Friday, 17 July 2026
TheStatesTimes

'สุริยะ' หนุน!! มาตรการส่งเสริมตัดอ้อยสด ส่งเสริมราคาดี พร้อมคุมอ้อยไฟไหม้ต้องไม่เกิน 5% ก่อนเข้าหีบ

'สุริยะ' ลุยแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้ต่อเนื่อง พร้อมหนุนมาตรการส่งเสริมตัดอ้อยสด ตั้งเป้าฤดูการผลิตปี 2565/66 อ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 5%

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้อย่างต่อเนื่อง พร้อมหนุนมาตรการส่งเสริมตัดอ้อยสด สำหรับในฤดูการผลิตปี 2565/2566 ให้มีปริมาณอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 5% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด สนองนโยบายรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่น PM 2.5

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ณ หอประชุมใหญ่สมาคมเพื่อเกษตรกรภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2564/2565 กรอบวงเงินช่วยเหลือ 8,159 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2565 ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว จำนวน 125,194 ราย เป็นเงิน 8,103.74 ล้านบาท โดยการช่วยเหลือเพื่อช่วยลดต้นทุนการตัดอ้อยสดในครั้งนี้ จะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น รวมทั้งตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 โดยจะพยายามผลักดันมาตรการขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐตามโครงการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 เช่นเดียวกับฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา

‘โรม’ โต้ปม ‘ก้าวไกล’ ล็อบบี้เลือกร้านอาหาร ส.ส. แซะกลับ!! แค่การเสียผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

‘โรม ก้าวไกล’ โต้ ‘วัชระ’ กล่าวหาก้าวไกลล็อบบี้คัดเลือกร้านอาหาร ส.ส. ชี้ กระบวนการคัดเลือกมีกรรมการที่มีสัดส่วนจากทุกพรรคดูแลอยู่ ยืนยันไม่มีรับผลประโยชน์เด็ดขาด ย้อนกลับกรณีระบุประชาธิปัตย์จะไม่จับมือก้าวไกล ชี้ ก้าวไกลก็จะจับมือกับพรรคที่ยึดคุณค่าประชาธิปไตยเท่านั้นเหมือนกัน

รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ตอบโต้กรณีวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงข่าวกรณีการคัดเลือกผู้ประกอบการในการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มให้กับ ส.ส. พร้อมกล่าวหาว่า ตัวแทนจากพรรคก้าวไกลในคณะกรรมการคัดเลือกมีการล็อบบี้ให้คัดเลือกผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ

รังสิมันต์ ระบุว่า โดยปกติแล้วผู้ประกอบการที่ได้รับการว่าจ้างสภาผู้แทนราษฎร ในการรับเหมาให้บริการอาหารสำหรับ ส.ส. จะได้รับการต่อสัญญารายปี โดยมีคณะกรรมการที่รัฐสภาตั้งขึ้นจากตัวแทนของพรรคการเมืองต่าง ๆ เป็นผู้พิจารณา ซึ่งร้านที่ได้รับการว่าจ้างในปัจจุบัน เป็นร้านที่มีความเกี่ยวพันกับนักการเมืองบางคนในฝั่งรัฐบาล จึงไม่แปลกที่การคัดเลือกครั้งนี้ ซึ่งมีการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการจะนำไปสู่การเสียผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม และทำให้มีการออกมาแสดงความไม่พอใจ

‘ชัยวุฒิ’ โยนถาม ‘บิ๊กตู่’ ยังอยู่กับ พปชร.หรือไม่ หลังลือสะพัดเตรียมย้ายซบ ‘รวมไทยสร้างชาติ’

‘ชัยวุฒิ’ โยนสื่อถาม ‘บิ๊กตู่’ ยังอยู่กับ พปชร.หรือไม่ หลังมีลือสะพัดเตรียมย้ายซบ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ แจงลูกพรรคบอกชื่อ ‘ประยุทธ์’ ขายไม่ได้ เป็นความเห็นส่วนตัว แต่เชื่อยังไงทุกคนก็อยู่กับ 3 ป.

นายชัยวุฒิ ธนาคณานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสยุบสภา รวมไปถึงการเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ว่า ข่าวที่สื่อมวลชนออกมาบางครั้งก็ไม่มีแหล่งข่าวที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่คาดการณ์กันไป ซึ่งวันนี้คิดว่าทุกคนก็ตั้งใจทำงานเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ก็ยังพอมีเวลาที่จะพูดคุยกันว่าใครจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ 

อีเวนต์แห่งมวลมนุษยชาติ ที่คนไม่อินอาจเฉยชา แต่แบรนด์ ‘นักล่า’ คือ ช่วงเวลาสุดหอมหวน

คนไทยต้องได้ดูบอลโลก!!

ผมไม่ได้พูดแค่เอาเท่นะครับ เพราะตั้งแต่เกิดมา การแข่งขันฟุตบอลโลก มันเป็นกิจกรรมที่ผูกพันกับชีวิตคนทั่วโลก ที่พร้อมใช้เวลาแช่อยู่กับหน้าจอทีวีได้แบบไม่ขยับกันตลอดช่วงเวลาร่วม 2 ชั่วโมงกันจริง ๆ

แล้วฟุตบอลโลกก็เป็นมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติที่ 4 ปีจะมาสักรอบ ฉะนั้นคนที่เป็นคอบอล หรือแม้แต่พอดูบอลได้บ้าง รอคอยครับ!! นี่คือในแง่คนดู!!

อีกด้านหนึ่ง ฟุตบอลโลก ถือเป็นอีเวนต์ระดับพระกาฬ ที่ช่วยหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจแบบมโหฬาร บรรดาแบรนด์สินค้าและนักการตลาดจะใช้จังหวะเวลาเพิ่มยอดขายได้มากกว่าช่วงเวลาปกติ เพราะมันจะมีจังหวะให้แฟนฟุตบอลค้องใช้จ่ายระหว่างการชมการแข่งขันฟุตบอลเสมอ 

ถ้าคุณต้องเดินทางไปรับชมตาม ร้านอาหาร หรือ ลานกิจกรรมที่มีการจัดงาน การซื้อเครื่องดื่มมาบริโภค 

ถ้าคุณต้องรับชมกับเพื่อ ระหว่างการรับชม คุณอาจสร้างบรรยากาศให้สนุกขึ้น ด้วยการซื้อเสื้อทีมฟุตบอล ที่เป็นที่ชื่นชอบ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเชียร์ฟุตบอลเป็นต้น 

นี่แค่ตัวอย่างผิว ๆ ซึ่งภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจะใช้โอกาสนี้ สร้างโอกาสให้กับสินค้า รวมไปถึงกิจกรรมการตลาดที่หลากหลายได้อย่างเข้มข้น 

ลองมาดูตัวเลขจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยกันสักนิดครับ มีการคาดการณ์ไว้ว่า เม็ดเงินจะกระจายตัวในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภคในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกหนนี้ จะมียอดเฉลี่ยมูลค่าถึง 6,685 ล้านบาท นี่สำหรับ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งสามารถแบ่งแยกได้ ดังนี้...

>> 5,265 ล้านบาท เทไปกับกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่มีการเติบโตเสมอในช่วงของฟุตบอลโลก โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ ก็เช่น ร้านอาหารที่มีบริการจัดส่งอาหาร รวมไปร้านอาหารทั่วไปที่มีการเปิดฟุตบอลโลกให้ชม ขณะที่กลุ่มอาหารอื่น ๆ ที่ทำได้เองง่าย ๆ เช่น อาหารกึ่ง สำเร็จรูป อาหารปรุงสำเร็จ และอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง เป็นต้น 

ส่วนกลุ่มเครื่องดื่ม ก็เป็น 1 ในสินค้าที่ถูกบรรจุอยู่ในแผนการใช้จ่ายทั้งสำหรับผู้คนที่จะรับชมฟุตบอลโลกทั้งในบ้านและนอกบ้านได้อย่างสม่ำเสมอ และ ณ ห้วงเวลานี้ ผมก็คงต้องขออนุญาตแชร์ว่า เครื่องดื่มมึนเมา ก็มักได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากช่วงนี้ด้วยมากที่สุด (ก็มันได้ Feel อ่ะนะ) อย่างในช่วงไตรมาสแรกปี 2561 (ฟุตบอลโลกหนก่อน: รัสเซีย) กลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หดตัวร้อยละ 2.0 แต่พอเข้าสู่ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกเท่านั้นแหละ มูลค่าการตลาดเครื่องดื่มรวม ก็ถูกดันเพิ่มขึ้นมาประมาณ 2,250 ล้านบาทจากช่วงเวลาปกติ 

‘นันทิวัฒน์’ เผยหน้าใหม่ความสัมพันธ์ ‘ไทย-ซาอุฯ’ จับคู่หลากกระทรวง คุยอนาคตใหม่ด้านลงทุน

(7 พ.ย. 65) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘หน้าใหม่ของความสัมพันธ์’ ระบุว่า... 

วันนี้ประเทศไทยมีแขกมาจากซาอุฯ คณะใหญ่ นำโดยนาย Khalid Abdulaziz รัฐมนตรีการลงทุน พาคณะร่วม 80 คนเดินทางมาเจรจาเรื่องการลงทุน, พลังงาน, การท่องเที่ยว, แรงงาน และสาธารณสุข 

มีการประชุมทวิภาคีกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ได้มีการประชุมทวิภาคีกับรัฐมนตรีพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำกับคณะของซาอุดีอาระเบียและมีนักธุรกิจของไทยเข้าร่วม

'นายก' เตือน!! ลอยกระทง ขอให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ย้ำ!! อย่าให้กระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติ

ลอยกระทง ขอให้ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อย่าให้กระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติ

พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  
นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  
กล่าวเมื่อวันที่ 7 พ.ย.65

นายกรัฐมนตรี ย้ำ เทศกาลลอยกระทงต้องปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุห่วงปัญหาอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ เร่งเยียวยา หลังภาคเหนือ -อีสาน -กลาง  น้ำลด  ขอขอบคุณเอกชน- ประชาสังคม  บริจาคผ่อนคลายความเดือดร้อน

‘ชัยวุฒิ’ เผย รบ.เล็งออก พรก.สกัดบัญชีม้า ช่วยอายัดเงินได้เร็วขึ้น หากพบการโอนผิดปกติ

รัฐบาล จ่อ ออกพรก.แก้ปัญหาฉ้อโกงออนไลน์ ตัดช่องทางเปิดบัญชีม้า-อายัดเงิน ให้ได้รวดเร็ว เตรียมชงเข้าครม. สัปดาห์หน้า

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  แถลงผลการประชุมการแก้ไขปัญหาฉ้อโกงออนไลน์ ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ว่า ปัญหาฉ้อโกงออนไลน์นั้นมีหลายประเภท ทั้งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุนหลอกซื้อของ รวมถึงการพนันออนไลน์ บัญชีม้า ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ซึ่งรัฐบาล โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ในที่ประชุมวันเดียวกันนี้ มีการประชุมโดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือกัน 

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สำหรับเรื่องบัญชีม้านั้นเราต้องหยุดให้ได้ หากพบพฤติกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติ ก็ต้องปิดและบล็อกให้ได้ รวมถึงต้องอายัดบัญชีให้ได้รวดเร็ว ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าจะต้องมีการแก้กฎหมายโดยจะออกเป็นพระราชกำหนด เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งจะสามารถเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ภายในสัปดาห์หน้า 

ทั้งนี้ต้องสรุปรายละเอียดทั้งหมดเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมครม. โดยจะมีการเขียนกฎหมายให้ชัดเจนว่า การรับจ้างเปิดบัญชีม้าทำไม่ได้ ถือว่ามีความผิดและต้องมีบทลงโทษโดย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)จะเข้ามาดูในเรื่องนี้โดย เพื่อตัดกระบวนการบัญชีมาให้ได้ เพราะถ้าไม่มีบัญชีม้าคนร้ายก็จะไม่มีบัญชีที่จะใช้โอนเงิน ประชาชนก็จะไม่ถูกหลอก 

นอกจากนี้ที่ประชุมมีการพูดถึง ความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานให้มากยิ่งขึ้น เพราะมีข่าวดีจำนวนมากโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า มีคดีแจ้งความเรื่องฉ้อโกงออนไลน์ถึง 1 แสนกว่าคดี มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้จะมีการดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้กับประชาชนเพื่อไม่ให้ถูกหลอกลวงได้ง่าย ซึ่งรัฐบาลจะรับไปดูแล แจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อาจจะใช้แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เป็นช่องทางในการให้ข้อมูล ขณะเดียวกันธนาคารทุกแห่งก็ต้องไปปรับปรุงระบบโมบายแบงก์กิ้ง ให้มีการแจ้งเตือนก่อนโอนเงิน ตรวจสอบการโอนเงินผิดปกติ หรือการถูกรีโมทแอพพลิเคชั่นเข้ามาในเครื่องมือถือของเรา เพื่อดูดข้อมูลหรือดูดเงินเราไป ซึ่งตรงนี้ธนาคารจะต้องไปปรับปรุงระบบให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้าใช้ระบบของธนาคาร ดังนั้นต้องมีระบบป้องกันที่ดี

สำหรับประเด็น การนำซิมมือถือไปใช้ กันในหลายรูปแบบ เช่น บัญชีม้านำไปใช้เพราะยืนยันตัวตนไม่ได้ นั้น ที่ผ่านมามีการนำซิมไปขายต่อกันเป็นพัน ๆ เบอร์ จนเป็นช่องทางนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง จึงมีการหารือให้กสทช. เข้ามาดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะการควบคุมซิมที่ใช้ต่อคน ต้องไม่เกิน 5 ซิม

พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าการปราบปรามบัญชีม้าสามารถทำได้โดยกฎหมายปกติฐานรวมกันฉ้อโกงประชาชน เพียงแต่กฎหมายบางอย่างยังไม่ครอบคลุมทุกอย่าง โดยที่ประชุมเสนอให้เป็นพระราชกำหนด เพื่อความรวดเร็วและให้เสร็จทันรัฐบาลนี้ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ทุกหน่วยร่วมมือกันอย่างเต็มที่ แต่การทำงานเป็นไปได้ยากเนื่องจากตัวการใหญ่อยู่ที่ต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทยตนเชื่อว่าจากการทำงานร่วมกันทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด รวมถึงการที่จะออก พรก. จะสามารถทำเรื่องนี้คลี่คลายได้ 

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ กสทช. ระบุว่าต้องเข้มงวดกับคนที่ลงทะเบียนใช้ซิมการ์ดเป็นจำนวนมาก และต้องมาชี้แจงว่านำซิมการ์ดไปใช้ทำอะไรบ้าง และจะส่งข้อมูลให้ สตช. แต่จะไปบังคับว่า 1 คนสามารถมีซิมได้เพียง 5 ซิม ไม่ได้ เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิประชาชน  

ส่วนกรณีการส่งเอสเอ็มเอสหลอกลวงประชาชนนั้น เรื่องนี้ได้ให้โอเปอเรเตอร์ ของผู้ประกอบการต่างๆที่ดำเนินการเรื่องเอสเอ็มเอสต่างๆเป็นฝ่ายตรวจสอบ โดยเฉพาะหากจะมีคนมาจดขอส่งเอสเอ็มเอสให้ประชาชนรายใหม่ ต้องมาเช็คชื่อกับ กสทช. ก่อนว่าติดแบล็กลิสต์หรือไม่ ก่อนที่จะเข้าไปประกอบการ  ทั้งนี้ยอมรับว่าจากการตรวจสอบพบว่ามีเอสเอ็มเอสหลอกลวงลดลงไปมากกว่า 7 หมื่นรายการ หลังมีมาตรการออกมา
 

‘บิ๊กตู่’ ปัดตอบการเมือง ขอโฟกัสประชุม ‘อาเซียน-เอเปก’ วอน!! ทุกฝ่ายช่วยทำให้การประชุมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย

นายกฯ พยักหน้ารับ หลังเอเปกจะชัดเจนอนาคตทางการเมือง ขณะนี้ยังไม่มีความเห็น ขอให้ความสำคัญประชุมอาเซียน-เอเปก ขอร้องกลุ่มต่างให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ช่วงนี้จะมีการประชุมสำคัญ คือการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 10 - 13 พฤศจิกายน และการประชุมเอเปคที่ไทย ซึ่งจะมีผู้นำทยอยเดินทางเข้ามาก่อนการประชุมเอเปคในวันที่ 18 - 19 พฤศจิกายน จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยในช่วงนี้ ขอแรงด้วยในการนำเสนอข่าวต่างๆ อย่าให้มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ถือว่าการประชุมทั้งสองการประชุมมีความสำคัญ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าวันนี้ในทุกภูมิภาค ทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนอย่างที่สุดในขณะนี้ ทำอย่างไรจะทำให้การประชุม เป็นไปอย่างเรียบร้อยปลอดภัย มีความคืบหน้า หลายประเทศต้องการมาลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นเป้าหมายหลักสำคัญ ขอให้ทุกคนคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากทำให้การประชุมมีปัญหา ขอร้องไปยังกลุ่มต่างๆ ขอให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระมัดระวัง 

'บิ๊กป๊อก' เสนอ ถอน กม.ต่างชาติซื้อที่ดิน หลังกระแสคัดค้านรุนแรง

(7 พ.ย. 65) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งลงนามโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ขอถอนเรื่องร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. … ออกจากมติ ครม.ซึ่งได้มีการอนุมัติหลักการไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 หลังมีเสียงค้านจำนวนมากทั้งประชาชนและฝ่ายการเมืองว่าเป็นการขายชาติ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการระทรวงกลาโหม ก็มีความกังวลต่อเรื่องนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะยกเลิกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้

‘บิ๊กป้อม’ ไม่ยื้อ หาก ‘บิ๊กตู่’ ย้ายซบพรรคอื่น ส่วนถ้าส.ส. อยากย้ายตาม บอก “ใครอยากจะไปไหนก็ไป”

‘ประวิตร’ ไม่ยื้อหาก ‘ประยุทธ์’ จะไปอยู่พรรคอื่น ไม่สน ส.ส.พปชร.จะตามไป ลั่นอยากไปก็ไป ปัด 3ป.แตกแยก ชี้หาก ‘ธรรมนัส’ จะหวนซบพปชร. เป็นเรื่องที่พรรคต้องตัดสินร่วมกัน ยันจับมือเพื่อไทย รอคุยหลังเลือกตั้ง ปัดดีล ‘คุณหญิงอ้อ’

วันนี้ (7 พ.ย. 65) เวลา 12.00 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีความชัดเจนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับพรรคพลังประชารัฐว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องการตัดสินใจของท่าน เมื่อถามว่ามีข่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าเป็นเรื่องของพลเอกประยุทธ์ ต้องไปถามเจ้าตัว 

เมื่อถามย้ำว่ายังไม่ได้คุยกันอีกใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังไม่ได้พูดคุยเช่นกัน เพราะยังไม่ได้เรียกประชุม ต้องไปนัดสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรคประชุมก่อน 

เมื่อถามว่า ความเป็นพี่น้องระหว่างกัน เหตุใดจึงไม่คุยกันให้ชัดเจนถึงแนวทางที่ดี พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็มาเป็นผมสิ พร้อมกับยิ้ม

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ส.ส.ก็ต้องการความชัดเจน นานเกินไปหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร การเมืองก็ว่ากันไป

เมื่อถามว่า ตัวพลเอกประวิตรกับพลเอกประยุทธ์ จะไม่แยกทางเดินกันใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร ตอบว่า ผมไม่รู้ ก็อยู่ด้วยกันทุกวัน ไม่เป็นไรแต่ไม่พูดเรื่องนี้ 

เมื่อถามย้ำว่า 3 ป. จะไม่แยกจากกันใช่หรือไม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่แยกหรอก จะไปแยกได้อย่างไร สนิทกันมาตั้ง 40-50 ปี

เมื่อถามว่า แต่ดูเหมือนจะมีการแยกพรรคการเมือง พลเอกประวิตรกล่าวว่า จะแยกก็แยกไป ไม่เป็นไร 

เมื่อถามว่า เป็นไปได้ว่าจะแยกกันเดิน รวมกันตี ใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ผมไม่รู้ 

เมื่อถามต่อว่า สมาชิกพรรคพลังประชารัฐออกมาพูดเองว่า พลเอกประยุทธ์ ขายต่อไม่ได้แล้ว คะแนนนิยมไม่ดีแล้ว พลเอกประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของลูกพรรคเป็นความเห็นส่วนบุคคลไม่ใช่นโยบายพรรค 

เมื่อถามว่า ก่อนจะเสนอแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี พรรคจำเป็นต้องประเมินคะแนนนิยมก่อนหรือไม่ พลเอกประวิตร ย้ำว่า เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคไม่ใช่เรื่องของผม 

เมื่อถามว่าการออกมาแสดงความเห็นแบบนี้จำเป็นปราบลูกพรรคหรือไม่ เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยก พลเอกประวิตรกล่าวว่า จะต้องไปปรามทำไม เป็นความเห็นของใครของมันและไม่จำเป็นต้องเตือนให้ระวัง เพราะเป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนตัว แต่ละคนก็มีความคิดเห็นของตัวเอง จะให้ไปนั่งตามทุกคนก็ไม่ได้ แต่เวลาไปประชุมพรรคทุกคนก็ต้องลงคะแนนก็เท่านั้น ให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top