Tuesday, 30 June 2026
TheStatesTimes

เพชรบุรี - น้ำลด! ถนนเพชรเกษมขึ้นล่องปกติ รองผู้ว่าฯเพชรบุรี ขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ร่วมแรงร่วมใจบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมไปได้ด้วยดี

วันที่ 11 พ.ย. นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีอยู่ในระดับที่ไม่ล้นตลิ่ง กระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บ้าง ปริมาณน้ำอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้ แต่ยังคงเร่งสูบน้ำระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

เส้นทางการการจราจรในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรีสัญจรได้ตามปกติ ถนนเส้นเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯเเละขาล่องใต้สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่วนบริเวณทางลอดโรบินสัน (วัดท่าไชยศิริ) ตำบลสมอพลือ ยังคงมีน้ำท่วมขังแต่ไม่กระทบกับพี่น้องประชาชนในการสัญจรเข้าเข้ามาทำงานและจับจ่ายซื้อของในเมือง สำหรับพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อท่วมก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความช่วยเหลือเยียวยา

“ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่ร่วมแรงร่วมใจบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมไปได้ด้วยดี ในขั้นต่อไปจะเป็นการดูแลเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง และอำเภอบ้านแหลม เบื้องต้นสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีนำยาและเวชภัณฑ์ป้องกันน้ำกัดเท้าไปแจกจ่ายแล้ว ประชาชนที่ได้รับผลกระทบติดต่อได้ที่ส่วนราชการในพื้นที่ได้ทันที” นายณัฐวุฒิ กล่าว

 

ลำปาง - มทบ.32 ร่วมกับเทศบาลเมืองเขลางค์ พบปะชุมชนอิ่วเมี่ยน มอบสิ่งของอุปโภค - บริโภค และผ้าห่มกันหนาว

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.30 น. พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมกับ รองนายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์ เดินทางเข้าไปพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ในชุมชนบ้านอิ่วเมี่ยน ซี่งเป็นชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าเหย้าจำนวน 5 ครอบครัว เพื่อให้กำลังใจ โดยมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค ผ้าห่มกันหนาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากความยากจน และบรรเทาภัยหนาว ซึ่งใกล้ย่างเข้าสู่ห้วงฤดูหนาว 

‘Mount Nicholson’ อพาร์ตเมนต์ฮ่องกงสุดพีค ราคาพุ่งเกือบ 6 แสนบาทต่อตารางฟุต

Mount Nicholson ในฮ่องกง กลับมาทวงบัลลังก์เป็นอพาร์ตเมนต์ที่แพงที่สุดในเอเชีย หลังถูกขายไปได้ในราคากว่า 592,000 บาทต่อตารางฟุต

Bloomberg รายงานว่าอพาร์ตเมนต์สุดหรูจากโครงการ Mount Nicholson บนพื้นที่เขตเดอะพีค ซึ่งตั้งอยู่บนระดับความสูงที่สุดในฮ่องกงขายได้ในราคา 640 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 2.7 พันล้านบาท กลายเป็นอพาร์ตเมนต์ที่แพงที่สุดในเอเชีย

โดยบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Wharf Holdings ร่วมกับ Nan Fung Development ขายอพาร์ตเมนต์สุดหรูขนาด 4,544 ตารางฟุต (442 ตารางเมตร) บนพื้นที่เกาะฮ่องกงพร้อม 3 ที่จอดรถ ไปได้ในราคา 140,800 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 592,000 บาท) ต่อตารางฟุต

ทำลายสถิติอพาร์ตเมนต์ที่แพงที่สุดในเอเชียที่ถูกสร้างไว้โดยโครงการ 21 Borrett Road ของบริษัท CK Asset Holdings ซึ่งเคยขายอพาร์ตเมนต์ในราคา 136,000 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อตารางฟุต เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

‘อาคม มกรานนท์’ ย้ำคำวินิจฉัยศาลรธน. ลั่น! ถึงเวลาปราบ ‘อีแอบ’ ขั้นเด็ดขาด

นายอาคม มกรานนท์ อดีตพิธีรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และอดีตผู้ประกาศข่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Akhom Makaranond" โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

"สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นเสาหลักสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การกระทำใด ๆ ที่มีเจตนาทำลายหรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าการพูด เขียน หรือการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่าหรืออ่อนแอลง ย่อมมีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์" (ส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลฯ)

บ่ายนี้ คงต้องใช้เวลาคุยกับพี่น้องถึงเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง และยิ่งมาได้ยิน ดร.ณัฐพรฯ เอ่ยชื่อออกมาชัดถ้อยชัดคำว่า ใคร? จะโดนคดี เช่น อีซิ้มหลังม็อบ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย นาทอน ไอ้บูด ฯลฯ พร้อมทั้งยืนยันเรื่องเงินจำนวนมากพอสมควร ที่ถูกโอนมาเพื่อจ่ายค่าเคลื่อนไหวอยู่ในบัญชีของใคร? (ตรวจสอบได้ไหม? อายัติได้ไหม?)

ศาลฯ ท่านยังบอกในคำวินิจฉัยอีกว่า "พระมหากษัตริย์ไทย จะดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป" ได้ยินแล้วขนลุก

ขอบอกไปยังรัฐบาลว่า "หากแจ้งจับคนทำผิดกลุ่มนี้ช้าเกินกาล ละก็ "มันหนีแน่" เพราะโทษสูงมาก อนาคตหมดสิ้น จากการกระทำของพวกมันเอง"

นี่ไม่ใช่มาพูดกันเล่น ๆ นะ ในเมื่อการชุมนุมเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ก็แสดงว่าการชุมนุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวก สส. ที่ไปร่วมกับม็อบ สนับสนุนม็อบ และประกันตัวม็อบ อาจจะโดนยื่นคำร้องให้ถูกถอดถอนจาก สส. และอาจจะลามเลยไปถึงขั้นยุบพรรค ถ้างั้นพรรคไหน? ที่ก้าวไถลลึก อาจจะเจอก็ได้ 

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ขอบอกถึง "ภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในมหาวิทยาลัย" ให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ทราบไว้ ส่วนจะทำประการใดเป็นเรื่องของท่าน ฟังให้ดีนะ

'นายกฯ' ปาฐกถา เวที APEC CEO Summit ย้ำแนวคิด ไทยมุ่งมั่นจะทำให้ APEC เปิดกว้าง-เชื่อมโยง-สมดุล ในทุกมิติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 07.06 น. ตามเวลาประเทศไทย (หรือเวลา 13.06 น. ของเมืองโอ๊คแลนด์) ณ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวปาฐกถาในการประชุม APEC CEO Summit ภายใต้หัวข้อ “ประเด็นสำคัญการเป็นเจ้าภาพของไทยในปี 2565” (Thailand’s Priorities for APEC 2022) ผ่านระบบการประชุมทางไกล 

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับ ABAC นิวซีแลนด์ที่จัดการประชุมครั้งนี้ออกมาได้เป็นอย่างดี โดยในปี 2564 เป็นอีกปีที่ท้ายเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี APEC ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของนิวซีแลนด์ และด้วยจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ ได้พิสูจน์ว่า APEC สามารถยืนหยัดเอาชนะความท้าทายต่าง ๆ ฟื้นฟูการสาธารณสุข เปิดพรมแดน และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โลกที่เราอยู่อาศัย และความมั่งคั่งร่วมกัน โดยตัวอย่างความสำเร็จของ APEC คือ ความพยายามร่วมกันในการเพิ่มการเข้าถึงวัคซีน และการอำนวยความสะดวกในการขนส่งวัคซีนและเวชภัณฑ์ ซึ่งในประเด็นนี้ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนจากภาคเอกชนด้วย

เวลานี้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนทัศนคติไปสู่ “ความพอดี” สร้างสังคมหลังการแพร่ระบาดที่มีความยั่งยืนและสมดุล โดยประเทศไทยได้นำโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และโมเดลนี้จะขับเคลื่อนประเด็นสำคัญในการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทย นอกจากนี้ ไทยมุ่งมั่นสานต่อการทำงานที่ผ่านมาของ APEC และเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ. 2040 โดยแปลงวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ ผ่านปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ 3 ประการ ได้แก่ 1) การค้าและการลงทุน 2) ดิจิทัลและนวัตกรรม และ 3) ความยั่งยืนและการมีส่วนร่วม โดยการรับรองแผนปฏิบัติการของวิสัยทัศน์ปุตราจายาในคืนนี้จะเป็นความสำเร็จที่สำคัญของนิวซีแลนด์ในการแปลงวิสัยทัศน์ของผู้นำ APEC ไปสู่แผนการทำงานที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง

ในปี 2565 ประเทศไทยมุ่งมั่นจะทำให้ APEC “เปิดกว้าง” สำหรับทุกโอกาส “เชื่อมโยง” ในทุกมิติ และ “สมดุล” ในทุกด้าน วาระการเป็นเจ้าภาพ APEC ของไทยจะสอดคล้องกับเป้าหมายและการดำเนินการที่มีอยู่แล้วของ APEC แต่นำเสนอภายใต้แนวคิดแบบใหม่ โดยประเด็นสำคัญมีอยู่ 3 ประการ ดังนี้

ประการแรก การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน สานต่อการเปิดตลาดผ่านการส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคี พยายามฟื้นการหารือเรื่องการจัดทำเขตการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) หลังยุคโควิด-19 ส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล และการรับมือกับประเด็นทางการค้าใหม่ ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาธารณสุข และการพัฒนาที่ครอบคลุม ซึ่งไทยหวังว่าจะได้ทำงานอย่างแข็งขันร่วมกับภาคเอกชนในเรื่องนี้

ประการที่สอง การฟื้นฟูความเชื่อมโยง ไทยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการเดินทางข้ามพรมแดนที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ไทยได้เปิดประเทศเพื่อรับนักเดินทางทางอากาศจาก 63 ประเทศและอาณาเขต ซึ่งเขตเศรษฐกิจ APEC ส่วนใหญ่ก็รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดัน ไทยจะดำเนินการตามคำแนะนำของ ABAC ในการจัดตั้งคณะทำงานด้านการเดินทางอย่างปลอดภัย เพื่อร่วมมือกันเชื่อมโยงภูมิภาคเข้าด้วยกันอีกครั้ง 

ประการที่สาม การส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม ไทยยืนยันว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของ APEC จะครอบคลุมและยั่งยืน โดยในที่ประชุม COP26 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำประเทศต่าง ๆ ได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนและการมีสภาพภูมิอากาศที่ดี โดยไทยจะศึกษาโมเดลทางเศรษฐกิจ และการดำเนินการทางเศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึง โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น 

‘ยาเม็ด’ พลิกโลก!! ‘โมลนูพิราเวียร์-แพกซ์โลวิด’ พิชิตโควิด-19 !! | Knowledge Times EP.35

????รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
????‘ยาเม็ด’ พลิกโลก!! ‘โมลนูพิราเวียร์-แพกซ์โลวิด’ พิชิตโควิด-19 !!

จะดีแค่ไหนหากไวรัสตัวร้ายอย่างโควิด-19 จะสามารถรักษาได้ด้วย ‘ยาเม็ด’

โดยยาเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เมื่อมีการตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ในทันที เพื่อป้องกันการป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล

แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่โลกต้องเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ ต่างก็พยายามหาทางออกเพื่อรักษาและป้องกันโควิด-19 ซึ่งหนึ่งในทางออกก็คือ ‘ยาเม็ด’ ที่จะมาช่วยรักษาและกู้วิกฤตครั้งนี้ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเมอร์คและไฟเซอร์ก็ได้ประกาศว่า พวกเขาบรรลุเป้าหมายยิ่งใหญ่นั้นแล้ว

โดยในต้นเดือนตุลาคม เมอร์ค แถลงว่า กำลังขออนุมัติใช้ยาโมลนูพิราเวียร์กรณีฉุกเฉินในสหรัฐฯ ในด้านของไฟเซอร์ก็เพิ่งจะขออนุมัติใช้ยาแพกซ์โลวิดเมื่อไม่กี่วันก่อน

สำหรับการทำงานของยาทั้งสองตัวเป็นเสมือนยาต้านไวรัส ที่ช่วยลดความสามารถในการแบ่งตัวของไวรัส พร้อมชะลอการเกิดโรค การันตีด้วยผลการทดลองของเมอร์คและไฟเซอร์ ที่บ่งชี้ว่า ผู้ที่รับยาโมลนูพิราเวียร์มีความเสี่ยงเข้าโรงพยาบาลหายไป 50% ส่วนคนที่รับยาแพกซ์โลวิดลดความเสี่ยงได้เกือบ 90%

แต่แน่นอนว่าการนำยาทั้ง 2 ตัวมาเปรียบเทียบอัตราประสิทธิภาพกันตรง ๆ ก็คงไม่ได้ เนื่องจากใช้ระเบียบวิธีศึกษาแตกต่างกัน

และแม้ในปัจจุบันจะมีวิธีการรักษาโควิด-19 อยู่แล้วก็ตาม แต่ล้วนเป็นการรักษาในรูปแบบแอนติบอดีสังเคราะห์ ที่ใช้ในผู้ป่วยรุนแรงซึ่งต้องรับยาด้วยวิธีการฉีด ในทางกลับกันการใช้ยาเม็ดย่อมทำให้การรักษาง่ายขึ้น เพียงแค่สั่งยาให้คนไข้นำไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น

ถึงแม้ว่ายาของเมอร์คและไฟเซอร์ที่ใช้ประมาณ 1 ชุด หรือ คอร์สรักษา เป็นเวลา 5 วัน และในปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ แต่นั่นก็ชวนคิดถึงข้อจำกัดของยาเม็ดพิชิตโควิด-19 นี้ ว่าจะมีข้อจำกัดบ้างหรือไม่

เนื่องจากทั้งสองบริษัทออกแถลงการณ์ของตนเองโดยที่ยังไม่เผยแพร่ผลการทดลองทางคลินิก นั่นจึงทำให้ประเมินความเหมาะสมจากยาของเมอร์คและไฟเซอร์ได้ยาก

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชาวฝรั่งเศส ถึงกับออกมาเตือนว่า ต้องระวังกับคำประกาศแบบนี้จนกว่าจะตรวจสอบผลการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เพราะถ้ามียารักษาโควิดย่อมหมายถึงโอกาสทางการตลาดอันมหาศาลของบริษัทยา

แต่แน่นอนว่าแม้จะมีการออกมาเตือน แต่สัญญาณบางอย่างจากเมอร์คและไฟเซอร์ กลับตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าทั้ง 2 บริษัทยักษ์ไม่ได้ให้คำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ จากการที่บริษัทหยุดการทดลองทางคลินิกเร็วเกินคาดเพราะได้ผลน่าพอใจเป็นอย่างยิ่งชนิดที่คณะกรรมการตรวจสอบอิสระเห็นชอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ‘ยาเม็ด’ รักษาโควิดทั้ง 2 ตัว ก็ยังคงเป็นความหวังใหม่ของชาวโลกที่จะเข้ามากู้วิกฤตโควิด-19 ซึ่งล่าสุดหน่วยงานสาธารณสุขจากเมืองผู้ดีอย่างสหราชอาณาจักร ก็เป็นชาติแรกที่ไฟเขียว ใช้ยา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ในการรักษาโควิด-19

โดยอนุมัติใช้ในผู้ป่วยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยร้ายแรง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

ในด้านสหรัฐฯ เอง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้แถลงว่า ‘รัฐบาลสหรัฐฯ ได้มีการสั่งจองยาเม็ดต้านโควิด-19 แพกซ์โลวิดจากบริษัทไฟเซอร์แล้วหลายล้านคอร์ส ซึ่งถ้าหากยาแพกซ์โลวิดได้รับการอนุมัติโดย FDA แล้ว ทางการสหรัฐฯ อาจจะนำยาเม็ดต้านโควิดนี้มาใช้ในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทันที ซึ่งการรักษาด้วยยาเม็ดแพกซ์โลวิดจะกลายเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งในการคุ้มครองประชาชนจากผลร้ายแรงที่สุดของโควิด-19'

ในด้านประเทศไทยเอง ก็ได้ลงนามเบื้องต้นกับไฟเซอร์ไว้แล้วเช่นกัน โดยเมื่อผ่านขั้นตอนการอนุมัติจาก อย. สหรัฐอเมริกา และมีการดำเนินการตามขั้นตอน อย. ในไทยแล้วจึงมีการลงนามยืนยันคำสั่งซื้อต่อไป

และถึงแม้ว่าไฟเซอร์ยังไม่ได้กำหนดราคายาแพกซ์โลวิด แต่บริษัทให้คำมั่นว่าจะเป็นยาที่ ‘เข้าถึงได้’ โดยใช้วิธีกำหนดระดับราคาตามฐานรายได้ประเทศผู้ซื้อ และกำลังเจรจาทำสัญญาซื้อขายกับอีก 90 ประเทศเพื่อให้เข้าถึงยาเม็ด ‘แพกซ์โลวิด’ ได้เร็วที่สุด โดยไฟเซอร์คาดว่าจะผลิตยาเม็ดได้ 180,000 คอร์ส ในช่วงสิ้นปีนี้ และอย่างน้อย 50 ล้านคอร์ส ในช่วงสิ้นปีหน้า

ในด้านของเมอร์คฯ ก็ได้มอบสิทธิบัตรผลิตยา ‘โมลนูพิราเวียร์’ ให้กับประเทศกลุ่มรายได้ต่ำและปานกลาง กว่า 105 ประเทศทั่วโลก โดยจะไม่เก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งจะทำให้ยา ‘โมลนูพิราเวียร์’ จะมีราคาถูกลงเหลือเพียงคอร์สละ 20 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 650 บาทเท่านั้น

เรียกได้ว่าการเกิดขึ้นของ ‘ยาเม็ดรักษาโควิด’ เป็นอีกขั้นหนึ่งในการกู้วิกฤตโลกจากไวรัสโควิด-19 ที่ง่าย สะดวก ทั้งยังมีประสิทธิภาพมากกว่าก่อน และนี่อาจเป็นความหวังใหม่ที่จะพลิกโลกในการต่อกรกับไวรัสตัวร้ายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต!

“ โฆษกรัฐบาล” สวน “หญิงหน่อย” ถ้านโยบายดีจริง ชาวนาไม่ต้องทนทุกข์ตั้งแต่รัฐบาลก่อน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า นโยบายประกันราคาข้าวไม่สามารถแก้ปัญหาข้าวเปลือกตกต่ำ เป็นความทุกข์ซ้ำซากของชาวนา หากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล จะเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชาวนาหายจนหมดหนี้ มีรายได้อย่างมั่นคง ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยืนยันมาตลอดว่าจะดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ ขณะนี้เร่งให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเหมาะสม และไม่เป็นการบิดเบือนกลไกตลาด รวมถึงเร่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างเป็นระบบด้วย

นอกจากนี้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการประกันราคาข้าว รวมทั้งยังส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ชุมชน และโรงสีข้าวอินทรีย์ของเครือข่าย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุนราคา ให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นวิธีที่อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายธนกร กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ชี้แจงชัดเจนแล้วว่าราคาข้าวจะขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้น ดังนั้นจะเอาข้าวที่มีความชื้นมาเทียบราคาข้าวแห้งที่ไม่มีความชื้นไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติโครงการประกันรายได้ ปี 2564/65 และมาตรการคู่ขนานอื่น วงเงิน 18,000 ล้านบาท ขณะที่เงินประกันรายได้นั้นจะจ่ายให้ 33 งวด งวดที่ 1 และ 2 จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 9-10 พ.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 13,000 ล้านบาท ส่วนงวดที่เหลือจะจ่ายสัปดาห์ละครั้ง แต่จะจ่ายครั้งละเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับราคาข้าวที่เป็นจริงในขณะนั้นด้วย ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางและยาวนั้น รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ข้าวระยะ 5 ปี จะลดต้นทุนการทำนาของชาวนาจาก 6,000 บาทต่อไร่ เหลือ 3,000 บาทต่อไร่ภายใน 5 ปี รวมถึงภายในปี 2567 จะเร่งพัฒนาส่งเสริมในการใช้พันธุ์ข้าว 12 ชนิด ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การตลาดนำการผลิต 

รมว.แรงงาน เผยโควตา ปี 65  อิสราเอลรับแรงงานภาคเกษตร 6,500 คน

กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัคร และคัดเลือกคนหางานเพื่อไปทำงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือไทย – อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน” (TIC) ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 15 – 25 พฤศจิกายนนี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการส่งเสริมแรงงานไทยให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อมีงานทำ นำรายได้ ประสบการณ์และทักษะที่ได้รับจากการทำงานในต่างประเทศมาพัฒนาตนเองหรือต่อยอดกิจการ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รัฐอิสราเอลเพิ่มโควตารับแรงงานภาคเกษตรจากประเทศไทยเป็น 6,500 คน มากกว่าปีที่แล้วที่ให้โควตาไว้ 5,000 คน  ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ https://toea.doe.go.th  ระหว่างวันที่ 15 – 25 พฤศจิกายน 2564

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ในเดือนพฤศจิกายนนี้กรมการจัดหางานจะเปิดรับสมัครและคัดเลือกคนหางานเพื่อไปทำงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือไทย – อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน” (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) ครั้งที่ 16 ตำแหน่งคนงานภาคเกษตร (เพศชาย) ซึ่งจะมีระยะเวลาการจ้างงานตามสัญญาจ้าง 2 ปีแต่ไม่เกิน 5 ปี 3 เดือน โดยคนหางานจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำก่อนหักภาษีเดือนละ 5,300 เชคเกลอิสราเอล หรือ ประมาณ 55,954 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเงินวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564) คุณสมบัติของผู้สมัคร มีสัญชาติไทย เป็นเพศชายที่พ้นภาระการรับราชการทหาร เกิดระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2525 – 25 พฤศจิกายน 2541 ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่มีคู่สมรส บุตร หรือบิดาและมารดาพำนักอยู่ในประเทศอิสราเอล และไม่เคยทำงานในประเทศอิสราเอล สุขภาพแข็งแรง ตาไม่บอดสี ไม่เสพสารเสพติด และต้องมีประสบการณ์ทำงานภาคการเกษตร (ปลูกพืช/ เลี้ยงสัตว์) 

“ผู้สนใจสมัครสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ลงทะเบียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และผู้สมัครงานสามารถตรวจสอบสถานะการสมัครได้ที่ E-Mail ของตนเอง หรือที่เว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ในหัวข้อ “ดูรายการสมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง”กรณีผู้สมัครไม่สามารถ

'ราเมศ' เลขาประธานรัฐสภาแจง 'ปารีณา' ฟังให้ได้ศัพท์ ก่อนจับไปกระเดียด

นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง"นายชวน หลีกภัย" ประธานรัฐสภาเรื่องการดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญของ ส.ส.ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า

หลักการกรณีของนางสาวปารีณา เป็นไปตามคำสั่งศาลที่ได้สั่งในทางคดี เป็นคดีที่ถูกฟ้องต่อศาลฎีกา เรื่อง ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ ว่าด้วยเรื่องจริยธรรม และศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ เมื่อศาลมีความเห็นเช่นนั้น นางสาวปรีณาก็ต้องปฏิบัติตาม ในฐานะเป็นคู่ความในคดีตามหลักกฎหมาย

ส่วนที่กล่าวพาดพิงนายชวน หลีกภัย ว่าเคยปกป้องคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีนั่งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น คุณปารีณาควรฟังให้ครบ ฟังให้ได้ศัพท์ก่อนจับไปกระเดียด กรณีของคุณธนาธรมีผู้สื่อข่าวถามประธานสภาผู้แทนราษฏร ว่าบุคคลที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ไปเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนคนนอกได้หรือไม่ นายชวนตอบว่า ต้องยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก บทบาทการเป็น ส.ส.ทำไม่ได้ แต่บทบาทของกรรมาธิการ วิสามัญ ภายในกรอบว่าถ้าอะไรที่เกี่ยวกับบทบาทของความเป็นผู้แทนก็ทำไม่ได้ และขณะนั้นยังย้ำว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวินิจฉัย ประธานสภาผู้แทนราษฏรไม่ใช่ผู้แต่งตั้งกรรมาธิการ สภาเป็นคนตั้งประธานสภาฯไม่มีอำนาจวินิจฉัย 

เรื่องนี้มีหลักการอยู่ชัดเจน ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราไหนให้ประธานสภาวินิจฉัยความชอบของคนที่มาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญ เป็นเรื่องของสภาที่แต่งตั้ง องค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ตรวจสอบก็ว่ากันไปตามกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล 

'พีระพันธุ์' ชี้ ม็อบปฏิรูปผิดอาญาร้ายแรง จี้ ผู้รักษากฎหมายตามเช็กบิลกองหนุน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยระบุว่า จบแล้วแต่ยังไม่จบ!!!

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 จับใจความได้ว่าการพูดถึงสถาบันหลักของชาติที่ปวงชนชาวไทยถวายความเคารพสักการะด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ในการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 มีลักษณะของการปลุกระดมและใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ เป็นการเรียกร้องโจมตีในที่สาธารณะที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายและใช้ความรุนแรงในสังคม เป็นการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ อีกทั้งเป็นการเซาะกร่อนเพื่อทำลายหรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ดำรงอยู่คู่กันกับชาติไทยเป็นเนื้อเดียวกันนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน และจะต้องดำรงอยู่ด้วยกันต่อไปในอนาคตเพื่อธำรงความเป็นชาติไทย ต้องสิ้นสลาย ไม่ว่าจะโดยการพูด การเขียน หรือการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่า หรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อ่อนแอลง ย่อมแสดงให้เห็นถึงการมีเจตนาเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

เป็นคำวินิจฉัยที่บอกว่าสิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องพยายามตะโกนอธิบายว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นการกระทำผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ ที่มิใช่เป็นเพียงแค่อาชญากรรมตามกฎหมายอาญาธรรมดา ๆ หากแต่เป็นการบ่อนทำลายชาติและสถาบันหลักของชาติที่จะต้องดำรงอยู่คู่กันกับชาติเพื่อธำรงความเป็นชาติไทยตลอดไปให้ต้องสิ้นสลาย อันเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรงยิ่ง 

เป็นการตอกย้ำว่าเมื่อไหร่ที่คนพวกนี้ต้องติดคุก พวกเขาคือ “นักโทษผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง” ไม่ใช่ “นักโทษทางความคิด”

มันจบแล้ว...

จากนี้ไปการชุมนุมในลักษณะนี้รวมทั้งท่อน้ำเลี้ยงและอีแอบ ผู้เป็น “ชนกลุ่มน้อย” คือผู้ทำลายล้างรัฐธรรมนูญ คือผู้ทำลายล้างสถาบัน คือผู้ทำลายล้างชาติ คือผู้กระทำผิดอาญาร้ายแรง ไม่ใช่ผู้ใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป ข้อคลางแคลงสงสัยของผู้รักษากฎหมายจนทำให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นแบบที่ผ่านมาก็จบลงด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top