Sunday, 26 July 2026
TheStatesTimes

ประดิษฐ์ภัทรประสิทธิ์ปลุกเครือข่ายบ้านสีเขียวบริจาคโลหิตช่วยเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนชน 3 คันรวด

เจ้าสัวประดิษฐ์แห่งเมืองชาละวันระดมมวลชนคนเสื้อเขียว หนุนกาชาดพิจิตรร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ประสบเหตุรถตู้รับ-ส่งนักเรียน ชนกับรถตู้ฮุนได 7 ที่นั่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย อาการสาหัส 2 ราย ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เลือดจำนวนมากในการรักษาและผ่าตัด โดย สนง.ปชส.พิจิตร ประกาศเชิญชวนขอรับบริจาคโลหิต ล่าสุด ผอ.รพ.พิจิตร ชี้แจงยังมีเด็กนักเรียนที่เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุพักรักษาตัวอยู่ใน รพ.พิจิตร 9 ราย อยู่ในห้อง ICU 2 ราย เป็นเด็กชาย 5 ขวบ 1 ราย เด็กหญิง 7 ขวบ 1 ราย

วันที่ 11 มกราคม 2566 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาใหญ่ของบ้านสีเขียว ซึ่งเป็นทีมงานในเครือข่ายที่ส่วนใหญ่เป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน-ผู้นำชุมชน-ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยวันนี้หลังจากที่ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีและเป็นอดีต ส.ส.พิจิตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณที่ผู้นำและชาวบ้านเคารพนับถือ เมื่อได้ทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ถนนทางหลวงหมายเลข 115 พิจิตร-สากเหล็ก คือ รถรับส่งนักเรียนชนประสานงากับรถตู้ฮุนได 7 ที่นั่ง และ รถเก๋งอีก 1 คัน รวมชนกัน 3 คันรวด ส่งผลให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเกือบ 20 คน และเสียชีวิตแล้วในเวลาต่อมารวมแล้ว 3 คน รวมถึงยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ยังอยู่ในห้อง ICU จำนวน 2 ราย  เป็นเด็กชาย 5 ขวบ 1 ราย เด็กหญิง 7 ขวบ 1 ราย ซึ่งต้องใช้โลหิตจำนวนมากในการรักษาและผ่าตัด แต่ปรากฎว่าจำนวนโลหิตมีไม่เพียงพอจึงต้องออกประกาศขอรับบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดย นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้ประกาศเชิญชวนสมาชิกเครือข่ายบ้านสีเขียวให้มาร่วมกันบริจาคโลหิตในวันนี้จำนวนนับร้อยคนที่สมัครใจร่วมบริจาคโลหิตดังกล่าว โดยได้ไปบริจาคโลหิตที่หอประชุมที่ว่าการเภอเมืองพิจิตร

กรมทะเลชายฝั่ง ร่วมกับ อบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก เร่งสกัด และจัดการคราบน้ำมันที่รั่วไหล จากเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท บริเวณอ่าวทองหลาง จังหวัดตราด

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) กล่าวว่า วานนี้ตนได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ถึงเหตุน้ำมันรั่วไหลจากเหตุเพลิงไหม้เรือท่องเที่ยวสปีดโบ๊ท บริเวณอ่าวทองหลาง ตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณท่าจอดเรือ อ่าวทองหลาง สภาพน้ำทะเลมีฟิล์มน้ำมันลอยบนผิวน้ำ มีหลุดรอดจากทุ่นกักน้ำมันบริเวณแนวเขื่อนเล็กน้อย และไม่พบสัตว์น้ำตาย จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเล จำนวน 3 สถานี (KM1-3) โดยผลคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฯ มีค่าความเป็นกรด-ด่าง 7.92-8.03 อุณหภูมิ 26.7-26.9 องศาเซลเซียส ความเค็ม 31.2-31.3 ส่วนในพันส่วน และปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ 5.56-6.98 มิลลิกรัมต่อลิตร นอกจากนั้นได้สำรวจแนวปะการังใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ 

เบื้องต้นพบว่าแนวปะการังมีสภาพปกติ ไม่พบคราบน้ำมันและตะกอนน้ำมันบนผิวโคโลนีปะการังและในมวลน้ำทะเล และจากการสัมภาษณ์คุณธานินทร์ สุทธิธนกุล รองประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะหมาก ทราบว่าหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ ทางอบต.เกาะหมาก และชมรมอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก ได้ร่วมกันประดิษฐ์ทุ่นกักน้ำมันไปวางติดตั้งป้องกันบริเวณปากอ่าวเพื่อไม่ให้น้ำมันรั่วไหลออกสู่ทะเลอีกด้วย

‘บิ๊กป้อม’ กำชับเข้ม ฝ่ายความมั่นคง เร่งขับเคลื่อนแผนรับมือก่อการร้าย - ยาเสพติด

พล.อ.ประวิตร สั่งเข้มฝ่ายความมั่นคง ขับเคลื่อนแผนฯ ปี 66-70 เน้นป้องกัน 'ยาเสพติด/อาวุธสงคราม/การก่อการร้าย/ภัยไซเบอร์/การค้ามนุษย์' สร้างเชื่อมั่นต่อเนื่อง รองรับการพัฒนาศก./ดุลยภาพระหว่างประเทศ เพื่อให้ชาติ มั่นคง ปชช.ปลอดภัย 

วันนี้ (11 ม.ค. 66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม 2 คณะ ต่อเนื่องกัน ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติและ คณะกรรมการบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ณ ห้องประชุม วิจิตรวาทการ สมช. ทำเนียบรัฐบาล

โดยเมื่อเวลา 09.30 น. เริ่มการประชุม คณะกรรมการนโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบ (ร่าง)แผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการชายแดนด้านความมั่นคง ปี 66-70 โดยยึดหลักความสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคง กับการส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ชายแดน และเห็นชอบ (ร่าง)แผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการก่อการร้ายปี 66-70 โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันในการรับมือกับภัยก่อการร้าย มีขีดความสามารถในการตอบโต้และมีศักยภาพในการฟื้นตัวจากภัยก่อการร้าย รวมทั้งเห็นชอบ (ร่าง)แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณ์ปี 66-70 ซึ่งมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกัน ตอบสนองและบริหารจัดการเมื่อเผชิญกับวิกฤตการณ์ระดับชาติ 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ผู้เกี่ยวข้อง ทำการปรับปรุงและพัฒนาแผน ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง อย่างเป็นรูปธรรม

12 มกราคม พ.ศ. 2566 ครบ 1 ปี การจากไป ‘ไวพจน์ เพชรสุพรรณ’ ครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่ ฉายา ‘ราชาเพลงแหล่’

ครบรอบ 1 ปี การจากไปของราชาเพลงแหล่ ‘ไวพจน์ เพชรสุพรรณ’ ครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่ และศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ

ไวพจน์ เพชรสุพรรณ หรือ พาน สกุลณี เกิดวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2485 (79 ปี)  ที่ หมู่ 2 ตำบลมะขามล้ม (ปัจจุบันเป็น ตำบลวังน้ำเย็น) อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรนายจำปี และนางอ่ำ สกุลณี เป็นชาวไทยเชื้อสายลาว เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดวังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี 

ไวพจน์ เพชรสุพรรณ เริ่มหัดร้องเพลงอีแซว เพลงพื้นบ้านของ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ โดยได้ฝึกหัดและหัดตามมารดา ซึ่งเป็นแม่เพลงอีแซว จนสามารถร้องเพลงอีแซว และเพลงแหล่ได้เมื่ออายุ 14 ปี จากนั้นได้หัดร้องลิเกกับคณะลิเกประทีป แสงกระจ่าง เมื่ออายุ 16 ปีได้เข้าประกวดร้องเพลงครั้งแรกที่วัดท่าตลาด ต.วัดโบสถ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เพลงที่ร้องเป็นเพลงแหล่ของ พร ภิรมย์ ชื่อเพลง “จันทโครพ” ปรากฏว่าได้รางวัลที่ 1

ในช่วงนั้น ไวพจน์สนใจขับร้องเพลงลูกทุ่งมาก เพราะเป็นช่วงที่มีนักร้องลูกทุ่งมีชื่อเสียงเกิดขึ้นมากมาย เช่น ชัยชนะ บุญนะโชติ, ไพรวัลย์ ลูกเพชร , ชาย เมืองสิงห์ ครั้งหนึ่งชัยชนะ บุญนะโชติ ได้นำวงดนตรีมาเล่นที่ตลาดสวนแตงและมีการรับสมัครประกวดร้องเพลง ไวพจน์จึงสมัครประกวดร้องเพลงด้วย และได้รับการชมเชยจากผู้ชมผู้ฟังเป็นจำนวนมาก ชัยชนะ บุญนะโชติ จึงชักชวนให้เข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่งและตั้งชื่อให้ใหม่ว่า 'ไวพจน์ เพชรสุพรรณ' หลังจากนั้นได้นำไวพจน์ ไปฝากเป็นศิษย์ของครูสำเนียง ม่วงทอง นักแต่งเพลงซึ่งเป็นชาว จ.สุพรรณบุรี เช่นกัน ซึ่งเป็นเจ้าของวงดนตรี 'รวมดาวกระจาย' ไวพจน์ จึงได้เข้ามาร่วมวงในฐานะนักร้องนำ ครูสำเนียงได้แต่งเพลงให้ร้อง และประสบความสำเร็จอย่างมาก คือ เพลง 'ให้พี่บวชเสียก่อน' และยังได้ขับร้องเพลงของนักแต่งเพลงผู้อื่น คือ จิ๋ว พิจิตร เช่น เพลง 'แบ่งสมบัติ' และ '21 มิถุนา ขอลาบวช' เป็นต้น

ILINK ไฟเขียวนโยบายเพิ่มการจ่ายเงินปันผล จากเดิม 40% เป็นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

บอร์ดอินเตอร์ลิ้งค์ฯ อนุมัติ !! แจ้งเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลใหม่ จากเดิมในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% เป็นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ขยับเพิ่มขึ้น ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน 

(11 ม.ค. 66) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ได้ลงความเห็นอนุมัติ ปรับเพิ่มอัตรานโยบายการจ่ายปันผลของบริษัท จากเดิมจ่ายในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 เป็นจ่ายในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้ และหักสำรองตามกฎหมาย เว้นแต่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อการขยายกิจการ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่การจ่ายเงินปันผลในครั้งต่อไป

‘รองนายกฯ ดอน’ ต้อนรับนักเรียน ‘ยุวทูตความดี’ เยาวชนรุ่นใหม่ ที่ทั้งเรียนเก่ง - เป็นคนดี

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 นายดอน ปรมัตถ์นัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับเด็กนักเรียนจาก 3 โรงเรียนในเครือข่ายยุวทูตความดี ที่กระทรวงการต่างประเทศให้การสนับสนุน ที่เดินทางมารับรางวัลนักเรียนดีเด่นจากนายกรัฐมนตรี

ตัวแทนนักเรียนยุวทูตความดี ด.ญ.ชิสา คชมิตร จากโรงเรียนอนุบาลชัยภูมิ ด.ญ.กชวรรณ ทัศนิยม จากโรงเรียนบ้านโคกทุ่งน้อย จ.หนองบัวลำภู นอกจากนั้นยังมีตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ 

ตัวแทนนักเรียนที่จะเข้ารับรางวัลจากนายกฯ นอกจากเรียนเก่งแล้ว บางคนเป็นนักกีฬาดีเด่นเป็นแชมป์ปิงปองประเทศไทยและอาเซียนในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี และยังเรียนดี อุทิศตัวเพื่อสังคม ทำสาธารณประโยชน์

‘สายเลี้ยว’ TikToker สายดื่ม ขับเคลื่อนสังคม ‘ดื่มไม่ขับ’ | TIME TO LISTENING EP.2

TikToker ชื่อดัง ‘สายเลี้ยว’ เปิดเรื่องราวหลังกล้อง ขวัญใจสายดื่ม

กว่าจะวันนี้มีชื่อเสียงขนาดนี้ ผ่านเรื่องเสี่ยงตายจากสุรามาแล้ว!

พร้อมรณรงค์ขับเคลื่อนสังคม ‘ดื่มไม่ขับ’ 

 

แขกรับเชิญสุดพิเศษ คุณวิทยา วนศิริกุล

Tiktoker : สายเลี้ยว (@witbenmoreallright) 

 

ดำเนินรายการโดย ไอยรา อัลราวีย์ Content Manager 

 

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES PODCAST

และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ : https://www.youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLBnnkZJ5-QgtyID5DqrnG4 

 

🎥 ช่องทางรับชม

Facebook: THE STATES TIMES PODCAST

YouTube: THE STATES TIMES PODCAST

TikTok: THE STATES TIME PODCAST

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บินตรวจความคืบหน้าคดี ครูโรงเรียนนานาชาติกระทำอนาจารเด็กอนุบาล

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา ผู้ปกครองได้พาตัวเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีกับ ครูโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง กล่าวหาว่าถูกครูรายดังกล่าวกระทำอนาจารหลายครั้ง ขอให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด นั้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศรัญญู ชำราญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวอย่างละเอียดรอบคอบ สอบสวนปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

จากการซักถามปากคำเด็กร่วมกับสหวิชาชีพแล้วให้การว่า ได้ถูกคุณครูที่โรงเรียนนานาชาติที่ตนศึกษาอยู่ กระทำอนาจารโดยการจับอวัยวะเพศหลายครั้ง โดยเกิดเหตุในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเกาะสมุย และจับกุมตัวครูดังกล่าวมาดำเนินคดีในความผิดฐาน “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก” รวมทั้งตรวจค้นที่พัก โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นครูรายดังกล่าวให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

‘พุทธิพงษ์’ นำทัพ ‘อดีตส.ส.-คนรุ่นใหม่’ สมัครเข้าภท. พร้อมย้ำอุดมการณ์ ขอทำเพื่อคนกทม. ตลอด 24 ชม.

(11 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 12.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. นำอดีต ส.ส.กทม. ประกอบด้วย นายจักรพันธ์ พรนิมิตร, น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ และนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา รวมถึงทีมคนรุ่นใหม่ เช่น น.ส.พีร์ปภาอร เสถียรไทย หลานสาวนายสุรเกียรติ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นางศลิษา สิงหเสนี, น.ส.พิชามญช์ ชมะนันทน์, น.ส.อัชญา จุลชาต และนายพศิน ชาญศิลป์ นั่งรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามาตาม ถ.พหลโยธิน เข้ามายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเปิดตัวทีม ‘ภูมิใจไทย ภูมิใจกรุงเทพฯ’ 

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางมาถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งขอเป็นคนทดลองขับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า โดยมีนายพุทธิพงษ์ และว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. บางส่วน ร่วมนั่งบนรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าด้วย ซึ่งนายอนุทินได้ขับวนรอบพรรคหนึ่งรอบก่อนนำทั้งหมดขึ้นมาบริเวณชั้น 2 ของที่ทำการพรรค เพื่อทำกิจกรรมเปิดตัว

ต่อมาเวลา 13.48 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยินดีต้อนรับครอบครัวภูมิใจไทย พี่น้องภูมิใจไทยในเขตกทม. สู่บ้านหลังนี้ ความสัมพันธ์ของตนกับนายพุทธิพงษ์ มีมายาวนานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ คุณแม่ จนถึงรุ่นลูก ซึ่งนายพุทธิพงษ์ มีความทุ่มเท เสียสละ ทำงานรับใช้บ้านเมือง ตรงตามเจตนารมณ์ของพรรค วันนี้ดีใจที่ท่านมาเป็นตัวแทนพรรคเสนอเป็นทางเลือกให้ประชาชนในเขตกทม. ต้องถือว่าท่านเป็นผู้เติมเต็ม เราพยายามรับใช้ประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ แต่พรรคเราเริ่มต้นมาจากต่างจังหวัด ไม่มีพื้นฐานในกทม. เราอาจจะประหม่าในการเข้าถึงจิตใจคนกทม. แต่ช่วงที่ผ่านมา 4 ปี ที่เราได้ร่วมบริหารราชการแผ่นดิน เรามองว่ากทม. เป็นหัวใจของประเทศอีกหนึ่งจังหวัด เราไม่เคยมองข้าม ตนเชื่อว่า นายพุทธิพงษ์ และทุก ๆ คน คงมองว่าถึงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้า พื้นที่กทม.แล้ว เราจะทำจนสุดความสามารถที่ทำให้คนกทม. เชื่อมั่นในพรรค เหมือนกับคนทั่วประเทศที่เชื่อมั่น และให้โอกาสพรรคมาทำงาน 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า พรรคนี้เข้าถึงทุกคน ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรค เดินไปเดินมาตลอดไม่มีห้องกั้น ไม่ต้องแลกบัตร ปั๊มบัตร ปั๊มมือ ไม่ต้องเขียนชื่อเข้าพบ เราอยู่กันแบบพี่น้อง แบบครอบครัวที่อบอุ่น นี่คือจุดแข็งของพรรค ความเป็นเอกภาพถือเป็นเอกลักษณ์ของพรรค ขอให้ท่านนำสิ่งเหล่านี้มาสิงในตัวเอง หรือเรียกว่าองค์ลง สิ่งที่คนเชื่อว่ายากก็จะขับเคลื่อนได้ ถ้าเรามีประชาชนเป็นเป้าหมายก็จะประสบความสำเร็จ สุดท้ายขอแสดงความยินดีกับตัวเอง และผู้บริหารพรรคทุกคน ที่ได้คนดี ๆ มาร่วมงาน ขอคารวะทุกท่านที่มาร่วมงานด้วยกัน 

ด้านนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น และยินดีที่ได้มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย วันนี้นำทีมคนรุ่นใหม่ 60-70 คน มาเป็นทีมทำงานร่วมกัน ครั้งนี้ตนจึงไม่ได้มาคนเดียว แต่มากับทีมกทม. ทั้งนี้ หากย้อนดูตลอด 3 ปีที่ป่านมา พรรคภูมิใจไทย ไม่มีส.ส.กทม แต่ผลงานในหลายกระทรวงจากรัฐมนตรีของพรรค ทำประโยชน์สร้างโครงการต่าง ๆ ในกทม.จำนวนมาก ผลงานที่ทำไว้ แม้พรรคจะไม่มีส.ส.กทม.เลย แต่ถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้าเราเสนอคนดี คนเก่ง มาเป็นจุดกลางทำนโยบายให้เกิดขึ้นจริง ลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นในกทม. นี่คือเหตุผลว่าทำไมตนต้องมาพรรคภูมิใจไทย

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เราเชื่อตรงกันว่าคนกทม.มีปัญหามาก สิ่งที่คนกทม. รอคอยไม่ค่อยได้รับการแก้ไขได้ตรงจุด และทันเวลา วันนี้เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยให้โอกาสพวกเราได้คิดเป็นนโยบาย และนำกลับไปทำประโยชน์ให้ประชาชน คำว่า ‘พูดแล้วทำ’ มีความหมายมาก เราจะนำคำนั้นกลับไปในกทม. ว่าพวกเราพูดแล้วทำ เราไม่ได้มาแค่ให้ท่านสวมแจ็คเก็ตให้เรา แต่เราเตรียมนโยบายที่คิดว่านำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่นโยบายเมกะโปรเจกต์ แต่เป็นนโยบายบ้าน ๆ เรียบง่าย มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ทำได้จริงไม่เพ้อฝัน 

เปิด ‘5 นักษัตร’ ถูกจัดหนักจัดเต็มในปีเถาะ 66 พร้อมแนะ 3 วิธีลดผลกระทบ หมดเคราะห์พ้นภัย

ผ่านพ้นช่วงเทศกาลปีใหม่มาแล้ว 10 วัน เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงอยากรู้ว่าในปี 2566 หรือ ปีกระต่าย (ปีเถาะ) นี้ มีปีนักษัตรไหนบ้างที่ถือว่า ‘ชง’ เผื่อหากตรงกับตัวเองจะได้ระแวดระวังการใช้ชีวิตให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะได้เตรียมตัวทำบุญแก้ชงกันด้วย

ทั้งนี้ทีมงาน THE STATES TIMES ได้หยิบยกมุมมอง ข้อคิดเรื่องปีชง ประจำปี พ.ศ.2566 จากนักฮวงจุ้ยวิทยา หรือ ‘นายสมศักดิ์ ชาคริตฐากูร’ CEO ของ Fengshui Biz Designer ที่ได้พูดถึง ‘5 นักษัตรถูกจัดหนักจัดเต็ม’ ในปีนี้ พร้อมทั้งแนะนำวิธีแก้ชง โดยระบุว่า…

นักษัตรระกา ‘酉’ (อิ้ว) จะปะทะหรือ ‘沖’ (ชง) กับปีจรเถาะ ‘卯’ (เบ้า) โดยตรง จะส่งผลให้ได้รับบาปเคราะห์เต็ม ๆ หากชะตาตกอาจถึงแก่ชีวิต มีเกณฑ์ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ ถึงเลือดตกยางออก ร่างกายจะเจ็บป่วย ถูกคนปองร้าย จิตใจว้าวุ่น กลุ้มวุ่นวาย ธุรกิจมีอุปสรรค เสียทรัพย์อย่างไม่จำเป็น

นักษัตรเถาะ ‘卯’ (เบ้า) จะทับซ้อนหรือ ‘壓’ (เอี๊ยบ) กับปีจรเถาะ ‘卯’ (เบ้า) จะมีเกณฑ์เกิดเหตุประสบเภทภัย จึงไม่ควรเดินทางไกล มีโอกาสได้ทุกขลาภ เสียทรัพย์ เงินทองรั่วไหล เพื่อนฝูงคนสนิทจะเอารัดเอาเปรียบ เบียดเบียนให้เดือดร้อน อีกทั้งตัวเราเองจะสร้างปัญหาให้วุ่นวาย

นักษัตรมะเมีย ‘午’ (โง้ว) จะแตกหักหรือ ‘破’ (ผั่ว) กับปีจรเถาะ ‘卯’ (เบ้า) จะส่งผลให้มีแต่คนคอยกลั่นแกล้ง จนเกิดการแตกหัก ทำให้ชีวิตพบแต่เรื่องวุ่นวายรำคาญใจ ถูกเบียดเบียนให้เดือดร้อนเสียหาย

นักษัตรชวด ‘子’ (จื้อ) จะวุ่นวายหรือ ‘刑’ (เฮ้ง) กับปีจรเถาะ ‘卯’ (เบ้า) จะส่งผลให้ถูกเบียดเบียนให้เดือดร้อนเสียหาย อีกทั้งตัวเราเองจะสร้างแต่ปัญหา

นักษัตรมะโรง ‘辰’ (ซิ้ง) จะให้ร้ายหรือ ‘害’ (ไห่) กับปีจรเถาะ ‘卯’ (เบ้า) ควรระวังจะถูกศัตรูคู่แข่งแทงหลัง ส่งผลให้ความมั่นคงในชีวิตเริ่มมีความเปราะบางเพิ่มขึ้นจนยากที่จะก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ได้

นอกจากนั้นยังกล่าวว่า ชะตาชีวิตของคนเรามิได้มีเพียงแค่เสาปีเกิดเพียงเสาเดียวเท่านั้น แต่ยังประกอบขึ้นจาก 4 เสาหลักตามรหัสอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล ทั้งเสาปีเกิด เสาเดือนเกิด เสาวันเกิด และเสาเวลาเกิด โดยมีนักษัตรประจำอยู่ที่ฐานเกิดทั้ง 4 ฐานเสา หากปีพ.ศ.ใดมีนักษัตรประจำปีจรมากระทบถึงแต่ละฐานเสาใดเสาหนึ่งหรือหลายเสาก็ตาม ย่อมส่งผลร้ายตามวิบากกรรมต่อชะตาชีวิตในปีนั้น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในปีจรเถาะนี้ มี 5 นักษัตรที่ได้รับบาปเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ    

เกิดปีนักษัตร
นักษัตรระกา นักษัตรเถาะ นักษัตรมะเมีย นักษัตรชวด และนักษัตรมะโรง

เกิดเดือน
เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนมิถุนายน เดือนกันยายน และเดือนธันวาคม 

เกิดวัน
วันเกิดต้องเปิดในปฏิทินจีน 100 ปี 

เกิดเวลา
ตั้งแต่เวลา 05:00-08:59, เวลา 11:00-12:59, เวลา 17:00-18:59 และเวลา 23:00-00:59 น.

จาก 3 องค์ประกอบแห่งลิขิตฟ้า ชะตาดิน และวิถีคน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ 3 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 แก้ลิขิตฟ้า 
โดยการกราบสักการะบูชาต่อองค์เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาประจำปี 太歲爺 (ไท้ส่วยเอี๊ย) องค์รวมที่วัดมังกรกมลาวาส และวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรืออาจจะกราบสักการะบูชาต่อองค์เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาประจำปี 2566 太歲爺 (ไท้ส่วยเอี๊ย) ‘皮時大星軍’ (ผ่วยซี้ไต่แชกุง) ได้ที่ 
- ศาลเจ้าหน่าจา ซาไท้จื้อ จ.ชลบุรี 
- วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่) จ.จันทบุรี
- วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ จ.กาญจนบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top