Friday, 5 June 2026
SMU

SMU ดันบัญชี AI !! สัมมนาฟรี 12 พ.ค. นี้ เสริมทักษะบัญชีและประเมินมูลค่า ตอบโจทย์เศรษฐกิจดิจิทัลไทย ลุยบทบาทการเงินยุคใหม่ด้วย AI

เสริมศักยภาพนักการเงินแห่งอนาคตด้วยหลักสูตรชั้นสูงด้านบัญชีในยุค AI และการประเมินมูลค่าเชิงกลยุทธ์รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

กิจกรรม ‘การเงินพร้อมรับอนาคต’ นำเสนอหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการจากมหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SMU) ที่เน้นการสร้างทักษะการบัญชีแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 23 เมษายน 2569 - ภาคการเงินและการบัญชีของไทยกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญชาวไทยต่างต้องการพัฒนาทักษะของตนเองเพื่อให้ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และมาตรฐานการประเมินมูลค่าระดับโลก

มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) สร้างเสริมทักษะดังกล่าวด้วยกิจกรรม ‘การเงินพร้อมรับอนาคต: ยกระดับความเชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าเชิงกลยุทธ์และการก้าวสู่เส้นทางอาชีพบัญชีในยุค AI’ โดยนำเสนอมาสเตอร์คลาส 2 หลักสูตรสำหรับผู้ทำงาน กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นี้ เวลา 16.30 – 19.00 น. ณ วิคเตอร์ คลับ สามย่าน มิตรทาวน์ โดยเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

งานสัมมนา ‘การเงินพร้อมรับอนาคต: ยกระดับความเชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าเชิงกลยุทธ์และการก้าวสู่เส้นทางอาชีพบัญชีในยุค AI’ เน้นนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพในอนาคตทั้งด้านการบัญชีและการประเมินมูลค่าเชิงกลยุทธ์

งานสัมมนานี้นำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ 2 แนวทาง ที่ช่วยปรับเปลี่ยนบทบาทด้านการเงิน ได้แก่ ทักษะการประเมินมูลค่าที่ใช้งานได้จริงและมีความสอดคล้องกับตลาดสำหรับการทำธุรกรรม การดำเนินคดี และการรายงานทางการเงิน และการสร้างขีดความสามารถด้านบัญชีที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับความรู้และเครื่องมือเชิงปฏิบัติการเพื่อบริหารความเสี่ยง สร้างมูลค่า และปรับเปลี่ยนไปสู่ตำแหน่งงานที่มีความต้องการสูงและขับเคลื่อนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาในประเทศไทยและสร้างทักษะด้านการบัญชีรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโดย AI

เซสชั่น A: การนำทางสู่ยุคใหม่ของการประเมินมูลค่าธุรกิจ

นำเสนอโดย เอริค เทโอ (Eric Teo) อาจารย์พิเศษประจำ SMU หลักสูตรระดับสูงนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับผู้เชี่ยวชาญระดับกลาง ซึ่งรวมถึงผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่า นักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินองค์กร วาณิชธนกิจ ผู้จัดการกองทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านการรายงานทางการเงิน ด้วยกลยุทธ์การประเมินมูลค่าสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการประเมินมูลค่าระหว่างประเทศ (IVS) ประเด็นสำคัญได้แก่ การรับรองระดับชาติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน IVS ความสามารถในการโยกย้ายสิทธิ์ในระดับภูมิภาค เส้นทางวิชาชีพที่เป็นระบบสู่การได้รับตำแหน่งผู้ประเมินราคาและมูลค่าธุรกิจที่ได้รับการรับรอง (CVA) และข้อได้เปรียบจากการเป็นผู้ริเริ่มในประเทศไทย หลักสูตรชั้นสูงนี้เหมาะสำหรับมืออาชีพที่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับตนเองและปรับเปลี่ยนไปสู่บทบาทความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

เซสชั่น B: AI และ Agentic Intelligence: ความหมายและผลกระทบต่อมืออาชีพด้านบัญชีและการเงิน

นำเสนอโดย ดร. หยิน หวัง (Dr. Yin Wang) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และ ดร. ประสาธน์ จงเจริญกมล อาจารย์อาวุโสสาขาบัญชี จาก SMU หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการและการอภิปราย กลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและการเงิน ได้แก่ ผู้บริหารด้านการเงิน นักวิเคราะห์ ผู้ตรวจสอบบัญชี นักบัญชีองค์กร ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยง และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI และ Agentic AI ในด้านการบัญชีและการเงิน โดยแสดงให้เห็นถึงวิธีการค้นหาไทมไลน์ที่สมจริง ผลตอบแทนจากการลงทุนที่แข็งแกร่ง และโอกาสในการก้าวหน้าทางอาชีพในระดับภูมิภาค หลักสูตรดังกล่าวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีแรงจูงใจในตนเองและต้องการยกระดับหรือเปลี่ยนสายอาชีพ

ทั้งสองหลักสูตรจะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางสู่การรับรองวิชาชีพและการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาที่ SMU รวมถึงหลักสูตรผู้ประเมินราคาและมูลค่าธุรกิจที่ได้รับการรับรอง (CVA) และหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาการบัญชี (ข้อมูลและการวิเคราะห์)

มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ ประเทศไทย (SMU Thailand) ได้วางตำแหน่งกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายและช่วยเสริมสร้างทักษะ โดยออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาวิชาชีพของผู้บริหารและนักการศึกษา แนวทางนี้จะทำให้การเข้าถึงการสนับสนุนเชิงปฏิบัติเป็นไปอย่างทั่วถึง ช่วยเสริมสร้างงานวิจัย ความรู้ความเข้าใจด้านข้อมูล และทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ ที่เป็นหัวใจสำคัญต่อบริบททางการศึกษาและกำลังแรงงานของประเทศไทย โดยปราศจากซึ่งอุปสรรคหรือค่าใช้จ่ายใดๆ

หากต้องการลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนา ‘การเงินพร้อมรับอนาคต: ยกระดับความเชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าเชิงกลยุทธ์และการก้าวสู่เส้นทางอาชีพบัญชีในยุค AI’ โปรดกรอกรายละเอียดของท่านได้ที่นี่ >> Secure My Free Seat! หรือสแกนQR code ด้านล่างนี้ ที่นั่งมีจำนวนจำกัดและจัดให้ตามลำดับการลงทะเบียนเป็นหลัก

เพื่อช่วยในการจัดการความจุของสถานที่ เราขออภัยที่จะแจ้งให้ทราบว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ได้จองล่วงหน้าเข้าร่วมงาน

สถาบันไทยลุยกรณีศึกษา ผลักดันกรณีศึกษาธุรกิจในไทยและเอเชีย ลดพึ่งพาตะวันตกเน้นบริบทท้องถิ่น SMU หนุนเขียนกรณีศึกษาตอบโจทย์ตลาดจริง เตรียมพร้อมบัณฑิตรับความท้าทายใหม่

สถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจของไทยผลักดันการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาในเอเชีย เพื่อส่งเสริมความพร้อมด้านอุตสาหกรรมของบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา

โครงการริเริ่มของมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) สนับสนุนนักวิชาการไทยในการพัฒนากรณีศึกษาเพื่อการสอนที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น

กรุงเทพ, ประเทศไทย, 13 พฤษภาคม 2569 – มหาวิทยาลัยไทยกำลังเร่งพัฒนากรณีศึกษาทางธุรกิจโดยมุ่งเน้นที่เกิดในประเทศไทยและเอเชีย ทั้งนี้ นักการศึกษาหลายท่านได้ออกโรงเตือนว่าการพึ่งพาตำราเรียนจากตะวันตกมากจนเกินไปทำให้บัณฑิตขาดความพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายในโลกธุรกิจที่เป็นจริงทั้งในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่การศึกษาด้านธุรกิจในไทยต้องพึ่งพากรณีศึกษาต่าง ๆ ของตะวันตกเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำกันทั่วโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาชี้ว่าการมุ่งเน้นกรณีศึกษาทางธุรกิจจากตะวันตกมากจนเกินไปก่อให้เกิดความไม่สอดคล้องระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและความท้าทายที่ผู้บริหารไทยต้องเจอในภาคปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (Singapore Management University: SMU) กำลังทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในไทยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสนับสนุนการพัฒนาตัวอย่างกรณีศึกษาการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น โดยอิงจากสถานการณ์ทางธุรกิจที่เป็นจริงในเอเชีย

ซีลีน ควอค ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย ของ SMU Thailand กล่าวว่า “นักศึกษาในเอเชียกำลังหันมาให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความมั่นคง ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ และความสอดคล้องทางเศรษฐกิจมากขึ้นในการเลือกประเทศศึกษาต่อ ท่ามกลางผลกระทบจากนโยบายวีซ่าที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงในสหรัฐอเมริกาและบางประเทศในยุโรป ด้วยเหตุนี้ทำให้การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาที่มุ่งเน้นบริบทเอเชียไม่ใช่เพียงแค่ส่วนเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากผู้นำแห่งอนาคตเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับตลาด ความเสี่ยง และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่พวกเขาจะต้องเผชิญและดำเนินงานท่ามกลางบริบทเหล่านี้ในอนาคต”

การเสริมสร้างศักยภาพของไทยด้านการเขียนกรณีศึกษา

เวิร์กช็อปล่าสุดที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาของ SMU (Centre for Case Learning Excellence)  ได้รวบรวมคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรณีศึกษาสำหรับการเรียนการสอนที่สะท้อนบริบททางธุรกิจของประเทศไทย

รศ. ดร. โอลิมเปีย ราเซลา ผู้อำนวยการหลักสูตรการตลาด วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อสังเกตว่า “จากประสบการณ์ตรงของดิฉัน “กรณีศึกษาที่ใช้ในการเรียนการสอนไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มศักยภาพเสมอไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการจัดการเรียนการสอนกรณีศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง บรรยากาศในชั้นเรียนจะมีชีวิตชีวา เข้มข้น และสร้างสรรค์”

ดร. พร้อม อุดมเดช ผอ.สำนักบริหารหลักสูตรสถาปัตยกรรมสหวิทยาการนานาชาติ คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “ปัจจุบัน การศึกษาด้านธุรกิจในประเทศไทยยังขาดแคลนความรู้ด้านการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างและการออกแบบอยู่มาก เรายังขาดกรณีศึกษาเฉพาะของไทยในภาคส่วนเหล่านี้ ซึ่งหมายความว่าองค์ความรู้ที่สำคัญนี้มักขาดหายไปจากหลักสูตรการศึกษาด้านธุรกิจ”

อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาด้านธุรกิจ

นักการศึกษาชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเรียนรู้ที่เน้นเอเชียเป็นหลักสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากภูมิภาคนี้มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

SMU ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกด้านการสอนโดยใช้กรณีศึกษา จากการจัดอันดับของ Financial Times Research Insights Ranking 2025 และ The Case Centre Impact Index 2025 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการประสานงานระดับภูมิภาคในการพัฒนากรณีศึกษา

การสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและการเล่าเรื่อง

ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้ถูกนำมาใช้ในกระบวนการค้นหาข้อมูลและตรวจแก้เนื้อหามากยิ่งขึ้น นักการศึกษาได้เตือนว่าความเข้าใจที่ลึกซึ้งของมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนกรณีศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

ดร. ฮาโววี โจชิ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้กรณีศึกษาของ SMU ได้กล่าวว่า “กรณีศึกษาที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการเล่าเรื่องและบริบท ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถสนับสนุนกระบวนการนี้ได้ แต่ยังไม่สามารถทดแทนมุมมองของมนุษย์ที่จำเป็นต่อการทำให้เรื่องราวเหล่านี้มีชีวิตชีวาได้”

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การพัฒนาตัวอย่างกรณีศึกษาที่เน้นประเทศไทยและเอเชียเป็นหลักอาจมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำและความพร้อมของกำลังแรงงาน ด้วยการบูรณาการความเป็นจริงทางธุรกิจในท้องถิ่นเข้ากับการศึกษา ประเทศไทยจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบสำหรับการเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำในอนาคตที่มีทักษะการตัดสินใจที่จำเป็นในระบบเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาอาชีพผ่านหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของ SMU

หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของ SMU มุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงให้แก่ผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ โดยใช้แนวทางกาเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์และการเรียนผ่านกรณีศึกษา

นักวิชาการในประเทศไทยร่วมถ่ายภาพกับ ดร. ฮาโววี โจชิ หลังเสร็จสิ้นการประชุมเชิงปฏิบัติการ "การพัฒนากรณีศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทเอเชีย" เพื่อเสริมสร้างทักษะการเขียนกรณีศึกษาและพัฒนากรณีศึกษาธุรกิจเอเชียจากสถานการณ์จริงสำหรับการเรียนการสอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top