Thursday, 2 July 2026
TheStatesTimes

กรมกิจการพลเรือนทหารบก จัดกิจกรรมการแสดงทางทหาร เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้ประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมการแสดงทางทหาร เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ให้แก่เด็กและเยาวชน รวมทั้งมอบของขวัญ เนื่องในโอกาสวันสำคัญนี้ ภายใต้แนวคิด “คิดดี Kid’s Day by ARMY 65”

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กองทัพบก ตระหนักถึงความห่วงใยในสุขอนามัยของเด็กและเยาวชน จึงพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมวันเด็กเป็นแบบออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ มีผู้เข้าร่วมชมกิจกรรมวันเด็กแบบออนไลน์ของกองทัพบกเป็นจำนวนมาก สำหรับข้อดีของการจัดกิจกรรมแบบออนไลน์ สามารถเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมรับชมกิจกรรมผ่านออนไลน์ ตอบคำถาม และรอรับรางวัลที่บ้านได้

สำหรับในปี 2565 นี้ ทาง กองทัพบก จึงได้ดำเนินรูปแบบการนำเสนองานวันเด็กแบบ LIVE สดออนไลน์ ผ่านช่องทาง Facebook เพจ กรมกิจการพลเรือนทหารบก Directorate of Civil Affairs

(https://www.facebook.com/doca.thaiarmy) ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการ ร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยน้องๆ สามารถเข้าชมกิจกรรมของงาน และแชทตอบคำถาม เพื่อรับมอบของขวัญ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายๆ ภาคส่วน อาทิ ช่อง 7 HD, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), KING POWER,  บริษัท เทเวศน์ ประกันภัย, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ผลิตภัณฑ์ ดอยคำ, บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท สุขสวัสดิ์เจริญ จำกัด, มูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทย, บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท ไบร์ท ไวไว ฟู้ด, บริษัท อิทธิพรอิมปอร์ต, บริษัท กรีนแลนด์ มาร์เก็ตติ้ง  จำกัด, บริษัท ซันแอนด์ซัน ดีเวลลอปเม้นท์ (1999) จำกัด, บริษัท อิทธิพรอิมปอร์ต จำกัด, บริษัท โซริด เอนเตอร์ไพร์ส จำกัด, บริษัท อาหารยอดคุณ จำกัด, บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และอีกหลายหน่วยงานร่วมให้การสนับสนุน 

สำหรับของรางวัล,Tablet, ของเล่น ขนม และตุ๊กตาน่ารักๆ ได้รับการสนับสนุนจาก บิสคลับประเทศไทย (Biz Club ประเทศไทย) และสุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา จ.ราชบุรี ในส่วนของการเชื่อมต่อสัญญาณออนไลน์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุนบริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ความเร็วสูง 1 Gbps เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์อันน่าประทับใจนี้ ทั้งนี้ ทาง บริษัท เอบีพีโอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการจัดส่งของรางวัลให้น้องๆ ถึงบ้าน 

สำหรับภายในงานจะประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงดนตรีประกอบบทเพลงของ กรมดุริยางค์ทหารบก, การนำเสนอคลิปสั้นการปฏิบัติหน้าที่ของพี่ๆ ทหารในภารกิจการป้องกันประเทศ การบรรเทาสาธารณภัย และการสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ ในการป้องกันโควิด-19, ประวัติศาสตร์ชาติไทย, ร่วมเล่นเกมส์ รับชมการแสดง Cover Dance ของทีมเยาวชนที่มีความสามารถในการร้องเพลงและเต้น Cover Dance ได้อย่างน่าประทับใจ

‘เพจเส้นด้าย’ เผยคนหาเตียงโควิดพุ่งหนัก ข้องใจป่วยรายใหม่ 3 พันต่อวัน จริงหรือ?

เพจ "เส้นด้าย" เผยมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 โทรศัพท์ขอเตียงหลักร้อยคน มากที่สุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่การตรวจเชิงรุกที่จตุจักร 81 คน พบติดเชื้อ 16 คน พร้อมตั้งคำถามกรณียอดป่วยรายใหม่เพียง 3,000 ต่อวัน

วันที่ 4 ม.ค. 65 เพจเฟซบุ๊ก เส้นด้าย - Zendai "วันนี้ #เส้นด้ายคอลเซ็นเตอร์ 02-0965000 โทรศัพท์ดังทั้งวัน ก่อนปิดปีใหม่ มีคนขอเราหาเตียงแค่ 2-3 ราย ต่อวัน วันนี้มีคนขอเตียงเรากว่า 30 เตียงต่อวัน"

ขณะที่การตรวจ COVID-19 เชิงรุกในช่วงเช้า ที่แขวงจตุจักร เขตจตุจักร จำนวน 81 คน พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 16 คน (คิดเป็นอัตรา 19.75%) ส่วนในเดือน ก.ค.2564 อัตราพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยเคยสูงถึง 20% เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อัตราเหลือแค่ไม่ถึง 0.3%

“เดือนมกราคมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ยังเหลืออีก 26 วัน เรายังไม่รู้ว่าอัตราการติดเชื้อจะเป็นเท่าไร เราไม่รู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเวฟ 5 โอมิครอนหรือไม่”

นอกจากนี้ การตรวจเชิงรุกในพื้นที่พญาไท ทางเส้นดาย พบผู้ติดเชื้ออีก 16 คน และเครือข่ายฯ ตรวจพบอีกเกือบ 100 คน พร้อมตั้งคำถามถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มียอด 3,000 คนต่อวัน

“วันนี้เป็นวันแรกในรอบสามเดือนที่เบอร์โทรเส้นด้ายมีคนขอเตียงมาเป็นร้อย”

กทม.เตรียมพร้อม CI 40 แห่ง

'บิ๊กตู่' สั่ง ยกระดับ ระบบขนส่งสินค้าเกษตร-ผลไม้ไทย กำชับ รักษามาตรฐานคุณภาพสินค้า-คำนึงถึงมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 ปลอดภัย  ได้มาตรฐานสากล

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งเดินหน้าเสริมศักยภาพพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้ไทย โดยเป็นการขับเคลื่อนการทำงานอย่างบูรณาการทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร ตั้งแต่สนับสนุน และตรวจสอบการผลิตที่ได้มาตรฐาน สอดคล้องความต้องการผู้บริโภค มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และมีการจัดการที่สอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุข ล่าสุด เป็นที่น่ายินดีที่ว่า จีนได้เปิดด่านรถไฟผิงเสียง (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) นำเข้าผลไม้ไทย ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. ถึงวันที่ 17 มกราคม 2565 ทดแทนกรณีด่านตงซิง (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน) ปิดด่าน ทําให้ทุเรียนและลําไยสดของประเทศไทยติดค้างอยู่ที่ด่านเป็นจำนวนมาก โดยในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน ได้กว่า 2 ล้านตัน เป็นมูลค่ากว่า 148,000 ล้านบาท โดยปริมาณการส่งออกผลไม้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน ลำไย และมะพร้าวอ่อน 

นายธนกร กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เห็นว่าด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก การส่งออกสินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลง จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมศักยภาพ ยกระดับและพัฒนาระบบขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้ไทยให้มีประสิทธิภาพ ดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้อย่างรอบครอบและครอบคลุม รับมือให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้สินค้าเกษตรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งผลไม้ไทยถือเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญ สร้างรายได้ให้กับประเทศ กำชับให้รักษามาตรฐานคุณภาพผลไม้ส่งออก พร้อมคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 ที่ปลอดภัย และได้มาตรฐานในระดับสากล สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมบริการที่ให้ความสำคัญในด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า          

‘พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล’ รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี

โรงพยาบาลอานันทมหิดล กรมแพทย์ทหารบก ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของกองทัพบกไทย ให้บริการทั้งข้าราชการทหารและพลเรือนรวมถึงประชาชนทั่วไป และมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่สามรองจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี

โรงพยาบาลอานันทมหิดล เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2480 และแล้วเสร็จในปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จฯ มากระทำพิธีเปิดเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2481 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเปิดค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ตร. พอใจ!! ปีใหม่ 2565 พบอุบัติเหตุ - ผู้เสียชีวิตลดลงตามเป้า พร้อมปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ

วันนี้ (5 ม.ค. 65) เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. /พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. / พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลการดำเนินการในการอำนวยการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุ และการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน เทศกาลปีใหม่ 2565 พร้อมปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ฯ ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.64 เป็นต้นมาจนถึงวันสุดท้ายคือ 4 ม.ค.65 ซึ่งทุกวันจะมีการติดตามสถานการณ์การจราจร และการปฏิบัติของแต่ละหน่วย ผ่านระบบ VDO Conference  โดยมี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้กำกับดูแลในแต่ละวัน และให้หน่วยระดับ บช./ภ. , บก./ภ.จว. และทุกสถานีตำรวจเฝ้าฟัง ทั้งนี้เพื่อลดอุบัติ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ ตามค่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด โดยผลการดำเนินการในแต่ละด้าน มีดังนี้ 

>> 1. การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจร  จัดกำลังตำรวจกว่า 80,000 นาย ดูแลการจราจรตลอด 7 วัน มีปริมาณรถ เข้า-ออกจาก กทม. จำนวน 7,540,156 คัน  (ออกจาก กทม. จำนวน 3,718,563  คัน  และเข้า กทม. จำนวน 3,821,593 คัน)  วันที่ประชาชนเดินทางออกจาก กทม. มากที่สุด คือวันที่ 30 ธ.ค.64  วันที่ประชาชนเดินทางเข้า กทม. มากที่สุด วันที่ 3 ม.ค.65  

มีการเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) จำนวนทั้งสิ้น 126 ครั้ง (ระบายรถขาออก 52 ครั้ง / ขาเข้า 74 ครั้ง) รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ที่ขออนุญาตเดินรถในช่วงเวลาห้าม ผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 23,484 คัน อนุญาตให้เดินรถได้ 20,645 คัน  (รถที่ได้รับอนุญาตมากที่สุด คือ รถบรรทุกน้ำมันหรือแก๊ส (ร้อยละ 60.3) รองลงมา คือ รถบรรทุกอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค (ร้อยละ 24.1) ) ( ไม่อนุญาตจำนวน 2,839 คัน  และพบผู้ฝ่าฝืนเดินรถในเวลาห้าม จำนวน 82 ราย เนื่องจากเป็นสาเหตุให้การจราจรติดขัด)      

 

>> 2. การบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก มีการตั้งจุดตรวจทุกวันเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน ทั่วประเทศจำนวน 1,240 จุด (กวดขันวินัยจราจร 769 จุด, ตรวจแอลกอฮอล์ 471 จุด) พบผู้ที่ฝ่าฝืนทั้งสิ้น 573,837 ราย  ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา 19,760 ราย (มากกว่าปีใหม่ปีที่แล้วคิดเป็น 41.52 %) ข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย 167,677 ราย และข้อหาขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 48,257 ราย โดย 10 ข้อหาหลักนี้ จะก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าว

>> 3. การป้องกันและลดอุบัติเหตุ รัฐบาลกำหนดค่าเป้าหมายให้จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (admit) ต้องลดลงไม่น้อยกว่า 5 % เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง (ปีใหม่ 2562 – 2564) ซึ่งจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุลดลงตามเป้าในทุกด้าน

- การเกิดอุบัติเหตุ 7 วันของเทศกาลปีใหม่ 2565  เกิดจำนวน 2,707 ครั้ง  ลดลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปี (3,515 ครั้ง) เป็นจำนวน 808 ครั้ง  (ลดลง 22.99 %)

- จำนวนผู้เสียชีวิต 7 วันของเทศกาลปีใหม่ 2565  มีจำนวน 333 ราย  ลดลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปี (388 ราย) เป็นจำนวน 76 ราย   (ลดลง 18.58 %)

- จำนวนผู้บาดเจ็บ 7 วันของเทศกาลปีใหม่ 2565  มีจำนวน 2,672 คน  ลดลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปี (3,572 คน) เป็นจำนวน 900 (ลดลง 25.08 %)

ทั้งนี้ บช./ภ. ที่มีผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนดีที่สุด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรภาค 8

>> จังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุลดลงมากที่สุด (เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปี) 3 จังหวัดแรก คือ จว.อำนาจเจริญ จว.ระยอง จว.พิจิตร

>> จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต  มีจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ นครนายก  แพร่   สุโขทัย  สมุทรสงคราม พังงา ตรัง  สตูล ปัตตานี และยะลา

4. การประชาสัมพันธ์ข้อมูล  มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ facebook ตำรวจทางหลวง และสายด่วน บก.ทล. 1193, จส.100 สวพ.91 รวมทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียล ที่เกี่ยวกับการจราจรต่าง ๆ โดยมีประชาชนสอบถามข้อมูลการจราจรและแจ้งเหตุผ่านทาง สายด่วน 1193 รวมจำนวน 2,463 สาย เป็นการสอบถามเส้นทางและสภาพการจราจรจำนวน 1,773 สาย และขอความช่วยเหลืออีก 566 สาย

 

7 มกราคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (วังหน้า)

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี เป็นที่รู้จักกันในพระนามว่า ทูลกระหม่อมฟ้าน้อย เป็นพระราชบุตรลำดับที่ 50 หรือ พระราชกุมารพระองค์ที่ 27 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 3 ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระองค์พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 10 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2351 ณ พระราชวังเดิม

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระราชวงศ์และเสนาบดีมีมติเห็นชอบให้ถวายราชสมบัติแก่พระมงกุฎ วชิรญาณะ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกาลต่อมา) จึงมอบหมายให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ไปเฝ้าเจ้าฟ้ามงกุฎ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร แต่พระมงกุฎยังไม่ลาผนวชและตรัสว่าต้องอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ขึ้นครองราชย์ด้วย เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่าเป็นผู้ที่สามารถควบคุมกำลังทหารเป็นอันมากได้ จึงมีพระชะตาแรงและต้องได้เป็นพระมหากษัตริย์ 

ดังนั้น จึงได้มีการเชิญสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ขึ้นทรงราชสมบัติที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคล มีพระราชพิธีบวรราชาภิเษกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม และทรงรับพระบวรราชโองการให้พระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ 2 โดยได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

"พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร์มหิศเรศรังสรรค์ มหันตรวรเดชโชไชย มโหฬารคุณอดุลย สรรพเทเวศรานุรักษ บวรจุลจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถ อิศวรราชรามวรังกูร บรมมงกุฎนเรนทร สูรยโสทรานุชาธิบดินทร เสนางคนิกรินทร บวราธิเบศร พลพยุหเนตรนเรศวร มหิทธิวรนายก สยามาทิโลกดิลกมหาบุรุษรัตนไพบูลยพิพัฒนสรรพศิลปาคม สุนทรโรดมกิจโกศล สัตปดลเสวตรฉัตร ศิริรัตนบวรมหาราชาภิเศกาภิสิต สรรพทศทิศพิชิตไชยอุดมมไหสวริยมหาสวามินทร สเมกธรณินทรานุราช บวรนารถชาติอาชาวศรัย ศรีรัตนไตรสรณารักษ์ อุกฤษฐศักดิสรรพรัษฎาธิเบนทร ปวเรนทรธรรมมิกราชบพิตร พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว"

หลังจากพระราชพิธีบวรราชาภิเษกแล้ว พระองค์ก็เริ่มทรงพระประชวรบ่อยครั้ง หาสมุฏฐานของพระโรคไม่ได้ จนกระทั่งประชวรด้วยวัณโรคและเสด็จสวรรคตเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 2 แรม 6 ค่ำ เวลาเช้าย่ำรุ่ง ตรงกับวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 สิริพระชนมพรรษา 58 พรรษา ทรงอยู่ในบวรราชสมบัติทั้งสิ้น 15 ปี
 

อุตสาหกรรมไทย 65 ลุ้นขยายตัว 2.5-3.5% รับแรงหนุนตลาดส่งออกโตต่อเนื่อง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปี 2564 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ที่จัดทำโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) คาดว่าจะขยายตัว 5.2% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2563 ที่ MPI หดตัว 9.3% ขณะที่คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2565 อัตราการใช้กำลังการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ประมาณการ MPI ขยายตัว 4.0-5.0% ส่วน GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 2.5-3.5% เป็นผลจากตลาดส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงตลาดในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ

ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ประกอบกับต้องพิจารณาปัจจัยราคาพลังงานและการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการใช้แรงงานเข้มข้นต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2564 กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสอดคล้องกับสถานการณ์การผลิต ต่อยอดอุตสาหกรรมกลุ่มเดิมที่มีศักยภาพ และการเพิ่มเติมอุตสาหกรรมอนาคตเสมอ

ขณะที่ในปี 2565 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญต่อการยกระดับพัฒนาและคำนึงถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะนำเสนอนโยบายสำคัญต่อคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมศักยภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเกิดการบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น... 

มหาสารคาม - เรตติ้งพุ่ง!! มมส.สร้างพระพุทธเปิดโลกอีสานล้านช้าง “เปิดโลก รับทรัพย์” รุ่นแรก

กลุ่มศิษย์เก่ารวมใจ คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) เชิญชวนศิษย์เก่า ประชาชน สั่งจองพระพุทธเปิดโลกอีสานล้านช้าง “รุ่นเปิดโลก รับทรัพย์” รุ่นแรก สมทบงบประมาณสร้างป้ายคณะและพระแท่นประดิษฐานพระพุทธเปิดโลกอีสานล้านช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมอีสาน ในโอกาสครบรอบวันสถาปนาคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ 31 กรกฎาคม 2565 เปิดตัววันแรกคึกคัก ยอดสั่งจองคนหลายองค์

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์และคณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์  คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ดร.เชวงศักดิ์ พลลาภ ศิษย์เก่าสาขาวัฒนธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานกลุ่มศิษย์เก่ารวมใจ และตัวแทนศิษย์เก่ารวมใจ คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ร่วมประชุมแนวทางการจัดสร้างป้ายคณะ และพระแท่นประดิษฐานพระพุทธเปิดโลกอีสานล้านช้าง รวมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนศิษย์เก่าและประชาชนทั่วไป สั่งจองพระพุทธเปิดโลกอีสานล้านช้าง “รุ่นเปิดโลก รับทรัพย์” รุ่นแรกด้วย

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์  คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากการที่คณะศิลปกรรมศาสตร์และคณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ควบรวมเป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.63 เป็นต้นมา  โดยมีอาคารวัฒนธรรมศาสตร์เป็นอาคารหลักเขตพื้นที่ในเมือง และมีพระพุทธประติมากรรมยืนปางเปิดโลก พุทธลักษณ์อีสานล้านช้างอย่างถูกต้องงดงามเป็นศูนย์รวมใจ ทั้งนี้ได้รับการอนุมัติแบบก่อสร้างป้ายคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ และพระแท่นประดิษฐานพระพุทธเปิดโลกอีสานล้านช้างเมื่อวันที่ 13 พ.ค.64 ที่ผ่านมานั้น

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัยกล่าวอีกว่า ในการออกแบบก่อสร้างป้ายคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ดังกล่าว กลุ่มศิษย์เก่ารวมใจ คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ เห็นว่าจะเป็นศูนย์ปูชนียสถานสำคัญ ในการร้อยความสัมพันธ์ ความผูกพัน และสร้างพื้นที่ส่วนนี้เป็นแลนด์มาร์ก หรือเป็นศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมสำคัญของภาคอีสานด้วย จึงได้มีมติจัดสร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกจำลอง รุ่นเปิดโลกรับทรัพย์ รุ่นแรก ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำคณะ ในโอกาสครบรอบวันสถาปนาคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ 31 ก.ค.65 ทั้งนี้ เพื่อหางบประมาณสมทบการก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ จึงได้ประชุมแนวทางการก่อสร้างและเชิญชวนสั่งจอง โดยมีความเชื่อว่าจะมีพุทธคุณต่อผู้ที่เคารพบูชา มีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง หน้าที่การงานก้าวไกล และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เหมาะสำหรับการบูชาและมอบให้กับผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพนับถือ สอดคล้องกับสถานการณ์สังคมปัจจุบัน

ด้าน ดร.เชวงศักดิ์ พลลาภ ศิษย์เก่าสาขาวัฒนธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานกลุ่มศิษย์เก่ารวมใจ กล่าวว่าในการก่อสร้างป้ายคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ และจัดสร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกจำลอง รุ่นเปิดโลกรับทรัพย์ ดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้คณะศิษย์เก่า ทั้งชาว มศว. (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ), มมส.(มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) ตลอดจนบุคคลวงการศึกษา ชาว จ.มหาสารคาม และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมบูชา เพื่อหางบประมาณสมทบการก่อสร้าง   

โดยเปิดเช่าบูชาองค์ยืนขนาดสูง 20 นิ้ว จำนวน 499 องค์ และเหรียญรูปไข่เนื้อทองแดง จำนวน 10,000 เหรียญ ทั้งนี้ ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่หนูอินทร์ กิตฺติสาโร ที่ปรึกษาเจ้าคณะ จ.กาฬสินธุ์ และพระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม ประกอบพิธีปลุกเสก 

ดร.เชวงกล่าวอีกว่า พระพุทธรูปปางเปิดโลกรุ่น "เปิดโลก รับทรัพย์" เพื่อหารายได้สร้างป้ายคณะและพระแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปปางเปิดโลกอีสานล้านช้าง พระพุทธรูปประจำคณะ เป็นฝีมือของ ผศ.สันติสุข แหล่งสนาม และ ศาสตราจารย์ เข็มรัตน์ กองสุข ประติมากรคนสำคัญของประเทศไทย โดยจะประดิษฐานที่บริเวณด้านหน้าอาคารวัฒนธรรมศาสตร์ต่อไป ทั้งนี้ จะมีการประกอบพิธีเปิดป้ายและสักการะอย่างเป็นทางการ วันที่ 31 ก.ค.65 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปี ควบรวมคณะศิลปกรรมศาสตร์และคณะวัฒนธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

 

ชลบุรี - ยืนยัน!! คลัสเตอร์ ทหารเรือสัตหีบ ไม่มีการแพร่ระบาดและสามารถควบคุมได้

พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อบางสื่อรายงานข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งระบุว่าเกิด Cluster ในเขตพื้นที่ทหารเรือ โดยมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องไม่สามารถควบคุมได้นั้น โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือมีความไม่สบายใจต่อข่าวดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้ปกครองและครอบครัวของทหารใหม่ในสังกัดกองทัพเรือ มีความกังวลและตื่นตระหนก

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ สั่งการให้กรมแพทย์ทหารเรือ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ จากรายงานของกรมแพทย์ทหารเรือ ระบุว่า ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2565 มีรายงานการพบกำลังพลในสังกัดกองทัพเรือที่ติดเชื้อโควิด-19 ดังนี้ วันที่ 26 ธันวาคม 2564 ไม่มีผู้ติดเชื้อ วันที่ 27 ธันวาคม 2564  มีผู้ติดเชื้อ 1 ราย วันที่ 28 ธันวาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อ 2 ราย วันที่ 29 ธันวาคม 2564  มีผู้ติดเชื้อ 10 ราย  วันที่ 30 ธันวาคม 2564  มีผู้ติดเชื้อ 7 ราย วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อ 2 ราย วันที่ 1 มกราคม 2565  มีผู้ติดเชื้อ 9 ราย และ วันที่ 2 มกราคม 2565 มีผู้ติดเชื้อ 6 ราย 

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อไปว่า กำลังพลของกองทัพเรือที่ติดเชื้อในพื้นที่สัตหีบ ตามรายงานข้างต้น ไม่ได้อยู่ในสังกัดหน่วยเดียวกัน ไม่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ไม่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) และปัจจุบันสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้ ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏที่ระบุว่า ไม่สามารถควบคุมได้ ถือว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมากองทัพเรือได้ให้ความสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อให้กับกำลังพลในทุกระดับ

 

'หมอโอภาส' แนะคนฉีดเข็ม 2 ก่อน 1 พ.ย. 64 รีบบูสเข็ม 3 เตรียมรับมือ 'โอมิครอน' ระบาด

กรมควบคุมโรค เน้นย้ำความสำคัญสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ประชาชนที่ฉีดเข็ม 2 ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 รีบไปรับบูสเตอร์โดส รับมือการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อโคโรนา 2019 ว่า สถานการณ์ทั่วโลกได้รับรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิน 1 ล้านคน สายพันธุ์ที่ระบาดใหญ่ คือ เดลตา (Delta) และ โอมิครอน (Omicron) ซึ่งประเทศไทยได้ระงับการตรวจหาเชื้อแบบ Test&Go จึงช่วยชะลอผู้ติดเชื้อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย สอดคล้องกับแนวโน้มของโรคที่ลดน้อยลงเพราะการฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ 

ทั้งนี้ จากเทศกาลวันหยุดยาวที่มีการเฉลิมฉลองทั้งคริสต์มาสและปีใหม่ ทำให้เมืองท่องเที่ยวมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค. 65 จังหวัดชลบุรีมีผู้ติดเชื้อ 499 ราย อุบลราชธานี 328 ราย ภูเก็ต 149 ราย  สมุทรปราการ 120 ราย และเชียงใหม่ 117 ราย  สาเหตุสำคัญเกิดจากการรวมตัวกันทำกิจกรรม โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย อยู่ในห้องที่ปิดอับ ไม่มีการระบายอากาศที่ดี เช่น ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ จึงมีการเน้นย้ำให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทุกจังหวัดเข้มงวดสถานที่ที่มีความเสี่ยง หากไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

นายแพทย์โอภาส กล่าวอีกว่า ในวันที่ 4 มกราคม ถือเป็นวันแรกของการรับมือโควิด-19 เข้าปีที่ 3 สิ่งที่คาดหวังในปีนี้ คือการปรับระบบให้กลายเป็นโรคประจำถิ่น โดยมีปัจจัยหลัก 3 อย่าง 

1.) เชื้ออ่อนลง ไม่ทำให้คนที่ติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิต แต่แพร่กระจายได้มากขึ้น ซึ่งตรงกับสายพันธุ์โอมิครอน  
2.) ประชากรมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เกิดได้จากการฉีดวัคซีน ซึ่งปีนี้จะเป็นการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 3 หรือเข็ม 4  
และ 3.) การจัดการสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยง การรักษาดีขึ้น ทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับได้และมียามากขึ้น  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top