Monday, 29 June 2026
TheStatesTimes

‘หมอยง’ ชี้!! โควิดคงไม่หมดไป ผู้คนต้องปรับตัวให้ได้แบบ Next Normal

‘หมอยง’ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุถึง การใช้ชีวิตของผู้คนต่อจากนี้บนวิถีชีวิตปกติแบบ Next Normal ว่า...

โควิด-19 กับวิถีชีวิตปกติต่อไป (Next Normal)

เกือบ 2 ปีที่มีการระบาดของโควิด-19 ไปทั่วโลกและเราคุ้นเคยกับคำว่าวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) จากนี้ต่อไป เชื้อโควิดคงไม่ได้หมดไป เราจะต้องอยู่กับไวรัสโควิด เราจะอยู่กับวิถีชีวิตปกติต่อไป ข้างหน้า (Next Normal) หลังโควิด 

การดำรงชีวิตปกติต่อไปหรือที่เรียกว่า Next Normal ทุกคน จะต้องปรับตัว เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือ การกำหนดระยะห่าง การใส่หน้ากากอนามัย ยังคงต้องอยู่อีกระยะหนึ่ง

การใช้อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จะลดการสัมผัสลง 

การใช้เงินผ่านระบบ e-Money ที่เงินลอยไปลอยมาโดยไม่ต้องจับธนบัตร 

เทคโนโลยีต่าง ๆ จะเปิดปิดไฟด้วยเสียง สั่งผ่าน Smartphone 

ประตูมีเซ็นเซอร์ การใช้ลิฟต์ก็คงไม่ต้องแตะกดปุ่ม ที่ปุ่มจะมีเซ็นเซอร์เพียงเอานิ้วมือไปใกล้ก็เพียงพอไม่ต้องสัมผัส 

"ตำราทำกับข้าวฝรั่ง” สมัยรัชกาลที่ ๕ | The States Times Story เรื่องจริง ฟังเพลิน โดย เจต ณ นคร EP.42

"ตำราทำกับข้าวฝรั่ง" เป็นพระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นตำราทำกับข้าวฝรั่ง ที่เป็นระบบเล่มแรกของไทย มีการแปลจากภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส 

โดยพระราชนิพนธ์เล่มนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจทั้งด้านอาหารและด้านวรรณกรรมแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำลึกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในด้านโภชนาการ และการปรุงอาหารได้อย่างประจักษ์ชัดอีกด้วย

กองบัญชาการศึกษาประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อน 'การสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการและผู้บังคับการของ ตร. ปีงบฯ 2565'

กองบัญชาการศึกษาประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการขับเคลื่อนการสัมมนา 'โครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565'​ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.2564 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

(29 ต.ค.64)​ พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา รอง ผบช.ศ./โฆษก บช.ศ.เปิดเผยในกรณี  บช.ศ.เสร็จสิ้นภารกิจจากการขับเคลื่อนงานสัมมนาตาม 'โครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565'​ ว่า พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผบช.ศ. (อดีต ผบช.รร.นรต.) มีความยินดีที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.อนุมัติให้จัดโครงการนี้ขึ้นและมอบความไว้วางใจให้ตนในฐานะ ผบช.ศ.เป็นหน่วยรับผิดชอบขับเคลื่อนการสัมมนาตลอดระยะเวลารวมทั้งสิ้น 3 วัน (ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.2564) ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งบัดนี้ได้จัดงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

พล.ต.ท.นิรันดร กล่าวว่า โครงการสัมมนาดังกล่าวนี้ได้จัดพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2564 โดยมี ผบ.ตร. ให้เกียรติเป็นประธาน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงานให้นำไปพัฒนาและเสริมสร้างประสิทธิภาพของหน่วยงาน เพื่อให้ผู้นำหน่วยได้รับทราบถึงนโยบายและทิศทางการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำหน่วยได้รายงานปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาระดับตำรวจทราบ เพื่อจะได้นำข้อมูลไปแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาองค์กรให้เกิดผลสัมฤทธิ์สู่ระดับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และ ผบ.ตร. ยังให้เกียรติในการบรรยายพิเศษแก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้นำหน่วยที่เข้าร่วมการสัมมนา ในหัวข้อ 'ทิศทางตำรวจยุคใหม่'​

นอกจากนั้นยังมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร. พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์ให้เกียรติเป็นผู้บรรยายพิเศษหัวข้อต่างๆ ด้วย ซึ่ง ผบ.ตร.ได้กล่าว ทิ้งทายเน้นย้ำให้กับผู้ร่วมโครงการว่า “ขอให้วางเป้าหมาย ตั้งมั่น ตั้งใจทำอะไรกันสักคนละหนึ่งอย่าง แล้วทำให้สำเร็จ เพื่อนำไปสอนลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา และท่องคติพจน์ทำงานร่วมกันไว้เสมอแบบ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข”

พล.ต.ต.ญาณพงศ์ ในฐานะโฆษก บช.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของการสัมมนาครั้งนี้ได้แก่ การจัดสัมมนากลุ่มย่อย ซึ่งได้จัดขึ้นในวันสุดท้าย (27 ต.ค.2564) โดยผู้ร่วมสัมมนาจากแต่ละกลุ่มได้นำเสนอแนวทางการบริหารงานในด้านต่างๆ ได้แก่... 

1) การป้องกันมิให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์, ยาเสพติด, แหล่งอบายมุข การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เป็นต้น

2) การบริหารงานสายงานสอบสวนให้เกิดความสมดุลแบบยั่งยืน

3) แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ

4) การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในทางการสืบสวนสอบสวนและการบริหารจัดการทางเทคโนโลยีเชิงรุก

5) แนวทางในการประชาสัมพันธ์เชิงรุก การให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อโต้ตอบเขาลวงและข้อมูลข่าวสารเชิงลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

6) การสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอำนวยความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่

7) การบริหารจัดการด้านการข่าวเชิงรุก การจัดการชุมนุมสาธารณะ การสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง

“อลงกรณ์” เล็งฟื้นส่งออกเกลือทะเลไทย ประสานทูตเกษตรทูตพาณิชย์เปิดตลาดจีน พร้อมดึงสภาอุตสาหกรรมจับคู่สหกรณ์นาเกลือกับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารเพิ่มยอดขายในประเทศ มอบบอร์ดเกลือฟื้นฟูประเพณี “แรกนาเกลือ” สร้างคุณค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เปิดเผยวันนี้ (30ต.ค) ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 5 / 2564 โดยผ่านระบบประชุมทางไกล (ZOOM Cloud meeting) พร้อมด้วย คณะกรรมการ อาทิ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชาญยุทธ์ ภาณุทัต ประธานคณะทำงาน Ad-Hoc เกลือ นายสมศักดิ์ อยู่รอด รักษาการรองเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ผู้แทนกรมการค้าภายใน ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายคทาวุธ บุญมา ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทย ดร.จุฑามาศ ทะแกล้วพันธุ์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในฐานะศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านเกลือทะเล (Salt Academy :AIC-COE) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผู้แทนเกษตรกรชาวนาเกลือ 

โดยมีสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นฝ่ายเลขานุการ เข้าร่วมประชุมหารือและพิจารณาการพัฒนาเกลือทะเลไทย โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 

(1) การจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปี 2564 วงเงิน 12,570,300 บาท เพื่อระบายเกลือทะเลค้างสต๊อกปี 2562/63 ปริมาณ 48,817.20 ตัน ในแหล่งผลิตสำคัญ ในอัตราตันละไม่เกิน 250 บาท ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม 

(2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุมัติหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยให้ช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่เสียหายจริง ในอัตราไร่ละ 1,220 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ที่เริ่มบังคับใช้ 1 กันยายน 2564 

(3) การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการพัฒนาเกลือทะเลไทย ปี 2566 - 2570 พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานโครงการ และงบประมาณ บรรจุลงในแผนปฏิบัติงาน 

และ (4) รายงานจากคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาเกลือทะเล (Ad Hoc) ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้ประชุมพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกลือทะเลไทย ในปี 2565 ในระยะเร่งด่วน

คณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบหมายให้ประธานช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเกลือที่ประสบปัญหาหนี้สินโดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) 

จากเวียงจันทน์ ถึงวังมังกร!! ทางรถไฟจีน-ลาว เส้นทางพลิกโฉม เชื่อมเศรษฐกิจอาเซียน!! | Knowledge Times EP.32

???? Knowledge Times BizView
???? จากเวียงจันทน์ ถึงวังมังกร!! ทางรถไฟจีน-ลาว เส้นทางพลิกโฉม เชื่อมเศรษฐกิจอาเซียน!!

นับถอยหลัง! จีน - ลาว เตรียมเปิดหวูดเส้นทางรถไฟสายพิเศษ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2564 นี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 46 ปี วันชาติหรือวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นเส้นทางที่หลายคนกำลังจับตามอง และเป็นหนึ่งในความหวังที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของ สปป.ลาว และเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอาเซียนในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย 

หนังสือพิมพ์ Vientiane Times ได้รายงานคำกล่าวของ ‘พันคำ วิพาวัน’ นายกรัฐมนตรีสปป.ลาว ว่า บริการรถไฟสายระหว่างลาวกับจีนจะเปิดให้บริการตามกำหนดการในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ไม่มีการเปลี่ยนจากแผนเดิม และกำลังทำแผนให้เปิดบริการรถไฟภายใต้เงื่อนไขที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน รวมถึงแนวทางเปิดบริการทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว ที่ต้องมีมาตรการใช้สำหรับบริเวณชายแดนลาว-จีนโดยเฉพาะ เพื่อตรวจสอบสินค้าและผู้โดยสารก่อนเข้าและออกอย่างเคร่งครัด

ในระยะแรกทางรถไฟจีน-ลาวนี้ จะเริ่มด้วยการมุ่งเน้นการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ตามมาด้วยการเปิดให้มีการท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์ของโควิดเข้าสู่ระยะที่ควบคุมได้ในระยะต่อไป โดยประเมินกันว่าทางรถไฟระยะทาง 424.4 กิโลเมตรสายนี้ จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งผ่านลาว ประมาณ 30 - 40% หากเปรียบเทียบกับการขนส่งทางถนนอย่างที่ทำมาตลอด นั่นย่อมจะมีส่วนเกื้อหนุนการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ

สำนักข่าวของลาวรายงานว่า ผู้บริหาร บริษัท นิคมโลจิสติกส์เวียงจันทน์ จำกัด (Vientiane Logistics Park) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาท่าเรือบกท่านาแล้ง (Thanaleng Dry Port) และนิคมโลจิสติกส์เวียงจันทน์ว่า ทางรถไฟสายนี้จะเป็นกำลังสำคัญผลักดันให้ลาวกลายเป็น “ส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก” หรือ Global Supply Chain ได้ 

หนึ่งในประโยชน์ที่จะเกิดให้เห็นได้ชัด คือ การขนส่งสินค้าทางรถไฟจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังยุโรปจะใช้เวลาเพียง 10 วัน เร็วกว่าการขนส่งทางทะเลปัจจุบันที่ใช้เวลาประมาณ 45 วัน ทำให้ประเมินว่าจะทำให้เกิดแรงจูงใจให้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้เห็นประโยชน์ของการตัดสินใจเลือกขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ผ่านทางรถไฟสายนี้เช่นกัน โดยคาดว่าตู้คอนเทนเนอร์จากลาวอย่างน้อย 300,000 ตู้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากท่าเรือบกท่านาแล้ง จะถูกขนส่งผ่านทางรถไฟจีน-ลาว ไปยังยุโรปในแต่ละปี และจะเพิ่มขึ้นเป็นระหว่าง 1.2-1.8 ล้านตู้ต่อปี

สำหรับจีนแล้วสิ่งนี้ คือ ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ BRI (Belt and Road Initiative) คือการขยายอิทธิพลบนเวทีโลก ผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งระดับนานาชาติ และสำหรับ สปป.ลาวนั้น นี่คือแผนยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Land-locked country) กลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางบก (Land-linked country) ซึ่งทางการจีนบอกว่า การสร้างรถไฟสายนี้ได้ใช้มาตรฐานด้านการจัดการและเทคนิคของจีนอย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2016 และเร่งงานสร้างเสร็จตามกำหนดในระยะเวลา 5 ปี และพร้อมเปิดใช้งานปลายปีนี้

โดยเส้นทางรถไฟลาว-จีน มีระยะทางกว่า 420 กิโลเมตร มีสถานีทั้งหมด 31 สถานี เริ่มต้นที่ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน เชื่อมต่อที่เมืองบ่อเต็น สปป.ลาว และมีปลายทางที่นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ใกล้กับจังหวัดหนองคาย ในจุดนี้เองที่เป็นโจทย์สำคัญของประเทศไทย ที่จะสร้างโอกาสต่อยอดจากเส้นทางรถไฟสายนี้อย่างไร

โดยก่อนหน้านี้ทางกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ของไทย ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเชื่อมต่อและการขนส่งข้ามแดนทางรถไฟช่วงหนองคาย - เวียงจันทน์ ถึงโอกาสที่จะทำให้ไทยได้อานิสงส์ จากเส้นทางรถไฟเชื่อมจีน-ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งสินค้าจากไทย ผ่านลาวไปยังตลาดจีน ในทางกลับกันก็จะช่วยลดระยะเวลา ลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า และการเดินทางมายังประเทศไทยด้วยเช่นกัน 

หากมองถึงโอกาสทางการค้า ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าไปลาวและจีนได้เพิ่มขึ้น ทั้งสินค้าอุปโภค - บริโภค โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางการเกษตรไปยังประเทศจีนในอดีตนั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน ส่งผลให้ผลไม้ไทยได้รับความเสียหาย เพราะผลไม้เมืองร้อน มีอายุการเก็บรักษาสั้น การขนส่งที่ใช้เวลานานจะทำให้เกิดการเน่าเสียของสินค้า ดังนั้นการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟลาว-จีน จึงเป็นผลดีต่อสินค้าเกษตร ให้สามารถกระจายไปยังมณฑลต่าง ๆ ของจีนได้อย่างทั่วถึงในระยะอันสั้น

ส่วนในด้านการบริการและการท่องเที่ยว คาดว่านักท่องเที่ยวจีนและลาวมาเที่ยวไทยได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนธุรกิจบริการ เช่น กลุ่มบริการสุขภาพ โรงพยาบาล นวดแผนไทย เนื่องจากความเชื่อมั่นในคุณภาพ และมาตรฐานสาธารณสุขของไทย รวมถึงกลุ่มร้านอาหาร และโรงแรม เนื่องจากราคาสินค้าและบริการถูก รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มของไทยเป็นที่นิยมของทั้งชาวจีนและลาว ที่จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในการค้าขายผ่านแนวเส้นทางดังกล่าว

ซึ่งเรื่องนี้เป็นการบ้านสำหรับประเทศไทยก็ คือ เราจะใช้ประโยชน์ด้วยการต่อยอดจากการเชื่อมต่อระหว่างตอนใต้ของจีนกับเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ได้มากน้อยแค่ไหน และจะเดินหน้าวางแผนสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างเวียงจันทน์กับกรุงเทพฯ เพื่อต่อยอดและสร้างโอกาสนี้อย่างไรบ้าง เชื่อว่าเราคงจะได้เห็นกันอีกไม่นานนี้แน่นอน 

ซวยแทน!! 'Huawei'​ ถอนลงทุนใน 'แคนาดา'​ เหตุจับลูกสาวประธานหัวเว่ยตามใบสั่งมะกัน | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช EP.26

‘แคนาดา’ สุดซวย!! หลัง​ Huawei ถอนลงทุน - โละคนงาน - ระงับสิทธิบัตร 5G เหตุเพราะออกหน้าจับลูกสาว Huawei ให้สหรัฐฯ

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

“บิ๊กโอ๋” แถลงจับแก๊งเด็กเพชร ยกพวกยิงถล่มคู่อริบาดเจ็บ

วันที่ 30 ต.ค. ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 (สส.) พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกุล ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี และชุดสืบสวนร่วมกันแถลงข่าวจับกุม 4 ผู้ต้องหา มี นายภานุวัฒน์ หรือเกมส์ น้อยคง อายุ 24 ปี อยู่หมู่ 7 ต.ท่าช้าง อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นายชินาธิปหรือใส ศักดิ์ปรีชา อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 8 ต.ท่าช้าง อ.บ้านลาด นายธนกฤต หรือปอน โชคพินอุดม อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 4 ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี และนายณธภณ หรือกาย โพธิ์ศิริ อายุ 24 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี 

ตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร

พล.ต.ท.ธนายุตม์ กล่าวว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ตุลาคม 64 ศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.เพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน ตรงข้ามนาซ่าผับ บ้านนาแค ม.5 ต.ต้นมะม่วง อ.เมืองเพชรบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน ขนาด.38 ขนาด.380 ขนาด .45 ตกอยู่เกลื่อนหลายปลอกและพบรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแม๊ก หมายเลขทะเบียน 6 กฐ 4972 กทม. จอดทิ้งไว้จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุแยกย้ายหลบหนี ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ เพชรบุรี และโรงพยาบาลกรุงเทพ-ธนบุรี จึงเดินทางไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บทราบว่าผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุมีด้วยกัน 2 กลุ่ม 

ไล่ออกนักสืบปทุมธานี พัวพันค้ายานรกกว่า 7 แสนเม็ด หลังแก๊งยาซัดทอด ด้านตำรวจภูธรภาค 1 เร่งกวาดบ้านตามนโยบาย 'บิ๊กปั๊ด'​ คนดีต้องเลี้ยงไว้ ส่วนคนชั่วต้องลงโทษ

(30 ต.ค.64)​ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงศ์สมาน รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ฯ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พรเทพ เพชรรัตน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง ร่วมแถลงข่าวจับกุม ด.ต.พสิษฐ์ แซนพิมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ชุดปราบปรามยาเสพติด ร่วมค้ายาบ้า 740,000 เม็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.นนทบุรี ที่ 539/64

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน จ.นนทบุรี ได้ร่วมกันจับกุม นายทวีชัย หรือห้อย มั่นศักดิ์ อายุ 39 ปี ได้พร้อมของกลาง ยาบ้า 740,000 เม็ด เหตุเกิดหมู่บ้าน ช.รุ่งเรือง 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

หลังจับกุมได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 ร่วมกับตำรวจสืบสวนจังหวัดนนทบุรี สืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการจนทราบว่า ด.ต.พสิษฐ์ แซนพิมาย ตำรวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ขอหมายศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับ ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติด ให้โทษประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกิน 20 กรัมขึ้นไปไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ต่อมาตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 225/23 หมู่ 6 หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ลำลูกกา คลอง 2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผลการตรวจค้นไม่พบตัว ด.ต.พสิษฐ์ ได้ตรวจยึดเอกสารบัญชีธนาคารหลายรายการ และเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 43/7 ม.6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตรวจยึดรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ขพ 2643 กทม. ของผู้ต้องหา

ต่อมาชุดติดตามได้แกะรอย ทราบว่า ด.ต.พสิษฐ์ หลบหนีอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. หมู่ 7 ต.คลองสาม เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาขับขี่รถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 9กณ 1033 กทม. มาจอดอยู่ จึงแสดงตัวและหมายจับเข้าทำการจับกุม

ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

'โฆษกรัฐบาลฯ' เผยข่าวดี! คลังเปิดเก็บตกคนละครึ่งเฟส 3 อีก 1.1 แสนสิทธิ เริ่มลงทะเบียน 1 พ.ย.นี้ กระตุ้นการใช้จ่ายรับเปิดประเทศ ขณะยอดใช้จ่ายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐสะสมกว่า 1.3 แสนล้านบาท

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ว่า เป็นโครงการที่ครองใจประชาชนมากที่สุด มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเต็มจำนวน 28 ล้านสิทธิแล้ว แต่ทางกระทรวงการคลังได้ทำการตรวจสอบประมวลผล พบว่ามียังมีผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ อีกจำนวนทั้งสิ้น 119,974 สิทธิ จึงได้ทำการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ยังไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้สำเร็จ  ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. ของทุกวันจนกว่าจะเต็มจำนวนสิทธิ ผ่านเว็บไซต์ http://www.คนละครึ่ง.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นกระกระตุ้นการใช้จ่ายให้มีเม็ดเงินสะพัดมากขึ้น สอดคล้องกับการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย  1 พฤศจิกายน นี้ ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้ามาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

มียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2564) ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 40.47 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 131,013.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 25.58 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 116,589.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 59,267.6 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 57,321.7 ล้านบาท 2) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 85,740 คน ยอดใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 2,838 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 148 ล้านบาท 3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.54 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 10,643.8 ล้านบาท และ 4) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.26 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 794.7 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 อยู่แล้ว รัฐจะมีการเพิ่มวงเงินสนับสนุนให้อีก จำนวน 1,500 บาทต่อคน ในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย. 64) ซึ่งจะได้รับโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จะได้รับวงเงินสนับสนุนรัฐร่วมจ่ายทั้งสิ้น 4,500 บาทต่อคน และสามารถใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564  ส่วนบริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ขณะนี้มีทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ GRAB  LINEMAN และ TRUE FOOD

ทั้งนี้ ในส่วนของข้อมูลการใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2564) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 932.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้สะสมจ่าย 481.5 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 450.8 ล้านบาท สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มียอดใช้จ่ายของประชาชนสะสม 595,542 บาท และมูลค่าการใช้ e-voucher สะสม 179,112 บาท โดยมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้ว กว่า 65,000 ราย

“โฆษกกห.”​ ยันฝ่ายมั่นคงหนุนรัฐบาลเปิดประเทศ​ พร้อมตรึงกำลังเข้มสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมือง  วอนนายจ้างหยุดสั่งนำเข้าแรงงานเถื่อนหวั่นโควิดระบาดอีกระลอก

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม​ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคง พร้อมสนับสนุนรัฐบาลรับการเปิดประเทศในวันที่​1พ.ย.2564 โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้ย้ำนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกับทุกเหล่าทัพ ให้กองกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำคงตรึงกำลังเข้มเฝ้าระวังชายแดน สกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด อาวุธสงครามและสินค้าผิดกฏหมายบริเวณพื้นที่ชายแดนรอบประเทศต่อเนื่อง โดยเฉพาะชายแดนเมียนมาและกัมพูชา ที่พบการลักลอบเข้าเมืองมากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์​ กำชับทุกเหล่าทัพให้ประสานงานกับฝ่ายปกครอง ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสกัดกั้นปราบปรามขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเข้าเมืองในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน พร้อมสนับสนุน แนะนำกำกับการปฏิบัติของประชาชนให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคที่กำหนด  

ทั้งนี้ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ไม่ประมาทเตรียมให้การสนับสนุนมาตรการจำกัดควบคุมโรคเร่งด่วนเป็นพื้นที่ หากมีปัญหาการแพร่ระบาดเป็นกลุ่ม ส่วนพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มีการแพร่ระบาดเริ่มมีแนวโน้มลดลง ขอให้คงร่วมกันสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับวัคซีนและลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเป็นปัญหาต่อการควบคุมโรค


 โฆษกกลาโหม.กล่าวว่าฝ่ายความมั่นคงต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ หยุดจ้างแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน เนื่องจากไม่ผ่านการคัดกรองควบคุมโรค ซึ่งจะสร้างปัญหาการกลับมาแพร่ระบาดความเสียหายต่อส่วนรวมระยะยาวในสถานการณ์และโอกาสที่เรากำลังเปิดประเทศและกลับมาใช้ชีวิตปกติในวิถีใหม่ร่วมกัน


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top