Tuesday, 30 June 2026
TheStatesTimes

คำวินิจฉัยศาลรธน. สะท้อนอนาคตการเมืองอย่างไร | Click on Clear THE TOPIC EP.85

????มองอนาคต ‘การเมือง’ ประเทศไทย !! ผ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หาคำตอบไปกับ ‘รศ.ดร. มานิตย์ จุมปา’ ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตร์ภาคบัณฑิต คณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย !!
????ใน Topic : คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ ‘ม็อบราษฎร’ เข้าข่าย ‘ล้มล้างการปกครอง’ สะท้อนอนาคตการเมืองอย่างไร?!!

จับประเด็น เน้นความรู้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC

????ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

‘ทาง 3 แพร่ง ม.112' | MEET THE STATES TIMES EP.37

????ชวนคิด!! ‘ทาง 3 แพร่ง ม.112 ' !!
????เปิดหมดเปลือก!! มอง ‘ม. 112’ ผ่าน 3 ทางแยก จะ ‘รอด’ หรือ ‘ร่วง’ !!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

????ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

สะบัดเสื้อ ‘ครุย’ อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ เปิดกว้างทุกชนชั้นชาวสยาม | MEET THE STATES TIMES EP.38

 ???? สะบัดเสื้อ ‘ครุย’ อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ เปิดกว้างทุกชนชั้นชาวสยาม!! 

???? "ฉลองพระองค์บรมราชภูษิตาภรณ์" ชุดครุยสีทอง ที่พระมหากษัตริย์ใส่…

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

‘หริรักษ์’ กระชากหน้ากาก ปฏิรูปแบบ 3 นิ้ว เป้าหมายแท้จริง = ล้มล้างสถาบันฯ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า...

‘ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง’

‘ถ้าปฏิรูป คือ การล้มล้าง แล้วรัฐประหาร คือ อะไร?’

การปฏิรูป ก็คือ ความเหมาะสม คือ การเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมหรือเพื่อทำให้ดีขึ้น จะค่อยเป็นค่อยไป หรือจะทำอย่างรวดเร็วก็ได้

การล้มล้าง คือ การทำลาย การล้มล้างไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ก็เรียกว่าเป็นการล้มล้างได้

รัฐประหาร คือ การใช้กำลัง หรือบีบบังคับเพื่อยึดอำนาจ ส่วนใหญ่จะหมายถึงยึดอำนาจการปกครองของรัฐบาลที่ครองอำนาจอยู่

ไม่มีใครบอกว่า ‘การปฏิรูป’ เท่ากับ ‘การล้มล้าง’ และไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รู้ว่า ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง แต่เป็นพวกที่เคลื่อนไหวกันในขณะนี้ รวมทั้งสาวก และแนวร่วม ที่ออกมาประสานเสียงกันว่า ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้างนั่นแหละ ที่ไม่รู้ว่าการปฏิรูปแตกต่างกับการล้มล้างอย่างไร

คำพูดที่บอกว่าไม่ใช่เป็นการล้มล้าง ไม่อาจบ่งบอกความจริงได้ แต่การกระทำต่างหากจึงจะบอกได้ เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา 

ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ลองมองย้อนกลับไปดูการกระทำและการแสดงออกของกลุ่มคนกลุ่มนี้ว่า พวกเขาทำอะไรกันบ้าง

การแสดงออกในทางเหยียบย่ำ หมิ่นแคลน ข่มขู่ เช่น…

การโจมตีด้วยถ้อยคำหยาบคาย การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ สาดสีใส่พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งของสมเด็จพระพันปีหลวงและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง 

ใช้กิโยตินเป็นสัญลักษณ์ข่มขู่ ทั้งในการชุมนุม และใน Social Media ทำทุกวิถีทางผ่านสื่อที่เป็นพวกเดียวกันสร้างและเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นลบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ทำให้คนเชื่อว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ขัดขวางความเจริญของประเทศ 

‘จรัญ ภักดีธนากุล’ ลั่น ไม่หวั่นคำขู่ หลังถูกขู่ทำร้าย ปมเห็นพ้องกับศาลรธน.

'จรัญ-อดีตตุลาการศาลรธน.' เผยเคยถูกขู่ หลังมีความเห็นไปในทางเดียวกับศาลรธน. ลั่นคนทำงานขนาดนี้ ไม่มีใครกลัวหรอก พร้อมตายทุกเมื่อ เชื่อ คำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง เพราะต้องการจะป้องปราม

12 พ.ย. 64 นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้อำนายการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการบรรยายพิเศษ ให้กับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 12 ในหัวข้อธรรมาภิบาลกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปด้านการเมือง

ทั้งนี้ในช่วงท้าย ของการบรรยาย มีนักศึกษา ถามถึงความเห็นต่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการล้มล้างการปกครอง นายจรัญ ได้กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลดังกล่าวเชื่อว่า ต้องการจะออกมาเตือน ป้องปรามว่าการกระทำของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีขอบเขตผิดกฎหมายและมีความผิดระดับร้ายแรงเพราะหากถือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ถือว่าร้ายแรงมากจึงเหมือนอยากจะให้ถอยกันให้หมด

‘ดีป้า’ คิกออฟ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ ดัน ‘หาบเร่’ ต้องเก๋ในโลกออนไลน์

ดีป้า เปิดตัวโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ พร้อมเดินหน้าติดอาวุธดิจิทัลแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย นำร่องพื้นที่ 6 จังหวัด ครอบคลุมผู้ประกอบการ 30,000 ราย เล็งขยายการรับรู้สู่ปริมณฑล 4 จังหวัด และเตรียมเดินหน้าเฟส 2 อีก 25 จังหวัดทั่วประเทศ หวังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน โดยมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ของตนเองได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยปรับเปลี่ยนสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นภาครัฐจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมรับมือกับความท้าทายดังกล่าว และพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ซึ่ง ดีป้า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ จึงได้ดำเนินโครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ให้สามารถปรับเปลี่ยนทุกการซื้อ-ขายสู่ระบบออนไลน์ ปรับทุกไลฟ์สไตล์สู่สังคมไร้เงินสด พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 โดยคาดว่า การดำเนินงานในเฟสแรกจะช่วยสร้างรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการ Transform ตลาดสดยุควิถีใหม่ มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย สามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ สร้างโอกาสทางการตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและจัดส่งสินค้า พัฒนาสู่การแข่งขันรูปแบบใหม่บนพื้นฐานของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เริ่มดำเนินการในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครสวรรค์ นครปฐม ชัยนาท สิงห์บุรี และลพบุรี ครอบคลุมผู้ประกอบการ จำนวน 30,000 ราย ตั้งเป้าขยายการรับรู้สู่ปริมณฑลเพิ่ม 4 จังหวัด

เชียงใหม่ - ก.ล.ต. นำเสนอการลงทุนในโลกยุคใหม่ "New Paradigm of Capital Market" ในงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 16

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ทำหน้าที่คุ้มครองผู้ลงทุน ดูแลความเรียบร้อยในตลาดทุน เนื่องจากการลงทุนเกี่ยวข้องกับเงินทองโดยตรง จึงมีมิจฉาชีพผู้ไม่หวังดีคอยหาช่องว่างของกฎหมายหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบ เพื่อคดโกง เอารัดเอาเปรียบ หรือหลอกล่อเอาเงินจากผู้ไม่รู้ไปอย่างง่ายดาย เช่น การชวนไปลงทุนแบบหลอก ๆ การปั่นหุ้นสร้างราคา การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน ฯลฯ ถ้าทุกคนมีภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันรูปแบบกลโกงในโลกแห่งการลงทุน มิจฉาชีพเหล่านี้จะไม่สามารถหลอกลวงได้ ความรู้จึงเป็นสิ่งป้องกันภัยจากกลโกง

จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมเรียนรู้การลงทุนอย่างรอบด้าน ภายในงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 16 (MONEY EXPO CHIANGMAI 2021) ณ บูธ ก.ล.ต. ที่นำเสนอการลงทุนในโลกยุคใหม่ภายใต้แนวคิด "New Paradigm of Capital Market"รู้จักกับ "ตลาดทุนยุคใหม่" (Digital for Capital Market)

 

'พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5' ครั้งเสด็จเมืองตราด หลัง 'จังหวัดตราด' กลับคืนสู่พระราชอาณาเขตสยาม!! ในวันนี้เมื่อปี 2450

เนื่องในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2450 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสจังหวัดตราด ในโอกาสที่ได้กลับคืนสู่พระราชอาณาเขตอีกครั้ง หลังเสด็จกลับจากยุโรป ก่อนเสด็จนิวัตพระนคร ร.ศ. 126 หลังจากที่เมืองตราดถูกฝรั่งเศสยึดครองกว่า 2 ปี ด้วยน้ำพระทัยของพระพุทธเจ้าหลวงที่ทรงเห็นประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวสยามที่อยู่ใต้ร่มฉัตรของพระองค์โดยแท้

จังหวัดตราดเคยอยู่ใต้การปกครองของประเทศฝรั่งเศส เป็นเวลา 2 ปีกว่า เหตุใด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 ทรงยอมยกเมือง พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ตร.กม. ให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกกับเมืองตราดเล็ก ๆ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 2,900 ตร.กม. จนได้กลับมาอยู่ใต้การปกครองของประเทศไทย ตามสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 (จังหวัดตราดถือเอาวันนี้เป็นวันตราดรำลึก) จากนั้น วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 มีพิธีส่งมอบเมืองตราดให้กับไทย ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ยุโรป ทรงมีราชโทรเลขกลับมาถึงชาวตราดว่า

ชลบุรี - กองเรือยุทธการ ทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนสร้างลานปฏิบัติธรรม และบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ วัดเขาน้อย

วันนี้ 12 พ.ย. 64 ที่ วัดเขาน้อย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กองเรือยุทธการ นำโดย พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มาเป็นประธานในพิธี ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2564 โดยมี คณะผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรง ชมรมภริยากองเรือยุทธการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ใหญ่บ้าน พุทธศาสนิกชน ประชาชน ผู้มีจิตศรัทธามหากุศล ร่วมบริจาคจตุปัจจัย ในงานมหากุศล ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2564 วัดเขาน้อย

โดยถวายแด่ พระปลัดวิชาญ อภินันโท เจ้าอาวาสวัดเขาน้อย วัตถุประสงค์ เพื่อนำไปสมทบทุนสร้างลานปฏิบัติธรรมสวนป่าประดู่และบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดเขาน้อย ซึ่งงานมหากุศล ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2564 ได้รวบรวมจตุปัจจัยเป็นเงิน 1,184,769 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยหกสิบบาท) อย่างไม่เป็นทางการยอดยังไม่คงที่ ยังคงมีผู้เข้าร่วมบริจาคจตุปัจจัย อีกอย่างต่อเนื่อง

 

ชลบุรี - กายพร้อม ใจพร้อม!! กำลังพล หมู่เรือลาดตระเวนร่วม ระหว่าง ทร.ไทย - ทร.เวียดนาม

จากทัพเรือภาคที่ 1 วิ่งขึ้นเขากรมหลวงชุมพร เพื่อสักการะ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตามประเพณี ทหารเรือไทย ก่อน ออกเดินทาง ลาดตระเวนร่วม ระหว่าง ทร.ไทย - ทร.เวียดนาม ตามแนวเส้นแบ่งเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย-เวียดนาม ( KC Line ) ในวันที่ 15 - 20 พ.ย. 64 โดยมี นาวาเอก อโศก ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการ กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 เป็น ผบ.หมู่เรือฯ ฝ่ายไทย

สำหรับ การลาดตระเวนร่วม ระหว่าง ทร.ไทย - ทร.เวียดนาม ในครั้งนี้ กองทัพเรือ ได้อนุมัติให้ทัพเรือภาคที่ 1 จัด เรือหลวงมกุฎราชกุมาร เข้าร่วมและทำหน้าที่หัวหน้าเรือฝ่ายไทย โดยเรือฝ่ายไทยนั้น ประกอบไปด้วย  เรือหลวงมกุฎราชกุมาร จากทัพเรือภาคที่ 1 และ เรือหลวงแกลง จากทัพเรือภาคที่ 2 ในส่วนของ ทร.เวียดนาม นั้น จัดกำลังเข้าร่วม จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือ HQ 264 และ เรือ HQ 265

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมมือกันจัดระเบียบทางทะเล ในเขตทางทะเลติดต่อกัน ของทั้งสองประเทศ จัดตั้งช่องการสื่อสารระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือเวียดนาม และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี และความเข้าใจในฐานะมิตรประเทศ ระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือเวียดนาม ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top