Wednesday, 1 July 2026
TheStatesTimes

‘รมต.กระทรวงอุตสาหกรรม’ เปิดโรงงานแบตไฟฟ้าใหญ่สุดในภูมิภาคอาเซียน “อมิตา”!! พร้อมก้าวสู่โลกพลังงานสะอาดแบบครบวงจร

วันนี้ (12 ธ.ค.2564) ที่ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธี เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจร ทันสมัย มีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคอาเซียน โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.กระทรวงแรงงาน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกวิน ทังสุพานิช เลขานุการรัฐมนตรีพลังงาน รองศาสตราจารย์.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฉะเชิงเทรา พร้อม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธี

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทพลังงานบริสุทธิ์จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน-พลังงานไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้า กล่าวว่า โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและระบบกักเก็บพลังงาน จะเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) และการนำพลังงานหมุนเวียนที่มีเสถียรภาพเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยได้ออกแบบให้โรงงานแห่งนี้ใช้ระบบที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังสามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการผลิตได้ง่ายขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทคโนโลยีในอนาคต อีกทั้งโรงงานยังเน้นแนวคิดที่ใช้พลังงานในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต มุ่งเน้นการรีไซเคิลในกระบวนการผลิตให้มากที่สุด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท อมิตา เทคโนโลยี อิงค์ (ไต้หวัน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนในไต้หวันมากว่า 20 ปี

ทั้งนี้ กลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ได้เข้าร่วมทุน ถ่ายทอดประสบการณ์และเทคโนโลยีในการสร้างโรงงานจนเป็นผลสำเร็จ ผ่านบริษัทย่อยภายใต้ ชื่อ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด มีกำลังการผลิตขนาดใหญ่มากขึ้นในระดับ World Class เพื่อผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ชนิด Pouch Cell ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และวัสดุที่มีความปลอดภัยสูงในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ให้สามารถจุพลังงานได้สูง มีน้ำหนักเบา มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่มีส่วนประกอบของสารที่เป็นอันตราย เช่น กรดหรือตะกั่ว และใช้เทคนิคพิเศษในการผลิตเซลล์ เมื่อหมดอายุการใช้งาน นำไปรีไซเคิล ด้วยการคัดแยกแผ่นขั้วบวกและขั้วลบได้ง่าย เพราะเป็นแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้แบตเตอรี่ของอมิตายังออกแบบให้เข้ากันกับเทคโนโลยีแบบ Ultra-Fast Charge ที่รองรับการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที พร้อมรองรับการชาร์จได้สูงถึง 3,000 รอบ ที่จะเป็นจุดเด่นสำหรับรองรับการใช้งานของยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจัยเรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการใช้งานอย่างคุ้มค่าที่สุด”

แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้า และเรือโดยสารไฟฟ้า เพื่อช่วยในการลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ที่ผลิตได้ในระยะเริ่มต้น ขนาด 1 กิกะวัตต์ หรือ 1,000,000 กิโลวัตต์ สามารถนำมาใช้ในรถโดยสารไฟฟ้า ขนาด 11 เมตร ซึ่งขับเคลื่อนได้ระยะทางสูงสุด 240 กิโลเมตร ได้ถึง 4,160 คันต่อปี และการใช้รถโดยสารไฟฟ้า จำนวน 4,160 คัน สามารถช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission Reduction) ประมาณ 91,709 ตันต่อปี และลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลได้กว่า 97,066,667 ลิตรต่อปี เมื่อเทียบกับรถโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันดีเซล

“อลงกรณ์” ชี้!! มี 4 เหตุผลที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แข่งกันเองในการเลือกตั้งซ่อม ไม่ใช่แค่เรื่องมารยาททางการเมืองเท่านั้น!!?

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ อดีตส.ส.6สมัยและอดีตรัฐมนตรี เขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “มารยาททางการเมืองและ 4 เหตุผลกรณีพรรคร่วมรัฐบาลไม่ส่งผู้สมัครแข่งกันเองในการเลือกตั้งซ่อม”

ซึ่งตรงกับความสนใจของสาธารณชนในขณะนี้ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ชุมพรเขต 1 และสงขลาเขต 6 โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่า

“คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็นมารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะหลีกทางให้พรรคเจ้าของที่นั่งเดิมส่งผู้สมัครส.ส.โดยไม่แข่งกันเองในการเลือกตั้งซ่อม ความจริงเหตุผลเรื่องมารยาททางการเมือง เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น

แต่ยังมีเหตุผลอื่นอีกที่อธิบายว่าทำไมพรรคร่วมรัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่ผ่านมาจึงไม่ส่งผู้สมัครส.ส.แข่งกันเองจนถือปฏิบัติเป็นธรรมเนียมทางการเมืองสืบต่อกันมา ด้วยเหตุผล 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

 1. เป็นการให้เกียรติกันและกันของพรรคร่วมรัฐบาลในฐานะพันธมิตรทางการเมือง

 2. เป็นการรักษาที่นั่งส.ส.ซีกรัฐบาลในฐานะเสียงข้างมากในสภาเพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล

 3. เป็นการสร้างความสามัคคีและความเป็นเอกภาพของรัฐบาล

 4. เป็นโอกาสโฆษณาผลงานสร้างความนิยมของรัฐบาลและชี้แจงประเด็นต่างๆที่ถูกโจมตีจากฝ่ายค้าน

ดังนั้น ในอดีตจะเห็นส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงสมัครรับการเลือกตั้งซึ่งเป็นการแสดงน้ำใจและช่วยสนับสนุนกันและกันทำให้เกิดความแน่นแฟ้นในความสัมพันธ์ของรัฐบาลผสม

ทั้งนี้จะมีเกณฑ์พิจารณาว่า พรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดจะได้สิทธิ์ในการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งส.ส.ที่ว่างลงในการเลือกตั้งซ่อม

1.กรณีเป็นที่นั่งเดิมของพรรคร่วมรัฐบาลจะให้สิทธิ์พรรคที่เป็นเจ้าของที่นั่งเดิมส่งผู้สมัคร

2.กรณีเป็นที่นั่งเดิมของพรรคฝ่ายค้านจะให้สิทธิ์พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลได้สิทธิ์ส่งผู้สมัคร

แนวทางเช่นนี้มิใช่เพียงฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นที่ยึดถือปฏิบัติ แม้แต่ฝ่ายค้านก็ยึดถือปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่เช่นกันเพราะเป็นโอกาสที่จะวัดความนิยม(Popularity)ระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลในอีกทางหนึ่ง

 

30 ปี ‘อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา' ได้รับการยกย่อง เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จาก ‘ยูเนสโก’

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ 1,810 ไร่ โดยตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ 3,000 ไร่ โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศเหนือ ตามถนนสายเอเชีย ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ได้รับการพิจารณาเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ในนามนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ประวัติความเป็นมาเริ่มจากพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นใน พ.ศ. 1893 และได้ถูกพม่าทำลายลงในพุทธศตวรรษที่ 23 แม้จะถูกทำลายลงก็ยังคงมีร่องรอยความยิ่งใหญ่และความเจริญรุ่งเรืองของเมืองดังที่ปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน 

ต่อมาครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานี ได้มีการรื้ออิฐจากสถาปัตยกรรมในกรุงศรีอยุธยาเพื่อไปก่อสร้างกรุงเทพมหานคร ทำให้โบราณสถานต่าง ๆ ถูกทำลายและทิ้งร้างไป จนกระทั่งถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้อนุรักษ์และฟื้นฟูโบราณสถานในกรุงศรีอยุธยาขึ้นอีกครั้ง

US-WHO ข้อมูลตรงกัน เคส 'โอมิครอน' พบอาการป่วยแค่เล็กน้อย เบากว่าเชื้อ 'เดลตา'

รายงานฉบับหนึ่งจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าเคสผู้ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอนกลุ่มแรก ๆ ในสหรัฐฯ เกือบทั้งหมดมีอาการเล็กน้อย ส่วนใหญ่แค่ไอหรือน้ำมูกไหล สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่บอกว่า แม้โอมิครอนจะแพร่เชื้อง่ายกว่าตัวกลายพันธุ์เดลตา และลดประสิทธิภาพของวัคซีน แต่ก่ออาการเบากว่า

การค้นพบของซีดีซีที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (10 ธ.ค.) มอบเบาะแสในเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวกลายพันธุ์โควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง ซึ่งเวลานี้พบแล้วอย่างน้อย 25 รัฐทั่วอเมริกา แม้พวกผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปอย่างชัดเจนว่าแนวโน้มการแพร่ระบาดของมันในประเทศแห่งนี้จะออกไปในทิศทางไหน

รายงาน 5 หน้าของซีดีซีเป็นการสังเกตอาการคนไข้ 43 รายในสหรัฐฯ ที่ยืนยันว่าติดเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอน โดยมากกว่าครึ่งเป็นคนหนุ่มสาว อายุระหว่าง 18 ถึง 39 ปี และในนั้นมีที่ป่วยหนักถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงคนเดียว

ข้อมูลของซีดีซีระบุด้วยว่า ในบรรดาผู้ติดเชื้อนั้นมากกว่า 3 ใน 4 เป็นคนที่ฉีดวัคซีนครบเข็มแล้ว และในนั้น 1 ใน 3 ยังฉีดเข็มกระตุ้นแล้วด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังมีอยู่ 6 รายเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน และ 1 ใน 3 เร็ว ๆ นี้เคยเดินทางไปยังต่างประเทศ

ในรายงานระบุว่า อาการที่พบเห็นได้ทั่วไปคือไอ เหนื่อยล้า และคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล

มีคนไข้ที่ฉีดวัคซีนแล้วรายหนึ่งอาการหนักถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ใช้เวลาพักรักษาตัวเพียง 2 วัน และไม่มีรายงานการเสียชีวิต

การค้นพบนี้เป็นไปตามกรอบข้อมูลในเบื้องต้นจากแอฟริกาใต้ ซึ่งแพทย์บางส่วนระบุว่าตัวกลายพันธุ์ใหม่นี้ดูเหมือนจะก่ออาการเบากว่าในคนไข้ที่ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม ในรายงานได้มีคำเตือนบางอย่าง โดยซีดีซีชี้ว่า มันอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ก่อนอาการรุนแรงจะปรากฏขึ้นในบรรดาผู้ติดเชื้อบางคน แต่คาดการณ์ว่าบุคคลที่ฉีดวัคซีนแล้วจะมีอาการเบากว่า เช่นเดียวกับบุคคลที่เคยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาก่อน

แพทย์หญิงโรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการซีดีซีให้คำจำกัดความรายงานดังกล่าวว่าเป็น "จุดเริ่มต้น" พร้อมระบุเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลกลางจะเดินหน้าติดตามตัวกลายพันธุ์โอมิครอนอย่างใกล้ชิด ในขณะที่พวกผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปใด ๆ

มงไม่ลง แต่ ‘Real Size Beauty’ สื่อสารไปทั่วโลก!! | Click on Clear THE TOPIC EP.106

📌 Exclusive สดวันนี้!! เกาะติด Miss Universe 2021 กับแขกรับเชิญพิเศษ ‘คุณพงศธร จันทร์แก้ว’ นักสังคมสงเคราะห์ด้านเด็กและครอบครัว (แฟนนางงาม)

📌 ใน Topic : มงไม่ลง แต่ ‘Real Size Beauty’ สื่อสารไปทั่วโลก!!

ร่วมจับประเด็น เน้นความรู้ได้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.

‘แอนชิลี’ ไปไม่ถึงฝัน! ตกรอบ 16 คนสุดท้าย ‘สาวงามอินเดีย’ คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2021

‘แอนชิลี’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ไปไม่ถึงฝัน! ตกรอบ 16 คนสุดท้าย ขณะที่ ฮาร์นาซ สันธู สาวงามอินเดีย สวยชนะใจกรรมการ คว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์ส 2021 ไปครอง

การประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 70 (Miss Universe 2021) ที่ประเทศอิสราเอล โดยมีสาวงามจาก 80 ประเทศ ร่วมเวที โดยสาวงามจากไทย ‘แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส’ ไปไม่ถึงฝัน ไม่สามารถเข้าไปสู่รอบ 16 คนสุดท้ายได้ 

“องอาจ” มั่นใจ กก.บห.เห็นชอบให้ “พี่เอ้” ชิงผู้ว่าฯ กทม. เชื่อทำให้กรุงเทพฯเปลี่ยนได้จริง พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร สก.50เขต 14 ธ.ค.นี้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกทม. กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) เพื่อพิจารณาผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่า ในวันจันทร์ที่ 13 ธ.ค.นี้ ตนจะเสนอชื่อ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ที่ประชุม กก.บห. พิจารณาซึ่งเชื่อมั่นว่า กก.บห.จะให้การสนับสนุน นายสุชัชวีร์ เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามประชาธิปัตย์ เพราะ นายสุชัชวีร์ เป็นผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานรับใช้คนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน สะสมความรู้ความสามารถประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่องจนมั่นใจว่าพร้อมที่จะเสนอตัวให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของประชาชนจะให้โอกาส นายสุชัชวีร์ หรือไม่

“ในส่วนของพรรค เราพยายามสรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุดมาให้คนกรุงเทพฯได้พิจารณา เราหวังว่าประชาชนจะสนับสนุนให้ นายสุชัชวีร์ ได้ทำงานในฐานะผู้ว่าฯ กทม.ในที่สุด”นายองอาจ กล่าว

"พนิต"ชี้ 4 ข้อ ทำคนกรุงฯ-พรรคการเมืองฝันสลาย อดชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ต้นปีหน้า เหตุพรรคแกนนำรบ. กลัวแพ้หวั่นลามเลือกตั้งสนามใหญ่ เหน็บแรงอย่าหวงก้าง เพราะ "ผู้ว่าฯกทม.ไม่ใช่มรดกคสช."

นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊คสวนตัวเรื่อง"ผู้ว่าฯกทม. ไม่ใช่มรดกคสช. " ว่า ช่วงนี้ หลายท่านคงได้เห็นพรรคการเมืองที่เริ่มโชว์ตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. กันบ้างแล้ว มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และในนามอิสระ พร้อมความคาดหมายจะเข้าโหมดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในช่วงเดือนมกราคม และวันเลือกตั้งภายในเดือนมีนาคม 2565 แต่ในความเห็นผม ในฐานะที่เป็นชาวกรุงเทพฯ แต่กำเนิด  และ มีประสบการณ์ ทำงานในกรุงเทพฯ  ไม่ว่าจะเป็น  รองผู้ว่าฯกทม. และ ส.ส. กทม.  เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่ยอมจัดเลือกตั้งในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน 

นายพนิต ระบุว่า ด้วยเหตุผลดังนี้ คือ 1.รัฐบาลที่เคยชินกับการสืบทอดอำนาจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯนั่งเป็นประธานครม. ยังไม่มีท่าทีจะปลดล็อคให้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมบอกเหตุผลซื้อเวลาต่อไปว่า"รอให้บ้านเมืองสงบก่อนจึง เลือกผู้ว่าฯกทม" ถือว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น  แถมนายกฯ ยังไม่ฟังเสียงความต้องการของคนกรุงฯ ที่ต้องการมีผู้ว่าฯกทม.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงตามวิถีประชาธิปไตย  2.ผู้มีอำนาจกลัวมาก ว่าฝ่ายตัวเองแพ้แบบหลุดลุ่ย หลังโพลทุกสำนักฟันธง ฝ่ายที่ยืนหนึ่งอยู่ตรงข้ามชนะแบบชนิดเรียกว่า ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น แถมฝั่งผู้มีอำนาจนอกจากคะแนนตามหลังแบบสุดกู่แล้ว เชื่อว่าคะแนนยังตัดกันเองอีกใช่หรือไม่ เพราะ สองพรรคใหญ่ในรัฐบาล  ก็ส่งคนของตัวเองเพื่อรักษาศักดิ์ศรี  ประเมินกระแสคนกรุงฯ

และที่สำคัญสุด ต่างก็ต้องการตำแหน่งผู้ว่ากทม. ด้วยเช่นกัน  3.สมมุติว่าฝ่ายผู้มีอำนาจแพ้แล้ว ความพ่ายแพ้จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ นอกจากเสียฟอร์มทางการเมือง เพราะถืออำนาจไม่ต่ำกว่า 7 ปี  อาจทำให้ส่งผลกระทบในการสนามเลือกตั้งใหญ่ด้วย ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ที่จะมีพลังมหาศาล ปลุกคนไทยทั่วทั้งประเทศ ขับไล่ระบอบสืบทอดอำนาจ ที่ยาวนานนี้ออกไป ผ่านการเลือกตั้ง และ 4.ส่วนรายชื่อผู้สมัครของฝ่ายผู้มีอำนาจฝั่งพรรคแกนนำหลักรัฐบาล  ก็เป็นการเลี้ยงกระแสสังคมเท่านั้น อย่างเช่นที่ทำมาตลอดในช่วงสองปีกว่าที่ผ่านมา สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามแต่ละสถานการณ์ 

"กมธ.พัฒนาการเมือง" จ่อเรียก "ธรรมนัส-แกนนำจะนะรักษ์ถิ่น" หาทางออกร่วมกันปมโครงการจะนะ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล​ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 13 ธ.ค. ตนเตรียมหารือที่ประชุมกมธ.เพื่อเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าชี้แจงต่ออนุกมธ.พิจารณาศึกษาติดตามกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน​จากการดำเนินการโครงการของรัฐ ในกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ต่อกรณีโครงการ​ "จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต" 

โดยพิจารณาแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในขณะที่ดำรงตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเจรจา​ ยุติเกี่ยวกับแนวทางการแก้โขปัญหาโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ​ จ.สงขลา

 

'รัฐบาล' ชี้ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 7 ปี รวม 1.5 ล้านล้าน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่งของไทย 7 ปีที่ผ่านมา คือปี 2557- 2563 รัฐบาลได้มีการลงทุนในระบบรางรวม 1,508,648 ล้านบาท โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งรัดให้ดำเนินการตามแผนงาน ขณะเดียวกันให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการใหม่ ๆ เพิ่มเติมให้เกิดการเชื่อมต่อทางคมนาคมขนส่งที่ไร้รอยต่อ เพื่อยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อคมนาคมขนส่งทั้งในประเทศและในภูมิภาค ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับปัจจุบันประเทศไทยมีรถไฟฟ้าที่เปิดบริการแล้วทั้งหมด 11 สาย รวมระยะทาง 211.94  กิโลเมตร จำนวน137 สถานี นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.50 กม. วงเงินลงทุน 50,970.63 ล้านบาท ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยภาพรวมก่อสร้างไปแล้ว 81.94% คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565 โดยมีโครงการด้านการโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 14 สายทาง ระยะทาง 547.65 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง 5 โครงการ อยู่ระหว่างประกวดราคา 2 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ PPP อีก 6 โครงการ และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมโครงการ 10 โครงการ 

ส่วนในภูมิภาค มีทั้งหมด 6 จังหวัด ระยะทาง 81.55 กม. เช่น โครงการระบบขนส่งสาธารณะ จ .เชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี, โครงการระบบขนส่งสาธารณะ จ.ภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง, โครงการระบบขนส่งสาธารณะ จ.นครราชสีมา สายสีเขียว ช่วงตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์, โครงการระบบขนส่งสาธารณะ จ.พิษณุโลก สายสีแดง ช่วงมหาวิทยาลัยพิษณุโลก-ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก, โครงการระบบขนส่งสาธารณะ หาดใหญ่ จ.สงขลา (Monorail) ช่วงคลองหวะ-สถานีรถตู้, โครงการระบบขนส่งสาธารณะ จ.ขอนแก่น (Light Rail Transit : LRT)  สายสีแดง ช่วงสำราญ-ท่าพระ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top