Sunday, 26 July 2026
TheStatesTimes

โลกพบสัญญาณ 'แสง' จากต่างกาแล็กซี เดินทางมาไกลที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

กล้องโทรทรรศน์วิทยุ GMRT ของอินเดีย ตรวจพบสัญญาณของแสงจากอะตอมไฮโดรเจน ซึ่งใช้เวลาเดินทางมากับคลื่นวิทยุจากแหล่งกำเนิดในห้วงอวกาศลึกอย่างยาวนาน 8,800 ล้านปี ก่อนจะมาถึงโลก

สัญญาณของแสงดังกล่าว สามารถบ่งบอกถึงสภาพของห้วงจักรวาลในอดีตขณะที่ยังมีอายุน้อยราว 5,000 ล้านปี นับว่าเป็นหลักฐานทางดาราศาสตร์ชิ้นที่เดินทางมาไกลที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบและศึกษากันมาในประเภทของอะตอมไฮโดรเจน ทั้งยังมีความเก่าแก่ใกล้เคียงกับจุดกำเนิดของเอกภพหรือเหตุการณ์บิ๊กแบงอย่างมากด้วย

สัญญาณดังกล่าวมาจากกาแล็กซี SDSSJ0826+5630 ที่มีการก่อตัวของดาวฤกษ์อย่างหนาแน่น กาแล็กซีแห่งนี้ได้ส่งสัญญาณวิทยุออกมาหลายแบบ รวมถึงสัญญาณวิทยุจากอะตอมไฮโดรเจนไม่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะเป็นคลื่นแสง

คลื่นแสงดังกล่าวมีความยาวคลื่นมากเป็นพิเศษถึง 21 เซนติเมตร และยังยืดออกเป็น 48 เซนติเมตรเมื่อเดินทางมาถึงโลก เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ที่แสงจะเลื่อนไปทางสีแดง (redshift) จนมีความยาวคลื่นมากขึ้นและมีพลังงานลดลง หลังเดินทางห่างออกไปจากแหล่งกำเนิด

ทั้งนี้ได้มีการใช้เทคนิคเลนส์ความโน้มถ่วง (Gravitational Lensing) ขยายสัญญาณแสงพลังงานต่ำที่ตรวจจับได้ยากให้ปรากฏชัดเจนขึ้น โดยแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซีมวลมากอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างโลกกับแหล่งกำเนิดสัญญาณแสง จะทำให้สัญญาณแสงบิดโค้งและดูเหมือนขยายตัวขึ้น เหมือนมองภาพผ่านเลนส์ของแว่นขยาย 

กล้องโทรทรรศน์วิทยุ GMRT ถือว่ามีความไวสูงสุดของโลกในการรับคลื่นวิทยุจากห้วงอวกาศที่ย่านความถี่ 30-1500 เมกะเฮิร์ตซ์ ผลงานตรวจจับสัญญาณแสงจากอะตอมไฮโดรเจนซึ่งเดินทางมายาวนานที่สุดครั้งนี้ ทำลายสถิติเดิมที่โครงการสำรวจอวกาศ CHILES ตรวจพบและบันทึกไว้ได้ที่ 4,400 ล้านปี

'ชาติพัฒนากล้า' เปิดนโยบายเศรษฐกิจชุดที่ 2 ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี!!

(21 ม.ค.66) ปัง!! กันอีกครั้ง กับนโยบายเศรษฐกิจชุดที่ 2 ของพรรคชาติพัฒนากล้า โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และเหล่าว่าที่ผู้สมัครฯ ได้ร่วมกันแถลงนโยบาย 'ภาษีบุคคล-มนุษย์เงินเดือน' ต่อจากนโยบาย 'ยกเลิกแบล็กลิสต์ บูโร รื้อระบบสินเชื่อ' ที่ได้ออกมาก่อนหน้านี้ไม่นาน และเรียกคะแนนนิยม จากประชาชนไปได้ไม่น้อย

ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช เผยถึง นโยบาย 'ภาษีบุคคล-มนุษย์เงินเดือน' ว่า เรื่องสำคัญที่สุด ถือเป็นปัญหาใหญ่ของประชาชน หนีไม่พ้นเรื่องปากท้อง รายได้ ความเป็นอยู่ หากประชาชนมีกินอิ่มท้อง เศรษฐกิจก็จะดี ส่วนปัญหาด้านอื่นๆ ก็จะสามารถแก้ไขได้ตามมา อย่างเข้มแข็ง

ส่วนใจความสำคัญของนโยบาย 'ภาษีบุคคล-มนุษย์เงินเดือน' คือ ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี!! รายได้สูงกว่านั้น ลดเป็นขั้นบันได โดยปัจจุบันมีประชาชนที่เสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคล โดยรวมประมาณ 4 ล้านกว่าคน ซึ่งจะต้องแบกรับภาระภาษีเต็ม ๆ มาโดยตลอด และเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ ที่ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% ลงมาเป็น 20% ยาวนานมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่เคยได้รับการช่วยเหลือในลักษณะนี้ มานาน เนื่องจากค่าครองชีพ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช ยังกล่าวอีกว่า ช่วงนี้รายได้ของภาครัฐ เริ่มฟื้นตัว จากการประมาณการรายได้ของรัฐบาล ในการจัดทำงบประมาณ ปี 2567 รายได้ภาษีของรัฐบาล จะเพิ่มขึ้น เกือบ 3 แสนล้านบาท (ประมาณ 2 แสน 7 ล้านบาท) ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม ที่จะแบ่งรายได้บางส่วนมาช่วยลดภาระให้กับมนุษย์เงินเดือน กว่า 4 ล้านคนข้างต้น 

22 มกราคม พ.ศ. 2486 ประกาศใช้คำว่า "สวัสดี" เป็นคำทักทาย หลังจากมีการคิดค้นคำนี้เมื่อปี 2476

วันนี้ เมื่อ 79 ปีก่อน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศใช้คำว่า "สวัสดี" เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการ หลังจากมีการคิดค้นคำนี้เมื่อปี 2476 ในรายการวิทยุกระจายเสียง

การกล่าวคำทักทายของแต่ละประเทศล้วนมีความแตกต่างกัน และถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่บ่งบอกความเป็นมาของประเทศนั้น ๆ ซึ่งประเทศไทยก็มีคำทักทายเช่นกัน นั่นก็คือคำว่า "สวัสดี" เรียกได้ว่าเป็นคำพูดติดปากไม่ว่าจะเป็นการพบกัน หรือลาจากกัน ต่างก็ต้องเอ่ยคำว่า "สวัสดี" และรู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยนั้นมีการใช้คำนี้อย่างเป็นทางการนานเกือบ 80 ปีแล้ว

โดยเริ่มแรกนั้น พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ได้เล่าต้นสายปลายเหตุว่า เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่วิทยุกระจายเสียงจะใช้คำว่า "ราตรีสวัสดิ์" เป็นการพูดเมื่อจบรายการ บางครั้งก็มีการอนุโลมให้พูดคำว่า "กู๊ดไนท์" (Goodnight) ของอังกฤษ แต่มีคนไม่เห็นด้วย จึงให้กรรมการชำระปทานุกรมของกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ) ในสมัยนั้น ช่วยคิดหาคำใหม่ขึ้นมาแทน จนในที่สุดก็ได้คำว่า "สวัสดี"

พูดแล้วทำ!! 'พุทธิพงษ์' ชู นโยบาย 24 ชั่วโมง 7 วัน ดูแลคนกรุงเต็มที่ ยัน!! 'ภท.' พร้อม 'เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย-ให้โอกาส'

(21 ม.ค.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำทีม 'ภูมิใจไทย ภูมิใจกรุงเทพฯ' พรรคภูมิใจไทย เปิดนโยบายดูแลคนกรุงเทพฯ ทุกวัน ทุกเวลา และครอบคลุมทุกวัย เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ภูมิใจ ด้วยนโยบาย 24 ชั่วโมง 7 วัน หรือ 'ภูมิใจกรุงเทพฯ 24/7' เพื่อแก้ไขปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ตอกย้ำแนวทาง 'ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ' โดยยึดหลักการ 'เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย-ให้โอกาส"

ล่าสุดวันนี้ พบว่ามีการติดป้ายนโยบาย 'ภูมิใจกรุงเทพฯ 24/7' ตามจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครแล้ว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เปิดนโยบายทีมภูมิใจไทย ภูมิใจกรุงเทพฯ ควบคู่กับป้ายแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยแต่ละเขตด้วย 

*** ทั้งนี้ นโยบาย 'เพิ่มรายได้' ประกอบไปด้วย...

การหารายได้เพิ่มได้ 3 กะ เปิดพื้นที่ใหม่ๆ ส่งเสริมกิจกรรมใหม่ๆ เพราะวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ หมุนตลอด 24 ชม. เปิดพื้นที่การค้าขาย ที่ขายได้ตลอดวัน เน้นการสร้างงาน กระจายรายได้ เพิ่มกิจกรรมที่สามารกรองรับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชม. คล้ายตลาดนัด ที่ได้รับความนิยมที่ประเทศไต้หวัน หรือประเทศเกาหลี และเราต้องจัดระบบดูแลความปลอดภัยทั้งแสงสว่าง กล้องวงจรปิด รวมทั้งระบบการขนส่งเพื่อรองรับ คนทำงานช่วงกลางคืน

>> พันธบัตรรัฐบาล (Thai Power Bond)

พันธบัตรรัฐบาลที่ประชาชนมีสิทธิซื้อก่อนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมการออม และ ประกันเงินฝาก สามารถเพิ่มรายได้จากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และเพิ่มความมั่นคงในการออมเงิน และเศรษฐกิจของประเทศ

*** 'ลดรายจ่าย' ประกอบไปด้วย...

>> พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก ไม่เกินคนละ 1 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับเงินกู้นอกระบบที่คิดร้อยละ 3 ต่อเดือน ถือได้ว่า สามารถช่วยผู้กู้ประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยตรงนี้ได้ถึง 30,000 บาทต่อเดือน

>> One day Pass Ticket ตั๋ววัน

ค่าเดินทางที่เป็นต้นทุนของการดำเนินชีวิต หากเราสามารถล็อกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้แพงเกินไป

- รถ เรือ เริ่มต้น 15 บาท ตลอดวัน ไม่เกิน 50 บาท

- รถไฟฟ้า เริ่ม 15 บาท ตลอดสายไม่เกิน 40 บาท

>> เครื่องกรองน้ำดื่มทุกชุมชน

น้ำดื่มเป็นต้นทุนที่สูงประชาชนส่วนหนึ่งเพื่อมาซื้อน้ำดื่ม จ่ายเงินเพื่อเติมเงิน เพื่อกรองน้ำไปใช้ ส่วนนี้จะต้องไม่เป็นภาระของประชาชนในทุกขุมชนอีกต่อไป

>> ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ภูมิใจไทย จะนำนโยบาย ติดโซลาร์ รูฟ ฟรี ทุกครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำส่วนนี้มาเป็นการลดภาระของค่าไฟ

>> ลดภาษี 2 ทาง ผู้ให้/ผู้รับ

วัยทำงานต้องไม่เสียภาษีซ้ำซ้อน (ใช้ VAT เพื่อหักภาษีส่วนบุคคลสูงสุด 150,000 บาท/ปี) วัยทำงานที่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนจะต้องหมดไป และจะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายส่วนอื่นในการสร้างเนื้อสร้างตัว วัยเกษียณที่ยังคงทำงานจะต้องมีนโยบายในการปรับเพดานภาษีเงินได้ เงินส่วนนี้ต้องเสียน้อยที่สุด เพื่อนำเงินส่วนต่างมาเป็นเงินออมเก็บไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเอง

*** 'ให้โอกาส' ประกอบไปด้วย...

>> ให้ชีวิตคืนสู่ครอบครัว…

รักษาฟรีมะเร็ง เคยมีคำพูดใครในบ้านเป็นมะเร็งถือได้ว่าเป็นทุกข์ทั้งบ้าน ต่อไปนี้การรักษามะเร็งจะ 'ฟรี' ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อแบ่งเบาทุกข์ของทุกคนในครอบครัว ฟอกไตฟรีเช่นเดียวกัน ภาวะคนป่วยโรคไตถือได้ว่าเป็นภาระที่หนักต่อครอบครัวที่ต้องดูแล ต่อไปนี้นโยบายฟอกไตฟรีจะมีขึ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของทุกคน

>> ผู้สูงอายุ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ/ไข้หวัดใหญ่/โควิด ฟรีฉีดถึงบ้าน เพื่อเป็นการบริการให้กับผู้สูงวัย ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่มีปัญหาในการออกมารับวัคซีน ถือเป็นการกระจายให้คนกรุงเทพฯ ได้รับการบริการทางสาธารณสุขได้ครอบคลุมขึ้น ไม่เฉพาะกับคนเท่านั้น สัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของทุกคนก็จะได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าฟรีถึงบ้านเช่นกัน ไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็กก็ไม่ลำบากในการขนย้ายออกมารับวัคซีนอีกต่อไป

23 มกราคม พ.ศ. 2424 วันประสูติ ‘กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน’ พระบิดาแห่งกิจการรถไฟสมัยใหม่

23 มกราคม พ.ศ. 2424 วันประสูติ นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ‘พระบิดาแห่งกิจการรถไฟสมัยใหม่’

นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน หรือ พระนามเดิมว่า 'พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร' เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดาวาด ประสูติ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424

ใน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมรถไฟหลวง โดยให้ กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการรถไฟอีกตำแหน่งหนึ่ง

ช่วงแรกที่พระองค์เสด็จมาเป็นผู้บัญชาการรถไฟใหม่ ๆ กิจการรถไฟ มีคนไทยอยู่น้อยมากส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศมีชาวเยอรมัน อังกฤษ อิตาเลียน และชาวเอเชียชาติต่างๆ เช่น ชาวอินเดีย ชาวซีลอน และชาวพม่า พระองค์จึงทรงระดมคนไทยจากทหารช่าง กรมแผนที่และคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษได้ จากห้างร้านต่าง ๆ ให้เข้ามาทำงานรถไฟ ทรงฝึกฝนคนไทยให้มีความสามารถในกิจการรถไฟด้วยการแนะนำสั่งสอนด้วย พระองค์เอง

'อิ๊งค์-เศรษฐา' ควงแขนลงเยาวราช กั๊กตอบ แคนดิเดตนายกฯ ฟาก 'เศรษฐา' ชี้ พร้อมทำทุกอย่างตามที่พรรคมอบหมาย

(21 ม.ค.66) ที่มูลนิธิเทียนฟ้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พร้อมด้วย ส.ส.กทม.พรรค พท. รวมถึงผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัคร ส.ส.กทม.พรรค พท. เดินทางมาไหว้เจ้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่มีกระแสข่าวจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการปรากฏตัวทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับ น.ส.แพทองธาร เป็นครั้งแรก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ทั้งคู่ต่างพูดคุยกันสนิทสนมอย่างเป็นกันเอง และมีบางจังหวะที่นายเศรษฐายื่นแขนให้ น.ส.แพทองธาร ควงระหว่างเดิน 

จากนั้น น.ส.แพทองธารและคณะ เดินเท้าต่อไปยัง ร้านกาแฟ CHATA Specialty Coffee เพื่อพูดคุยกับนักธุรกิจในย่านเยาวราช ยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวเยาวราช และอาหาร Street food ให้กลายเป็น World destination

จากนั้น น.ส.แพทองธาร และ นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุย โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การพูดคุยดีมากเลย ทราบว่าเขามีปัญหาเรื่องสายไฟ ซึ่งนายเศรษฐาได้ระบุกับกลุ่มผู้ประกอบการว่า ต้องค่อยๆ เอาสายไฟลงดิน เพราะเอาลงพร้อมกันหมดการจราจรจะติดขัด และยังมีอีกหลายปัญหาหลังโควิด รวมถึงการหยุดขายของวันจันทร์ มีหลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยรับฟังแล้วจะนำไปใช้ได้จริงๆ เพราะคนในพื้นที่รู้ปัญหา 

เมื่อถามว่าจากการรับฟัง จะนำปัญหาอะไรไปทำเป็นนโยบายเพิ่มเติมได้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มีแน่นอนเราต้องไล่ตามลำดับ ด้านนายเศรษฐา กล่าวเสริมว่า จากการพูดคุยวันนี้มีประโยชน์ เพราะตนมาช่วยน.ส.แพทองธาร ดูเรื่องเศรษฐกิจอยู่ และคิดว่าจากที่ตนทำธุรกิจมา เราก็อยู่แต่ด้านบน ไม่ได้มาพบผู้ประกอบการจริงๆ วันนี้มาก็ได้รับทราบปัญหาจริงๆ แล้วจะไปช่วยกันคิดออกเป็นนโยบายมาเพื่อทำให้ชีวิตชาวเยาวราชดีขึ้น 

เมื่อถามว่าขณะนี้นายเศรษฐาพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตอนนี้เป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ โดยจะดูเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำที่สูงมากในประเทศไทย ขอให้เป็นสเต็ปๆ ไป 

เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้การเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้วถ้าต้องรับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.พร้อมหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า อย่างที่เรียนตอนนี้ตนก็มาช่วยพรรคอยู่แล้ว พรรคมอบหมายให้ทำตำแหน่งอะไรก็พร้อม 

เมื่อถึงตรงนี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมว่า “ครั้งที่แล้วเขาเอาคำว่าเราพร้อมไป ครั้งนี้เขาก็อยากได้คุณเศรษฐา รู้ทันนะคะ นายเศรษฐามาในสถานะสมาชิกพรรค และเคยบอกแล้วว่า นายเศรษฐาเป็นคนเก่ง ฉะนั้นเรื่องเศรษฐกิจเราปรึกษาอยู่แล้ว และเราก็ปรึกษาคนเก่งๆ เยอะ จะได้แก้ปัญหาของประชาชนได้ วันนี้ให้มาช่วยเดินหาเสียงด้วยกันครั้งแรกก็ฝากไว้ด้วย ฝากสมาชิกพรรคเพื่อไทยเพิ่มอีกหนึ่งคน” 

เมื่อถามย้ำว่านายเศรษฐาพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพท.หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “นี่ก็จะเอาแต่คำว่าพร้อม เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ค่ะ”

เมื่อถามว่าจะมีความชัดเจนและประกาศเมื่อใด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า แน่นอนว่าเมื่อเราจะประกาศ เราจะประกาศตามกรอบเวลาแน่นอน เหมือนที่ตอบสื่อไปทุกรอบ ขอให้มั่นใจในพรรคเพื่อไทยว่าการที่เราเลือกไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือ แคนดิเดตนายกฯ เราเลือกคนที่มีคุณภาพให้ประชาชนแน่นอน ฉะนั้นขอให้ไว้ใจตรงนี้

เมื่อถามว่า หากมีการประกาศยุบสภา ทั้ง น.ส.แพทองธาร และนายเศรษฐา จะประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯเลยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวติดตลกว่า “อิ๊งค์ต้องประกาศว่าอิ๊งค์ครบกี่เดือนแล้ว ต้องไปหาเสียงที่ไหนบ้าง” 

เมื่อถามว่านายเศรษฐาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกพรรค พท. ในสิ่งที่ตนทำก็มีความปรารถนาอยากให้พรรคพท.ได้คะแนนเยอะที่สุด ไม่เช่นนั้นคงไม่มาช่วย 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะลงทุกพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ณ จุดนี้ตนยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บ.แสนสิริ ก็ต้องดูเรื่องเวลาด้วย 

เมื่อถามว่าหากลุยการเมืองเต็มตัวต้องจัดการตรงนั้นเพื่อมาลุยตรงนี้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “คำว่าถ้า ตอนนี้ยังไม่ทราบเพราะยังถ้าอยู่” น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมว่า “ตอนนี้ให้ตารางนายเศรษฐาไปแล้ว เพื่อวันไหนถ้าว่างก็มาช่วยกันหาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนพูดคุยกัน ก็ต้องช่วยกันเพราะคนเดียวไม่ไหว เพราะเป็นปัญหาระดับประเทศเราต้องช่วยกัน” 

'อนุทิน' กำชับ 'สธ.-คมนาคม-ท่องเที่ยว' พร้อมรับ 'ทัวร์จีน' หลังเปิดประเทศ

(21 ม.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ติดตามรายละเอียดทางนโยบายของทางการจีนอย่างใกล้ชิดที่จะนำร่องให้ชาวจีน เดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศแบบหมู่คณะ หรือกรุ๊ปทัวร์ ได้ใน 20 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 66 เป็นต้นไป และมั่นใจว่าข้อกำหนดที่มีการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะส่งผลดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย และสามารถควบคุมสถาการณ์โควิด19 ให้อยู่ในขอบเขตที่จำกัดได้ ซึ่งการนำร่องตามที่สถานเอกอัครราชทูตจีนเปิดเผย แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนดำเนินมาตรการอย่างรัดกุม มีการแนะนำประชาชนที่จะเดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง บริษัทท่องเที่ยว มีการดูแลคัดกรองกรุ๊ปทัวร์และมีระบบการรายงานที่ชัดเจน 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รองนายกฯ กำชับกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่อยู่ในกำกับ ติดตามรายละเอียดข้อกำหนดและเตรียมการในทุกด้านให้พร้อมสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น สำหรับประกาศข้อกำหนดต่างๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นในจีน บริษัทนำเที่ยว ตลอดจนชาวจีนที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวต้องดำเนินการและปฏิบัติ อาทิ บริษัทนำเที่ยวดำเนินการตามหลักการของประเทศที่จะไป / รัฐบาลท้องถิ่นมีการจัดระเบียบและดำเนินการเพื่อปกป้องความปลอดภัย สิทธิประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของนักท่องเที่ยว / แนะนำบริษัทนำเที่ยวให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดทั้งของประเทศจีนและประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังตรวจหาเชื้อก่อนการเดินทาง ใส่ใจกับความปลอดภัยและการป้องกันตนเองในระหว่างการเดินทาง ปฏิบัติตามกฎระเบียบการป้องกันการแพร่ระบาด และปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดต่างๆ 

'ก้าวไกล' ซัดรัฐแถลง ศก.ดี เพราะอ้างตัวเลขไตรมาส 3 ปี 65 แต่เชื่อ ศก.วันข้างหน้าจะดีแน่ ถ้ามี 'นายกฯ-รัฐบาลใหม่'

'ศิริกัญญา' โต้รัฐบาล ที่แถลงเศรษฐกิจดี เพราะใช้ตัวเลขปีก่อน ซึ่งมีฐานต่ำ เนื่องจากฟื้นตัวจากโควิดช้าสุดกว่าทุกประเทศ เชื่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะดีถ้ามีรัฐบาลใหม่

(21 ม.ค.66) ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลออกมาแถลงข่าวที่ว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยจะโตพุ่ง โดยอ้างอิงจากตัวเลขเศรษฐกิจของไตรมาส 3/65 (เดือน มิ.ย.-ก.ย. 65) ที่โต 4.5% เท่ากับเป็นจับแพะชนแกะว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะดี เพราะนั่นเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำจากปีก่อนหน้า เนื่องจากประเทศไทยฟื้นตัวจากโควิดช้าที่สุดเพราะรัฐบาลเยียวยาไม่ถูกจุด ทำเศรษฐกิจไทยโตฝืด

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ ต้องยอมรับว่าไม่น่าจะพุ่งเนื่องมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก เพราะภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ทุกประเทศขึ้นดอกเบี้ยเผื่อแตะเบรกเงินเฟ้อ

เปิดใจ 'สมรักษ์ คำสิงห์' เหตุผลที่ลงเล่นการเมือง หมดห่วงครอบครัว ขอทุ่มตัวพัฒนาบ้านเกิดสักครั้ง

อดีตแชมป์มวยโลก บาส-สมรักษ์ คำสิงห์ ได้ออกมาเปิดใจในรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 8 หลังเจ้าตัวตัดสินใจลงเล่นการเมือง ว่า...

“ตอนนี้ครอบครัว ลูกๆ ก็อยู่เย็นเป็นสุขแล้ว มีความมั่นคง ก็อยากเอาตัวเองไปพัฒนาบ้านเกิดด้วยจิตอาสาที่จะไปพัฒนาบ้านเกิด บ้านผมครับ ผมทำธุรกิจอะไรเจ๊ง แต่ว่าผมคิดอยากทำ และได้ทำทุกอย่างถูกไหมครับ บางคนคิดอยากทำโน่น อยากทำนี่ แต่ไม่มีโอกาสได้ แต่อันหนึ่งที่ผมเจ๊ง คือ หมายถึงโดนพรรคพวกเล่นเหลี่ยม เล่นแง่ก็ว่ากันไป

'เสี่ยเฮ้ง' เร่ง 'ผลิต-บรรจุ' แรงงานป้อน 'ท่องเที่ยว-บริการ' หลัง 'นายกฯ' ห่วงภาคธุรกิจขาดแรงงานช่วง ศก.ฟื้น

(21 ม.ค.66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวขณะเปิดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดราชบุรีเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาถึงกรณีที่ผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและบริการประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ประกอบการมีความต้องการแรงงานสูงขึ้นนั้น และท่านนายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคท่องเที่ยวและบริการโดยเร่งฝึกอาชีพเพื่อผลิตแรงงานในสาขาที่ขาดแคลนรวมทั้งบรรจุตำแหน่งงานว่างในภาคท่องเที่ยวและบริการอย่างเร่งด่วน ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการมาโดยตลอด 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน ได้ให้สำนักงานแรงงานจังหวัดลงพื้นที่สอบถามความต้องการแรงงานจากผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งจากรายงานของสำนักงานแรงงานจังหวัด 60 จังหวัด พบว่า มีสถานประกอบกิจการประเภทโรงแรม ที่พัก ภัตตาคาร ร้านค้า จำนวน 32,359 แห่ง ลูกจ้าง 297,824 คน สถานประกอบกิจการที่มีความต้องการแรงงาน จำนวน 1,817 แห่ง ลูกจ้าง 9,763 คน ในส่วนของกรมการจัดหางาน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการแจ้งความต้องจ้างงานในแพลตฟอร์มไทยมีงานทำ จำนวน 4,881 อัตรา มีผู้สมัครงาน จำนวน 4,019 คน ได้รับการบรรจุงานแล้ว จำนวน 3,491 คน และที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดงานนัดพบแรงงาน มีนายจ้าง/สถานประกอบการแจ้งความประสงค์ต้องการแรงงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต จำนวน 178 แห่ง ตำแหน่งงานว่าง 1,313 ตำแหน่ง 3,698 อัตรา บรรจุงานในสถานประกอบการแล้วจำนวน 50 แห่ง ลูกจ้างจำนวน 550 อัตรา มีนักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ จำนวน 3,749 คน และนักเรียน นักศึกษาทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน จำนวน 345 คน

ขณะที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำลังเร่งดำเนินการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ อาทิ พนักงานต้อนรับ พนักงานผสมเครื่องดื่ม นวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้ฝึกไปแล้ว จำนวน 1,649 คน จากเป้าหมาย 4,900 คน และปรับแผนการฝึกเพิ่มเป็น 9,000 คน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น 

ด้าน คุณรังสิมันต์ กิ่งแก้ว อุปนายกฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดภูเก็ตได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังจากที่รัฐบาล กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดนัดพบแรงงาน การฝึกอบรมทักษะระยะสั้น การให้นักเรียน นักศึกษาได้ทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานลดน้อยลง และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคม 2566 จะมีนักศึกษาที่จบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top