงามและเปลี่ยนไปตามเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ เขาคิดว่ามันเกิดจากความเครียดภายในของอัญมณี ซึ่งพบได้ค่อนข้างยากในเพชร

ในเดือนเมษายน ปีเดียวกัน มันถูกนำออกขายที่กรุงลอนดอน แต่ถึงแม้จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังขายไม่ออกจนผ่านไป 2 ปี ในที่สุดในปี 2450 รัฐบาลอาณานิคมทรานส์วาลในแอฟริกา ได้ซื้อเพชรคัลลิแนน และนายกรัฐมนตรีหลุยส์ โบทา ได้ทูลเกล้าถวายเพชรแก่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2450 ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ 

หลังจากนั้นเพชรถูกตัดแบ่งและเจียระไนโดยบริษัท Joseph Asscher & Co ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ของเนเธอร์แลนด์

เพชรคัลลินัน ถูกตัดแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ ๆ และต่อมาก็แบ่งเป็น 9 ชิ้นใหญ่  96 เม็ดย่อย และเศษเพชรน้ำหนักรวม 19.5 กะรัต 

เพชรที่เจียระไนแล้วชิ้นใหญ่ที่สุดนั้นได้ชื่อว่า คัลลินัน 1 หรือดาวที่ยิ่งใหญ่แห่งแอฟริกา มันหนัก 530.4 กะรัต และได้ชื่อว่าเป็นเพชรเจียระไนที่ใหญ่สุดในโลก

กรมอุทยานแห่งชาติฯ สางปมปัญหาหลีเป๊ะ หากพบนายทุนรุกที่ ดำเนินคดีทุกราย เสนอตั้งคณะกรรมการทุกภาคส่วนร่วมตรวจสอบ

25 มกราคม 2566 นายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดี โฆษกกรมกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีการแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินทับซ้อนพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ของชาวอุรักลาโว้ย บนเกาะหลีเป๊ะ เสนอแนวทางทำแผนที่แนวเขตที่ดินในรูปของคณะกรรมการ 

นายนรินทร์ ประทวนชัย เปิดเผยว่า ตนเองได้เดินทางลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เพื่อร่วมประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ณ ห้องประชุมเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2566 ในประเด็นปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เกิดข้อพิพาทและฟ้องร้องสิทธิการครอบครอง ระหว่างชาวเลอูรักลาโว้ย เกาะหลีเป๊ะกับผู้ประกอบการ คณะกรรมการฯ กรมที่ดินได้ชี้ยืนยันแนวเขต หนังสือแสดงสิทธิการครอบครองที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 11 ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ การครอบครองดินส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรีสอร์ท มีหนังสือแสดงสิทธิการครอบครองที่ดิน น.ส.3 และ ส.ค.1 โดยมีชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ น.ส.3 เลขที่ 11ด้วย จากการตรวจสอบพื้นที่ พบว่า ตามเอกสาร น.ส.3 เลขที่ 11 พื้นที่จำนวน 81 - 3 - 40 ไร่ พื้นที่บางส่วนได้ซ้อนทับกับที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวเลดั้งเดิม และมีบางส่วนของชุมชนอยู่นอกพื้นที่ น.ส.3 เลขที่ 11 แนวทางการแก้ไขปัญหาจึงต้องตรวจสอบที่ดินตามหลักฐานเอกสาร น.ส.3 ส.ค.1 พร้อมที่ตั้งของที่อยู่อาศัยของราษฎรชาวเล และทำแผนที่แนวเขตที่ดินในรูปของคณะกรรมการฯ 

ส่วนกรณีนายทุนที่มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทางอุทยานฯ ได้ดำเนินคดีพื้นที่บริเวณเกาะหลีเป๊ะ มาตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน รวม 44 คดี โดยมีคดีสิ้นสุดแล้ว 22 คดี อยู่ในชั้นอัยการ 18 คดี ชั้นศาล 4 คดี การแก้ไขปัญหาที่ดินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของราษฎรดั้งเดิมในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้ดำเนินการสำรวจการครอบครองพื้นที่ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ (ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562) ล่าสุดจากการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 กรมที่ดินได้ชี้ยืนยันแนวเขต น.ส.3 เลขที่ 11 ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ พบว่ามีรีสอร์ท เข้าทำประโยชน์นอกพื้นที่ น.ส.3 เลขที่ 11 จำนวน 2 แห่ง 

นอกจากนี้ได้ดำเนินการตรวจยึดสระน้ำของรีสอร์ทที่มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง จากที่ได้ดำเนินคดีไปแล้ว รวม 3 คดี พื้นที่ 5 ไร่ 1 งาน 46.8 ตารางวา ส่วนชุมชนชาวเลที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่ น.ส.3 เลขที่ 11 นั้น ให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการสำรวจตามมาตรา 64 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 แต่หากพบว่าเป็นนายทุนครอบครองทางกรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับแปลงคดีอาญาที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว กรมบังคับคดีจะลงพื้นที่ร่วมกับกรมอุทยานฯ บังคับคดีเพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติตามคำสั่งศาลต่อไป และคณะกรรมการฯ ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับคดี/คำพิพากษา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องส่งให้ DSI เพื่อดำเนินการยกเลิก เพิกถอนเอกสารแปลง ส.ค.1 และ น.ส.3 ที่ออกโดยมิชอบโดยการสืบสวนของ DSI ด้วย 

สมาคมตำรวจประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกพนักงานสอบสวนหญิงดีเด่น ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับการเชิดชูเกียรติในวันสตรีสากล ประจำปี 2566

ตามที่สมาคมตำรวจได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้รับผิดชอบในการจัดประชุมพิจารณาคัดเลือกพนักงานสอบสวนหญิงดีเด่น ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับการเชิดชูเกียรติในวันสตรีสากล มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน โดยในปีนี้ สมาคมตำรวจได้กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาคัดเลือกพนักงานสอบสวนหญิงดีเด่น ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับการเชิดชูเกียรติในวันสตรีสากลประจำปี 2566 เมื่อวันพุธที่ 25 มกราคม 2566 เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ ห้องบุณยะจินดา 4 อาคารสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ 
โดยมีคณะอนุกรรมการในการร่วมพิจารณา ประกอบด้วย

1. พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ 
ประธานอนุกรรมการ 
2. พล.ต.อ.ชัยยง กีรติขจร รองนายกสมาคมตำรวจ รองประธานอนุกรรมการ
3. พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองประธานอนุกรรมการ 
4. พล.ต.ต.ธวัชชัย นิลานุช ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสืบสวนสอบสวน     อนุกรรมการ
5. พล.ต.ต.สหัส โหรวิชิต ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสืบสวนสอบสวน       อนุกรรมการ
6.พ.ต.อ.สุริยะ ประภายสาธก ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสืบสวนสอบสวน อนุกรรมการ
7.พ.ต.อ.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสืบสวนสอบสวน       อนุกรรมการ
8. พ.ต.อ.หญิง ปวีณา เอกฉัตร ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการสืบสวนสอบสวน  อนุกรรมการ
9. พ.ต.ท.หญิง ศิริมา ชวะโนทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ งานสังคมสงเคราะห์ รพ.ตร 
อนุกรรมการ

10. รศ.สุดสงวน สุธีสร 
ผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตอาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   
อนุกรรมการ
11. นางสาว กรรณนิกา เจริญลักษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  
อนุกรรมการ
12. นางสาว ราภรณ์ พงศ์พนิตานนท์ 
ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว     
อนุกรรมการ
13. นางสาว ชนานาถ วิไลรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  
อนุกรรมการ

14. พ.ต.อ.ดร.ศิริพล  กุศลศิลป์วุฒิ  รองผู้บังคับการสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน อนุกรรมการ
15. พ.ต.อ.วิทวัส  เข่งคุ้ม ผู้กำกับการกลุ่มงานส่งเสริมงานสอบสวน ๑ 
สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน อนุกรรมการ
16. พล.ต.ท.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ เลขาธิการสมาคมตำรวจ เลขานุการ    
17. พล.ต.ต.อนุชา สุทธยดิลก ผู้บังคับการสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน ผู้ช่วยเลขานุการ
18 เจ้าหน้าที่สถาบันส่งเสริมงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมายจำนวน 8 คน    ผู้ช่วยเลขานุการ
19. เจ้าหน้าที่สมาคมตำรวจที่ได้รับมอบหมายจำนวน 2 คน ผู้ช่วยเลขานุการ
20.เจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวที่ได้รับมอบหมาย
จำนวน 2 คน    
ผู้ช่วยเลขานุการ

ในปีนี้คณะกรรมการดำเนินงานวันสตรีสากลได้มีการเพิ่มรางวัลด้านพนักงานสอบสวนหญิงดีเด่น เป็น 3 รางวัล ดังนี้

ดาราไต้หวันเที่ยวไทย อ้าง!! ถูกตำรวจไทย 'ค้น-กักตัว' พร้อมรีดไถเงินกว่า 20,000 บาท ถึงจะยอมปล่อยตัว

จากเพจ 'หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว' ได้โพสต์เรื่องราวของ ดาราชาวไต้หวันเที่ยวไทย ซึ่งอ้างว่าถูกตำรวจไทยขอค้นตัว ค้นกระเป๋า รีดไถเงินกว่า 20,000 ถึงยอมปล่อยตัว ว่า...

พอดีมีลูกเพจส่งข่าวมาให้ ขอให้ช่วยแปลข่าวนี้ พอไปเช็กหลายเว็บไซต์ข่าวในไต้หวัน คือ หลายสื่อได้ลงจริงค่ะ 

ดารานักแสดงชาวไต้หวันคนนี้ชื่อว่า 安于晴 อันหยูชิง หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Charlene An ซึ่งเธอได้โพสต์ลงอินสตราแกรมจนกลายเป็นข่าวดังในไต้หวันเมื่อช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา

เธอได้โพสต์ว่า “เมื่อช่วงวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนกลับไต้หวัน 1 วัน ขณะที่นั่งรถแท็กซี่กับเพื่อน ๆ กลับโรงแรม ระหว่างทางช่วงราว ตี 1 กว่า ๆ กลับถูกตำรวจที่ตั้งด่านเรียกให้รถหยุดและขอค้นตัว ค้นกระเป๋า โดยมีการมาจับค้นที่กระเป๋ากางเกง และกระเป๋าสตางค์ 

มีการถามถึงเรื่องวีซ่า เมื่อเธอยื่นหนังสือเดินทางให้ดูเเละบอกว่าได้ของวีซ่า VOA เข้ามา (VOA คือวีซ่าที่ขอที่สนามบินเมื่อมาถึงไทยเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) 

แต่เเล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรวจค้นเธอกลับบอกว่า ไม่ยอมรับวีซ่า VOA  ต้องใช้เป็นวีซ่าจริง ๆ ที่มีตราและพิมพ์เท่านั้น คือยังไงก็จะพยายามหาข้อหายัดใส่เธอให้ได้

คนในกลุ่มเธอได้มีการอัดคลิปเพื่อเป็นหลักฐาน และเพื่อป้องกันตัว แต่ถูกเจ้าหน้าบอกให้ลบคลิป ยื้อไปมาเจรจาตกลงกัน เธอเล่าต่อว่าเขาจะพาไปสถานีตำรวจเธอก็บอกไปก็ไป (แต่ก็ไม่ได้พาเธอไป) 

เธอยืนจนเมื่อยจนนั่งยองกับพื้นก็บอกให้เธอลุก ทำเสียงดุดันใส่เธอ บังคับให้เธอพูดขอโทษ (ทั้งที่เธอไม่ผิดอะไร) เธอก็ยอมทำทุกอย่าง เธอแทบอ้อนวอนให้ปล่อยเธอไปเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอกลัวมาก เธอบอกว่าตอนนั้นราวกลับในหนังพวกเมซิกันที่จับค้นค้ายาอะไรแบบนั้นเลย แต่เธอไม่ใช่ เธอนักท่องเที่ยว!!  ทำแทบทุกอย่างแต่ก็ไม่ยอมปล่อยเธอ จนเธองงว่าเธอทำผิดอะไร

เธออ้อนวอนเจรจาอยู่นาน แทบจะกราบ เธอบอกพยายามพูดภาษาไทยนิด ๆ พูดว่าขอโทษ ขอร้อง เเต่ไม่เป็นผล เธอทำทุกอย่าง เหลือเพียงแต่คุกเข่าไหว้แค่นั้น สุดท้ายยื้ออยู่ราว 2 ชั่วโมง และได้พาเธอไปที่ลับตาคน โดยมีการหลบกล้อง cctv หน้าสถานทูตจีน (จากที่เธอบอกต่อสื่อ) เเล้วบอกว่า “ทั้งหมดในรถต้องจ่ายมา 27,000 บาท ถึงจะยอมปล่อย!!” ทางดาราสาวบอกว่า คือ ง่าย ๆ จะเอาเงินนั่นแหละ เธอเลยถึงบางอ้อ 

สุดท้ายพอเธอยอมจ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกเเท็กซี่ให้พวกเธอกลับโรงแรม เธอยังเล่าต่อว่า ข้างๆเธอยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เป็นผู้หญิง 5 คน โดนอย่างเธอ ไม่แน่ใจว่า กลุ่มที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ (เธอเรียกพวกนี้ว่า 黑警 hēijǐng เฮยจิ่ง หมายถึง ตำรวจเลว) คือ จ้องจะจับแต่นักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวเอเชียหรือไม่?!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top