Saturday, 25 July 2026
TheStatesTimes

ผู้โดยสาร 4 คนรอดตายหวุดหวิด หลังรถเทสลาตกหน้าผาลึก 76 เมตร

รถยนต์เทสลาตกหน้าผาลึกกว่า 76 เมตร ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผู้โดยสาร 4 คน รอดชีวิตราวกับปาฏิหาริย์ ตำรวจเผยขณะเกิดเหตุรถไม่ได้เปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ พร้อมเร่งหาสาเหตุที่ทำให้รถเสียหลัก

เมื่อวานนี้ (4 ม.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งยี่ห้อเทสลา สีขาว 4 ประตู ตกเหวที่บริเวณหน้าผาใกล้กับ ‘เดวิล สไลด์’ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ (2 ม.ค. 66) ที่ผ่านมาและดิ่งชนกับโขดหินที่ลึกลงไปกว่า 76 เมตร

หลังจากได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ ก่อนจะสังเกตเห็นผู้โดยสารบนรถมีการเคลื่อนไหวจากระยะไกล จึงเร่งช่วยเหลือและพบว่าผู้โดยสารทั้ง 4 คน ประกอบไปด้วย เด็ก 2 คน และผู้ใหญ่ 2 คน ยังรอดชีวิตอยู่อย่างปาฏิหาริย์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวแม้จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นนบ่อยครั้งแต่ก็ยากที่จะพบผู้รอดชีวิต

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บินด่วนนำทีมจับกุม ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ห้วยคต สมรู้ร่วมคิดจ้างวานเผาเสาไฟฟ้าผู้รับเหมาเสียหาย ในพื้นที่ สภ.ห้วยคต จว.อุทัยธานี

จากกรณีช่วงระหว่างวันที่ 19 - 20 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายได้ลักลอบวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างจำนวน 28 ต้น เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายห้วยช้าง-คูคต ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จว.อุทัยธานี พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ห้วยคต ภ.จว.อุทัยธานี ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลได้นำเสนอไปแล้วนั้น กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ทำหน้าที่ควบคุมดูแลสั่งการการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ มีความเกี่ยวเนื่องกับคดีอื่น ๆ อีกหลายคดีในลักษณะเดียวกันนี้ อีก 9 เหตุการณ์ ใน 7 พื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีลักษณะพฤติการณ์ในคดีใกล้เคียงกัน อาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ เกี่ยวข้องกับการประมูลงานในระดับท้องถิ่น และอาจมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จว.ตราด, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมด้วยทีมงานพนักงานสืบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 587/2565 รวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด และเร่งรัดการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว

จากการสืบสวนทราบว่า หลังจากเกิดเหตุคดีเผาเสาไฟฟ้าจำนวนหลายต้น ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 65 นายอนุชา หรือบีม อายุ 19 ปี ได้เดินทางมามอบตัวต่อ พงส.สภ.ห้วยคต และให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ ก่อเหตุวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวด้วยตนเองจริง และได้ก่อเหตุแต่เพียงผู้เดียว พงส.จึงได้แจ้งข้อกล่าวหานายอนุชาฯ หรือบีม ว่าได้กระทำความผิดฐาน “วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์” ซึ่งจากกรณีดังกล่าว ทีมงานพนักงานสืบสวนฯ พบข้อพิรุธต้องสงสัยหลายประการ จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่าพฤติการณ์ตามที่นายอนุชาฯ หรือบีม ให้การรับสารภาพกับ พงส.สภ.ห้วยคต ดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง นำไปสู่รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมและยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ได้ร่วมก่อเหตุในคดีดังกล่าวเพิ่มเติม ได้แก่

1. นายสุรสีห์ หรือปลัดแมว หรือ ป.แมว อายุ 45 ปี ปลัดอำเภอห้วยคต ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1/2566 ลงวันที่ 2 ม.ค.66
2. นายวิรัตน์ หรือต้อม อายุ 34 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า วนอุทยานห้วยคต ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2/2566 ลงวันที่ 2 ม.ค. 66 

ซึ่งได้ร่วมกันกระทำความผิดฐาน 'ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และซ่องโจร' 

'อนุทิน' ย้ำ!! มาตรการดูแล นทท.ทุกชาติเท่าเทียม วอน!! อย่าตั้งป้อมกับจีน เพราะไม่เคยขัดแย้งกัน

‘อนุทิน’ ย้ำ มาตรการดูแลนักท่องเที่ยวทุกชาติเท่าเทียม ชี้ ปรับตามสถานการณ์ที่เปลี่ยน วอน อย่าตั้งป้อมรับจีน เพราะไม่เคยขัดแย้งกัน

(5 ม.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเตรียมความพร้อมรับผู้เดินทางเข้าประเทศจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ว่า วันนี้ข้อสรุปแต่ละมาตรการมีอยู่แล้ว และจะนำมาหารือและแจ้งให้แต่ละหน่วยงานทราบในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่จะเข้ามาในไทย ที่คาดว่าในต้นปีจะมีประมาณ 4-5 หมื่นคน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้รับทราบมาตรการรองรับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน แล้วจะสอบถามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องค่าเหยียบแผ่นดิน ที่เปรียบเหมือนการทำประกันของนักท่องเที่ยว ที่จะต้องดูนักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วย ไม่เฉพาะโควิด-19 จะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ จะได้มีงบประมาณดำเนินการ ขณะที่ระบบสาธารณสุขของไทย ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็มีงบประมาณก้อนหนึ่งสำหรับดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่านักท่องเที่ยวจีนจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันทีที่ถึงสนามบินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้กรมควบคุมโรค จะกำหนดมาตรการออกมาตามสถานการณ์ และจะมีข้อกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติ และต้องทำเต็มที่กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อถามว่ามาตรการป้องกันกรณีที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะใช้มาตรการที่มีอยู่เดิมให้มากที่สุด และเรารับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะกับจีน แต่อีกทางจะต้องเน้นที่ตัวเองต้องหุ้มเกราะ คือฉีดวัคซีนให้เรียบร้อยก่อน อย่างน้อย 4 เข็มเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงโดยสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะและพื้นที่แออัด ในส่วนของนักท่องเที่ยวจีน เขามีการตรวจก่อนเดินทางออกนอกประเทศและเมื่อกลับเข้าประเทศ ในขณะที่สถานทูตจีน ได้ประสานกับโรงพยาบาลที่จะทำการรักษาไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาสามารถเดินทางไปได้ทั่วประเทศ ไม่ได้แบ่งว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาติไหน เพราะเราถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่ละคนก็มาจากประเทศที่มีการติดเชื้ออยู่ที่ว่าจะเป็นเชื้อใหม่หรือเก่า ถ้าเป็นเชื้อใหม่ มาตรการรับมือก็เปลี่ยนได้ ดังนั้นอย่านำมาตรการของไทยไปเทียบกับประเทศอื่น เพราะนี่ประเทศไทยไม่เหมือนกัน

เมื่อถามว่าทางประเทศจีน ระบุในทำนองจะมีมาตรการตอบโต้ประเทศที่ปฏิเสธรับคนจีน นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับจีน และมีความสัมพันธ์ที่ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด

'แลนบริดจ์' อภิมหาโปรเจกต์ เชื่อม 2 ฝั่งทะเลใต้ ชุมพร-ระนอง | TIME TO KNOW EP.8

ชาวชุมพร-ระนองเฮ! อีกไม่นาน 2 ฝั่งชาวเล

ได้ใช้ 'แลนบริดจ์' ลดการขนส่งอ้อมสิงคโปร์ได้นับพันกิโล!!

 

วันนี้ได้รับเกียรติจาก คุณจิรวัฒน์ จังหวัด

แอดมินเพจ โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure

มาพุดคุยความคืบหน้า 'แลนบริดจ์' อภิมหาโปรเจกต์ เชื่อม 2 ฝั่งทะเลใต้ ชุมพร-ระนอง

 

ดำเนินรายการโดย วสันต์ มนต์ประเสริฐ Content Manager

 

🎥 ช่องทางรับชม

Facebook: THE STATES TIMES PODCAST

YouTube: THE STATES TIMES PODCAST

TikTok: THE STATES TIMES PODCAST

‘ดร.เทอดศักดิ์’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ ถือฤกษ์ 16 ม.ค. ชี้!! เป็นวันดี เหมาะแก่การสมัครพรรค รทสช.

เมื่อวานนี้ (4 ม.ค. 65) เว็บไซต์ ‘vihok news’ ได้โพสต์คำทำนายของ ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา เกี่ยวกับดวงชะตาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยระบุว่า…

ดวงชะตาสังกัดพรรค

เจ้าชะตาชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

- เกิดวันที่ 24 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2497 ค.ศ. 1954 เกิดเวลาสุทธิที่ 03:54 น. ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ ประกอบด้วยเทศาตรีฤกษ์
- ตามสุริยคติ เป็นวันพุธ จันทรคติ เป็นวันอังคาร จ.ศ. 1316
- เกิดที่ประเทศ : เกิดประเทศไทย จังหวัด : นครราชสีมา
- เลือกวิธีตัดเวลาท้องถิ่นเพื่อคำนวณหาดาวและลัคนา : ตัดเวลาท้องถิ่นหาดาวและลัคนา
- เวลาเกิดจริงและเวลาเกิดสุทธิ : เกิด 24/03/2497 เวลา 04:05 น. ตัดเวลาท้องถิ่นเพื่อหาตำแหน่งดาวและลัคนา นครราชสีมา 11 นาที เหลือเวลาเกิดสุทธิ 03:54 น.
- วันเและเวลาที่ใช้คำนวณหาดาวและลัคนา : เกิด 24/03/2497 ดาว ณ 03:54 น. ลัคนา ณ 03:54 น. (ตัดเวลาท้องถิ่นหาดาวและลัคนา)
- ณ วันนี้เจ้าชะตา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุได้ : 68 ปี 9 เดือนกับอีก 16 วัน (นับเป็นจำนวนวันได้ 25,128 วัน)

การจะสมัครพรรค รวมไทยสร้างชาติ ถือฤกษ์ วันที่ 9 มกราคม ดาวจร ณ วันที่ 9 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ค.ศ. 2023 เวลา 09:00 น. ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ ประกอบด้วยเพชฌฆาตฤกษ์

- ตามสุริยคติ เป็นวันจันทร์ จันทรคติ เป็นวันจันทร์ ตรงกับ แรม 3 ค่ำ เดือน 2 ปีขาล จ.ศ. 1385

- แสดงคำทำนายดาวจรส่งอิทธิพลในเกณฑ์ 21 องศา คือแสดงคำทำนายดาวจรเฉพาะที่องศาดาวกำเนิดกับองศาดาวจรห่างกันในระยะ 21 องศาเท่านั้น

เพชฌฆาตฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย (ภารตะ) เรียกว่า นิธนะ เพชฌฆาต ฤกษ์ แปลว่า ผู้ทำการตัด การแบ่ง ไม่ใช่เพชฌฆาต ที่ไว้ฆ่าคน สมัยก่อนการลงโทษโดยการประหารชีวิตด้วยการตัดคอ มีผู้ทำการลงโทษก็เรียกว่า เพชฌฆาต ทำให้คนเข้าใจสับสน

ซึ่งศัพท์คำนี้แปลว่า ‘ผู้ตัด’ เฉย ๆ ส่วน เพชฌฆาต ฤกษ์ แปลความว่า ‘ฤกษ์แห่งการตัด’ ไม่เกี่ยวกับการฆ่าแต่อย่างใด มีดาวพฤหัสเป็นดาวเจ้าฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 ตัดขาดกัน และ ตรงข้ามกับ โจโรฤกษ์ เรียกว่า ‘ตรินิเอก’ คืออยู่ปลายราศี 3 ฤกษ์บาท และ ต้นราศี 1 ฤกษ์บาท

ไม่ควรให้ฤกษ์ในการมงคลโดยทั่วไป เป็น ฉินทฤกษ์ แต่เป็นฤกษ์ดีหมาะสำหรับ การฟันฝ่าอันตรายและอุปสรรค ต่อสู้เสี่ยงภัยต่าง ๆ อาสางานใหญ่ ทำกิจปราบปรามศัตรู ตัดสินคดีความ งานที่ใช้การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ประกอบพิธีไสยศาสตร์ ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง

ลงเลขยันต์ สร้างวัตถุมงคลแบบคงกระพันชาตรี สร้างสิ่งสาธารณะกุศลสงเคราะห์ เปิดโรงพยาบาล การรักษาโรคเรื้อรังที่หายยาก ๆ การยาตราทัพ เจิมอาวุธยุทธภัณฑ์ สร้างโบสถ์วิหารการเปรียญ การบวชเรียน การบำเพ็ญเพียรทางจิต

แต่ในทางกลับกัน ฤกษ์ผานาที ดาวจร ณ วันที่ 16 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ค.ศ. 2023 เวลา 09:00 น. ลัคนาสถิตราศีมีน ประกอบด้วยราชาฤกษ์

‘อัษฎางค์’ ข้องใจ ‘ชัชชาติ’ ไม่สานต่อผลงานผู้ว่าฯ คนก่อน เพราะนึกถึงผลประโยชน์ปชช. หรือ ผลทางการเมืองกันแน่

(5 ม.ค. 66) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โดยระบุว่า

“ล้ม เลิก”

เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชนหรือผลทางการเมืองของตนเองและพวกพ้อง?

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึง “การเดินเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle EV) ในคลองผดุงกรุงเกษม เขตพระนคร” ว่า จะมีการพิจารณาว่าจะทำต่อไหม

1. ถ้าทำต่อจะคุ้มค่าไหม
2. หากจะทำต้องดูเรื่องความคุ้มทุนด้วย
3. เนื่องจากเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน

มาดูการขนส่งสาธารณะอื่น ๆ

ข้อมูลเท่าที่ผมมีคือ

ขสมก.เริ่มต้นเดินรถเมื่อ 1 ตุลาคม 2519 โดยตลอดระยะเวลากว่า 43 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง องค์กรนี้ขาดทุนสะสมทุกปี ยกเว้นปี 2535 ปีเดียวเท่านั้นที่มีกำไร 61 ล้านบาท

ในปี 2563 ขสมก. ขาดทุนเฉลี่ยถึงเดือนละ 360 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ 233 ล้านบาท หรือ 65% เป็นการจ่ายภาระดอกเบี้ย

ในปี 2563 ขสมก.มีหนี้สิน 127,786 ล้านบาท มีผลขาดทุนสะสมกว่า 9,000 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีการประเมินว่า หนี้สิ้นของ ขสมก.จะเพิ่มเป็น 127,786 ล้านบาท

จึงต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมี 4 พี่น้อง ที่ต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ คือ การบินไทย ขสมก., การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.)

‘ศักดิ์สยาม’ ลงนามตั้ง 10 คณะกรรมการ สอบปมเปลี่ยนป้ายชื่อ ‘สถานีกลางบางซื่อ’

(5 ม.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามในคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างในโครงการปรับปรุงป้ายชื่อ ‘สถานีกลางบางซื่อ’ เป็น ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’ และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แล้ว

โดยประกาศเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) และ เว็บไซต์ข่าว เกี่ยวกับการลงนามในสัญญาจ้างการก่อสร้างโครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีมูลค่าสูงถึง 33 ล้านบาทเศษ (วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจำนวน 34 ล้านบาท) มีราคากลางคำนวณ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2566 จำนวน 33,169,726.39 บาท โดยใช้วิธีการจัดซื้อหรือจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งผู้ที่ได้รับ การคัดเลือกและราคาที่ตกลงซื้อหรือจ้าง ได้แก่ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ

เป็นเหตุให้มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการใช้งบประมาณ รวมถึงนายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากไม่ใช่เหตุของความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการโดยใช้วิธีการว่าจ้างเอกชนด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยสูญเสียงบประมาณในการว่าจ้างปรับปรุงป้ายชื่อที่มีมูลค่าสูงเกินกว่าปกติ

ทั้งนี้ หากดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยวิธีการประกาศเชิญชวนหรือวิธีการคัดเลือกก่อนจะทำให้การใช้งบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นไปอย่างเหมาะสมเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวว่า ได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร และการใช้งบประมาณเหมาะสมกับปริมาณงาน และราคากลางของกรมบัญชีกลางหรือไม่ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาลและรักษาผลประโยชน์ของชาติ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 แต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างในโครงการปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้

หนุ่มกัมพูชาร้องสื่อ ถูกนายจ้างเบี้ยวค่าแรง ทวงเท่าไรก็ไม่คืน แถมถูกชักปืนถล่มกลับ

เมื่อวันที่ (4 ม.ค. 66) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายบอล คัต อายุ 26 ปี สัญชาติกัมพูชา ว่าเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 เกิดเหตุคนร้ายบุกถล่มยิงบ้านจนได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 33/41 ม.4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ แล้ว แต่ด้วยตนเองเป็นชาวกัมพูชา และผู้ก่อเหตุเป็นคนพื้นที่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนให้ช่วยนำเสนอ เพื่อมิให้คนร้ายกลุ่มนี้ลอยนวลได้

โดยนายบอล เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ทำงาน ที่ร้านขายกระท่อมและน้ำกระท่อมต้ม ภายในซอยชัยพฤกษ์สอง โดยตกลงค่าจ้างวันละ 300 บาท แต่เจ้าของร้านกลับเบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าแรงตนและเพื่อน เมื่อทักไปทวงก็จะนัดวันนั้นวันนี้ เมื่อทวงบ่อยเข้าเจ้าของร้านกลับเกิดความไม่พบใจ เคยมาด่าทอที่หน้าบ้าน กระทั่งวันที่ 3 มกราคม เจ้าของร้านกระท่อมที่ตนเองเคยทำงานด้วยได้โทรมาอาละวาดสอบถามว่า ทวงทำไมหนักหนาจนตนรับอารมณ์จากการถูกด่าไม่ไหว จึงด่าสวนกลับไป ก่อนมีการท้าทายนัดกันออกมาเคลียร์ แต่ตนเองกับเพื่อนไม่กล้าออกไป ส่วนที่ตนเองออกจากร้านนั้นเพราะเจ้าของคิดว่าพวกตนขโมยเงิน ทั้งที่เป็นไปไม่ได้

FED ไฟเขียว!! อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ เปิดให้บริการด้าน Crypto ได้

เมื่อวานนี้ (4 ม.ค. 66) ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศในแถลงการณ์ร่วมว่า ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ สามารถเปิดให้บริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Crypto ได้

"องค์การทางธนาคารต่าง ๆ จะไม่ถูกยับยั้งจากการให้บริการทางธนาคารไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ใดแก่ผู้ใช้บริการ ตามที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย" ธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์และระบบการเงิน

อย่างไรก็ตามธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า การถือ Crypto มีแนวโน้วว่าจะไม่ปลอดภัย โดยกล่าวว่า “จากความเข้าใจของและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่เชื่อว่า การสร้างหรือถือครอง Crypto ที่ถูกสร้างขึ้น การจัดเก็บ หรือเคลื่อนย้ายไปยังที่สาธารณะ หรือเครือข่ายกระจายอำนาจ หรือระบบที่คล้ายคลึงกัน มีแนวโน้มที่จะไม่เป็นการสอดคล้องกับแนวทางด้านความปลอดภัยของระบบธนาคาร” 

โดยการ 'ถือ' Crypto ในที่นี้ หมายถึง การถือครอง private key ไม่ว่าจะเป็นถือครองด้วยตัวเองหรือผู้ให้บริการอื่นเป็นผู้ถือครองให้ก็ตาม “มีแนวโน้มว่าจะไม่ปลอดภัย” แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นการห้ามแต่อย่างใด

‘นายหัวสิทธิ์’ เปิดตัวลงชิง ส.ส.โซน ‘ชะอวด-จุฬาภรณ์’ ท้าชน ‘อาญาสิทธิ์’ จาก พปชร. คนที่ตนเองเคยหนุน

ได้เจอกับนายสิทธิรัก ทิพย์อักษร หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม ‘ นายหัวสิทธิ์’ ในวันที่ผมลงไปปลูกป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งนายหัวสิทธิ์เป็นคนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนโครงการ ‘หิ้วชั้น แบกจอบ ไปปลูกจาก’ และร่วมกิจกรรมปลูกจากจนจบสิ้น

นายหัวสิทธิ์ ถ้ามองจากภาพลักษณ์ภายนอก เขาน่าจะคือชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไว้ผมยาว ไว้หนวด ไว้เครา ไม่พิถีพิถันกับการแต่งตัว แต่ลึก ๆ แล้ว นายหัวสิทธิ์ เขาเป็นนักธุรกิจในวงการอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างครบวงจรรายใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เมื่อธุรกิจลงตัว เขาย้อนกลับมาดูแลบ้านเกิด มองเห็นปัญหามากมาย เขาจึงไม่นิ่งนอนใจ ด้วยการเริ่มต้นก่อตั้ง ‘ชมรมสำนึกรักษ์บ้านเกิด’ ไฟไหม้ น้ำท่วม โควิด ทุนการศึกษา ส่งเสริมกิจกรรมกีฬา เป็นภารกิจที่เข้าทำ และยังมีอีกมากมาย

นายหัวสิทธิ์ เปิดเผยกับ #นายหัวไทร ว่า ชมรมสำนึกรักษ์บ้านเกิด มีภารกิจในการอนุรักษ์ป่า ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ช่วยเหลือเกษตรกร ชาวบ้าน ทุกปัญหาเราไม่ได้นิ่งเฉย ต้องยื่นมือเข้าไปช่วย นอกเหนือจากการช่วยเหลือจากภาครัฐ เราเป็นส่วนของชาวบ้านจับมือกัน ร่วมแรงร่วมใจกัน ที่ผ่านมาก็ทำหลายอย่าง น้ำท่วม ไฟไหม้ โควิดระบาด การส่งเสริมการเล่นกีฬา

“เราทำมาหลากหลายมาก ส่งเสริมคนดีให้มีความก้าวหน้า เยาวชนเราก็ให้ทุนการศึกษา ผมไม่ได้ถือว่าชะอวดคือบ้านเกิด แต่บ้านเกิดผมคือประเทศไทย ตรงไหนเดือดร้อนผมก็เข้าไปช่วยเหลือ”

นายหัวสิทธิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า เพิ่งไปสร้างโรงเรียน ตชด.ที่เชียงใหม่ด้วยทุนส่วนตัวเกือบสองล้านบาท ใครเดือดร้อนอะไร เราก็จะมาพิจารณาเพื่อให้การช่วยเหลือ

นายหัวสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่คิดว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำยังมีอีกมาก สรรหามาเป็นคำพูดยาก 

“ผมอยากสร้างความสุขให้กับตัวผมเอง อยากมีความสุขมาก ๆ ตอนนี้ก็มีความสุขระดับหนึ่ง แต่อยากเห็นคนอื่นมีความสุขด้วย ผมจะมีความสุขมาก ๆ ถ้าเห็นพี่น้องของผมมีความสุข”

สิทธิรัก กล่าวอีกว่า ภารกิจต่อไปที่ตั้งใจจะทำ คือการเป็นตัวแทนของชาวชะอวดในภาคการเมือง “ที่ผ่านมาผมก็ช่วยเหลือทุกคน แต่ไม่ได้ดั่งใจเท่าที่ควร จึงปรึกษาหารือกับทีมงาน และตัดสินใจลงสมัครเอง”

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา สิทธิรัก ให้การสนับสนุน อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ในการเลือกตั้งซ่อม และอาญาสิทธิ์ ก็ชนะการเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ ส่วนสิทธิรัก เสนอตัวลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ รอ มติจากพรรค แต่ไม่น่ามีปัญหา จะสับหลีกกันกับพงศ์สิน เสนพงศ์

กล่าวสำหรับเขตเลือกตั้งในโซนชะอวด จุฬาภรณ์ เฉลิมพระเกียรติ จุฬาภรณ์ พระพรหม มีอาญาสิทธิ์ เป็น ส.ส.อยู่ ในนามพรรคพลังประชารัฐ คู่แข่งที่ปรากฏตัวชัดแล้ว มี ‘ณัฐกิตติ์ หนูรอด’ จากพรรคภูมิใจไทย ที่เวลานี้ถือว่าเป็นคู่แข่งเต็งหนึ่งอยู่ มีสิทธิรัก ทิพย์อักษร จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และถ้าแบ่งเขตชัดเจนแล้ว ร่อนพิบูลย์บางส่วนมาอยู่เขตนี้ด้วย ‘ชัยชนะ เดชเดโช’ ส.ส.ประชาธิปัตย์ อาจจะมาลงเขตนี้ด้วย ให้ยุทธการ รัตนมาศ ไปลงโซนหัวไทร-เชียรใหญ่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top