Friday, 17 July 2026
TheStatesTimes

‘รมว.ยุติธรรม’ แถลงผลจับกุมเครือข่ายทุน ‘มิน หลัด’ ยึดรีสอร์ต-โรงแรม-ทรัพย์สินรวมกว่า 1,858 ล้านบาท

สมศักดิ์’ แถลงผลงาน ป.ป.ส.ร่วม ตร.นครบาล จับเครือข่ายทุน มิน หลัด ยึดรีสอร์ต-โรงแรมหรูพร้อมทรัพย์สินกว่า 1,858 ล้านบาท ส่วนไหนยึดไม่ได้ขยายผลเรื่องภาษีต่อ กระตุ้นจนท.ต้องตื่นตัวหากไม่อยากให้ประเทศถูกทับถมด้วยยาเสพติด เผย 1 เดือนยึดได้แล้ว 3,171 ล้านบาท

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส ) มีการแถลงข่าวยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ และผลการยึดทรัพย์คดียาเสพติด รอบ 1 เดือน โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ ป.ป.ส.

พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวว่า ตำรวจได้สืบสวนทำข้อมูลร่วมกันกับ ป.ป.ส. ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งมีความเชื่อมโยงถึงการโอนย้าย ถ่ายเท และยังมีการตั้งบริษัทธุรกิจโอนเงินเข้าออกโดยผิดปกติ มีการนำเงินไปซื้อน้ำมัน ไฟฟ้า เราก็ต้องขยายผลเพิ่ม ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบ มีบัญชีและตัวละครต่างๆ ที่เราต้องไปสืบสวน จากนั้นมีการยืนยันมา 4 จุดจึงออกหมายค้น และหนึ่งในนั้นคือตัวหลักที่มีความเชื่อมโยง โดยขณะนี้ตำรวจนครบาลได้ส่งข้อมมูลให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดแล้ว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้พวกเราดำเนินการการปราบปรามยาเสพติดอย่างเร่งด่วน วันนี้สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ตำรวจนครบาลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ มีความพัวพันกับหลายคดีที่ผ่านมา ซึ่งในคดีนี้เราได้ติดตามจับกุมมาตั้งแต่ปี 2562-2565 จำนวน 5 คดี ยึดยาเสพติด เป็นยาบ้า 3,531,800 เม็ด ไอซ์ 86.98 กิโลกรัม คีตามีน 6 กิโลกรัม และ เฮโรอีน 380 กรัม 

จากนั้นได้มีการขยายผล ได้ 2 เคส ในปี 2564 และ ปี 2565 โดยในปี 2565 ได้จับกุม นายวรวัฒน์ วังศพาห์ กับพวก 4 คน ดำเนินคดีในฐานความผิด สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือ ยึดอายัดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาท และได้ขยายผลขออนุมัติสมคบ/ฟอกเงิน จับกุม กลุ่มอัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) 4 คน โดยมี นายทุน มิน หลัด นักธุรกิจชาวเมียนมาเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ยึดรถหรู นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท เงินสดในตู้นิรภัยอีก 8 ล้านบาท

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในขบวนการยังมีตัวการสำคัญ คือ นายพันณรงค์ ขุนพิทักษ์ และน.ส.กัลยวีร์ ธีระประภาวงศ์ ที่ยังหลบหนีหมายจับ เป็นผู้ถือครองทรัพย์สินหลักของกลุ่มนิติบุคคล เป็นที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ โดยเราสามารถยึดอายัดที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ รวม 71 แปลง มูลค่า 1,050 ล้านบาท มีทั้ง ที่ดินเปล่า อพาร์ตเมนต์ รีสอร์ต โรงแรมขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ในพื้นที่อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอ.เมือง จ.สงขลา มูลค่าทรัพย์สินรวมของเครือข่าย ทุน มิน หลัด รวม 1,858 ล้านบาท หากในส่วนไหนที่ยึดทรัพย์ไม่ได้ ต้องไปขยายผลเรื่องภาษีต่อ

'กระทง' แบบไหนย่อยสลายได้เร็วที่สุด?

วันลอยกระทงปีนี้ ไม่ว่าคุณวางแผนจะไปลอยกระทงที่ไหน คุณควรรู้ไว้ว่ากระทงแสนสวยทุกใบจะต้องกลายเป็น 'ขยะ' ในวันถัดไป ดังนั้น มาดูกันสักนิดว่า กระทงแต่ละชนิด 'ใช้เวลาย่อยสลาย' นานแค่ไหน?

>> กระทงน้ำแข็ง ใช้เวลาย่อยสลาย 30 นาที - 1 ชั่วโมง 

>> กระทงมันสำปะหลัง ใช้เวลาย่อยสลาย 30 นาที - 1 ชั่วโมง

>> กระทงขนมปัง - โคนไอศครีม ใช้เวลาย่อยสลาย 3 วัน

‘ธีรรัตน์’ กระทุ้งรัฐบาลเร่งช่วย ปชช.หลายพื้นที่ยังจมบาดาล แนะเร่งฟื้นฟูอาชีพ จัดระบบข้อมูลเยียวยา อย่าให้พลาด ฝ่ายค้านรอตรวจสอบเข้ม

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ กลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงบางพื้นที่ในภาคใต้ ต่อเนื่องยาวนานมานานหลายเดือน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องของเวลาการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงมาตรการในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายภายหลังน้ำลด แม้รัฐบาลจะประกาศแนวทางคร่าว ๆ ในการเยียวยาความเสียหายมาบ้างแล้ว แต่ในระหว่างนี้ ณ ปัจจุบันหลายพื้นที่ยังถูกน้ำท่วมบ้านมิดหลังคา พื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่ทางเศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ซึ่งยังไม่ได้รับความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานอย่างปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกคนพึ่งได้รับ ทั้งยารักษาโรค  อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ที่ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน หรือผู้ที่อาสาช่วยเหลือไม่สามารถทำได้ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เข้าใจถึงหัวจิตหัวใจของพี่น้องประชาชนมากที่สุด แต่ถึงอย่างไรแม้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้  รัฐบาลก็ไม่ควรช่วยเหลือประชาชนล่าช้า

‘ส.ส.เพื่อไทย’ ชี้ หลายชาติมหาอำนาจเมินเอเปก เหตุ!! ไม่เชื่อมั่นในศักยภาพผู้นำของไทย

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 65 น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือ เอเปก 2022 ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการจัดการประชุมในครั้งนี้ หวังสร้างผลงานให้ประทับใจผู้นำโลก เป็นที่น่าเสียดายหากในการประชุมที่กรุงเทพฯ นี้ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะผู้นำประเทศมหาอำนาจหลายประเทศไม่ให้ความสำคัญ ส่งเพียงผู้นำระดับรองมาร่วมประชุมแทน ไม่ว่าจะเป็นนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดี สหรัฐฯ เลือกไปงานแต่งหลานสาวมากกว่ามาร่วมประชุมที่ประเทศไทย ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ผู้นำหลายประเทศไม่มาร่วมประชุม เพราะไม่มีความเชื่อถือในตัวผู้นำของประเทศไทย 

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของนโยบายยกแผ่นดินไทยให้ชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทยได้นั้น รัฐบาลควรชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ ว่าเป้าประสงค์ของรัฐบาลคืออะไร ที่ผ่านมารัฐบาลใช้มาตรการทางภาษี เพื่อดึงนักลงทุนต่างประเทศให้มาลงทุนในประเทศไทย นักลงทุนก็ไม่มาลงทุน เพราะเขาไม่มั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจของไทย และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานักลงทุนตกต่ำลงมาก 

รมว.สุชาติ ชื่นชมเยาวชนไทย-ผู้สนับสนุน หลังเด็กไทยคว้า 7 เหรียญแข่งขันฝีมือโลก

รมว.แรงงาน มอบรางวัลผู้เข้าแข่งขัน WorldSkills ครั้งที่ 46 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนการแข่งขัน ดันเยาวชนไทยคว้า 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 46 ที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลในเวทีระดับโลกมาได้ นี่คือความสำเร็จในการแสดงความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทย ที่มีทักษะฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้แตกต่างจากการแข่งขันในครั้งที่ผ่านมา โดยแยกสนามแข่งขันถึง 15 ประเทศแข่งขันทั้งหมด 62 สาขา ระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม 2565  ประเทศไทยส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 12 สาขา รวม 13 คน  มีประเภททีม 1 สาขา 

ผลการแข่งขันในครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ ที่ไทยสามารถคว้ามาได้ 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม เหรียญเงินจากสาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) มีนายณัฐวุฒิ เพ็ชรงาม เป็นตัวแทน เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 6 เหรียญ จากสาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกัด) มีนายสุทธิศักดิ์ อู่เล็ก เป็นตัวแทน  สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม 2 คน) มีนายณัฐวัสส์ ทองพินิจกุล และ นายชุติเดช ทองพินิจกุล เป็นตัวแทน สาขาการออกแบบเกมเชิงสามมิติ มีนายเจษฎาภรณ์ แก่นนอก เป็นตัวแทน สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย มีนางสาวศิริพร ทรปราณี เป็นตัวแทน สาขาการประกอบอาหาร มีนายภูริพัฒน์ วุฒิพัฒนานนท์ เป็นตัวแทน และสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีนางสาวจุฑารัตน์ บุญนาค เป็นตัวแทน 

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า รางวัลที่ได้รับช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล  สร้างการยอมรับจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงเปิดโอกาสให้แรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศได้มากขึ้นด้วย สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภายใต้การกำกับดูแลของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้แรงงานไทยมีทักษะฝีมือได้มาตรฐานสากล ส่งเสริมการมีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง  

ซึ่งการแข่งขันฝีมือแรงงานช่วยยกระดับให้เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลก และเป็นการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีต่อกันและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานในระดับนานาชาติต่อไป สำหรับเยาวชนที่เข้าแข่งขันในสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ได้เหรียญรางวัล ผมขอเป็นกำลังใจให้ด้วยเช่นกัน เพราะการก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้ ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก จึงขอให้นำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาปรับปรุงทักษะฝีมือของตนเองให้มากขึ้น และนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพและการทำงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เจ้าของร้านเหล้า เคลียร์ใจ ‘อิลสลิก’ แล้ว หลังด่า “ไอ้กวีขี้หมา” ชี้!! ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด

(2 พ.ย. 65) เรียกได้ว่ามีกระแสข่าวไม่เว้นช่วงเลย สำหรับหนุ่ม ‘อิลสลิก’ หรือทิฆัมพร เวชไทยสงค์ นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดัง เพราะล่าสุดก็มีประเด็นกระแสดรามากับเจ้าของร้านเหล้าที่ว่าจ้างให้ไปทำการแสดง แต่กลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดและถูกโพสต์ด่าว่า “ไอ้กวีขี้หมา”

โดยเมื่อวานนี้ (1 พ.ย. 65) แร็ปเปอร์หนุ่ม ‘อิลสลิก’ หรือทิฆัมพร เวชไทยสงค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Illslick - Thikhumporn Whetthaisong’ ถึงเรื่องคุณค่าของแฟนคลับ ไม่ได้วัดกันที่เงิน โดยระบุว่า…

“ราคาค่าตั๋วไม่ว่าจะมากหรือน้อย ไม่ได้วัดคุณค่าของคนฟัง ไม่ได้แปลว่าใครรักศิลปินมากกว่าใคร คนที่มีเงินน้อยจองตั๋วได้แค่ด้านหลังก็ไม่ได้แปลว่าไม่รักศิลปิน คนที่มีเงินมากอยู่หน้าสุดก็ไม่ได้แปลว่ารู้จักหรือร้องเพลงได้ทุกเพลง เงินไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเงินมากหรือน้อยก็เท่าเทียมกัน ผมรักคนที่ฟังผมจริงๆ ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ซื้อตั๋วกี่บาทก็ตาม ฝากไปถึงทุกๆ ที่ที่ผมจะไปแสดงที่เหลือ ไม่ว่าแฟนเพลงคนไหนจะซื้อตั๋วกี่บาท ผมอยากให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ใส่ใจไม่ต่างกันไม่ว่าคนพวกนั้นจะยืนที่ไหน ทุกคนคือคนฟังของผมครับ 💜”

หากอ่านแค่โพสต์ของหนุ่ม ‘อิลสลิก’ เฉยๆ ก็คงไม่ได้รู้สึกว่ามีเรื่องดรามาอะไร ซ้ำยังจะรู้สึกว่าหนุ่มอิสลิกแคร์แฟนๆ ที่รักของเขาทุกคน โดยไม่สนเรื่องเงินทองและไม่ได้วัดความรักของแฟนคลับจากเงินที่จ่ายค่าตั๋วชมการแสดง แต่หลังจากที่หนุ่ม ‘อิลสลิก’ โพสต์ข้อความไปแล้ว เจ้าของร้านเหล้าร้านดังก็ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้ทันที โดยระบุว่า…

“ผมว่าผมจะไม่พูดถึงละนะแต่คุณเริ่มก่อน การจ้างคุณมาเล่น เป็นงานที่ทุกคนในร้านเหนื่อยทั้งกายและใจกันที่สุด ตั้งแต่เปิดร้านมา 5 ปี ความเห็นส่วนตัวนะครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้มีการเซ็นสัญญาก่อนคุณจะมีประเด็นกับนักร้องท่านอื่น จนทำให้ทางผมต้องเลื่อนการโปรโมตการมาเล่นของทางคุณไป ให้กระแสมันลดลงก่อน ส่วนเรื่องราคาตั๋วทำไมต้องราคานี้คุณลืมอะไรเปล่าว่าค่าตัวคุณ 450,000 บาท+ค่าที่พัก+ค่าเอนเตอร์เทนคุณ+ค่าภาษี ที่ต้องจ่ายเป็นเท่าไรละครับ”

สรุปค่าโต๊ะ+ค่าตั๋วทางร้านขายได้เป็นเงิน 200,000-270,000 (วันนี้ผมจะเข้าไปสรุปยอด) ขาดทุนมหาศาล คุณยังมาปากดีอีกนะไอ้กวี การแสดงของคุณ 40-45 นาที กับการแสดงที่ธรรมดาโคตรๆ และนิสัยแบบคุณผมนึกว่าเมื่อคืนผมจ้างเด็ก 3 ขวบ มาเล่นคอนเสิร์ต ทำตัวยังกับตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่สนใจคนอื่น ทางร้านได้ตกลงกับคนดีลงานว่าหลังจากเล่นคอนเสิร์ตเสร็จคุณต้องมาแจกลายเซ็นแฟนคลับ แต่คุณให้แฟนคลับคุณนั่งรอคุณนับ 100 คน 1 ชม. 30 นาที แต่คุณกลับโดยไม่ชี้แจงอะไรทั้งสิ้น บางคนขับรถมาจากนครศรีธรรมราช บางคนมาจากจันทบุรี บางคนมาจากโคราช บางคนเอาเค้กมาให้คุณ รอคุณอยู่ด้วยความรักในตัวคุณ คุณยังทิ้งพวกเค้าเลย อย่ามาพูดเอาหล่อเอาว่าตัวเองดูดีเลยครับ นิสัยแบบคุณถ้าทำบ่อยๆ จากนิสัยจะกลายเป็นสันดาน และจะเป็นสันดานที่ไม่ดีด้วย”

“#10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ผมเห็นสันดานคุณกับตาแล้วครับ หนักกว่าที่เขาพูดกันอีกถุย ไอ้กวีขี้หมา! การค้าขายไม่มีคำว่านรกหรือสวรรค์ มีแต่กำไรหรือขาดทุน ผมขาดทุนผมไม่ว่าเรื่องเล็กแต่สิ่งที่คุณทำกับ FC คุณเอง ทำร้ายความรู้สึกทำร้ายจิตใจทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นเขารักคุณ คุณยังทำพวกเขาแบบนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ”

“สุดท้ายนี้ ถ้าคุณว่าเงินไม่ได้สำคัญ ไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ คุณก็มาเล่นฟรีหรือค่าตัวซัก 1 แสนสิผมจะได้ขายตั๋ว 300 ทุกคน ไม่ใช่ค่าตัวขนาดนี้ แต่เล่นได้แค่นี้อ่ะนะ ถ้ารู้ก่อนเอาค่าตัวที่จ้างคุณไปซื้ออาหารแจกหมาจรจัดดีกว่า โอเคนะครับไอ้กวี”

หลังจากที่เจ้าของร้านเหล้าโพสต์ข้อความนี้ออกไป ‘ลิลลี่ ตัณฑ์เอกชน’ แฟนสาวของหนุ่ม ‘อิลสลิก’ ก็ได้ออกมาตอบโต้พร้อมชี้แจงว่า…

“ขอโทษนะคะ ทำไมอยู่ดีๆ มาด่ากันหรอคะ งงมาก ตอนอยู่ที่ร้าน พูดคุยกันปกติ และก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แล้วเรื่องที่พิมพ์มาคืออะไรคะ อยู่ๆ ก็มาว่า ทางเราก็ยังไม่ได้ไปว่าอะไรร้านเลยนะ แค่มีแฟนคลับบางคนมาน้อยใจที่ตัวเองไม่มีเงินมาดู เราไปอ่านเจอแล้วพิมพ์ถึงแฟนคลับ อย่ากังวลเรื่องมีเงินซื้อบัตรมั้ย ราคาเท่าไหร่ก็เหมือนกัน นอกจากนี้น้องๆ บางคนเขาก็ฝากของมาให้ทางร้านให้ศิลปิน แต่ร้านไม่ฝากให้ แล้วเอาของไปให้คนอื่นแทน เราเลยเขียนถึง โดยไม่ได้ว่าอะไรร้านนี่คะ แล้วอันนี้คืออะไร ที่พิมพ์มาก็ไม่ตรงความจริงเลยสักอย่างนะคะ แบบนี้แค่อยากให้คนมาด่ากัน เอากระแสหรอคะ ลี่รบกวนชี้แจงหน่อยค่ะ”

นอกจากนี้ ลิลลี่ได้ชี้แจงประเด็นแจกลายเซ็นว่า “ส่วนเรื่องแจกลายเซ็น จริงๆ แล้วตั้งแต่งานแรกที่เรารับ ทุกงานไม่มีการยืนยันรับปากว่าจะแจกลายเซ็นได้ชัวร์ 100% หรือแจกได้กี่นาที เพราะเราดูสถานการณ์หน้างาน จำนวนคน การ์ด ความปลอดภัย ดูเวลา และสถานที่ บางทีสะดวกพี่อิลแจกเป็นชั่วโมง ตอนเช็กอินไม่ได้แจกเลย เพราะจำนวนคนเยอะมาก มันแจกไม่ได้ จะใช้วิธีเซ็นฝากไป เซ็นเป็นร้อยๆ ชิ้น แค่คนไม่เห็น เพราะไม่ได้พูด และถ้าบอกว่ามีการสัญญาว่าจะตัองไปแจก น่าจะมีการผิดพลาดอะไรรึป่าวคะ มีหลักฐานมั้ยคะ ปกติพี่อิลจะนั่งแจกในรถตู้เอง หรือไม่ก็บางร้านเราก็ไปเกาะรั้วแจก ส่วน ร้านพี่ เราคุยงานอยู่ร้านจนถึงตี 2 ร้านปิด เพราะมีปัญหาเรื่องงานที่ต้องพูดคุยกัน ซีเรียสมาก ทางเจ้าของก็ไม่เข้ามาคุย ไม่ได้มาใส่ใจถามไถ่ด้วยตัวเอง แล้วตอนออกไปจากที่ห้องรับรอง ออกไปพี่อิลไม่เจอใคร ร้านก็ไม่ได้อะไรพี่อิลเลยนะคะ แบบนี้ใครผิดใครถูก พี่อิลมองหาไม่เจอแฟนคลับสักคนเลยกลับ ทำไมไม่เดินเข้าไปแจ้งพี่อิล และทำไมไม่แจ้งไม่ถามก่อนแสดงว่ามีการแจกมั้ย ที่ไหนตอนไหน สะดวกมั้ย ร้านให้เราขึ้นก็เที่ยงคืนแล้ว กว่าจะเล่นเสร็จ ถ้าไม่อยากแจก จะนั่งรอยันร้านปิดทำไมคะ รีบกลับไปนอนไม่ดีกว่าหรอ มีกล้องวงจรมั้ยคะ ว่าพี่อิลกลับตอนไหน”

5 มิติ โครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจไทย

จากผลงานวิจัยศึกษาของ ADB (2015) พบว่าโครงสร้างของสถาบันทางเศรษฐกิจไม่ได้เอื้อให้ผลิตภาพของแรงงานไทยเติบโตทันกับการพัฒนาของอุตสาหกรรม ซึ่งมักพึ่งพิงเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากภาคธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาผ่านการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศ สมประวิณ มันประเสริฐ นักการธนาคาร จึงเสนอแนวทางในการปรับโครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจใน 5 มิติ ได้แก่

1. การพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และการสร้างนวัตกรรม 
โดยยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

2. การปรับโครงสร้างการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต 
แรงงานไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาคการผลิตที่มีผลิตภาพต่ำและมีทักษะต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเปรียบเทียบกับระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จากการศึกษาของ World Economic Forum (2014) ยังพบว่าการศึกษาของแรงงานไทยมักไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน แนวนโยบายที่จะช่วยยกระดับการศึกษาของไทยเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณทางด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การยกระดับคุณภาพบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคการผลิตมากขึ้น

‘พิธา’ วอนขอ ส.ส. โหวตหนุน ‘สุราก้าวหน้า’ ชี้!! เพื่ออนาคตเกษตรกร-ผู้ประกอบการรายย่อย

พิธา อภิปรายโค้งสุดท้าย ‘สุราก้าวหน้า’ เทียบกฎกระทรวงกับร่างสุราก้าวหน้าแตกต่างชัดเจน ยังคงกีดกันการค้ารายย่อยหนุนทุนใหญ่ผูกขาดเหมือนเดิม พร้อมกระตุกจิตสำนึก ส.ส. โหวตเสร็จคงจะกลับไปกินเหล้านอกต่อไม่ว่ากัน แต่ขอโหวตเพื่ออนาคตของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยด้วย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สรรพสามิต หรือร่างกฎหมาย ‘สุราก้าวหน้า’ ที่กำลังมีการอภิปรายในวาระ 2 และจะมีการลงมติวาระ 3 ในวันนี้ พร้อมชี้ข้อเปรียบเทียบกับกฎกระทรวง ว่าด้วยการผลิตสุรา ที่ออกมาใหม่โดยรัฐบาลเมื่อวานนี้

พิธาระบุว่าหลักการที่สำคัญที่สุดในการพิจาราเรื่องนี้ คือการเอาสภาพข้อเท็จจริงและศักยภาพของผู้ประกอบการ มาเทียบกับร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า และกฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานนี้ ว่าสิ่งใดที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของประเทศและศักยภาพของผู้ประกอบการมากกว่ากัน

ซึ่งหากเป็นกฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานนี้ กล่าวได้ว่าเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนจากล็อกเก่ามาเป็นล็อกใหม่เท่านั้น หากพิจารณาตามข้อเท็จจริง ผู้ประกอบการจินหรือรำ ทั้งที่เชียงใหม่ หนองคาย สงขลา สุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้ประกอบการระดับโลก ส่งออกไปได้ 17 ประเทศ ชนะการประกวดทั้งที่ปารีส โตเกียว ฮ่องกง ชนะคู่แข่งจากออสเตรเลีย อาร์เจนติน่าจะไม่ได้รับการปลดล็อกจากกฎกระทรวงฉบับนี้ ด้วยการกำหนดกำลังการผลิตขั้นต่ำ 30,000 ลิตรต่อวันที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย รวมทั้งการที่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น

‘นักร้องไต้หวัน’ ปล่อยเพลงฮิตติดหูภาษาจีน แต่ฟังเป็นไทยได้ว่า “ไม่มี ไม่ใช่ ไม่ต้องกลัว”

(2 พ.ย. 65) เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘ลุยจีน’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ วิดีโอซิงเกิลเพลงใหม่ของ โชว์ หลัว (Show Lo) หรือที่รู้จักในชื่อ ‘เสี่ยวจู’ นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง ชาวไต้หวัน ที่สร้างสรรค์เพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาจีน แต่สามารถฟังและร้องออกมาพ้องเสียงกับภาษาไทยอย่างแยบยลไว้ว่า…

🇹🇭 ภาษาไทย Go Inter ละครับ หยั่งชอบเลย 5555555 
ไม่ต้องกลัวๆๆๆๆๆๆๆ
อัพแอนด์ดาวน์ อัพ อัพ แอนด์ดาวน์....
ช่วยด้วยหยุดร้องตามไม่ได้ โคตร Earworm🤣🤣🤣

เข้าไปฟังเพลงเต็มและเต้นตามอย่างเมามันส์ได้เลยครับ 5555 https://www.youtube.com/watch?v=g-l7aY0_vUQ 
Creative มากๆ👍

ตัวเนื้อเพลงเล่นกับภาษาไทยหลายคำที่ออกเสียงคล้ายภาษาจีน แล้วคนจีนชอบเอามาล้อว่าเวลาไปไทยให้ฝึกพูดคำไทยง่ายๆ เหล่านี้ไว้

ไม่มี (ม่าย หมี่) 买米 - ซื้อข้าว
ไม่ใช่ (ม่าย ไช่) 买菜 - ซื้อผัก
ไม่ต้องกลัว (ม่าย ตง กัว) 买冬瓜 - ซื้อฟัก
ไม่ต้องกลัวผี (ม่าย ตง กัว ผี) 买冬瓜皮 - ซื้อเปลือกฟัก
สวัสดีค่ะ (ซวา หว่อ ตี ข่า) 刷我的卡 - รูดการ์ดของฉัน

ผมล่ะอยากเห็นทีมที่มาสอนเต้นเลยครับ อารมณ์จริตอะไรคือได้มากกก 55555😆 So Thai ห่าว ไท่ กั๋วววว

โดย เพลงนี้มีชื่อว่า ‘買冬瓜’ แปลว่า ‘ซื้อฟักเขียว’ ซึ่งออกเสียงว่า ม่ายตงกัว พ้องกับภาษาไทยว่า “ไม่ต้องกลัว”

อีกทั้งในมิวสิกวิดีโอเพลงยังได้ทำโลเคชั่นล้อไปกับตลาดนัดของประเทศไทย โดยมีคำว่า ‘Thailand’ ประกอบอยู่ด้วย พร้อมมีซับไตเติลภาษาไทยประกอบไว้ด้วย 

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ส่งชุดครูฝึกค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR TEAM) พร้อมอุปกรณ์ เดินทางและมอบอุปกรณ์ให้กับชุด USAR TEAM

วันนี้ (2 พ.ย. 2565) กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งและกองพันรักษาฝั่งที่ 11 และกรมรักษาฝังที่ 1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พล.ร.ท.อาภากร อยู่คงแก้วผบ.ทรภ.3 ,นาวาโทศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 นาวาโท กัณฑภณ ศุกระรงคะ ผู้บังคับกองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ชุดครูฝึกค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง(USAR TEAM)ได้ฝึกการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติฝึกทบทวนและมอบอุปกรณ์ให้กับชุด USAR TEAMเป็นการพัฒนาศักยภาพการกู้ชีพและแนะนำอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยโดยระบบเชือกขั้นพื้นฐาน และการบำรุงรักษาอุปกรณ์,ระบบบัญชาการณ์เหตุการณ์ และการปฏิบัติงานค้นหาและกู้ภัย,การใช้เปลตะกร้าและเปลSked, การค้นหาและกู้ภัยอย่างรวดเร็ว ( ASR3 ) การค้นหาทางกายภาพ,เทคนิคการตัดเจาะ, เทคนิคการเคลื่อนย้ายวัตถุหนักออกจากผู้ประสบภัยและการทำระบบเชือกในแบบต่างๆผู้เข้าฝึกในครั้งนี้จำนวน 36 นาย การอบรมครั้งนี้อบรมตั้งแต่วันที่ (28 ต.ค. 65 ถึง 1 พ.ย.65) รวมเป็นระยะเวลา 5 วันและวันนี้มีการตรวจเยี่ยม ชมการสาธิตต่าง ๆ และมอบอุปกรณ์ การกู้ภัยให้กับ ชุด USAR TEAM ของกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 และมีนายโชคชัย เมืองสง หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลจังหวัดพังาและมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าชม การสาธิตครั้งนี้ด้วย

นาวาโทศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กล่าวว่า การจัดตั้งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue: USAR) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถสำหรับเป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสนับสนุนในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ในส่วนงานด้านการค้นหาและกู้ภัยหรือ สปฉ.9โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งจะถูกสถาปนาขึ้นเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการค้นหาและกู้ภัยของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเมื่อเกิดสาธารณภัยระดับ 3 และ 4 และ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด สำหรับสาธารณภัยระดับ 1 และ 2 ดังที่ระบุไว้ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ผบ.ทร. และหน่วยควบคุมทางยุทธการโดย ผบ.ทรภ.3 ที่ต้องการมีหน่วยที่จะใช้งานในการค้นหาและช่วยชีวิตในเขตเมืองในภาวะวิกฤติ นอกจากกำลังพลของ ทร.ปกติที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนทุกครั้งเมื่อเกิดความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่กระทำในทันทีที่มีภัย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top